Ajustes de leitura

ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · Capítulo 23

ตอนที่ 23 — จังหวะของสองคน

Tradução pendente. Exibindo o original tailandês.

เยว่ชิงลองยกกล่องเครื่องมือสองครั้ง แล้ววางกลับลงที่เดิม

บ่ายวันที่ยี่สิบเก้าเมษายน งานออกตรวจนาฬิกาที่ห้องเย็บผ้าท้ายตลาดยังเป็นเพียงนัดที่ต้องจัดให้ลงตัว นางเลือกของใส่กล่องแล้วเอาออกใหม่ ไขควง คีม แว่นขยาย น้ำมัน และผ้ารองรวมกันดูไม่มากนัก จนต้องคิดว่าจะถือไปตลอดทางอย่างไร

หากใช้แขนทั้งสองยกกล่อง นางก็ไม่มีมือหยิบสมุดนัดหมาย หากแยกเป็นสองถุง ของเล็กจะกระแทกกัน และนางยังไม่รู้ว่าที่ห้องทำงานมีโต๊ะว่างหรือไม่

นางกำลังเขียนคำถามเพิ่มลงกระดาษเมื่อเฉินจิ้งโจวหยุดที่ประตู

“ข้าเข้ามาได้หรือไม่”

เยว่ชิงเงยหน้า “เข้ามาสิ ท่านเพิ่งเลิกงานหรือ”

เขาพยักหน้า ก่อนมองกล่องเปิดอยู่บนโต๊ะ “จะออกไปที่ไหน”

“ห้องเย็บผ้าท้ายตลาด เขามาติดต่อเช้านี้ นาฬิกาแขวนเรือนใหญ่ ข้าจะไปดูที่นั่นก่อน”

จิ้งโจวไม่ได้ยื่นมือหยิบกล่องทันที เขาวางถุงของตนลงข้างเก้าอี้แล้วฟังนางอธิบายว่าคนติดต่อบอกช่วงที่หัวหน้าห้องอยู่ไว้ และนางจะไปตกลงเวลาอีกครั้งก่อนปิดร้าน

“ข้าช่วยถือได้ หากเป็นพรุ่งนี้เช้า” เขาบอก “ช่วงบ่ายข้าต้องไปทำงานของข้า”

เยว่ชิงมองกล่องแล้วมองเขา “ข้ายังไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานเท่าไร”

“ถ้าเจ้ายังตรวจไม่เสร็จตอนข้าต้องกลับ ก็ให้ข้าช่วยเฉพาะขาไปได้”

คำตอบนั้นทำให้สิ่งที่นางกำลังคิดยากดูเล็กลง

เขาไม่ได้เสนอว่าจะอยู่จนทุกอย่างเสร็จ ไม่ได้ทำให้นางต้องรีบเสร็จเพราะเกรงใจ ความช่วยเหลือมีเวลาของมัน และนางสามารถจัดงานของตนรอบเวลานั้นได้

“เช่นนั้นข้าขอให้ท่านช่วยถือกล่องนี้ ส่วนถุงผ้ากับสมุดข้าถือเอง ข้าจะไปถามให้ชัดว่ามีโต๊ะว่างและคนช่วยยกนาฬิกาลงหรือไม่”

“ตกลง”

เขาลองจับหูหิ้วเมื่อได้รับอนุญาต ยกขึ้นเพียงนิดเดียวแล้ววางลง

“เชือกที่รัดข้างนี้ขาดไปเส้นหนึ่ง”

เยว่ชิงก้มดู รอยเก่าซ่อนอยู่ตรงมุมไม้ นางเคยใช้กล่องอยู่ในร้านจนไม่ได้นึกถึงการเดินบนถนนขรุขระ

“ข้ามีเชือกใหม่”

จิ้งโจวรอให้นางเอามา นางเป็นคนจัดตำแหน่งของในกล่อง เขาช่วยรัดตรงส่วนที่นางชี้ ไม่เปิดถาดอื่นดูว่ามีสิ่งใดอยู่ข้างใต้

ระหว่างทำงาน เยว่ชิงบอกเรื่องถอนหมั้นเมื่อวันที่ยี่สิบหกด้วยน้ำเสียงธรรมดากว่าที่คาดไว้

มือจิ้งโจวหยุดเพียงครู่เดียว

“เจ้าต้องการให้ข้าช่วยเรื่องอะไรหรือ”

“เรื่องกล่องนี้” นางตอบ “เรื่องอื่นข้าจัดการแล้ว หากมีอะไรที่ต้องถาม ข้าจะถามท่านเอง”

เขาพยักหน้าและดึงปมให้แน่นต่อ

นางรอดูว่าเขาจะยิ้มอย่างผู้ชนะหรือถามว่าตอนนี้นางคิดกับเขาอย่างไร แต่เขาเพียงลองหูหิ้วอีกครั้ง แล้วถามว่าเชือกเสียดสีขอบกระดาษหรือไม่

ความเงียบนั้นไม่เหมือนความเงียบที่ใช้ลงโทษคน

มันเหลือพื้นที่ให้นางอยู่ได้

ก่อนเขากลับ นางถามสั้น ๆ ว่าเรื่องเส้นทางไปซวงเหอที่เคยฝากถามมีคำตอบหรือยัง จิ้งโจวบอกว่ายังไม่มีที่อยู่ซึ่งเขายืนยันได้ เขาจะไม่เติมเลขบ้านให้ครบเพียงเพื่อให้นางส่งจดหมายออกไปได้

เยว่ชิงรับฟัง เก็บคำถามไว้ในส่วนของมัน แล้วปิดฝากล่องเครื่องมือ

นางยังต้องหาคำตอบเรื่องพ่อ แต่วันพรุ่งนี้นางก็ยังต้องออกไปทำงานเช่นกัน


เช้าวันที่สามสิบเมษายน ฟ้าเป็นสีเทาอ่อน เยว่ชิงกินข้าวก่อนเปิดประตู นางได้ไปคุยที่ห้องเย็บผ้าเมื่อเย็นวานแล้ว ตกลงไปตรวจช่วงเช้า มีโต๊ะว่างและคนของห้องช่วยยกของ แต่หากพบว่าต้องซ่อมมาก นางต้องแจ้งราคากับหัวหน้าห้องก่อนเริ่ม

นางติดกระดาษบอกเวลาออกตรวจกับช่วงกลับไว้ด้านในกระจก แจ้งป้าหวงข้างร้านว่าใครมาฝากของให้กลับมาเมื่อนางอยู่ ไม่ฝากให้ป้ารับเครื่องหรือเงินแทน

จิ้งโจวมาตามเวลา เสื้อทำงานสีน้ำเงินเข้มของเขายังมีรอยยับที่ข้อศอก นางส่งกล่องซึ่งปิดเรียบร้อยให้เขา แล้วล็อกประตูด้วยกุญแจของตน

แรก ๆ เยว่ชิงเดินเร็วเพราะกลัวไปสาย จิ้งโจวตามอยู่ข้างหลังครึ่งก้าว พอพ้นร่องข้างถนนนางจึงหันมอง

“หนักเกินไปหรือ”

“ไม่หนักเกินไป แต่ทางนี้มีหลุมอยู่ข้างหน้า”

นางมองตามแล้วผ่อนฝีเท้า เขาขยับมาเดินข้างกัน กล่องไม้ไม่แกว่งชนขาของนาง

จิ้งโจวถือกล่องเครื่องมือ เดินเคียงเยว่ชิงไปตรวจนาฬิกาที่ห้องเย็บผ้า
จิ้งโจวถือกล่องเครื่องมือ เดินเคียงเยว่ชิงไปตรวจนาฬิกาที่ห้องเย็บผ้า

“ปกติท่านเดินเร็วเท่านี้หรือ” นางถาม

“เร็วกว่านี้เล็กน้อย”

“ข้าก็เหมือนกัน”

เขามองถุงที่นางถือ “วันนี้เจ้าถือของซึ่งแตกได้”

เยว่ชิงหลุดยิ้ม “เช่นนั้นเราเดินช้าทั้งคู่ด้วยเหตุผลเดียวกัน”

จิ้งโจวไม่ตอบทันที แต่ปลายปากยกขึ้นนิดหนึ่ง

พวกนางผ่านร้านขายเชือก ร้านชาที่เพิ่งตั้งเตา และรถเข็นผักซึ่งจอดกินพื้นที่ครึ่งทาง ไม่มีใครต้องรีบก้าวตามใคร เมื่อถึงจุดแคบ เขาถามว่านางจะเดินด้านใดก่อน ไม่ใช้มือผลักหลังให้นางหลบไปตามที่ตนคิด

เยว่ชิงเคยเดินข้างคนที่เร่งอยู่ตลอดเวลา เคยถูกบอกว่านางช้าแม้ต้องถือของหนักกว่าคนอื่น ในความทรงจำเหล่านั้นนางมีหน้าที่ตามให้ทัน

วันนี้นางไม่ต้องพิสูจน์ความอดทนด้วยการไม่พูดว่าข้อมือเมื่อย

“ข้าขอเปลี่ยนถุงไปอีกมือก่อน”

จิ้งโจวหยุดรอ

เป็นเรื่องเล็กเสียจนเมื่อก่อนนางอาจไม่คิดว่าควรจดจำ

แต่พอเขายืนรอโดยไม่ถอนหายใจ นางกลับจำได้ชัดกว่าถ้อยคำใหญ่โตหลายคำที่เคยได้ยิน

ห้องเย็บผ้าอยู่เหนือร้านผ้าท้ายตลาด ต้องขึ้นบันไดไม้ช่วงสั้น ๆ เสียงจักรเหยียบดังเป็นจังหวะจากด้านใน หญิงที่มาติดต่อเปิดประตูให้และพาไปหาหัวหน้าห้อง

เยว่ชิงแนะนำตัว บอกว่าจิ้งโจวมาช่วยขนเครื่องมือ แล้วถามเจ้าของงานถึงอาการนาฬิกาโดยตรง

เรือนไม้สีเข้มแขวนอยู่บนผนังข้างหน้าต่าง ยาวกว่านาฬิกาที่นางยกได้อย่างมั่นคงคนเดียว หน้าปัดกลมอยู่ด้านบน ช่องกระจกยาวด้านล่างมองเห็นลูกตุ้มทองเหลือง ไม่มีรอยหรือหมายเลขใดทำให้นางนำมันไปผูกกับนาฬิกาของถังเซิ่ง

นี่เป็นงานของลูกค้าคนใหม่ นางต้องตรวจจากสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

หัวหน้าห้องบอกว่ามันเดินคลาดไปหลังย้ายตำแหน่งเพื่อให้ช่างที่นั่งแถวหลังมองเห็นเวลา บางครั้งหยุด แต่พอขยับเรือนก็เดินอีก คนในห้องจึงผลัดกันโยกมันจนไม่แน่ใจว่าควรตั้งอย่างไร

เยว่ชิงมองตำแหน่งแขวนก่อนแตะตัวเครื่อง ผนังส่วนนี้ไม่เรียบ ขอบเรือนด้านหนึ่งห่างผนังกว่าอีกด้าน และแผ่นไม้รองจุดแขวนมีรอยเคลื่อน

นางขอให้หยุดเขย่าทดสอบ แล้วถามว่าตกลงให้ยกลงตรวจบนโต๊ะหรือไม่

เมื่อหัวหน้าห้องอนุญาต คนของห้องนำพื้นที่ว่างให้ จิ้งโจวช่วยประคองส่วนล่างกับคนที่รับด้านบน เยว่ชิงคอยดูทิศของลูกตุ้มและจุดจับ นางไม่ได้พยายามรับน้ำหนักทั้งเรือนเพียงเพราะเป็นผู้รับงาน

พอยกลงเรียบร้อย นางให้ประคองเรือนตั้งมั่นคงแล้วตรวจแผ่นรองกับจุดแขวน ไม่รีบเปิดเครื่องและเปลี่ยนเฟืองเพื่อให้งานดูยากสมค่าแรง

จิ้งโจววางกล่องบนเก้าอี้ตามที่นางชี้ แล้วถอยไปยืนด้านที่ไม่บังแสง

“ส่งแว่นขยายให้ข้าหน่อย”

เขาหยิบจากช่องที่นางบอก ยื่นด้ามให้นางจับได้ถนัด

เยว่ชิงตรวจแผ่นรองจุดแขวนนาฬิกาในห้องเย็บผ้า ขณะที่จิ้งโจวรอช่วยข้างกล่องเครื่องมือ
เยว่ชิงตรวจแผ่นรองจุดแขวนนาฬิกาในห้องเย็บผ้า ขณะที่จิ้งโจวรอช่วยข้างกล่องเครื่องมือ

รอยหลวมของแผ่นรองไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่าเครื่องด้านในไม่มีปัญหา แต่มันเป็นสิ่งที่ต้องแก้ก่อนจึงจะตั้งเครื่องทดสอบได้อย่างมีความหมาย เยว่ชิงอธิบายให้หัวหน้าห้องฟังว่า หากตำแหน่งแขวนเอียง พวกนางจะคอยเขย่าช่วยมันโดยไม่รู้ว่าเครื่องเดินได้จริงหรือเพียงถูกกระตุ้นเป็นพัก ๆ

“เจ้าซ่อมจุดแขวนด้วยได้หรือไม่”

“ข้าปรับการตั้งนาฬิกาได้เจ้าค่ะ แต่ส่วนไม้ที่ยึดกับผนังควรให้ช่างของห้องทำให้มั่นคง ข้าไม่อยากรับรองน้ำหนักบนจุดที่ไม่ได้เป็นคนซ่อมเอง หากพร้อมแล้วข้าจะมาตั้งและทดสอบอีกครั้ง”

หัวหน้าห้องเรียกคนดูแลงานไม้เข้ามา ฟังทั้งสองฝ่ายตกลงว่าต้องเตรียมอะไร เยว่ชิงจดส่วนที่ตนจะทำและค่าตรวจวันนี้ แยกจากงานยึดไม้ซึ่งห้องต้องจัดการเอง

งานไม่ได้กลายเป็นการซ่อมใหญ่ในเช้าเดียว แต่หัวหน้าห้องไม่ผิดหวังอย่างที่เยว่ชิงเคยกลัว เขากลับโล่งใจที่ไม่มีใครบอกให้ซื้อเครื่องใหม่ทันที

ก่อนจัดเก็บ นางถอดลูกตุ้มวางในตำแหน่งปลอดภัยแล้วให้เก็บเรือนนาฬิกาไว้ด้วยกัน ไม่แขวนกลับตรงจุดเดิมจนกว่าส่วนรองจะพร้อม เจ้าของรับข้อตกลง นัดแจ้งนางเมื่อทำส่วนไม้เสร็จ ชำระเฉพาะค่าตรวจที่ตกลงในวันนี้ แล้วเก็บนาฬิกาไว้กับห้อง ไม่ได้ส่งให้นางถือกลับร้าน

เมื่อเยว่ชิงเช็ดเครื่องมือเก็บเข้ากล่อง นางหันไปเห็นจิ้งโจวยืนดูคนยกผ้าอยู่ริมประตู เขาไม่ได้สอดแทรกคำอธิบายของนาง ไม่ได้ตอบคำถามแทนแม้ตนเป็นช่างตรวจเครื่องจักร

นางไม่ต้องออกแรงปกป้องงานของตนจากคนที่มาช่วย


ตอนลงบันได จิ้งโจวถามว่านางอยากให้เขาถือกล่องต่อถึงร้านหรือแยกกันตรงตลาด เพราะยังเหลือเวลาก่อนงานช่วงบ่ายของเขา

“ถึงร้านได้หรือ ข้าจะได้เก็บของก่อน”

“ได้”

เขาเดินกลับข้างนางด้วยฝีเท้าเดิม คราวนี้เยว่ชิงไม่เร่งตั้งแต่ก้าวแรก

ลมเย็นพัดจากปลายถนน พ่อค้าบางคนเริ่มยกผ้าเข้าชายคา นางมองเมฆที่หนาขึ้นแล้วนึกได้ว่าป้ายไม้หน้าร้านยังอยู่ด้านใน ไม่ต้องรีบกลับไปช่วยหมึกจากฝน

“ข้าอยากเลี้ยงบะหมี่ท่านก่อนกลับ” นางบอก

จิ้งโจวมองร้านตรงหัวมุม “เจ้ากินมื้อเช้าแล้วใช่ไหม”

“กินแล้ว ไม่ได้ใช้คำว่าเลี้ยงท่านแทนการกินข้าวของข้า”

เขาหัวเราะเบา ๆ เป็นเสียงสั้นที่นางแทบไม่เคยได้ยิน

“ถ้าเช่นนั้นข้ารับ แต่มันไม่ต้องเป็นค่ากล่อง”

เยว่ชิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เป็นมื้อเที่ยงของคนสองคนที่พอดีว่างตรงกันได้หรือไม่”

“ได้”

พวกนางเอาเครื่องมือกลับร้านก่อน เยว่ชิงเก็บทุกชิ้น ตรวจหูหิ้วแล้วล็อกประตูอีกครั้ง จึงเดินไปกินบะหมี่โดยไม่มีของลูกค้าหรือหลักฐานอยู่ใต้โต๊ะ

นางเคยคิดว่าการรับความช่วยเหลือหมายถึงต้องยอมให้ผู้ช่วยเข้ามาตัดสินชีวิตส่วนอื่นด้วย แต่จิ้งโจวไม่ได้ถือกุญแจเพราะถือกล่องให้นาง เขาวางกล่องเมื่อถึงที่ แล้วเดินข้างนางเมื่อได้รับคำชวน

ระหว่างรออาหาร นางถามว่าเขาชอบกินเผ็ดหรือไม่

“ชอบ แต่ไม่มากเท่าที่ร้านนี้ใส่ให้คนอื่น”

เยว่ชิงมองชามของเขาที่เพิ่งมาถึง “ข้าบอกให้ทำตามปกติ ท่านจะให้เปลี่ยนไหม”

“ข้าขอเติมน้ำซุปอีกหน่อยก็ได้”

เขาเรียกคนขายและขอเอง ไม่มีใครต้องเดารสนิยมจากสีหน้าเงียบ ๆ ของอีกฝ่าย เยว่ชิงตักเส้นขึ้นแล้วรู้สึกว่าอาหารมื้อนี้ง่ายกว่าหลายมื้อที่เคยนั่งร่วมโต๊ะกับคนรู้จักกันมานาน

พอแยกกันหน้าร้าน นางขอบคุณเรื่องกล่อง จิ้งโจวบอกว่าหากมีงานครั้งต่อไปให้ถามเวลาของเขาก่อน เช่นเดียวกับวันนี้

นางไม่สัญญาว่าจะถามทุกครั้ง เพียงพยักหน้า

“แล้วท่านก็ถามข้าได้ หากมีอะไรที่ข้าช่วยเป็น”

“ข้าจะจำไว้”

หลังเขาเดินไป เยว่ชิงเปิดประตูร้าน เอาป้ายชื่อออกผูกดังเดิม และจดงานห้องเย็บผ้าไว้ในช่องรอแจ้งนัด ไม่ปะปนกับของที่รับเข้าร้านแล้ว

ฝนเม็ดแรกตกบนขอบหน้าต่างตอนนางเขียนบรรทัดสุดท้าย

นางยกกล่องเครื่องมือไปเก็บเอง คราวนี้รู้ว่าหูหิ้วแน่นดี และรู้ด้วยว่าความเข้มแข็งของตนไม่จำเป็นต้องวัดจากจำนวนของที่แบกได้เพียงลำพัง

กลับสารบัญนิยาย

นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI