ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · 104화
ตอนที่ 104 — ทางเลือกสุดท้ายของเหวินเต๋อ
번역이 아직 준비되지 않아 태국어 원문을 표시합니다
ชายกางเกงที่ชิวอิงเย็บค้างไว้เหลืออีกไม่ถึงหนึ่งฝ่ามือ
หล่อนดึงด้ายผ่านผ้า วางปลายนิ้วทาบรอยพับ แล้วเย็บต่อให้ถึงแนวที่ตกลงกับเจ้าของ ไม่เพิ่มลาย ไม่ตัดให้สั้นขึ้นเพราะคิดว่าเขาคงชอบมากกว่าเดิม
งานชิ้นนี้มีค่าจ้างเล็กน้อย แต่มีคนรอรับจริง
วันที่สามสิบมกราคม หล่อนเริ่มตื่นเร็วกว่าเวลาเปิดรับของ เพื่อให้เสร็จก่อนคนมาถึง พอแดดผ่านขอบหน้าต่างจึงตัดด้าย ผูกปม แล้วตรวจด้านในอีกครั้ง
เสียงเคาะดังจากหน้าบ้าน
ชิวอิงพับกางเกงไว้บนผ้าสะอาด ลุกไปเปิดประตู ผู้มารับลองทาบความยาวกับตัวตามที่ทำไว้ก่อนฝากงาน หล่อนบอกว่าขอบด้านใดเลาะและเย็บใหม่ ไม่กล่าวว่าผ้าเก่าจะทนเท่าผ้าใหม่ทุกส่วน
เจ้าของจ่ายตามค่าที่ตกลง ชิวอิงเก็บเงินไว้ช่องค่าจ้างงานของวันนี้ ก่อนหยิบกระดาษอีกแผ่นซึ่งซุกอยู่ใต้ถาดด้าย
มันเป็นข้อความนัดที่สวีเหวินเต๋อฝากมาเมื่อวาน
เขาขอคุยช่วงบ่าย บอกว่าเกี่ยวกับคำถามที่คณะตรวจส่งถึงเขา ชิวอิงตอบกลับตามคนรับข้อความว่าให้มาหลังงานเช้า แต่คุยได้ไม่นาน หล่อนต้องไปส่งผ้าอีกชิ้นตามเวลาที่รับไว้
การกำหนดเวลาเป็นสิ่งเล็กจนบางคนอาจไม่เห็นว่าต้องฝึก
สำหรับหล่อน มันเป็นครั้งแรก ๆ ที่พูดกับชายคนนี้โดยไม่ได้ย้ายงานของตนหลีกให้เขาทั้งวัน

สวีมาถึงก่อนเวลาที่บอกไว้เล็กน้อย
ชิวอิงกำลังเก็บเข็มเข้าหมอนปัก หล่อนไม่วางเข็มเปล่าไว้บนเก้าอี้แล้วรีบวิ่งออกไป เมื่อเปิดประตูจึงพบเขายืนถือซองสีครีม ใบหน้าเหนื่อยกว่าตอนที่เคยยิ้มคุยกับคนหน้าร้านหลิน แต่เสื้อสีเทายังเรียบและแว่นยังวางตรงอยู่บนสันจมูก
“เจ้าดูยุ่งขึ้นนะ” เขามองถาดผ้าที่อยู่ข้างใน
“มีของที่ต้องส่งตามนัด”
“ข้าไม่ได้มาซ่อมเสื้อ”
ชิวอิงไม่ตอบ หล่อนขยับเก้าอี้ตัวหนึ่งไว้ใต้ชายคา แต่ยังยืนอยู่ด้านในธรณีประตู
“ท่านบอกว่าเรื่องหนังสือที่ได้รับ”
สวีถอนหายใจราวกับเตรียมคำอธิบายไว้ตลอดทาง
“เขาถามถึงรายการในสมุดของเจ้า ถามว่าใครบอก ใครจ่าย ใครทำ บางเรื่องผ่านมาสามปีแล้ว คนเขียนก็คือเจ้า แต่ข้าต้องตอบเหมือนยืนดูปลายดินสอเจ้าทุกครั้ง”
ชิวอิงมองซองในมือเขา
สมุดต้นฉบับไม่ได้อยู่ในบ้านนี้แล้ว หลังนำไปให้ผู้รับตรวจเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา หล่อนมีสำเนาที่ตกลงใช้กับข้อมูลรับมอบ ไม่ได้แอบดึงหน้าที่เป็นปัญหากลับมาสอดไว้ใต้ถาดด้าย
“เขาขอให้ท่านตอบอะไรบ้าง”
“ข้าเอาร่างมาให้ดู จะได้ไม่พูดกันคนละอย่าง”
สวีเปิดซอง หยิบกระดาษที่เขียนใหม่ออกมา ไม่ใช่แบบซึ่งคณะส่งให้หล่อนลงชื่อ ไม่มีหนังสือนำจากผู้ตรวจติดอยู่กับมัน
เขาอธิบายว่าเขารวบรวมให้ ชิวอิงจะได้ไม่ต้องเดินไปถูกถามซ้ำหลายครั้ง เมื่ออ่านแล้วลงชื่อ เขาจะนำไปส่งประกอบคำตอบของตน
คำว่าไม่ต้องเดินไปถูกถามฟังดูเป็นการช่วยเหลือ
หล่อนเคยกลัวห้องที่ต้องตอบคำถาม กลัวคนหยิบเลขขึ้นมาทีละรายการ แล้วถามว่าที่เขียนนั้นเป็นเงินที่เห็นจ่ายจริงหรือเป็นเพียงคำที่ได้ฟัง หากมีใครจัดประโยคให้เสร็จ มันย่อมเบากว่านั่งอธิบายด้วยตนเอง
ชิวอิงยื่นมือรับกระดาษ แต่ไม่ได้หยิบดินสอ
บรรทัดแรกระบุว่าหล่อนเป็นผู้จัดทำรายการในสมุด
บรรทัดนั้นไม่ใช่เรื่องที่ต้องปฏิเสธ ลายมือในสมุดเป็นของหล่อนจริง รวมทั้งส่วนที่หล่อนเขียนโดยไม่แยกสิ่งที่ได้ฟังออกจากสิ่งที่ทำเอง
บรรทัดถัดมาขยายว่าหล่อนเป็นผู้กำหนดรายละเอียดค่าใช้จ่ายตามความเข้าใจของตน และไม่มีผู้ใดให้ลงรายการค่าใช้จ่ายที่หล่อนไม่ได้จ่าย
นิ้วของชิวอิงหยุดตรงขอบกระดาษ
“ทำไมมีประโยคนี้”
สวีมองตามปลายนิ้ว แต่ไม่หยิบแผ่นกลับ
“เพราะถ้าเขาเห็นชื่อข้าอยู่หลังทุกบรรทัด เขาก็ไม่ยอมดูว่าเจ้าเป็นคนเขียนเอง”
“ข้าเป็นคนเขียน ไม่ได้แปลว่าข้าจ่ายทุกบรรทัด”
“ข้าไม่ได้เขียนว่าเจ้าจ่ายทั้งหมด เขียนว่าตามความเข้าใจของเจ้า”
เขาพูดอย่างอดทน เหมือนหล่อนกำลังติดอยู่กับถ้อยคำเล็กน้อยซึ่งคนมีความรู้มากกว่าควรช่วยให้ผ่านไป
ชิวอิงอ่านต่อ
ในร่างมีรายการค่าส่งของสี่หยวนแปดเหมา วันที่สิบหกมกราคมปีเจ็ดสิบแปดอยู่ตามวันที่ลงในสมุด แต่ข้อความใหม่ทำให้ดูเหมือนหล่อนเป็นผู้ประเมินและบันทึกจากการจัดจ่ายเอง
หล่อนไม่เคยเห็นเงินก้อนนั้นผ่านมือใครในวันเกิดเหตุ ไม่ได้เห็นคนขับ ไม่ได้ดูของบนรถ และไม่ได้ไปถึงโรงพยาบาลพร้อมพ่อของเยว่ชิง
สิ่งที่หล่อนทำคือเขียนตามคำที่สวีบอกภายหลังพ่อเสียชีวิต วันที่เขียนจริงยังต้องแยกจากวันที่ของรายการ
คำชี้แจงที่ให้ไว้เดือนสิงหาคมไม่ได้ทำให้ความผิดนั้นหายไป แต่ทำให้มันมีขอบเขตที่คนอื่นตรวจได้
ร่างแผ่นนี้กำลังขยับขอบเขตนั้นอีกครั้ง
“ครั้งก่อนข้าบอกผู้รับแล้วว่าได้ฟังจากท่าน”
สวีดันแว่นขึ้นเล็กน้อย
“เจ้าฟังหลายอย่างในบ้าน เรื่องใดแน่ใจได้ว่าจำถูกทุกคำ ข้าไม่ได้ขอให้เจ้าแต่งเรื่องใหม่ ขอให้เขียนให้ชัดว่าเจ้าต้องรับผิดชอบสมุดของเจ้า”
ชิวอิงก้มอ่านประโยคเดิมอีกครั้ง
การรับผิดชอบสมุดของตนกับการบอกว่าไม่มีใครให้ลงรายการไม่ใช่ประโยคเดียวกัน
ถ้าหล่อนลงชื่อทั้งสองไว้ติดกัน ผู้อ่านในวันหน้าอาจไม่อยู่ฟังเสียงอ่อนโยนที่เขาใช้วันนี้ จะมีเพียงกระดาษซึ่งกล่าวว่าหล่อนยืนยัน

“เขาถามเรื่องเงินหนึ่งหยวนวันที่เก้าเมษายนด้วยหรือ” หล่อนถาม
“ถาม” สวีตอบสั้นลง “ทั้งเงิน ทั้งกระดาษที่เจ้าคัด ข้าจึงบอกว่าต้องทำคำตอบให้ตรงกัน”
เงินล่วงหน้าสำหรับกระดาษหนึ่งหยวน วันนั้นหล่อนใช้หกเหมาและเก็บสี่เหมาไว้ เคยบอกว่าใช้หมดแล้ว ภายหลังจึงยอมรับว่าคำพูดของตนไม่จริง เงินส่วนที่เก็บไม่กลายเป็นค่าจ้างคัดซึ่งไม่มีการตกลง เพียงเพราะหล่อนอยากเรียกมันให้ฟังดีขึ้น
ชิวอิงจำเหรียญที่เคยเอาออกมาวางต่อหน้าเยว่ชิงได้ ญาติของหล่อนไม่รับมันเป็นราคาแลกการยกโทษ
ความอายครั้งนั้นยังอยู่
สวีมองสีหน้าหล่อนแล้วพูดต่อ
“เรื่องสี่เหมานั้น ถ้าเขาถามมากขึ้น คนอื่นก็จะรู้มากขึ้น เจ้าหางานเย็บอยู่ตอนนี้ คนฝากผ้าจะคิดอย่างไรเมื่อรู้ว่าเจ้าทำเงินกับเรื่องในร้านหลิน”
เขาไม่ได้ตะคอก ไม่ได้คว้าแขน และไม่ได้กล่าวว่าจะไปบอกลูกค้าทันที
ชิวอิงจึงไม่มีภาพรุนแรงให้ชี้ว่าตนถูกขู่ แต่ความกลัวเดินเข้ามาอยู่ระหว่างถาดด้ายกับผ้าที่รอส่งอย่างรวดเร็ว
“ถ้าหลายเรื่องจบด้วยคำชี้แจงเดียว” เขากล่าว “เจ้าก็กลับไปทำงานได้ ข้าจะส่งให้เอง เจ้าไม่ต้องวิ่งไปทุกแห่ง”
หล่อนเคยมองการที่มีคนส่งเรื่องแทนเป็นทางออกเสมอ
ในวันที่ยังไม่กล้าคุยกับเยว่ชิง หล่อนเคยคิดว่าจะให้สวีอธิบายส่วนที่ยุ่งให้เรียบร้อย แล้วรออยู่ด้านหลัง แต่ส่วนที่เขาเรียบเรียงมักทำให้คนอื่นต้องถือความหนักไว้แทนเขา
“เยว่ชิงก็เคยถูกบอกให้เซ็นตามที่จัดไว้” ชิวอิงพูดเบา ๆ
แววตาสวีเปลี่ยน
“นางเอาเรื่องทุกอย่างกลับมาขุดจนไม่มีใครทำงานได้ ข้าเคยจะช่วยให้นางมีทางลง”
“การบอกให้ข้ารับรายละเอียดที่ไม่ได้กำหนดเองก็เป็นทางลงของข้าหรือ”
สวีเงียบไปครู่หนึ่ง คนเดินผ่านปากตรอกถือถังน้ำ เห็นทั้งสองอยู่หน้าบ้านแต่ไม่ได้หยุดฟัง
เขาลดเสียงลง
“ชิวอิง ถ้าข้าต้องรับทุกสิ่งที่คนอื่นเขียน ข้าก็ไม่เหลือทางทำมาหากิน เจ้าคิดว่าคนซึ่งช่วยกันมาไม่ควรช่วยอีกหน่อยหรือ”
หล่อนมองชายซึ่งเคยพูดคล่องต่อหน้าคนทั้งร้าน
วันนี้เขาไม่ได้เอาความมั่นใจในผลสำเร็จมาขาย เขาเอาความหวาดกลัวของตนมาวาง แล้วเรียกให้หล่อนยื่นมือรับมันด้วยคำว่าช่วยกัน
ชิวอิงยังไม่รู้ว่าเขาต้องรับผิดอะไรทั้งหมด ไม่รู้ว่าคำสั่งของใครทำให้เครื่องเดินต่อ ไม่รู้ว่าชื่อผู้ขอเปลี่ยนในเอกสารช่างมีผลถึงการใช้จริงอย่างไร หล่อนจึงไม่สามารถตัดสินคดีของเขาจากความเกลียดหรือความสงสารในบ่ายนี้
แต่หล่อนรู้ว่ามือซึ่งจ่ายหกเหมาเป็นมือของตน และรู้ว่าเรื่องสี่หยวนแปดเหมาไม่ได้มาจากการเห็นคนจ่ายเอง
“ข้าต้องเทียบกับคำที่เคยให้ไว้ก่อน”
“เจ้าจำคำที่ตัวเองพูดไม่ได้หรือ”
“ข้าจะอ่านทั้งแผ่น ไม่อ่านเฉพาะชื่อข้า”
สวีขยับเข้าใกล้ชายคาอีกเล็กน้อยแล้วหยุด ไม่เดินผ่านประตู ชิวอิงไม่ได้ถอยออกไปเปิดพื้นที่ข้างในให้เขาตามนิสัยเดิม
เขาบอกว่าเวลาของตนมีไม่มาก หนังสือถามมาทีละฉบับ หากหล่อนไม่ตอบเร็ว เรื่องจะยืดเยื้อไปถึงคนที่ไม่เกี่ยวด้วย
ชิวอิงเห็นผ้าที่ต้องส่งอยู่พอดี
“ข้าบอกเวลาไว้แล้ว วันนี้ต้องส่งงาน”
“ข้ารอให้เซ็นไม่ได้หรือ”
หล่อนจับแผ่นร่างด้วยสองมือ ไม่ขยำ ไม่ฉีกให้เขาเอาไปกล่าวว่านางทำลายคำตอบ
“วันนี้ข้าให้ได้เพียงเวลาอ่านตามที่บอก ไม่ได้ตกลงว่าจะเซ็น”
สวีมองหล่อนนานขึ้น ราวกับเพิ่งเห็นว่าคนที่เคยรอเขาเป็นฝ่ายจัดการทุกอย่างกำลังเอาคำตกลงเล็ก ๆ มาขวางเส้นทาง
ท้ายที่สุดเขาบอกให้เก็บร่างไว้ แล้วฝากคำตอบตามช่องทางที่ใช้ก่อนหน้านี้ เขาไม่ได้มีสิทธิ์กำหนดเวลาของคณะตรวจให้หล่อน จึงกล่าวได้เพียงว่าเขาอยากได้เร็ว
ก่อนเดินออก เขาหันกลับ
“อย่าให้เยว่ชิงเขียนให้เจ้า นางจะให้เจ้าเลือกคำที่เป็นประโยชน์กับนาง”
ชิวอิงไม่ได้บอกว่าจะส่งทุกอย่างให้ญาติอ่าน
เยว่ชิงอยู่หลานโจว การพบกันบ่ายนี้ไม่ได้เกิดขึ้นต่อหน้าเธอ และคำชี้แจงของชิวอิงก็ยังต้องเป็นคำของคนซึ่งมีชื่ออยู่ในสมุด ไม่ใช่คำที่ย้ายจากผู้ช่วยคนหนึ่งไปหาอีกคนหนึ่ง
หลังสวีพ้นปากตรอก หล่อนปิดบานประตูเพียงพอให้เก็บของ แล้วนำงานผ้าไปส่งตามนัด
เจ้าของถามเรื่องตะเข็บ ชิวอิงตอบเรื่องตะเข็บ จ่ายเงินหรือรับเงินตามงานจริง ไม่มีใครรู้ทันทีว่าประโยคบนกระดาษอีกแผ่นทำให้หล่อนต้องใช้แรงมากเพียงใดในการพูดเรื่องธรรมดาต่อให้จบ
พอกลับถึงบ้าน แสงเย็นคลุมพื้นห้องแล้ว
หล่อนจุดโคม วางร่างใหม่ไว้บนม้านั่งแยกจากของเก่า ก่อนคุกเข่าลงหน้าลิ้นชักเตี้ย
ด้านในมีซองสำเนาที่นำกลับจากหลานโจว ข้อมูลรับมอบสมุดต้นฉบับ และส่วนคำชี้แจงที่ผู้รับให้เก็บไว้ หล่อนไม่ต้องค้นสมุดซึ่งส่งไปแล้ว ไม่ต้องไปขอกุญแจบ้านแม่ของเยว่ชิง และไม่ต้องยืมเอกสารครอบครัวมาเป็นเกราะบังเรื่องของตน
ชิวอิงนำสำเนาออกทั้งแผ่น
ตอนให้คำครั้งก่อน ผู้รับเคยอ่านกลับให้แก้คำว่าได้จ่าย ซึ่งเกินสิ่งที่หล่อนทำจริง ในแผ่นใหม่หลังแก้จึงแยกเรื่องที่ได้ฟังกับเรื่องที่หล่อนเป็นคนจ่ายเองไว้
ร่างที่สวีเอามาวันนี้กำลังผูกมันเข้าด้วยกัน
หล่อนวางสองแผ่นห่างกัน ความผิดของตนยังอยู่ในแผ่นเก่า ไม่ได้เบาบางลงเพราะเก็บไว้ดี และไม่ได้หนักเพิ่มตามทุกเรื่องที่ชายคนหนึ่งอยากรวมลงในชื่อหล่อน

ชิวอิงอยากไปหาแม่ของเยว่ชิงอยู่ชั่วขณะ
หล่อนอยากให้คนซึ่งเคยรู้จักกันก่อนเรื่องทั้งหมดฟังว่าหล่อนกลัว แต่แม่เคยตอบไว้แล้วว่าต้องการเวลาและความสงบ การที่สวีมาถึงประตูวันนี้ไม่ทำให้หล่อนมีสิทธิ์เดินไปเคาะบ้านนั้นโดยไม่ถาม
หล่อนจึงหยิบกระดาษของตนมาอีกแผ่น
เริ่มเขียนบันทึกว่าวันนี้ใครมา เมื่อไรโดยประมาณ นำร่างอะไรมาให้ และประโยคใดที่หล่อนจำได้ หากคำไหนจำไม่ครบจะไม่ใส่เครื่องหมายเหมือนถอดทุกเสียงมาจากการบันทึก
บันทึกนี้เป็นของวันนี้ ไม่ได้ถูกสอดเข้าไปให้ดูเหมือนอยู่ในสมุดปีเจ็ดสิบแปด
หล่อนยังไม่ส่งมัน ไม่เซ็นร่างของสวี และไม่เขียนชื่อคนผิดแทนคำตอบที่ตนไม่มี
ข้างซองข้อมูลรับมอบมีช่องทางติดต่อผู้รับตรวจที่ให้ไว้ หากคำถามเกินส่วนซึ่งเคยอนุญาตให้ใช้ หล่อนต้องขอให้บอกขอบเขตอีกครั้ง หากจะยื่นคำเพิ่ม หล่อนก็สามารถยื่นต่อผู้รับและขอสำเนาของตนได้
ชิวอิงเขียนชื่อผู้รับลงบนซองเปล่า เตรียมไว้สำหรับเช้าวันถัดไป
หล่อนยังต้องตัดสินใจว่าจะพูดอะไรต่อหน้าคนที่ถาม และจะรับผิดส่วนที่เคยปิดบังอย่างไร การทิ้งสวีไว้ข้างนอกประตูไม่ได้ชำระหนี้เหล่านั้นให้หมดในบ่ายเดียว
แต่ร่างที่วางอยู่บนม้านั่งก็ยังเป็นเพียงร่างของเขา
หล่อนเก็บเข็มให้พ้นพื้น ยกโคมไปวางข้างที่นอน แล้วมองมือที่เคยคัดคำของคนอื่นโดยคิดว่าตนมีหน้าที่ทำให้เรียบร้อย
พรุ่งนี้ ก่อนมือนี้จับดินสออีกครั้ง ชิวอิงจะต้องเลือกว่าจะให้ชื่อของตนยืนยันอะไร
และครั้งนี้ การเลือกนั้นไม่อาจฝากให้ชายซึ่งรออยู่ปลายคำตอบเลือกแทนได้อีก
นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI
