Ajustes de leitura

ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · Capítulo 36

ตอนที่ 36 — รอยน้ำมันบนคูปอง

Tradução pendente. Exibindo o original tailandês.

หญิงรับซักผ้ามาถึงร้านตอนสายของวันที่สิบสามพฤษภาคมตามที่ตกลงไว้

เยว่ชิงเอานาฬิกาของหล่อนออกจากถาดทดสอบ วางบนผ้าเช็ดหน้าที่รับมาพร้อมกัน แล้วเชิญให้เจ้าของตรวจตัวเรือน หน้าปัด และสายก่อน

รอยบิ่นใกล้เลขสี่ยังอยู่ที่เดิม

“ทำความสะอาดกับปรับตั้งตามที่ตกลงค่ะ ยังไม่ได้เปลี่ยนชิ้นส่วนเพิ่ม” เธออธิบาย พร้อมแสดงรายการงานและผลที่ตรวจในช่วงทดสอบ “ถ้ากลับไปมีอาการเดิมอีก มาบอกเวลาที่หยุดและตอนใช้งานให้ฉันตรวจต่อได้”

หล่อนลองหมุนเม็ดมะยมและฟังเสียงใกล้หู ก่อนผูกสายกับข้อมือของตน

“ฉันจำเรือนนี้ได้”

เยว่ชิงไม่ได้ตอบว่าเห็นหรือยังว่าข่าวลือเป็นอย่างไร เธอรอให้เจ้าของตรวจจนพอใจ รับเงินตามราคาที่ตกลง ออกใบรับเงิน และจดคืนของในสมุดงาน

หญิงรับซักผ้าถือทั้งนาฬิกาและกระดาษกลับไป งานหนึ่งจบลงโดยไม่มีชิ้นส่วนของลูกค้าเหลือให้ร้านนำไปขาย และไม่มีเงินที่ต้องเรียกเก็บเพิ่มจากความกังวลของหล่อน

เยว่ชิงคืนเรือนเดิมให้หญิงรับซักผ้าตรวจ ก่อนจบงานตามข้อตกลง
เยว่ชิงคืนเรือนเดิมให้หญิงรับซักผ้าตรวจ ก่อนจบงานตามข้อตกลง

หลังจัดโต๊ะ เยว่ชิงตรวจเวลาไปคลังซึ่งนัดไว้ช่วงบ่าย เธอกินข้าวก่อนออก วางป้ายแจ้งช่วงที่ไม่อยู่ และเอาเฉพาะใบนัด สำเนาสมุดประตูบริการ กับรายการคำถามใส่ถุง

กล่องไม้ของแม่ไม่ได้ติดไปด้วย คำพูดของหลิวเจิ้นก็ยังอยู่ในสมุดที่ไม่ส่งต่อ เอกสารแต่ละเรื่องไม่จำเป็นต้องเดินไปทุกประตูพร้อมเธอ

ห้องทะเบียนคลังอยู่ด้านหลังอาคารรับของ หน้าต่างเปิดสูงจนลมเข้าถึงโต๊ะเพียงน้อยนิด เจ้าหน้าที่หญิงวัยประมาณห้าสิบสองรับใบนัด ใบหน้ากลมกว้างอยู่หลังแว่นบาง ผมดำแซมเทาตัดสั้น เสื้อทำงานสีเทาเข้มมีฝุ่นกระดาษตรงปลายแขน

หล่อนอ่านคำขอที่หัวหน้าตู้ส่งมา แล้วบอกให้เยว่ชิงนั่งรอหน้าโต๊ะ

“ดูส่วนที่เกี่ยวกับวันและรายการที่ขอ อย่าเปิดแฟ้มอื่นเองนะ”

“ค่ะ ถ้าต้องดูเพิ่ม ฉันจะถามก่อน”

เจ้าหน้าที่นำทะเบียนเล่มหนามาวาง เปิดตามแถบกระดาษที่คั่นไว้ บรรทัดหนึ่งลงวันที่รับเข้าทะเบียนเป็นสิบเจ็ดมกราคม แต่ช่องวันที่บนเอกสารที่อ้างถึงเขียนสิบหก

เยว่ชิงมองวันที่ทั้งสองก่อนถาม

“แปลว่าของมาวันที่สิบหกแล้วจดเข้าวันที่สิบเจ็ดหรือคะ”

“ทะเบียนเขียนว่าเอกสารเข้าชุดวันที่สิบเจ็ด วันที่รับของจริงต้องดูช่องในใบและถามผู้รับ ฉันไม่ได้ทำงานกะนั้น”

เธอจดคำตอบโดยไม่เอาวันเข้าชุดไปใช้แทนเวลารถผ่านประตู

เลขอ้างอิงพาเจ้าหน้าที่ไปยังคูปองขนาดเล็กซึ่งหนีบไว้กับหน้าถัดไป กระดาษสีเหลืองหม่นมีคราบเข้มโปร่งตามขอบซ้าย ลวดหนีบขึ้นสนิมจนทิ้งรอยสีน้ำตาลบนมุม

“ใบนี้ยังอยู่” หล่อนพูด “ปกติจะหนีบเข้าชุดรับคืนไว้ ไม่ได้เก็บกับสมุดเวรรถ”

เยว่ชิงเอนตัวมาดูโดยไม่แตะคราบ

เจ้าหน้าที่คลังเปิดคูปองรับคืนตัวจริงให้เยว่ชิงตรวจบนหน้าทะเบียนเดิม
เจ้าหน้าที่คลังเปิดคูปองรับคืนตัวจริงให้เยว่ชิงตรวจบนหน้าทะเบียนเดิม

หัวกระดาษระบุใบรับคืนอะไหล่ วันที่สิบหกมกราคม ปี 1978

รายการเป็นเฟืองส่งกำลังสองตัว ชื่อผู้ส่งเขียนร้านหลิน ช่องสถานะรับรอตรวจ ส่วนลายมือในช่องผู้รับอ่านได้ว่าโจวเซิ่ง

เยว่ชิงรู้สึกเย็นตรงปลายนิ้ว ทั้งที่อากาศในห้องอับร้อน

ชื่อนั้นอยู่บนกระดาษตัวอย่างที่หม่าหรงเคยนำมาขอซื้อเอกสารพ่อ แต่กระดาษใบนั้นลงวันที่แปดมกราคม และเธอพบว่าชื่อไม่ตรงกับต้นฉบับใบงานร้าน

วันนี้ชื่อนี้ปรากฏบนอีกใบหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่นำออกจากชุดที่ระบุตำแหน่งเก็บได้

มันทำให้เรื่องเปลี่ยนไป แต่ไม่ได้ทำให้กระดาษของหม่าหรงเป็นจริงขึ้นมาทั้งใบ

“ขอดูช่องชื่ออีกครั้งได้ไหมคะ”

เจ้าหน้าที่วางกระดาษรองข้างคูปองเพื่อให้หล่อนมองขอบได้ชัด ไม่ลากนิ้วถูตัวอักษรหรือดึงลวดหนีบจนกระดาษขาด

ชื่อโจวเซิ่งยังอ่านได้จากหมึกเดิมตรงส่วนที่ไม่ถูกคราบบัง เยว่ชิงคัดชื่อและข้อความรอบช่องลงในสมุด แล้วถามว่าผู้รับคนนี้ทำหน้าที่อะไรในเดือนมกราคม

“ต้องขอเทียบรายชื่อคนรับงาน” เจ้าหน้าที่ตอบ “ชื่อในช่องนี้กับคนที่มีอำนาจรับของเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ฉันยืนยันตำแหน่งงานจากลายมืออย่างเดียวไม่ได้”

เยว่ชิงขีดเส้นใต้คำว่าผู้รับในสมุด ไม่ขีดเส้นโยงไปหาโจวผิง

ทั้งสองมีชื่อสกุลเหมือนกัน แต่โจวผิงเป็นคนเฝ้าประตูซึ่งเล่าเท่าที่เห็น เธอไม่มีเหตุให้เปลี่ยนชื่อเขาเป็นคนลงลายมือบนคูปองเพียงเพราะอยากให้คำตอบอยู่ใกล้มือ

“ชื่อร้านหลินในช่องผู้ส่ง มีลายมือพ่อกำกับไหมคะ”

เจ้าหน้าที่ชี้พื้นที่ด้านข้างซึ่งว่างอยู่

ไม่มีชื่อพ่อ ไม่มีลายมือผู้ส่งรับรอง และไม่มีเวลาเป็นชั่วโมงนาทีในใบนี้

เยว่ชิงจดสิ่งที่ไม่พบด้วย เธอรู้ว่าหากคัดเฉพาะชื่อร้านกับจำนวนสองตัวกลับไป ประโยคเล่าต่ออาจกลายเป็นพ่อเป็นคนส่งของขึ้นรถคืนนั้น ทั้งที่กระดาษยังไม่ได้บอกเช่นนั้น

“คูปองมีหมายเลขรถอ้างอยู่หรือเปล่าคะ”

“ใบนี้ไม่มีค่ะ”

เธอเปิดสำเนาสมุดประตูบริการให้เจ้าหน้าที่ดูเฉพาะแถวงานรับชุดส่งคืน เจ้าหน้าที่เทียบวันและคำงาน แต่ไม่พบเลขคูปองเชื่อมรถอยู่ในแถวนั้น

“เราจะบอกว่าเกี่ยวกันแน่ไม่ได้จากวันเดียวกัน” หล่อนกล่าว “ถ้ามีใบส่งต่อหรือรายการบรรทุก จึงค่อยเทียบอีกที”

เยว่ชิงพยักหน้า ความอยากได้คำตอบเร็วทำให้เธอเห็นแถวสองแถวต่อกันในหัวก่อนที่เลขอ้างอิงจะต่อกันจริง เธอหยุดมันได้ในครั้งนี้

คำว่ารับรอตรวจทำให้เธออ่านคูปองทั้งใบซ้ำ

ของสองตัวถูกบันทึกว่ารับไว้ ไม่ได้ระบุว่าตรวจผ่าน ไม่ได้บอกว่าเป็นชุดเก่าซึ่งแยกตามคำของพ่อ หรือชุดส่งคืนซึ่งถูกนำมาเรียกชื่อใหม่ และไม่ได้มีหมายเลขรายชิ้นให้เทียบกับรายการสิบสองแถวที่เธอเก็บไว้

“มีผลตรวจตามหลังไหมคะ”

เจ้าหน้าที่เปิดทะเบียนเฉพาะส่วนที่ต่อกับรายการ ช่องอ้างผลยังไม่มีเลขเอกสารครบ หล่อนบอกว่าต้องตามอีกชุด ไม่อาจรับรองว่าไม่มีผลตรวจอยู่ที่อื่นเพียงเพราะช่องนี้ไม่เต็ม

เยว่ชิงมองคราบที่ขอบซ้าย มันดูเหมือนน้ำมันซึมผ่านเนื้อกระดาษ แต่รูปร่างคราบไม่อาจบอกว่าน้ำมันมาจากเครื่องใด มือใคร หรือเกิดก่อนหลังวันที่พ่อเสีย

เธอไม่ขอเอากระดาษไปดม ไม่หยดอะไรลงเพื่อดูสี และไม่ใช้ความคุ้นเคยกับกลิ่นน้ำมันในร้านเป็นคำพิสูจน์สถานที่

“ขอสำเนาที่รับรองจากใบนี้กับบรรทัดทะเบียนได้ไหมคะ รวมส่วนว่างด้วย”

เจ้าหน้าที่ให้เขียนคำขอเพิ่ม ระบุเลขอ้างอิงตามตัวจริงและเหตุที่ต้องการเทียบกับงานร้าน เยว่ชิงเขียนเฉพาะส่วนที่เกี่ยว หล่อนรับคำขอแล้วออกใบรับให้

สำเนายังไม่ได้เตรียมเสร็จในบ่ายนั้น ตัวคูปองอยู่ในคลังต่อไป

ก่อนปิดทะเบียน เจ้าหน้าที่อ่านชื่อ วันที่ และรายการที่เยว่ชิงคัดกลับให้ฟัง เธอแก้คำในสมุดตรงที่ตนเขียนจำนวนรวบรัดเกินไป ให้ชัดว่าเฟืองส่งกำลังสองตัวตามข้อความในใบ ไม่ใช่สองหีบตามคำเล่าของพยานเรื่องรถ

สองตัวกับสองหีบต่างกันมากพอที่จะเปลี่ยนทั้งเรื่อง

เมื่อเจ้าหน้าที่นำทะเบียนกลับชั้น เยว่ชิงถือเพียงบันทึกคัดเองกับใบรับคำขอสำเนาออกมา ไม่มีคูปองต้นฉบับในถุง และไม่มีคำรับรองว่าผู้รับลงชื่อตนเองต่อหน้าคนที่เพิ่งเปิดแฟ้มให้ดู

เธอขอให้ติดตามรายชื่อหน้าที่ผู้รับในเดือนมกราคมกับเอกสารตรวจที่อ้างต่อ เจ้าหน้าที่รับส่วนคำถามไว้ตามรายการ ไม่สัญญาว่าจะได้ทุกอย่างวันรุ่งขึ้น

กลับถึงร้าน เยว่ชิงวางสมุดสองเล่มห่างกันบนโต๊ะ เล่มแรกเป็นงานร้านซึ่งลงเกียร์หายสองตัวและคำให้ตรวจใบคืน อีกเล่มเป็นบันทึกจากคลังวันนี้

จำนวนตรงกัน แต่วันที่และที่มายังต้องตาม

เธอหยิบสำเนากระดาษที่หม่าหรงให้ไว้มาอ่านอีกครั้ง ชื่อโจวเซิ่งไม่ได้เป็นชื่อที่เธอเพิ่งสร้างจากความสงสัย กระดาษคลังอีกใบทำให้เธอมีเหตุขอตรวจว่าเขาคือใคร โดยไม่ยอมรับการแก้ชื่อบนใบวันที่แปดเป็นเรื่องถูกต้องไปด้วย

เยว่ชิงเขียนคำถามใหม่ไว้ใต้รายการเดิม

ใครรับของในชื่อร้านหลิน วันที่สิบหกมกราคม

มีใบส่งของจากร้านหรือคำอนุญาตผู้ส่งหรือไม่

หลังรับรอตรวจ ของถูกส่งไปที่ใด

เธอยังไม่เขียนคำว่าขโมยลงเป็นคำตอบ

แสงเย็นแตะถาดที่ว่างหลังคืนงานหญิงรับซักผ้า ใบรับเงินของเช้าอยู่ในแฟ้มการค้าเรียบร้อย รายรับจริงของวันช่วยให้เธอซื้อเวลาและวัสดุสำหรับทำงานต่อได้ แต่ไม่ได้ซื้อสิทธิ์ให้ตัดสินคนอื่นโดยไม่ตรวจ

เยว่ชิงเก็บบันทึกคลังพร้อมระบุที่มา วันที่ดู และสิ่งที่ยังรอ แล้วหยุดเขียนเมื่อถึงเวลาปิดร้าน

ก่อนเธอเก็บป้ายเข้าด้านใน มีคนจากชุมชนแวะถามเรื่องนาฬิกาบนหอที่เริ่มเดินผิดเวลา เขายังไม่มีรายละเอียดเครื่องหรือข้อตกลงให้เธอรับงาน เยว่ชิงจึงขอให้ผู้ดูแลมาคุยเรื่องการตรวจและการเข้าถึงแทนการรับปากซ่อมให้เสร็จทันที

วันหยุดที่เธอกำลังจะจัดอาจไม่ว่างอย่างที่คิด แต่คืนนี้ เธอจะให้กระดาษในคลังเป็นสิ่งที่ได้ดูจริงแล้ว และให้คำตอบที่เหลือรออยู่ในช่องของมัน

กลับสารบัญนิยาย

นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI