ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · Capítulo 41
ตอนที่ 41 — คำเตือนจากช่างหลิว
Tradução pendente. Exibindo o original tailandês.
หลิวเจิ้นกำลังเก็บเครื่องจักรเย็บผ้าลงจากโต๊ะเมื่อเยว่ชิงมาถึงในช่วงพักกลางวันของวันที่สิบเจ็ดพฤษภาคม
นางรอพ้นทางแบกของจนเขาส่งเรือนเครื่องให้เจ้าของเรียบร้อย แล้วจึงถามว่ามีเวลาคุยก่อนรับงานบ่ายหรือไม่
ช่างวัยสี่สิบแปดมองถุงเอกสารที่นางถือ ไม่ใช่กล่องนาฬิกาหรือถุงอะไหล่ที่นำมาฝากซ่อม
“เรื่องครั้งก่อนหรือ”
“ค่ะ ฉันนำคำคัดมาให้ท่านอ่านก่อนใช้ตามที่ตกลงกัน ถ้าวันนี้ไม่สะดวก ฉันกลับมาใหม่ได้”
เขาดูนาฬิกาที่แขวนบนเสา แล้วดึงเก้าอี้ออกจากใต้โต๊ะ
“มีเวลาช่วงหนึ่ง เอามาดู”
เยว่ชิงนั่งหลังจากเขาเช็ดพื้นโต๊ะพ้นคราบน้ำมัน นางวางเฉพาะคำบอกที่จดเมื่อวันที่สี่พฤษภาคมกับคำถามของตน กระดาษที่ชิวอิงฝากไว้เมื่อคืนยังอยู่ในตู้ที่ร้าน
หลิวอ่านช้า เขาหยุดตรงประโยคที่กล่าวถึงของสองกอง แล้วแตะดินสอข้างข้อความ
“ตรงนี้เจ้าแก้แล้วใช่ไหม ข้าเห็นของที่คนในห้องเรียกว่าชุดเก่ากับชุดส่งคืน ไม่ใช่ตรวจทุกชิ้นแล้วรับรองตามชื่อ”
“แก้แล้วค่ะ ด้านล่างมีข้อความที่ท่านท้วง”
เขาอ่านต่อ ก่อนให้ย้ายข้อความนั้นขึ้นมาติดกัน เยว่ชิงคัดหน้าใหม่เพื่อไม่ให้คนอ่านครึ่งหน้าแล้วได้ความหมายเกินกว่าที่ผู้พูดรู้
ตรงวันที่สิบห้ามกราคม เขายืนยันว่าได้รับมอบหมายตรวจเครื่องส่งกำลังในห้องซ่อมตามรายการ ไม่ได้อยู่ดูจนปิดห้อง พ่อของนางเข้ามาถามเรื่องเก็บของเก่าแยกก่อนส่งคืน แต่เขาไม่ใช่ผู้อนุมัติให้เก็บหรือคืน และไม่ยืนยันชั่วโมงของบทสนทนานั้น
ส่วนการถูกไล่ออกในเดือนกุมภาพันธ์ หลิวให้แยกออกอีกหน้าเช่นเดิม วันนี้เขายังไม่ให้ใช้เรื่องนั้นเป็นคำรับรองเกี่ยวกับอุบัติเหตุของช่างหลิน

“ถ้าฉันแนบหน้าที่แก้แล้วกับคำขอค้นใบตรวจวันที่สิบห้า ส่งฝ่ายเอกสารโรงงานได้หรือไม่คะ”
“หน้านี้ได้ ให้ค้นใบตรวจ ไม่ใช่ให้พิมพ์ว่าเครื่องทุกชุดผ่านข้าแล้ว”
นางเขียนขอบเขตการอนุญาตและวันที่ไว้ท้ายหน้า อ่านให้เขาฟัง เขาตรวจข้อความอีกครั้งแล้วลงชื่อในหน้าที่มีเนื้อหาครบ ไม่ใช่กระดาษว่าง นางเก็บชุดที่เขาอ่านแก้และให้เขาเก็บคำคัดอีกชุด
คำอนุญาตครั้งนี้มีทางไปที่ชัดเจน ไม่ได้เปิดชื่อของเขาให้ส่งต่อทุกห้องหรือเล่าในตลาด
เมื่อเยว่ชิงกำลังจะเก็บถุง หลิวลุกไปหยิบแฟ้มบางจากกล่องส่วนตัวด้านหลัง
“หลังเจ้ามาคราวก่อน ข้าไปค้นของเก่า ไม่อยากเล่าเรื่องที่คิดว่าจำได้โดยไม่มีสิ่งที่จดมาดูประกอบ”
เขาวางแฟ้มบนโต๊ะ แต่ยังไม่เปิดให้ดูทั้งหมด นิ้วซึ่งมีรอยน้ำมันติดอยู่หยุดตรงขอบกระดาษแผ่นหนึ่ง
“มีเรื่องที่เจ้าควรถามเพิ่ม แต่ต้องฟังให้ครบก่อนคิดว่าเป็นคำตอบเรื่องพ่อ”
เยว่ชิงวางถุงลงอีกครั้ง “ฉันฟังค่ะ”
หลิวเปิดให้ดูสำเนาคาร์บอนจาง ๆ ของรายการงานที่เขาเก็บไว้เอง ใบลงวันที่สิบห้ามกราคม มีตำแหน่งเครื่องในห้องซ่อมกับขอบเขตส่วนที่ตรวจ ใกล้รายการตรวจระยะมีชื่อช่างหลินอยู่ในช่องงานที่เกี่ยวข้อง
นางอ่านชื่อพ่อแล้วต้องกดมือกับขอบสมุดไว้ครู่หนึ่ง
“นี่เป็นชื่อที่ใครเขียนคะ”
“ผู้จัดรายการงาน ข้าไม่ได้เห็นช่างหลินเขียน และช่องนี้ไม่ใช่ลายเซ็นรับของของเขา”
เขาชี้ให้เห็นว่าลายเซ็นของตนอยู่ตรงส่วนตรวจที่รับผิดชอบ ไม่ครอบคลุมงานทุกช่องซึ่งอยู่บนกระดาษใบเดียวกัน
จากนั้นหลิววางบันทึกอีกแผ่นข้างสำเนา ลงวันที่สิบแปดมกราคม
ตัวหนังสือสั้น ๆ กล่าวว่าชุดด้านขวาต่างจากสภาพตอนตรวจครั้งแรก ต้องตรวจซ้ำก่อนอ้างใบเดิม
“ข้าเขียนหลังกลับไปเห็นเครื่องวันที่สิบแปด” เขาบอก “ข้าเห็นจุดที่ต่าง ไม่ได้เห็นตอนถอดเปลี่ยน”
เยว่ชิงเงยหน้าขึ้นทันที
วันที่สิบแปดอยู่หลังพ่อเสียชีวิตหนึ่งวัน มันทำให้การเปลี่ยนชิ้นส่วนกับการใช้ใบตรวจเก่าเป็นคำถามที่นางต้องระวังมากกว่าจะรีบรวมเป็นเหตุเดียว
“ท่านรู้ว่าเป็นโครงเครื่องเดิมอย่างไร”
หลิวอธิบายตำแหน่งติดตั้งกับรายละเอียดของโครงที่เขาจดไว้ในรายการงาน เขาไม่ได้พึ่งสีที่อาจทาใหม่อย่างเดียว ตำแหน่งจุดยึดและรอยซ่อมบนโครงช่วยให้เทียบได้ แต่เลขประจำเครื่องต้องขอตรวจจากทะเบียนและต้นฉบับของโรงงานอีกครั้ง ไม่ให้นางจำเลขจากสำเนาคาร์บอนที่บางช่วงจางแล้วนำไปอ้างโดยไม่ตรวจ
“ส่วนไหนเปลี่ยนคะ”
“ชุดส่งกำลังด้านขวา ลักษณะดุมกับระยะที่เห็นตอนนั้นไม่เหมือนชุดที่ข้าตรวจวันที่สิบห้า ข้าจึงเขียนให้ตรวจซ้ำ ข้าไม่ได้วัดชิ้นใหม่ครบทุกส่วนในวันที่สิบแปด”
“คำว่าเปลี่ยน หมายถึงท่านเห็นคนเปลี่ยนหรือเห็นว่าของที่อยู่ต่างกัน”
“เห็นว่าต่างกัน ไม่มีคนถอดใส่ต่อหน้าข้า”
เยว่ชิงจดคำตอบ ขีดเส้นใต้วันที่พบความต่าง ไม่ใช่วันที่ถอดเปลี่ยนซึ่งยังไม่รู้
หลิวหยิบกระดาษเปล่ามาวาดวงสองวงเพื่อชี้ตำแหน่งที่กำลังพูด รูปง่าย ๆ นั้นยังเป็นคำอธิบายทั่วไปเหมือนคราวก่อน ไม่ใช่แบบเครื่องของโรงงานที่เขามีสิทธิ์รับรองให้นาง

“ถ้ามีใครเอาใบวันที่สิบห้าไปบอกว่าเครื่องสภาพที่พบวันที่สิบแปดผ่านตรวจแล้ว นั่นไม่ใช่สิ่งที่ข้าลงชื่อ” เขาพูด “เจ้าอย่าปล่อยให้วันที่บนใบถูกใช้แทนสภาพของเครื่องทุกวันหลังจากนั้น”
เยว่ชิงมองกระดาษสองแผ่น ความโกรธแทรกขึ้นมาพร้อมภาพพ่อวางมือเหนืออะไหล่ที่ต้องแยกเก็บ นางอยากถามว่าเหตุใดคนเห็นความต่างจึงปล่อยให้เรื่องจบลงด้วยใบแจ้งเพียงใบเดียว
แต่หลิวไม่ได้อยู่ข้างเตียงพ่อ และไม่ได้เป็นคนออกใบแจ้งเหตุให้ครอบครัว
“บันทึกวันที่สิบแปดส่งให้ใครหรือยังคะ”
เขาบอกว่าเคยส่งข้อท้วงไปทางผู้รับรายการงาน แต่กระดาษที่อยู่ตรงนี้เป็นส่วนที่เขาเก็บ ไม่ใช่ใบรับเข้าของฝ่ายนั้น วันนี้เขายังไม่มีหลักฐานในแฟ้มนี้ว่าคนปลายทางลงรับเมื่อไรหรือได้ทำตามอย่างไร
“เราจึงต้องขอทะเบียนรับเรื่องและผลตรวจซ้ำ” เยว่ชิงทวน
“ใช่ อย่าเขียนว่าข้าเห็นทุกคนอ่านแล้วไม่ทำอะไร ข้าไม่ได้ยืนดูทุกโต๊ะ”
นางถามว่าเขาทราบหรือไม่ว่าการถอดเปลี่ยนเกิดก่อนคืนวันที่สิบหก หลังเช้าวันที่สิบเจ็ด หรือภายหลังทั้งหมด
หลิวส่ายหน้า
“ข้ารู้สองสภาพ วันที่สิบห้ากับวันที่สิบแปด ระหว่างนั้นยังมีวันที่ข้าไม่ได้เห็น เจ้าอย่าใช้ช่องว่างให้ตรงกับสิ่งที่เจ้าอยากรู้”
ลมจากคลองพัดขอบกระดาษยกขึ้น เขาเอาที่ทับกระดาษวางไว้ เยว่ชิงหยุดเขียนเพื่อมองใบงานอีกครั้งอย่างใจเย็น
ชื่อพ่อในช่องงานที่เกี่ยวข้องทำให้นางมีเหตุขอตามรายการเดิมเพิ่ม แต่ไม่ได้บอกว่าเขาเป็นคนถอดชิ้นส่วนหลังตรวจ หรือเป็นคนทำให้เครื่องเกิดเหตุ และชื่อของหลิวบนส่วนตรวจก็ไม่ได้ทำให้เขารับรองชิ้นที่ยังไม่เคยเห็นในวันนั้น
“ฉันขอคัดเฉพาะสองส่วนนี้ได้ไหมคะ รายการตรวจวันที่สิบห้า กับบันทึกสิ่งที่ท่านพบวันที่สิบแปด”
หลิวมองนาง แล้วถามว่าจะใช้ที่ใด
นางบอกว่าจะใช้ประกอบคำขอให้ฝ่ายเอกสารโรงงานค้นต้นฉบับรายการงาน บันทึกการเปลี่ยนชุด และข้อท้วงที่รับไว้ ไม่ส่งสำเนาไปให้คนที่ตลาดอ่าน ไม่แนบหนังสือออกจากงานเดือนกุมภาพันธ์โดยเขายังไม่ได้ยินยอม
เขาอนุญาตให้คัดสองส่วนที่เปิดวันนี้และบันทึกคำอธิบายขอบเขตเพื่อขอค้นเอกสารตามนั้น ก่อนนางส่งต้องใช้ข้อความที่เขาอ่านกลับแล้ว ไม่เพิ่มข้อกล่าวหาใหม่ไว้ใต้ชื่อเขา
เยว่ชิงคัดทีละบรรทัด ตรงที่จางนางเว้นและเขียนว่าอ่านไม่ชัด ไม่เติมเลขจากเสียงที่เขาจำได้ หลิวอ่านคำคัด ตรวจวันที่กับถ้อยคำ แล้วให้แก้ตำแหน่งคำว่าด้านขวาซึ่งนางเผลอวางไว้กับโครงแทนชุดส่งกำลัง
เขาลงชื่อกำกับหน้าคำคัดและขอบเขตที่อ่านแล้วโดยระบุว่าเป็นสิ่งคัดจากแผ่นที่เขาแสดง ไม่ใช่ตรารับรองจากโรงงาน
ต้นฉบับบันทึกของเขากับสำเนาคาร์บอนยังอยู่ในแฟ้มส่วนตัวของหลิว นางกลับไปพร้อมคำคัดที่มีที่มา ไม่ได้นำแฟ้มทั้งหมดหรือหลักฐานการเลิกจ้างติดไป
ก่อนเก็บของ เยว่ชิงถามอีกเรื่องที่เกี่ยวกับเอกสารโดยไม่เล่ากระดาษของชิวอิง
“รายการเก่าของห้องซ่อมควรขอที่ฝ่ายเอกสารโดยตรงหรือคะ ฉันไม่รู้ว่าเขาย้ายชุดเก่าไว้ตรงไหนแล้ว”
หลิวบอกว่าตอนตนยังทำงาน มีส่วนเก็บรายการเก่าแยกจากงานประจำ แต่เขาออกมาในเดือนกุมภาพันธ์แล้ว จึงไม่รับรองตำแหน่งเก็บในเดือนพฤษภาคม ให้สอบถามฝ่ายเอกสารถึงการย้ายชุดและทะเบียนส่งต่อ อย่าเดินไปค้นห้องที่เคยรู้เอง
คำตอบไม่ได้ให้ตำแหน่งสมุดปกน้ำเงิน แต่มันบอกว่าการตามเอกสารต้องตามการย้ายด้วย ไม่หยุดอยู่ที่ชื่อห้อง
มีคนยกจักรอีกเรือนมารอ หลิวปิดแฟ้มของตน เยว่ชิงเก็บคำคัดและเลื่อนเก้าอี้ให้พ้นทาง
นางขอบคุณเขา แล้วกลับร้านตามช่วงที่แจ้งไว้ ไม่ให้งานค้นเอกสารใช้เวลาของลูกค้าที่อาจมารอช่วงบ่ายโดยไม่รู้ข่าว
บนทางเดินกลับ เสียงคลองกับล้อรถเข็นดังปะปนกัน นางคิดถึงประโยคเตือนของหลิวซ้ำอีกครั้ง
ใบตรวจวันที่สิบห้าไม่ใช่คำรับรองสภาพวันที่สิบแปด
หากมีการเปลี่ยนของระหว่างนั้น นางต้องรู้ว่าเปลี่ยนเมื่อไร ใครรับงานใหม่ และมีการตรวจซ้ำหรือไม่ ก่อนใช้มันอธิบายคืนสุดท้ายของพ่อ
กลับถึงร้าน เยว่ชิงจัดชุดคำขอใหม่ไว้กับคำอนุญาตที่อ่านแก้วันนี้ แผ่นที่ชิวอิงฝากยังอยู่แยกตามเดิม นางยังไม่ได้ส่งคำหลิวหรือเอกสารใหม่ออกไปในบ่ายนี้
บนกระดาษรายการที่จะถามฝ่ายเอกสาร นางเพิ่มคำว่าทะเบียนย้ายชุดเก่าและผู้รับเก็บ ไม่เติมชื่อสมุดที่นางยังไม่มีสิทธิ์ใช้คำบอกของญาติไปตามโดยไม่คุยขอบเขต
พรุ่งนี้บ่ายสองมีนัดตรวจเบื้องต้นที่ศาลา ผ้าสิบสองผืนกับเครื่องมือยังต้องเตรียมให้ครบ นางจึงกำหนดว่างานเอกสารจะใช้ช่วงเช้าที่แจ้งล่วงหน้า หากยังคุยไม่เสร็จต้องนัดต่อ ไม่ปล่อยให้คนที่ลงชื่อมาถึงแล้วพบโต๊ะว่าง
เย็นนั้นเยว่ชิงปิดตู้หลังจากแยกสำเนาเสร็จ
นางได้คำเตือนซึ่งทำให้เรื่องยากขึ้น แต่ก็ทำให้ถามได้ถูกขึ้น
เครื่องบนโครงเดิมอาจไม่ใช่เครื่องในสภาพเดิมอีกแล้ว และใบกระดาษซึ่งไม่มีอะไรเปลี่ยน ไม่ควรทำให้ทุกคนหยุดมองของที่ถูกเปลี่ยนไป
นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI
