읽기 설정

ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · 118화

ตอนที่ 118 — ความรักที่ไม่มีผู้มีพระคุณ

번역이 아직 준비되지 않아 태국어 원문을 표시합니다

วันที่แปดพฤษภาคม เยว่ชิงนำซองที่เขียนเมื่อคืนไปส่งผ่านจุดรับฝากข้อความซึ่งนางกับจิ้งโจวเคยตกลงใช้กัน

นางไม่ได้สอดไว้ในงานตรวจของเขา ไม่เปิดถามคนร่วมงานว่าเมื่อไรเขาจะอ่าน และไม่ได้ขอให้ใครรับรองว่าเขาต้องมา

คำตอบกลับมาทางเดิมในเย็นนั้น จิ้งโจวบอกว่าเขาจัดงานของตนแล้ว พบกันหลังเลิกงานวันที่เก้าได้ แต่ต้องกลับที่พักให้ทันเวลาของหน่วยงาน

เยว่ชิงส่งคำยืนยันสถานที่และเวลาสั้น ๆ กลับ นางก็มีเวลาเดินทางของตนซึ่งต้องนับด้วย ไม่ใช่มีเพียงคนหนึ่งคอยตัดงานเพื่อให้การนัดดูโรแมนติก

ทั้งสองเลือกแผงชาที่เปิดอยู่ริมถนนสาธารณะ โต๊ะเล็กใต้ผ้าใบไม่ต้องมีคนจัดห้องให้เป็นพิเศษ และทางกลับของทั้งคู่ไปต่อได้สะดวก

เมื่อนางมาถึงในเย็นวันที่เก้า จิ้งโจวอยู่ตรงที่นัดแล้ว

เขาลุกขึ้นทัก ไม่ยื่นมือมาหยิบกระเป๋าจากนางโดยอัตโนมัติ

“วันนี้น้ำหนักไม่มากค่ะ” เยว่ชิงบอกเมื่อเห็นสายตาเขามองสายกระเป๋า

“เช่นนั้นข้าช่วยเลื่อนเก้าอี้ให้ได้ไหม”

“ได้ค่ะ”

คำขอเล็ก ๆ ไม่ทำให้ทั้งสองต้องย้อนอธิบายเหตุผลของการถามทุกครั้ง เยว่ชิงนั่งลงแล้ววางกระเป๋าข้างเก้าอี้ จิ้งโจวเลือกที่ตรงข้าม

เจ้าของแผงถามว่าจะดื่มอะไร ทั้งสองสั่งตามที่ตนต้องการแล้วตกลงแบ่งจ่ายส่วนของตน ไม่มีใครใช้การเป็นคนเชิญเพื่อประกาศว่าจะต้องจ่ายทุกอย่างตั้งแต่มื้อนี้ไป

จิ้งโจวรอจนเจ้าของแผงเดินไป

“เรื่องที่ไปหาพ่อ เจ้าจะเล่าหรืออยากคุยเรื่องอื่นก่อน”

เยว่ชิงมองเขาครู่หนึ่ง

เขาไม่ได้ถามว่าพ่อรับรู้แล้วใช่ไหม ไม่ได้ถือว่าการที่นางไปถึงที่ฝังจะทำให้ทุกคำซึ่งเขาเคยพูดเรื่องความเจ็บเป็นจริงขึ้นทันที

“แม่ได้พูดส่วนของแม่ ข้าก็ได้อยู่ส่วนของข้าค่ะ”

“แม่เหนื่อยมากไหม”

“เราพักระหว่างทาง แล้วกลับมาทันเวลาพักของแม่ ข้าไม่ได้ให้แม่พูดให้ข้าฟังทั้งหมด”

จิ้งโจวพยักหน้า เขาถามเรื่องการเดินทางกลับตามที่นางเล่าได้ แล้วหยุด ไม่ขอให้เยว่ชิงนำทุกคำที่กล่าวกับพ่อมาแลกกับความห่วงใยของเขา

ความทรงจำเรื่องชีวิตอีกครั้งหนึ่งยังอยู่กับนางเพียงคนเดียว

นางมาพบเขาเพื่อเลือกอนาคต ไม่ใช่เพื่อหาคนมาเป็นพยานรับรองอดีตซึ่งผู้อื่นตรวจไม่ได้

“ข้าอยากคุยเรื่องเราค่ะ” นางกล่าว

เขาวางถ้วยลง

“ข้าก็อยากคุย”

ก่อนนางจะพูดต่อ จิ้งโจวกลับถามสิ่งที่ทำให้เยว่ชิงต้องนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง

“เจ้าคิดว่าถ้าเรื่องของพ่อจบแล้ว เราต้องตัดสินใจทุกอย่างให้จบตามไปด้วยหรือไม่”

นางมองถ้วยของตน ก่อนส่ายหน้า

“ข้าเคยกลัวว่าจะขอเวลาอีกไม่ได้ ถ้ามีใครเห็นว่าข้าพ้นเรื่องหนักแล้ว แต่ข้าไม่อยากทำอย่างนั้นกับเรา”

“ข้าก็ไม่อยากให้เจ้าตอบเพราะวันนี้ไม่มีข้ออ้างอื่นเหลือ”

เยว่ชิงเงยหน้ามองเขา

ถ้อยคำนี้ไม่ใช่การถอยหนีคำถาม เขายังนั่งอยู่ตรงหน้า พร้อมพูดถึงสิ่งที่ตัวเองต้องการ ไม่ใช่ยกสิทธิ์ทั้งหมดให้นางเพราะเกรงว่าจะกลายเป็นผู้ชายอีกคนซึ่งทำให้นางเจ็บ

เยว่ชิงกับจิ้งโจวคุยกันที่แผงชาสาธารณะหลังทั้งสองยืนยันเวลาซึ่งสะดวก
เยว่ชิงกับจิ้งโจวคุยกันที่แผงชาสาธารณะหลังทั้งสองยืนยันเวลาซึ่งสะดวก

“ข้าอยากมีบ้านที่เลือกกับเจ้าค่ะ” เยว่ชิงพูดในที่สุด

จิ้งโจวไม่ได้รีบล้วงกุญแจออกมาจากกระเป๋า

“หมายถึงเริ่มดูทางที่จะอยู่ด้วยกัน หรือเจ้าตัดสินใจแล้วว่าเมื่อไรจะย้าย”

นางยิ้มบาง ๆ เพราะคำถามทำให้เห็นว่าประโยคของตนยังไม่ชัดพอ

“เริ่มดูทางค่ะ ข้ายังไม่ได้มีสัญญาเช่าหรือวันย้ายที่อยากให้เจ้ารับปากตาม”

“ข้าอยากอยู่กับเจ้า” เขาตอบ “แต่ข้าก็ยังมีงานและกำหนดที่พักซึ่งต้องจัดให้ถูก ข้าไม่อยากพูดว่าได้แล้วปล่อยให้เจ้าหาทางให้ทุกอย่าง”

เยว่ชิงรับฟัง ไม่ได้แปลความระวังนั้นว่าเขารักน้อยลง

นางถามว่าเขาต้องตรวจเรื่องใดก่อน เขาบอกตามส่วนของตน งานที่ทำอยู่ การเปลี่ยนที่พัก และเวลาซึ่งจะเดินทางกลับได้โดยไม่อาศัยผู้อื่นทำงานแทน

จากนั้นเขาถามเรื่องนาง

เยว่ชิงยังมีห้องที่เช่าไว้กับซ่งเหม่ยอัน มีงานประจำ มีงานรับซ่อมที่เลือกขอบเขตตามเวลา และเงินเก็บจากรายได้ที่ตนมีจริง

“ข้าจะไม่เอาเงินที่ยังอยู่ในเรื่องติดตามมาเขียนเป็นเงินตั้งบ้านค่ะ เงินสามพันหยวนไม่ใช่ยอดที่ข้าจะหยิบใช้ได้เพราะชื่อร้านเคยถูกเขียนแทนคนรับ”

จิ้งโจวตอบว่าเรื่องเงินของเขาก็จะนับจากสิ่งที่มีและภาระของตน ไม่ใช่เขียนตัวเลขว่าจะหาได้ก่อนที่งานนั้นเกิด

นางถามว่าจะทำบัญชีรวมทั้งหมดเลยหรือไม่

“ส่วนที่ตกลงใช้ร่วมกันลงร่วมได้” เขาตอบ “แต่ข้าอยากให้เจ้ามีส่วนของเจ้า และข้ามีส่วนของข้า เราไม่ควรต้องขอเงินค่ารถทุกครั้งเหมือนทำใบเบิกให้ผู้ควบคุมคนหนึ่ง”

เยว่ชิงนึกถึงชีวิตซึ่งเคยเชื่อว่าการยกทุกอย่างให้คนรักเป็นหลักฐานว่ารักจริง

นางไม่จำเป็นต้องเล่าเรื่องนั้นให้เขาฟังเพื่อกล่าวคำตอบปัจจุบัน

“ข้าอยากให้เป็นอย่างนั้นค่ะ”

จิ้งโจวเงียบไปแล้วกล่าวต่อ

“แต่ข้าก็ไม่ได้ชำนาญทุกอย่างเกี่ยวกับการอยู่ร่วมกัน ข้าอาจคำนวณเวลางานตัวเองดี แล้วลืมดูเวลาที่เจ้าต้องใช้กับงานของเจ้า ถ้าเป็นเช่นนั้น เจ้าบอกข้าได้”

“เจ้าก็บอกข้าได้ค่ะ”

“บอกแล้วเราต้องฟังจริง ไม่ใช่ตอบว่าข้าถามแล้ว เจ้าจึงไม่มีสิทธิ์ไม่พอใจอีก”

เยว่ชิงหัวเราะเบา ๆ แล้วพยักหน้า

ความรักของนางไม่จำเป็นต้องได้ผู้ชายที่ไม่เคยผิดพลาด จึงจะต่างจากชีวิตเดิม

สิ่งที่ต่างได้คือเมื่อเกิดความผิด ไม่มีคนหนึ่งใช้ความดีครั้งก่อนปิดปากอีกคนตลอดไป

ชาถูกเติมน้ำตามที่เจ้าของแผงถาม เยว่ชิงเลื่อนถ้วยให้ แล้วกลับมาถามสิ่งที่ค้างในใจ

“เจ้าคิดว่าเรามาถึงตรงนี้เพราะเรื่องวันน้ำหลากมากแค่ไหน”

จิ้งโจวมองนางอย่างจริงจัง

“วันนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ข้าจะไม่บอกว่ามันไม่มีความหมายเพื่อให้คำตอบวันนี้ฟังง่าย”

เขาไม่ได้อ้างว่าตนไม่เคยช่วยใครหรือไม่อยากได้คำขอบคุณเลย

“แต่ข้าไม่เคยมีสิทธิ์กำหนดว่าเมื่อช่วยแล้วเจ้าต้องเลือกข้า หากเจ้าปฏิเสธในวันถัดมา สิ่งที่ข้าทำวันนั้นก็ยังเป็นสิ่งที่ควรทำอยู่”

เยว่ชิงวางนิ้วบนขอบถ้วย

นางจำบาดเจ็บ น้ำเย็น และแรงที่พาตนพ้นอันตรายได้ การขอบคุณไม่ได้จำเป็นต้องถูกลบเพื่อให้การเลือกเป็นอิสระ

“ข้าขอบคุณเจ้า และข้าก็เลือกเจ้า” นางพูด “สองอย่างนี้อยู่ด้วยกันได้ แต่ข้าไม่อยากให้การขอบคุณเป็นยอดค้างซึ่งต้องจ่ายด้วยทุกวันของข้า”

“ข้าไม่อยากรับชีวิตของเจ้ามาเป็นค่าตอบแทน”

เขาหยุดก่อนกล่าวส่วนที่ไม่ใช่คำสวย

“และถ้าวันไหนข้าพูดเหมือนตนมีสิทธิ์มากกว่านั้น เจ้าต้องไม่เก็บเงียบเพียงเพราะกลัวทำให้ข้าเสียใจ”

นางรับคำ แล้วถามเขาว่าในวันซึ่งไม่ได้มีอันตรายหรือแฟ้มของพ่อ เหตุใดเขาจึงยังอยากมานั่งตรงนี้

จิ้งโจวมองมือของนาง

“ข้าชอบเวลาที่เจ้าถามแล้วฟังคำตอบจริง แม้มันไม่ตรงกับสิ่งที่เจ้าคิดไว้ ข้าชอบที่เจ้ารับงานตามที่ทำได้ ไม่ยอมให้ข้าพูดแทนว่าเจ้าคงไม่เหนื่อย”

เขายิ้มขึ้นน้อยหนึ่ง

“แล้วเจ้าก็ไม่ได้คุยเรื่องงานทุกคำ เวลากินอะไรที่ชอบ เจ้ามองจานก่อนมองคนถามเสมอ”

เยว่ชิงยกคิ้ว

“ข้าเป็นอย่างนั้นหรือ”

“อย่างน้อยสองครั้งที่ข้าจำได้”

“ถ้าไม่รู้ทุกครั้ง ก็อย่าเขียนว่าเสมอค่ะ”

จิ้งโจวหัวเราะออกมา

“ตกลง แก้เป็นสองครั้งที่ข้าจำได้”

นางหัวเราะตาม ไม่ใช่เพราะทั้งคู่ต้องทำทุกถ้อยคำเป็นหลักฐาน แต่เพราะเขายอมให้เรื่องเล็กของตนถูกทักโดยไม่เปลี่ยนเป็นการตัดสินว่าคนทักไม่รู้บุญคุณ

ครั้นเขาถามกลับ เยว่ชิงไม่ตอบว่ารักเพราะเขาดีที่สุดในโลก

“ข้าชอบที่เจ้ามีสิ่งที่อยากทำของตัวเองค่ะ ข้าชอบที่ข้าบอกว่าไม่สะดวกแล้วเจ้ายังกลับมาคุยครั้งหน้า ไม่ทำให้วันนั้นกลายเป็นการลงโทษ”

นางมองรอยเก่าที่คิ้วขวาของเขาแล้วพูดต่อ

“และข้าชอบเวลาที่เจ้าไม่รู้ก็บอกว่าไม่รู้ ไม่ให้ข้าเดินไปใช้ชื่อเจ้ายืนยันเกินกว่าที่เจ้ารู้จริง”

ความรู้ของเขาเรื่องพ่อเคยมีขอบเขต เขาไม่จำเป็นต้องเพิ่มมันขึ้นเพื่อเป็นคนที่คู่ควรกับคำรัก

คนหนึ่งอยากทำงานของตนให้ดี อีกคนอยากฟังเรื่องที่ไม่ได้เกี่ยวกับงาน ทั้งคู่ไม่ต้องเป็นประโยชน์ต่อคดีเดียวกันทุกชั่วโมงจึงจะอยู่ร่วมโต๊ะได้

เมื่อชาหมด ทั้งสองดูเวลาซึ่งตกลงไว้ จ่ายส่วนของตนตามที่คุยแล้วออกเดินต่อช่วงสั้นในที่สาธารณะ

เยว่ชิงไม่ได้จงใจเดินผ่านประตูห้องเช่าเพื่อให้เขาเดาว่าคืนนี้นางอนุญาตอะไร

การคุยบ้านในอนาคตไม่ใช่การอนุญาตให้เข้าไปใช้บ้านปัจจุบันของอีกคนโดยไม่ถาม

ริมทางที่มีเงาไม้ จิ้งโจวพูดขึ้น

“เจ้าอยากทำงานของเจ้าที่บ้านแบบไหน”

นางบอกว่าอยากได้แสงข้างที่ไม่ทำให้ต้องบังงานด้วยเงามือ ที่เก็บชิ้นส่วนปิดได้ และโต๊ะที่ไม่ต้องเก็บเครื่องมือทุกครั้งเพื่อเปิดพื้นที่ให้อีกคนทำงาน

“ข้าก็อยากมีโต๊ะของข้า” เขาตอบ “ถ้าข้าทิ้งของกลางทาง เจ้าควรเตือนได้ แต่ข้าไม่อยากให้เจ้าต้องจัดงานข้าแทนทุกคืน”

เยว่ชิงหยุดเดินอยู่ครู่หนึ่ง

โต๊ะทำงานสองตัวไม่ใช่สิ่งใหญ่เท่าบ้านทั้งหลัง แต่ภาพนั้นชัดกว่าคำว่าจากนี้จะดูแลทุกอย่างซึ่งนางเคยฟังแล้วไม่มีที่วางมือของตน

“ไม่ต้องเป็นโต๊ะใหญ่ค่ะ ขอให้เป็นที่ทำงานจริง ไม่ใช่ตัวหนึ่งไว้ให้อีกคนรอ”

จิ้งโจวพยักหน้า

“เราค่อยดูว่าที่ใดวางได้โดยไม่ขวางทางเดิน”

เขาเสนอให้ทั้งสองตรวจเวลาและเงื่อนไขงานของตนก่อน แล้วค่อยนัดดูที่เช่าซึ่งมีข้อมูลแน่นอน เยว่ชิงรับ ไม่อยากเลือกห้องจากประโยคว่าค่าเช่าคงพอแล้วจ่ายมัดจำก่อนเห็นส่วนที่ใช้งานได้

นางเอื้อมมือขวาออกไป

จิ้งโจวมองมือของนาง แล้วส่งมือซ้ายมาโดยไม่ดึงให้นางเปลี่ยนทิศเดิน

เยว่ชิงจับไว้

“ครั้งนี้ข้าไม่ได้จับเพราะพื้นกำลังทรุดค่ะ”

เขายิ้ม

“ข้าก็ไม่ได้จะลากเจ้าไปทางที่ข้าเลือกคนเดียว”

มือสองข้างอยู่ด้วยกันชั่วครู่ ไม่มีแหวนใหม่ ไม่มีผู้เห็นแล้วประกาศแทนว่าทั้งสองแต่งงานกันแล้ว

มีคนสองคนเลือกอยู่ใกล้กันในเย็นที่ไม่ได้มีใครต้องได้รับความช่วยเหลือก่อน

เยว่ชิงยื่นมือขวาจับมือซ้ายของจิ้งโจวด้วยการเลือกของตนในวันที่ไม่มีอันตราย
เยว่ชิงยื่นมือขวาจับมือซ้ายของจิ้งโจวด้วยการเลือกของตนในวันที่ไม่มีอันตราย

ก่อนถึงทางแยก ทั้งสองหยุดนับสิ่งที่จะทำต่อให้ชัด

เยว่ชิงจะตรวจเงื่อนไขที่พักและค่าใช้จ่ายของตน จิ้งโจวจะตรวจเรื่องงานกับที่พักของตนเช่นกัน การได้ข้อมูลไม่ได้บังคับให้คนหนึ่งเซ็นตามอีกคน

นางถามเขาตรง ๆ ว่าคำว่าบ้านด้วยกันรวมการแต่งงานซึ่งทั้งสองต้องพูดด้วยตนเองหรือไม่

“สำหรับข้า รวม” เขาตอบ “ข้าอยากแต่งงานกับเจ้า แต่ไม่อยากเอาคำขอแต่งงานมาทำให้คำถามเรื่องเงินกับงานถามต่อไม่ได้”

เยว่ชิงมองหน้าเขา

“ข้าก็อยากแต่งงานกับเจ้า เราจัดเรื่องที่ต้องจัดก่อน แล้วบอกครอบครัวตามที่เราตกลง ไม่ใช้คำตอบนี้ไปนัดพิธีโดยอีกคนยังไม่รู้”

เขารับคำ

การตอบรับทำให้หัวใจนางเต้นเร็วขึ้นโดยไม่ต้องมีของราคาแพงอยู่ในมือ

นางไม่รู้ล่วงหน้าว่าการอยู่ด้วยกันจะง่ายทุกวันหรือไม่ สิ่งที่จำจากชีวิตก่อนก็ไม่ได้มอบความรู้เรื่องชีวิตที่เลือกใหม่กับคนนี้ทั้งหมดให้นาง

แต่ความไม่รู้ไม่ได้เหมือนกับการปิดตาให้คนอื่นจูง

ทั้งคู่ยังมีคำถามที่ถามได้และสิ่งที่ต้องยอมรับหากคำตอบไม่พอ

จิ้งโจวถามว่านางต้องการให้เขาช่วยส่งข่าวถึงแม่หรือไม่

“ข้าจะคุยกับแม่เองก่อนค่ะ ส่วนที่เจ้าจะพูดกับแม่ เราคุยกันแล้วค่อยนัดตามเวลาของแม่”

“ได้”

เขาไม่ได้ขอให้แม่ยินยอมแทนนาง และนางไม่ได้อ้างว่าแม่เพิ่งไปหาพ่อแล้วคงเห็นชอบกับทุกการเปลี่ยนแปลง

ข่าวของสองคนควรเดินไปถึงอีกคนอย่างข่าว ไม่ใช่กลายเป็นคำสั่งจากผู้ตายหรือหนี้จากผู้ช่วยชีวิต

ตรงทางแยก เยว่ชิงปล่อยมือ

จิ้งโจวยังต้องกลับที่พักของตน นางก็ต้องกลับห้องของตน ทั้งสองตกลงช่องทางส่งข่าวเรื่องเวลาครั้งหน้า แล้วกล่าวลา

เขาไม่ได้เรียกนางกลับเพราะคำว่าอยากแต่งงานทำให้การแยกทางคืนนี้ดูผิด

นางไม่ได้ต้องขอให้เขาตามมาถึงหน้าห้องเพื่อให้คำตอบของตนดูจริงจัง

ทั้งสองแยกทางกลับที่พักของตนหลังตกลงเริ่มวางแผนอนาคตร่วมกัน
ทั้งสองแยกทางกลับที่พักของตนหลังตกลงเริ่มวางแผนอนาคตร่วมกัน

ที่ห้องเช่า เยว่ชิงยังต้องยกมุมประตูเล็กน้อยให้กุญแจหมุนตามปัญหาเดิม

ความสุขในเย็นนี้ไม่ได้ซ่อมบานประตูให้เสร็จ และจิ้งโจวไม่ได้แอบเข้ามาทำไว้เพื่อให้ตนเป็นผู้มีพระคุณคนใหม่

นางเปิดเข้าไป วางกระเป๋า แล้วนำสมุดค่าใช้จ่ายออกมา

ตัวเลขที่นับได้เป็นเงินของตนตามรายได้จริง ภาระซึ่งต้องกันไว้ไม่ถูกลบเพราะนางอยากเริ่มชีวิตร่วมให้เร็ว

นางเขียนความต้องการเรื่องโต๊ะและที่เก็บงานไว้ข้างกัน ไม่วาดโต๊ะของเขาให้เล็กกว่าของตนเพื่อแก้ภาพชีวิตเก่าด้วยการเปลี่ยนคนที่เสียพื้นที่

เมื่อเขียนเสร็จ นางร่างข่าวถึงแม่ตามที่จะส่งในช่องทางปกติ

ข้าและจิ้งโจวอยากแต่งงานและเริ่มจัดเรื่องอยู่ร่วมกัน ยังไม่ได้เลือกบ้านหรือกำหนดวันพิธี ข้าจะบอกเมื่อมีเรื่องที่ตกลงชัด แล้วอยากฟังว่าแม่สะดวกคุยเมื่อไร

นางอ่านอีกครั้งให้แน่ใจว่าไม่ได้เขียนเป็นคำให้แม่ต้องดีใจเพื่อประคองลูก

จากนั้นจึงปิดสมุด

เยว่ชิงไม่ต้องรอจนคดีและการติดตามทุกอย่างหมดสิ้น จึงจะมีสิทธิ์ทำบัญชีสำหรับบ้านซึ่งตนอยากอยู่

งานเหล่านั้นมีช่องทางของมัน ความรักก็มีเรื่องของคนสองคนซึ่งต้องทำจริง

นางมองที่ว่างข้างโต๊ะเล็กในห้องปัจจุบัน ก่อนดับไฟพักตามเวลา

คืนนี้ยังเป็นห้องของนางคนเดียว

แต่ภาพโต๊ะอีกตัวหนึ่งไม่ได้มาจากคนที่ยึดพื้นที่นางไป

มันมาจากคำถามซึ่งนางถาม คำตอบซึ่งเขาเลือก และพื้นที่ที่ทั้งสองยอมเว้นให้คนอีกคนยังเป็นเจ้าของชีวิตของตน

กลับสารบัญนิยาย

นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI