읽기 설정

ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · 111화

ตอนที่ 111 — ความจริงที่ไม่เหมือนคำแค้น

번역이 아직 준비되지 않아 태국어 원문을 표시합니다

เช้าวันถัดมา แม่ถามว่าจะซื้อผักอะไร

เยว่ชิงนึกคำตอบไม่ออกอยู่ครู่หนึ่ง

บนโต๊ะเล็กยังมีสมุดที่นางใช้จดคำอธิบายจากสำนักงานเมื่อคืน นางอ่านมันอีกครั้งก่อนนอน แล้วตื่นมาพร้อมประโยคเรื่องงานที่ไม่ควรเดินต่อ แต่คำถามของแม่เป็นเรื่องอาหารกลางวันและเย็นนี้

“กะหล่ำดีไหมคะ” นางตอบในที่สุด

“เมื่อวานเพิ่งกิน”

เยว่ชิงก้มมองตะกร้าเปล่าแล้วหัวเราะเบา ๆ ครั้งหนึ่ง นางจำวันของกระดาษได้แม่นยำกว่าจำผักที่ตัวเองกิน

แม่หยิบผ้าคลุมไหล่มาพาด ตรวจประตูบ้านก่อนเดินออกไปตามกัน นางไม่ได้ขอให้ลูกแบกกล่องไม้ของพ่อไปด้วย กล่องยังอยู่ในที่ซึ่งแม่เก็บ และวันนี้ทั้งสองไม่ได้มีนัดนำของไปให้ผู้ใดตรวจ

วันที่ยี่สิบเก้ามีนาคม พ.ศ. 1981 ลมในชิงเหอยังเย็น แต่ผักที่แผงไม่ได้ถูกคลุมกันน้ำแข็งหนาเหมือนหน้าหนาว

แม่เลือกต้นหอมเอง ถามราคาแล้วคิดจำนวนที่จะกินทัน เยว่ชิงรับถุงผ้าที่ใส่ของ ส่วนแม่ถือมัดเล็กซึ่งนางบอกว่าถือได้

ทางกลับบ้านแคบอยู่ช่วงหนึ่ง เยว่ชิงเดินช้าลงให้คนผ่าน ไม่ดึงแขนแม่ข้ามพื้นต่างระดับโดยไม่บอกก่อน

แม่มองลูกแล้วถาม

“เมื่อคืนหลับไหม”

“หลับค่ะ แต่ตื่นก่อนสว่าง”

“เพราะรอหนังสือหรือ”

เยว่ชิงไม่ได้ตอบทันที

คำว่า รอ ทำให้เรื่องฟังเหมือนมีเพียงซองหนึ่งที่ยังมาไม่ถึง แต่นางรู้ว่าตนกำลังรออีกอย่างด้วย รอให้หัวใจยอมรับสิ่งที่ได้ฟังไปแล้ว

“ข้าคิดว่าพอรู้ความจริง จะรู้ด้วยว่าต้องโกรธใครเพียงคนเดียว” นางพูด

แม่เดินต่ออีกสองก้าวแล้วจึงหยุดข้างกำแพง ไม่หยุดกลางทางให้คนอื่นต้องเบียดผ่าน

“ตอนนี้รู้แล้วหรือ”

“รู้ว่าเอาทุกอย่างไปลงชื่อเดียวไม่ได้ค่ะ”

แม่ลูบปลายต้นหอมที่โผล่จากกระดาษห่อ

“แล้วคนที่ทำผิดส่วนของเขาจะหายไปไหม”

“ไม่หาย”

คำตอบนี้ออกจากปากได้เร็วกว่าที่เยว่ชิงคิด

การพบคำสั่งของหม่า จื้อเฉิงไม่ได้ทำให้รายงานที่ใช้ชื่อพ่ออย่างผิด ๆ กลับถูกต้อง การรู้ว่าชุดยึดกับส่วนคุ้มกันมีบทบาทในการบาดเจ็บไม่ได้ทำให้บัญชีที่สวีเหวินเต๋อเอามาอ้างกลายเป็นบัญชีจริง

และความผิดของเฉียวหงในส่วนจัดของกับปิดความต่างของรายการก็ไม่ได้ถูกลบ เพราะมีคนปล่อยงานเดินต่ออีกขั้นหนึ่ง

แม่พยักหน้า

“เช่นนั้นก็กลับบ้านกันก่อน ผักจะเหี่ยว”

เยว่ชิงรับคำ แล้วยกถุงขึ้นพ้นพื้นที่ชื้น

เยว่ชิงเดินกลับบ้านกับแม่หลังซื้อผักในตลาดชิงเหอ
เยว่ชิงเดินกลับบ้านกับแม่หลังซื้อผักในตลาดชิงเหอ

หลังอาหารกลางวัน แม่ไม่ได้เข้าห้องพักทันที

นางนั่งอยู่กับผ้าเช็ดหน้าที่พับไว้บนตัก หยิบขึ้นแล้ววางลงสองครั้ง เยว่ชิงกำลังจะเก็บชาม จึงหยุดถามว่าจะให้อยู่เป็นเพื่อนหรือไม่

“อยู่ก่อนก็ได้” แม่พูด “แต่แม่ไม่ได้อยากฟังเอกสารเพิ่ม”

เยว่ชิงวางชามในที่ปลอดภัย ลากเก้าอี้ตัวเตี้ยเข้ามา นั่งข้างกันโดยไม่ชนหัวเข่าแม่

ความเงียบไม่ได้ยาวมาก แต่เป็นความเงียบที่นางไม่ค่อยยอมให้เกิดขึ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา

เมื่อแม่หยุดพูด นางเคยรีบหาประโยคใหม่มาวาง ทั้งคำว่าต้องเข้มแข็ง ทั้งคำว่ารออีกหน่อย ทั้งเรื่องว่าต้องเก็บของอย่างไรเพื่อให้พ่อพ้นข้อกล่าวหา

วันนี้นางมองผ้าเช็ดหน้าแทนมองช่องว่างซึ่งต้องรีบเติม

“ตอนพ่อยังอยู่ เขาชอบกินต้นหอมมากกว่าลูก” แม่พูด

เยว่ชิงมองมัดที่เหลือในตะกร้า

“ข้าชอบเขี่ยทิ้ง”

“แล้วบอกว่ากินหมดแล้ว”

“พ่อเห็นไหมคะ”

“เห็นทุกครั้ง”

แม่ยิ้มเพียงนิดหนึ่ง ก่อนริมฝีปากจะสั่น

เยว่ชิงเกือบพูดว่าพ่อคงอยากให้แม่ยิ้ม นางเคยใช้คำเช่นนั้นบ่อยจนลืมว่าไม่มีสิทธิ์รับคำของคนตายมาห้ามน้ำตาคนที่ยังอยู่

นางจึงไม่พูด

แม่ยกผ้าซับหางตา หายใจช้า ๆ แล้วถามว่า

“วันนี้แม่ร้องไห้ได้ไหม ไม่ต้องเอาไปคิดว่าแม่อาการไม่ดีขึ้น”

คำถามนั้นทำให้เยว่ชิงเจ็บตรงที่ไม่มีกระดาษแผ่นใดรองรับ

“ได้ค่ะ”

แม่ไม่ได้ร้องจนหมดแรง ไม่ล้มลง และไม่ได้ต้องให้ลูกเรียกคนมาประคอง ความเสียใจมาเป็นพัก ๆ ระหว่างคำที่นางพูดได้บ้างพูดไม่ได้บ้าง

เยว่ชิงอยู่ด้วย

ครั้งหนึ่งนางขยับมือแล้วหยุด ถามเบา ๆ ว่าแม่อยากให้จับมือหรือไม่ แม่ส่ายหน้า นางจึงวางมือของตนกลับบนตัก

นางไม่เสียใจที่ความช่วยเหลือถูกปฏิเสธ

การไม่จับในครั้งนี้ทำให้แม่ไม่ต้องใช้แรงดูแลความรู้สึกของลูกระหว่างร้องไห้ถึงสามี

“แม่ไม่ได้คิดถึงแต่วันที่เขาเสีย” แม่พูดเมื่อเสียงนิ่งขึ้น “แม่คิดถึงวันที่เขากลับมากินข้าว คิดถึงเวลาเขาวางรองเท้าผิดที่ แล้วแม่บ่น”

เยว่ชิงก้มหน้า

นางจำรองเท้าคู่หนึ่งจากคืนที่แม่เล่าถึงความกลัวของพ่อได้ แต่รองเท้าในความทรงจำของแม่ไม่ได้มีหน้าที่เป็นหลักฐานทุกครั้ง

บางวันมันคือสิ่งที่ขวางทางเดิน

บางวันคือเสียงว่าคนในบ้านกลับมาแล้ว

การทวงชื่อให้พ่อไม่ควรทำให้เขาเหลือเพียงช่องลงนามซึ่งต้องแก้ให้ถูก

เยว่ชิงนั่งเป็นเพื่อนแม่และปล่อยให้แม่ร้องไห้โดยไม่เร่งคำปลอบ
เยว่ชิงนั่งเป็นเพื่อนแม่และปล่อยให้แม่ร้องไห้โดยไม่เร่งคำปลอบ

เมื่อแม่เข้าพัก เยว่ชิงเก็บชามตามงานที่ค้าง

นางล้างมันทีละใบ เช็ดขอบแล้ววางคว่ำให้แห้ง จากนั้นจึงหยิบสมุดของตนมานั่งข้างหน้าต่าง

คืนก่อนนางเขียนข้อความส่วนตัวไว้หน้าหนึ่ง เป็นคำที่อยากพูดตั้งแต่ก่อนเข้าฟังผลวิเคราะห์

อยากให้เขายอมรับว่าทำให้พ่อข้าตาย

ข้อความนั้นไม่ได้ส่งถึงสำนักงาน ไม่ใช่คำให้การ และไม่ได้เป็นบันทึกที่เขียนไว้เมื่อปี 1978 นางเพิ่งเขียนมันเมื่อคืนจากความรู้สึกที่สะสมมา

เยว่ชิงอ่านคำว่า เขา

ในใจของนางมันเคยมีชื่อเดียว

นางไม่ฉีกหน้านั้นทิ้ง ความรู้สึกเคยเกิดขึ้นจริง และนางไม่จำเป็นต้องทำให้สมุดดูเหมือนไม่เคยผิดหวังกับความจริง

แต่นางเขียนวันที่กับคำอธิบายเพิ่มในหน้าถัดไป

ความต้องการของข้าไม่ใช่ผลตรวจ

จากนั้นจึงลองร่างคำที่จะใช้ถามเมื่อรับหนังสือผลอย่างเป็นทางการ ใครรับผิดชอบการเลือกของ ใครปิดความต่าง ใครสั่งเปลี่ยน ใครให้เดินงานต่อ และใครใช้รายงานหลังเหตุไปกล่าวว่าพ่อรับรองทุกอย่าง

นางวางคำถามของแต่ละคนแยกไว้

มันไม่สวยเหมือนประโยคสั้น ๆ ที่พูดต่อหน้าคนมากแล้วทำให้ทุกคนหันมามองผู้ร้ายพร้อมกัน

แต่คนทำผิดในแต่ละช่วงจะซ่อนอยู่หลังความผิดของอีกคนได้ยากกว่า

นางนึกถึงสวีเหวินเต๋อที่เคยวางกระดาษให้ลงชื่อ แล้วอธิบายว่าจะช่วยให้เรื่องง่ายขึ้น

ความจริงวันนี้ไม่ง่าย

ความง่ายที่เขาเคยเสนอเป็นความง่ายของคนซึ่งอยากให้คำถามหยุดตรงชื่อครอบครัวหลิน

นางจะไม่เลียนแบบเขาโดยเลือกชื่อที่ใจชอบแล้วหยุดถามตรงนั้นเช่นกัน

เช้าวันที่สามสิบ เยว่ชิงไปสำนักงานตามเวลารับชุดสำเนาส่วนวิเคราะห์ที่ฝ่ายตรวจเรื่องอนุญาตไว้

หลัวถิงส่งใบกำกับพร้อมสำเนาให้ตรวจจำนวน หน้าใดเป็นคำอธิบายของผู้ตรวจ หน้าใดเป็นส่วนอ้างอิงที่ให้ครอบครัวใช้ได้ถูกแยกไว้ ไม่ใช่แฟ้มทั้งหมดซึ่งใครจะเอาชื่อผู้ให้ข้อมูลไปอ่านต่อหน้าคนทั้งตลาดก็ได้

เยว่ชิงรับชุดแล้วถามเรื่องการแก้คำกล่าวหาต่อชุมชน

“หากหนังสือผลตรวจแก้บทบาทของพ่อ โรงงานจะบอกคนที่เคยได้รับคำกล่าวหาอย่างไรคะ”

หลัวถิงวางปากกา

“เจ้าขอให้ระบุผู้รับที่ต้องแก้ข้อมูลได้ เราจะรวมไว้ในการดำเนินการหลังผลตรวจครบ”

“ข้าไม่อยากเอาเอกสารส่วนตัวของแม่กับสมุดทั้งเล่มของชิวอิงไปแสดงให้ทุกคนเชื่อ”

“ไม่จำเป็นต้องใช้ทุกหน้าของชีวิตคนอื่นทำประกาศ ผลที่ต้องแก้เป็นผลเกี่ยวกับคำกล่าวหาและบทบาทงาน ส่วนที่ใช้ยืนยันต้องตรงกับเรื่องที่จะประกาศ”

เยว่ชิงหยิบกระดาษร่างคำขอใหม่ขึ้นมา

นางขอให้การแก้ข้อมูลไปถึงหน่วยและผู้รับที่เคยได้รับรายงานซึ่งใช้ชื่อพ่ออย่างเกินงานที่ตรวจได้ และให้มีข้อความที่ชุมชนเข้าใจได้ว่าข้อกล่าวหาเดิมส่วนใดถูกแก้ด้วยผลเรื่องใด

นางไม่ได้เขียนว่า ขอให้ทุกคนเกลียดคนเหล่านี้แทนพ่อ

ก่อนยื่น นางอ่านประโยคสุดท้ายออกเสียง

“ไม่ขอเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวที่อยู่นอกเหตุและขอบเขตการแก้คำกล่าวหา”

หลัวถิงรับคำขอพร้อมลงรายการวันนี้

“การรอผลให้ครบไม่ใช่ให้เจ้ากลับไปเงียบเหมือนเดิม” นางบอก “ส่วนใดต้องแก้ก็ต้องแก้ แต่ให้แก้ด้วยข้อความที่ใช้ได้”

เยว่ชิงพยักหน้า

นางเก็บสำเนาของคำขอใหม่กับใบรับ ไม่วางแทนต้นฉบับคำกล่าวหาเก่า และไม่เปลี่ยนวันในสมุดเพื่อให้ดูเหมือนเตรียมคำถามนี้ไว้ตั้งแต่แรก

นอกสำนักงาน ร้านขายอาหารเปิดหม้อนึ่งไอน้ำอยู่ เยว่ชิงซื้อส่วนที่แม่กินได้ทันก่อนพักบ่ายแล้วกลับบ้าน

นางไม่ได้ไปดักเฉียวหงตามทางเดิน ไม่ไปยืนหน้าบ้านสวีเหวินเต๋อเพื่อทวงคำตอบซึ่งเขาควรให้ผู้ตรวจเรื่องตามหน้าที่

ยังมีสิ่งที่นางอยากพูดกับเขา

แต่เสียงดังของนางไม่ใช่หลักฐานการรับคำสั่ง และไม่อาจทำให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวกับความผิดต้องยืนฟังแทนเขา

ก่อนเดินทาง แม่ช่วยดูว่านางพกเสื้อที่จะใช้วันรายงานตัวแล้ว เยว่ชิงถามว่าจะฝากข่าวเรื่องผลตรวจผ่านช่องทางเดิมได้หรือไม่ แม่ตกลง แต่ขอให้ลูกบอกด้วยว่าตนกินข้าวหรือยัง

นางรับปากเรื่องที่ตอบเองได้

“ข่าวจะไม่ทำให้แม่ต้องตื่นเฝ้าทั้งคืนค่ะ ถ้าถึงเวลาแล้วมีสิ่งต้องเดินทางกลับ ข้าจะจัดงานให้เรียบร้อยก่อน”

แม่แตะชายเสื้อของลูกแล้วปล่อย

คืนนั้น เยว่ชิงขึ้นรถไฟตามตั๋วของตน

สำเนาที่เพิ่งรับอยู่ในกระเป๋าผ้า ใบกำกับอยู่ด้วยกัน หน้าความโกรธในสมุดส่วนตัวก็ยังอยู่ แต่มันไม่ได้ถูกสอดเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของแฟ้มทางงาน

เช้าวันที่สามสิบเอ็ด นางถึงหลันโจวและรายงานตัวที่หน่วยตามกำหนด

งานที่เพื่อนร่วมหน่วยรับช่วงไว้มีรายการส่งกลับให้ตรวจ นางถามส่วนที่ยังต้องต่อ ไม่ลงชื่อรับว่าทำเองทุกชิ้นเพียงเพราะกลับมาแล้ว

ตอนเย็นนางส่งข่าวถึงจิ้งโจวผ่านช่องทางที่ทั้งสองตกลงใช้ เขายังมีเวลางานของตน จึงนัดพูดกันหลังเลิกงานวันที่สองเมษายนที่ทางเดินริมแม่น้ำ

เยว่ชิงไปถึงก่อนเล็กน้อย

นางวางกระเป๋าบนม้านั่ง แล้วเดินมองน้ำอยู่ใกล้ราวหิน เมื่อจิ้งโจวมาถึง นางถามก่อนว่าเขามีเวลาฟังเรื่องที่หนักสักครู่หรือไม่

เขาพยักหน้า

นางเล่าเพียงสิ่งที่ตนรับรู้ได้และความรู้สึกของตน ไม่หยิบชุดสำเนาที่จำกัดการใช้ขึ้นมาอ่านให้เขาฟังทุกชื่อทุกหน้า

“ข้าเคยคิดว่าพอเขาคนหนึ่งรับผิด ทุกอย่างในใจจะตรงเสียที” นางพูด “ตอนนี้รู้ว่ามีหลายคนหลายขั้น แล้วข้ากลับรู้สึกเหมือนยังหาที่วางความโกรธไม่เจอ”

จิ้งโจวมองน้ำก่อนตอบ

“มันต้องหายไปวันนี้หรือ”

“ข้าไม่รู้”

“เช่นนั้นก็ไม่ต้องตอบว่าหายแล้ว”

เยว่ชิงหันมองเขา

เขาไม่ได้พูดว่าจะจัดการคนเหล่านั้นแทนนาง ไม่ได้ขอแฟ้มเพื่อไปหาคนที่มีชื่อ และไม่ได้ใช้รอยแผลของตนเล่าราวกับรู้เหตุทั้งหมดมาก่อน

“เจ้าไม่คิดว่าข้าทำเรื่องนี้ยากขึ้นหรือ” นางถาม

“เจ้าพบว่ามันยากอยู่แล้ว”

คำตอบสั้นนั้นทำให้เยว่ชิงนิ่ง

ตลอดเวลาที่ตามเรื่อง นางคิดว่าตนต้องทำให้ทุกอย่างชัด จึงจะได้สิทธิ์กลับมาเป็นคนธรรมดา มีสิทธิ์กินอาหารโดยไม่คิดถึงคำกล่าวหา มีสิทธิ์เดินกับเขาโดยไม่ใช้ทุกครั้งถามเรื่องพ่อ

แต่ความยากของเหตุไม่ได้เกิดเพราะนางยอมอ่านมันครบ

มันเกิดจากสิ่งที่คนอื่นทำไว้ก่อนนางเดินเข้าไปถาม

เยว่ชิงสนทนากับจิ้งโจวที่ทางเดินสาธารณะริมแม่น้ำหลังเลิกงาน
เยว่ชิงสนทนากับจิ้งโจวที่ทางเดินสาธารณะริมแม่น้ำหลังเลิกงาน

“ข้าไม่ให้อภัยเพียงเพราะพบว่ามีคนทำผิดมากกว่าหนึ่งคน” นางพูด

“ข้าไม่ได้ขอ”

“และข้าจะไม่พูดว่าคนหนึ่งทำทุกอย่าง เพื่อให้ความโกรธของข้าดูมีเหตุผลขึ้น”

จิ้งโจวพยักหน้า

ลมพัดปลายเปียมาแตะเสื้อ เยว่ชิงเลื่อนมันกลับโดยไม่รีบเปิดกระเป๋าหาสมุดเขียนคำสัญญา

สิ่งที่เพิ่งพูดไม่ได้เป็นคำให้การของใคร ไม่ต้องให้เขารับรองว่ารู้ตรงกันทุกข้อ มันเป็นคำที่นางเลือกว่าจะไม่ใช้ความเจ็บของตนทำร้ายความจริง

ทั้งสองยืนอยู่ริมแม่น้ำอีกครู่หนึ่ง จนจิ้งโจวบอกเวลาที่ต้องกลับที่พักของเขา เยว่ชิงรับกระเป๋าจากม้านั่งแล้วเดินด้วยกันถึงทางแยก

ไม่มีใครต้องตามอีกคนกลับบ้านเพื่อพิสูจน์ว่าอยู่ข้างกัน

เมื่อถึงห้องเช่า เยว่ชิงยกมุมประตูที่ยังฝืด ไขกุญแจแล้วเข้าไป

นางตั้งน้ำ วางเสื้อทำงานไว้สำหรับเช้า และเปิดสมุดถึงหน้าที่เพิ่งเขียนหลังฟังผลวิเคราะห์

ความต้องการของข้าไม่ใช่ผลตรวจ

ใต้ประโยคนั้น นางเพิ่มอีกบรรทัดหนึ่ง

แต่ความจริงที่ตรวจได้ ไม่ได้ทำให้ความเจ็บของข้าเป็นเรื่องเล็ก

นางปิดสมุด

หนังสือผลตรวจยังมาไม่ถึง นางยังต้องถามว่าสิ่งที่ลงบนชื่อพ่อจะถูกแก้อย่างไร คนที่ทำผิดแต่ละส่วนจะรับผิดอย่างไร และของที่มีเจ้าของจะกลับไปอยู่ในมือใคร

ทว่าวันนี้ นางไม่ต้องบีบความจริงให้มีหน้าตาเหมือนคำแค้นอีกแล้ว

เมื่อซองต่อไปมาถึง นางจะเปิดมันทั้งหน้า

กลับสารบัญนิยาย

นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI