읽기 설정

ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · 106화

ตอนที่ 106 — เสียงพ่อในความทรงจำ

번역이 아직 준비되지 않아 태국어 원문을 표시합니다

พ่อเคยวางมือทั้งสองข้างลงบนโต๊ะ โดยไม่แตะกุญแจขึ้นลานอีก

ในความทรงจำของเยว่ชิง นาฬิกาตั้งโต๊ะเรือนนั้นมีกรอบไม้สีน้ำตาลแดง ขนาดไม่ใหญ่ กรอบกับหน้าปัดสีครีมวางอยู่ข้างเครื่องซึ่งยังไม่พร้อมประกอบกลับ มันเป็นของลูกค้าที่นำมาฝากซ่อมหลายปีก่อนเหตุของโรงงาน

เธอจำวันไม่ได้ และไม่เคยเอาเรือนนั้นไปเกี่ยวกับหมายเลขในสมุดงานของพ่อ

สิ่งที่จำได้คือเจ้าของอยากรับกลับก่อนออกเดินทางเช้าวันรุ่งขึ้น

ตอนนั้นเยว่ชิงโตพอจะช่วยงานร้านแล้ว นางคิดว่าหากประกอบให้เข็มขยับสักพัก คนมารับคงพอใจ ส่วนงานที่ต้องตรวจอีกอาจตามไปแก้ภายหลังได้

พ่อฟังแล้วถามว่าภายหลังอยู่ที่ไหน

“เขาก็เอากลับมาได้เจ้าค่ะ”

“ถ้าเขาเดินทางไปแล้ว ใครจะเห็นตอนมันติด”

นางมองช่องหน้าต่างซึ่งแสงกำลังลดลง ไม่ชอบคำถามที่ทำให้ทางออกง่าย ๆ ในหัวเธอแคบลง

พ่อไม่ได้ดุนาน เขาชี้ส่วนที่ยังต้องตรวจ แล้วบอกว่าไม่อาจรับรองเวลาที่นาฬิกาจะเดินได้จากการฝืนให้มันขยับต่อหน้าเจ้าของเพียงครู่หนึ่ง

“ของยังเสีย ก็ต้องบอกว่ายังเสีย ลูกอย่าเอาแรงมือไปแทนสิ่งที่ยังไม่ได้แก้”

เยว่ชิงจำเสียงปลายประโยคได้ชัดกว่าใบหน้าลูกค้า

พ่อคุยกับคนมารับเอง บอกขั้นที่ทำไปแล้วกับสิ่งที่ยังติด เจ้าของไม่พอใจนัก ค่าแรงส่วนที่ยังไม่ได้ทำจึงยังไม่ถูกเรียกเก็บ เขาเลือกฝากต่อเพราะวันเดินทางเปลี่ยนไม่ได้ ส่วนเวลารับใหม่ต้องติดต่อกันภายหลัง

ร้านไม่ได้ได้เงินครบในเย็นนั้น และไม่ได้มีทุกคนยืนปรบมือให้ความอดทนของช่าง

พ่อเพียงกลับมานั่งข้างเครื่องที่หยุดอยู่ ทำงานในส่วนที่รู้ว่าต้องทำต่อ โดยไม่หมุนให้มันเดินเป็นคำตอบแก่สายตาคนอื่น

ความทรงจำเรื่องมือของพ่อที่หยุดข้างเครื่องนาฬิกาของลูกค้า ก่อนอธิบายว่าส่วนใดยังเสียและไม่ควรถูกฝืนให้เดิน
ความทรงจำเรื่องมือของพ่อที่หยุดข้างเครื่องนาฬิกาของลูกค้า ก่อนอธิบายว่าส่วนใดยังเสียและไม่ควรถูกฝืนให้เดิน

เสียงนั้นกลับมาในวันที่แปดกุมภาพันธ์ ปีสิบเก้าร้อยแปดสิบเอ็ด

เยว่ชิงเพิ่งอ่านจดหมายของชิวอิงที่ส่งจากชิงเหอวันที่สาม หล่อนบอกส่วนที่ตนทำ ยื่นร่างที่ได้รับ ให้คำเพิ่มเติม และลงชื่อเฉพาะสิ่งที่รู้ ไม่มีสำเนาคำของคนทุกคนแนบมาให้เยว่ชิงถือไปเล่าต่อ

นางอ่านจบแล้วนั่งอยู่ข้างหน้าต่างห้องเช่านานกว่าที่คิด

เมื่อก่อน หากชิวอิงยอมทำสิ่งเช่นนี้ เธอคงอยากรีบพาแม่ไปฟัง พาให้ทุกคนเห็นว่าเรื่องเปลี่ยนแล้ว และขอให้คนที่เคยทำผิดเลือกฝ่ายของตนอย่างชัดเจนเสียที

วันนี้นางเห็นอีกอย่างหนึ่ง

ชิวอิงเลือกตอบส่วนของตน แต่ความผิดเก่าไม่ได้ถูกล้างออกหมด แม่ยังมีเวลาที่ขอไว้ สวีเหวินเต๋อยังต้องตอบคำของเขา และคำชี้แจงจากหลานโจวก็ไม่ได้ทำให้ใบขอเปลี่ยนชิ้นส่วนในปีเจ็ดสิบแปดมีคำตอบครบทุกช่อง

เธอไม่อาจเอาจดหมายหนึ่งฉบับไปฝืนให้ทุกสิ่งเดินพร้อมกัน

เยว่ชิงหยิบกระดาษมาเขียนตอบชิวอิง

ได้รับข่าวแล้ว ส่วนที่เจ้าให้คำเป็นของเจ้า ฉันจะไม่รับรองแทนสิ่งที่ไม่ได้อยู่เห็น หากผู้รับตรวจต้องการเทียบกับของที่ฉันส่งไว้ จะตอบตามแหล่งของตน

นางหยุดก่อนเขียนประโยคเรื่องแม่ แล้วเลือกไม่เอาคำของคนที่ยังไม่ได้ถามมาปิดท้าย

จดหมายถูกเตรียมส่งในวันรุ่งขึ้น ขณะที่ข่าวซึ่งไปถึงแม่โดยทางของแม่ยังต้องมีเวลาเดินทางของมันเอง

บนโต๊ะมีรายการคำถามเกี่ยวกับงานของพ่อ

วันที่สิบมกราคมมีการตรวจชุดแยก วันที่สิบสี่มีคำขอเปลี่ยน วันที่สิบห้ามีข้อความเรื่องถอดชุดกั้นชั่วคราวและให้ใช้ชุดเดิมระหว่างรอ ส่วนวันที่สิบหกยังต้องตรวจการใช้จริง

กระดาษแต่ละส่วนมีคนรับและคนเขียนของมัน

ไม่มีแผ่นใดบอกว่าเสียงที่พ่อเคยสอนเธอในร้านจะทำหน้าที่แทนลายมือในงานซ่อมทุกครั้งได้

เยว่ชิงอยากเชื่อว่าพ่อคงหยุดทุกครั้งที่เห็นของยังเสีย

ความอยากนั้นอบอุ่น และเจ็บด้วย เพราะหากยอมรับว่าคนที่รักอาจเคยพลาด เธอจะไม่เหลือภาพที่ใช้กำบังตนจากคำถามยาก ๆ

แต่พ่อในความทรงจำไม่ได้สอนให้เอาภาพของเขาไปบังคับกระดาษให้ตอบตามใจลูก

นางจึงเขียนไว้ในสมุดส่วนตัวว่า จำคำสอนเรื่องการหยุดได้ ไม่ได้เห็นงานของโรงงานในวันเกิดเหตุด้วยคำสอนนั้น

บรรทัดนี้ไม่ถูกใส่ลงในคำชี้แจงเป็นหลักฐานว่าพ่อไม่เคยลงชื่อผิด และไม่ถูกใช้เป็นคำยอมรับว่าเขาต้องลงชื่อผิดแน่ ๆ

มันเป็นเพียงที่ซึ่งเธอเก็บความคิดถึง โดยไม่ให้ความคิดถึงไปทำงานแทนคนตรวจ

เช้าวันที่เก้า หน่วยมีรายการตรวจวัดชุดใหม่ให้ช่วย

เยว่ชิงรับเครื่องมือวัดจากคนดูแลตามรายการ ตรวจสภาพก่อนใช้ แล้วลองการกลับของเข็มตามขั้นที่ได้รับ ไม่วางลงบนตัวอย่างงานทันทีเพียงเพราะวันนี้มีหลายชิ้นรอ

เข็มกลับช้ากว่าที่ควรในรอบหนึ่ง

เธอหยุด ตรวจซ้ำตามขั้นเดิมอีกครั้งโดยไม่ปรับหลายอย่างให้ผลดูดี มันไม่ได้คืนตำแหน่งอย่างสม่ำเสมอ

ช่างเกาอยู่โต๊ะใกล้กัน เยว่ชิงเรียกเขามาดู

“ยังไม่ได้ใช้ลงผลของตัวอย่างค่ะ ระหว่างทวนก่อนใช้ เข็มกลับไม่เหมือนกันสองรอบ ฉันแยกไว้ให้ตรวจ”

เขาถามว่าทำอะไรไปแล้วบ้าง นางบอกตามลำดับ ไม่สรุปว่าด้านในชิ้นใดเสียเพราะยังไม่ได้เปิดดู

ฟางไห่เซิงซึ่งกำลังจัดชิ้นงานอีกฝั่งหันมอง

“มีตัวอื่นที่เบิกได้หรือไม่”

“ต้องให้คนดูแลเครื่องมือดูรายการก่อนค่ะ”

เยว่ชิงนำเครื่องวัดวางลงในถาดคืนเพื่อรอตรวจ ช่างเกาลงสภาพที่พบตามหน้าที่ ไม่ให้เธอเคาะมันหรือเปิดแก้เพื่อให้ตนเริ่มงานทัน

คนดูแลแยกเครื่องนี้ออกจากของพร้อมใช้ แล้วตรวจว่ามีเครื่องอื่นซึ่งผ่านการทวนตามรายการให้เบิกหรือไม่ งานที่ต้องอาศัยค่าจากเครื่องนั้นยังไม่ถูกลงผลว่าเรียบร้อย

ฟางย้ายงานเตรียมอีกส่วนไปก่อน

ไม่มีใครกล่าวว่าเสียเวลารอจึงต้องยอมใช้ค่าที่ไม่นิ่ง และไม่มีใครให้เยว่ชิงเขียนผลล่วงหน้าแล้วค่อยหาตัวเลขมารองภายหลัง

เยว่ชิงแยกเครื่องวัดซึ่งเข็มกลับไม่สม่ำเสมอไว้ในถาดให้ผู้ดูแลตรวจ ก่อนใช้กับตัวอย่างงาน
เยว่ชิงแยกเครื่องวัดซึ่งเข็มกลับไม่สม่ำเสมอไว้ในถาดให้ผู้ดูแลตรวจ ก่อนใช้กับตัวอย่างงาน

กว่าจะได้เครื่องที่ผู้ดูแลอนุญาตให้เบิก งานช่วงเช้าก็เปลี่ยนลำดับไปแล้ว

เยว่ชิงทำขั้นตรวจสภาพก่อนใช้ใหม่ ไม่อาศัยว่าตัวก่อนลองแล้วจึงไม่ต้องลองตัวนี้ ช่างเกาดูส่วนที่ต้องให้เขาตรวจ ก่อนอนุญาตให้ช่วยลงผลตามหน้าที่

ท้ายวันมีส่วนที่เสร็จและส่วนที่ต้องส่งต่อพร้อมเหตุ ไม่มีเครื่องจักรของโรงงานถูกสั่งหยุดทั้งแห่งเพราะถาดเล็กถาดหนึ่ง และไม่มีความเสียหายใหม่ต้องถูกปิดไว้เพื่อรักษาภาพว่าพวกเขาทำทันทั้งหมด

ช่างเกาให้เธออ่านรายการที่ยังไม่จบก่อนเก็บ

“พรุ่งนี้คนรับต่อควรเริ่มตรงไหน”

เยว่ชิงชี้ขั้นที่ทำแล้วกับขั้นที่ยังต้องตรวจ ไม่เขียนคำว่าตรวจครบให้สั้นเพียงเพื่อให้ช่องปิดงานดูสะอาด

เขาพยักหน้าแล้วรับใบไป

ตอนเดินออก นางนึกถึงความผิดของตนในวันที่สิบมกราคมเมื่อสองปีก่อน วันที่รู้สึกฝืดแต่ยังขยับต่อจนชิ้นกดเกิดรอย

คำของพ่อเคยอยู่ในหัวเธอก่อนวันนั้นเช่นกัน

การจำคำสอนได้ไม่ได้ทำให้คนทำตามได้ทุกครั้ง หากไม่ดูจังหวะที่ความอยากพิสูจน์ตนเข้ามาครองมือ

นางจึงไม่เอาสิ่งที่ทำถูกเช้าวันนี้ไปลบใบงานเก่า หรือถือว่าความผิดเก่าทำให้ไม่มีประโยชน์จะหยุดให้ถูกในวันใหม่

เย็นนั้นเยว่ชิงส่งจดหมายตอบชิวอิง รับใบรับฝาก แล้วกลับไปหาข้าวกินก่อนเข้าห้อง

จิ้งโจวไม่ได้รออยู่หน้าประตู เขามีงานของหน่วยตนตามเวลาที่บอกไว้ก่อนหน้า การที่เธออยากเล่าเรื่องพ่อไม่เปลี่ยนหน้าที่ของเขาให้ว่างลงเอง

นางเขียนข้อความสั้นเพื่อขอนัดเวลาเย็นวันถัดไปผ่านทางที่ตกลงกัน ไม่เดินไปถึงห้องพักเขาโดยหวังว่าคงเปิดให้เพราะเป็นเรื่องสำคัญ

เมื่อพบกันในเวลาที่เขาตอบว่าสะดวก เยว่ชิงเล่าเรื่องคำสอนในร้าน ไม่เปิดแฟ้มคำของชิวอิงหรือหนังสือหน่วยให้เขาฟังทั้งหมด

“ฉันกลัวว่าถ้าความจริงออกมาไม่เหมือนภาพพ่อที่จำได้ จะเหมือนฉันทำให้เขาเสียอีกครั้ง”

จิ้งโจวนั่งฟัง มือทั้งสองวางอยู่ข้างถ้วยน้ำของตน

“เจ้าไม่ได้เป็นคนสร้างเหตุในวันนั้นด้วยการยอมให้ตรวจมัน” เขาตอบ “ถ้าตรงไหนพ่อเจ้าถูกเขียนเกิน ก็ถามแหล่งของเขา ตรงไหนยังไม่รู้ก็ยังไม่รู้ได้”

เยว่ชิงมองเขา

เขาเคยมีรอยที่คิ้วจากความผิดของตนในการทำงานขณะที่เครื่องไม่ได้เดิน เรื่องที่เขาบอกเธอมีขอบเขต และการนำคำของเขาไปใช้ในขั้นใหม่ยังต้องถามเขาก่อน ไม่ใช่อาศัยว่าตอนนี้เขานั่งอยู่ใกล้จึงเอาเรื่องนั้นไปใส่ทุกคำตอบได้

“ฉันยังไม่ได้ขอใช้เรื่องของเจ้าต่อในขั้นใหม่นี้” นางกล่าว “ถ้าเขาต้องการ จะบอกว่าถามเจ้าก่อน”

จิ้งโจวพยักหน้า

“ข้าจะฟังว่าเขาถามอะไร แล้วตอบส่วนที่ข้ารู้เอง”

ไม่มีคำว่าข้าช่วยทุกอย่างเพื่อทำให้การสนทนาจบด้วยความอุ่นใจเต็มร้อย

เยว่ชิงดื่มน้ำที่เริ่มเย็นลง พอใกล้เวลาที่เขาต้องกลับ ทั้งสองแยกกันตามที่ตกลง นางมีความคิดถึงพ่อกลับไปด้วย แต่ไม่รู้สึกว่าต้องหาคนมาถือมันแทนให้หมด

วันที่สิบสอง หนังสือนัดขั้นต่อไปมาถึง

คณะทวนข้อเท็จจริงจะให้ผู้เกี่ยวข้องชี้แจงขอบเขตคำสั่งกับเหตุผลที่อ้างในการดำเนินงาน ในส่วนที่เกี่ยวกับฝ่ายจัดซื้อและการรับงาน เฉียวหงเป็นหนึ่งในผู้ที่ต้องตอบตามรายการซึ่งแจ้งมา

นัดอยู่วันที่ยี่สิบสองที่ชิงเหอ

เยว่ชิงอ่านส่วนที่เกี่ยวข้องกับตนก่อนเตรียมขอลากับส่งต่องาน ไม่นำชื่อผู้ที่จะชี้แจงไปบอกคนในหน่วยว่าเขาถูกตัดสินแล้ว

เธอต้องจัดสำเนาที่ได้รับอนุญาตกับคำถามให้ตรงเรื่องที่จะตรวจ ไม่พกความทรงจำในร้านไปให้ทุกคนยืนยันว่าเป็นหลักฐานของโรงงาน

คืนนั้นกุญแจห้องขัดอยู่จังหวะเดิม

เยว่ชิงหยุดหมุน ถอนแรงที่มือขวา ยกมุมบานขึ้นเล็กน้อยด้วยมือซ้าย แล้วจึงลองตามวิธีที่ใช้ได้ กลอนคลาย นางเปิดประตูเข้าห้องโดยไม่ได้ทำให้กุญแจคด

ประตูยังไม่ได้ซ่อม

การเปิดได้ไม่ใช่คำตอบว่ามันดีแล้ว

เยว่ชิงหยุดฝืนกุญแจและยกมุมบานประตูที่ยังหย่อนขึ้นตามวิธีเดิม ก่อนเปิดเข้าห้องเช่าของตน
เยว่ชิงหยุดฝืนกุญแจและยกมุมบานประตูที่ยังหย่อนขึ้นตามวิธีเดิม ก่อนเปิดเข้าห้องเช่าของตน

นางแจ้งเจ้าของบ้านตามช่องทางที่ใช้ว่าอาการยังอยู่ ขอให้บอกเมื่อมีเวลาช่างมาดู หากต้องเข้าในห้องต้องนัดกับเธอก่อน การแจ้งอีกครั้งไม่ได้ทำให้ผู้ซ่อมมาถึงในคืนนั้น และไม่ได้ให้ใครหยิบกุญแจของเธอไปเอง

หลังวางกระเป๋า เยว่ชิงเก็บหนังสือนัดไว้ในช่องใหม่ แล้วเปิดสมุดส่วนตัวที่เขียนเรื่องพ่อ

นางเติมเพียงว่า วันนี้หยุดมือได้ก่อนฝืน

คำสอนซึ่งนึกถึงยังไม่อาจช่วยพ่อในวันเกิดเหตุย้อนหลัง และไม่อาจทำให้คนซึ่งได้รับคำถามยอมตอบทันที

แต่ในวันที่เธอมีชีวิตอยู่ตรงนี้ มันยังช่วยให้มองเห็นว่าคำว่าให้เดินต่ออาจย้ายภาระไปให้คนที่ต้องยืนอยู่กับของเสียได้อย่างไร

เยว่ชิงปิดสมุด ไม่ส่งหน้าความคิดถึงนั้นไปแทนเอกสาร

เมื่อถึงห้องตรวจครั้งต่อไป เธอจะถามคนที่พูดว่าต้องทำเพื่อโรงงานว่าใครเป็นผู้ได้เลือก และใครเป็นคนที่ต้องรับผลเมื่อสิ่งซึ่งยังไม่พร้อมถูกบังคับให้เดิน

กลับสารบัญนิยาย

นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI