읽기 설정

ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · 99화

ตอนที่ 99 — เวลาไม่ใช่คำแก้ตัว

번역이 아직 준비되지 않아 태국어 원문을 표시합니다

ต้นเดือนธันวาคม ลมหนาวลอดช่องหน้าต่างห้องเช่าจนเยว่ชิงต้องเลื่อนเก้าอี้ออกจากผนัง

จดหมายเล่าอาหารที่ร่างหลังคืนพักถูกส่งออกไปวันที่หนึ่ง นางกลับทำงานตามเวลา เก็บห่อเครื่องมือไว้ที่เดิม และไม่บังคับให้ทุกวันอาทิตย์เหมือนวันที่สามสิบพฤศจิกายน

การพักครั้งหนึ่งไม่ได้ทำให้ชีวิตหลังจากนั้นไม่มีวันเหนื่อย

แต่เวลาที่นางยอมปล่อยให้ว่างกลับทำให้เห็นนิสัยบางอย่างชัดขึ้น นางเก่งเรื่องนัดหมายให้คนพร้อม และเกือบลืมไปว่าความพร้อมของคนไม่ใช่นาฬิกาที่ปรับให้ตรงกันได้ด้วยมือช่าง

วันที่ห้า จิ้งโจวบอกว่าเย็นวันอาทิตย์เขาจะอยู่จัดเก้าอี้ของตนให้เรียบร้อย เก้าอี้ตัวนั้นมีส่วนประกอบหลวมจนเขาแยกไว้ไม่ใช้งานแล้ว ไม่ได้ปล่อยให้ใครนั่งเสี่ยงระหว่างรอซ่อม

เยว่ชิงถามว่าจะไปพบเขาช่วงบ่ายได้หรือไม่

เขาบอกเวลาซึ่งสะดวก และอธิบายทางเข้าที่พักให้ตามกติกาของที่นั่น นางไปในฐานะแขกซึ่งเจ้าของเวลารับนัดไว้ ไม่ใช่คนที่เห็นเขามาที่ลานของตนแล้วจึงถือว่าเข้าห้องของเขาได้เอง

วันอาทิตย์ที่เจ็ด นางมาถึงพร้อมของกินเล็กน้อยที่ตกลงนำไป

จิ้งโจววางชิ้นเก้าอี้บนผ้าปูพื้น เครื่องมือของเขาอยู่ข้าง ๆ ไม่ใช่ของหน่วยที่ขอยืมมาทำงานส่วนตัว บนโต๊ะเล็กมีหนังสือเปิดค้างและถ้วยน้ำหนึ่งใบ

เยว่ชิงวางของแล้วมองชิ้นประกอบซึ่งยังไม่แน่น

“ตรงนี้ข้าช่วยจับให้ได้” นางบอก

“รอข้าดูระยะก่อน”

นางหยุดมือ เขายกไม้ขึ้นเทียบและวางลงใหม่ ไม่รีบทำเพราะมีคนรออยู่ข้างตัว

ผ่านไปครู่หนึ่ง เยว่ชิงเริ่มจัดคำตอบในหัว ถ้าเขาทำอย่างนี้ ถ้านางช่วยส่วนนี้ เก้าอี้คงเสร็จก่อนเย็น แล้วเขาจะมีเวลาอ่านหนังสือ นางจะกลับไปคัดคำถามได้อีกหน้า ทุกคนจะได้เวลาคืนมามากกว่าเดิม

นางขยับเข้าไปใกล้ แล้วถามว่าจะให้จับตอนนี้หรือยัง

จิ้งโจวเงยหน้ามอง

“เจ้ากำลังรอช่วยข้า หรือรอให้ข้าทำเสร็จเร็วขึ้น”

คำถามไม่มีเสียงดุ แต่ทำให้นางรู้ว่าตนยังไม่ได้ฟังเขาจริง ๆ

“ข้าคิดว่าถ้าเสร็จเร็ว เจ้าจะได้พัก”

“ข้าเลือกเย็นนี้ไว้ทำมันเอง การทำช้าไม่ได้แปลว่าข้าถูกแย่งเวลาทุกครั้ง”

เยว่ชิงถอนมือกลับมาวางบนเข่า

ชิ้นไม้ยังเป็นชิ้นเดิม ระยะยังต้องวัดเท่าเดิม ทว่าในหัวของนาง ความเร็วเพิ่งเสียตำแหน่งซึ่งเคยอยู่เหนือความต้องการของเจ้าของงาน

“ข้าไม่ได้ต้องการให้เจ้ามาซ่อมเก้าอี้แทน” เขาบอก “ถ้าขอให้จับ ข้าจะบอก ตอนนี้นั่งคุยได้”

นางนั่งลงบนม้านั่งที่ใช้งานได้ ไม่หยิบชิ้นไม้ขึ้นอธิบายต่อเพื่อเอาชนะคำว่าไม่ได้ขอ

เยว่ชิงนั่งเป็นแขกตามนัด ขณะที่จิ้งโจวค่อย ๆ จัดเก้าอี้ของตนตามจังหวะที่เลือก
เยว่ชิงนั่งเป็นแขกตามนัด ขณะที่จิ้งโจวค่อย ๆ จัดเก้าอี้ของตนตามจังหวะที่เลือก

ครั้นเขาขอให้ช่วยจับส่วนหนึ่ง นางถามว่าจะจับตรงไหน รอเขาบอกตำแหน่ง แล้วทำเพียงส่วนนั้น

พวกเขาไม่ได้ทำเก้าอี้ให้กลายเป็นเรื่องใหญ่กว่าของใช้ชิ้นหนึ่ง แต่เยว่ชิงจำความรู้สึกตอนหยุดมือไว้

บางครั้งนางเรียกความเร่งของตนว่าความหวังดีเร็วเกินไป

*

จดหมายของแม่มาถึงวันที่สิบสอง

แม่ได้รับเรื่องอาหารแล้ว และเล่าว่าชิวอิงติดต่อมาขอไปเยี่ยมในช่วงเดือนนี้ คราวนี้หญิงสาวถามเวลาที่แม่สะดวก ไม่ได้เดินมานั่งรอหน้าประตู

แม่ยังไม่อยากรับนัดนั้น

ในจดหมายไม่มีคำว่าเกลียดตลอดชีวิต ไม่มีคำว่าลืมแล้วทั้งหมด มีเพียงว่าช่วงใกล้วันเก่าของพ่อ แม่อยากให้บ้านเงียบขึ้น และยังไม่รู้ว่าจะพร้อมพบกันเมื่อใด

แม่ตอบชิวอิงเองแล้ว ไม่ให้ลูกส่งคำตอบแทน

เยว่ชิงอ่านถึงตรงนั้นและมองปฏิทิน

จากวันที่นางกลับมาในชีวิตครั้งนี้ ผ่านไปกว่าสองปีครึ่งแล้ว ชิวอิงเคยยอมบอกแหล่งของคำในสมุด เคยส่งต้นฉบับให้ตรวจตามขอบเขต และเคยขอโทษโดยไม่ได้รับสิทธิ์กลับเข้าตู้เอกสารจากคำขอโทษนั้น

เยว่ชิงคิดว่าเวลามากขนาดนี้ น่าจะพอให้แม่…

ประโยคในหัวจบลงก่อนมีคำต่อ

พอสำหรับใคร

นางรู้สิ่งที่ชิวอิงทำเพิ่ม แต่ไม่ได้อยู่ในอกของแม่ทุกคืนก่อนหลับ ไม่ได้ยืนในบ้านนั้นทุกครั้งที่เสียงของคนเดินผ่านคล้ายเสียงซึ่งแม่เคยกลัว และไม่เคยจ่ายเวลาแทนแม่ได้เพียงเพราะนางอยากเห็นคนที่ยังมีชีวิตเลิกเจ็บ

นางหยิบกระดาษตอบ เขียนว่าแม่อาจลองพบกันสั้น ๆ ก่อน

แล้วหยุดอ่านสิ่งที่ตนเขียน

แม่เพิ่งบอกว่าไม่อยากรับนัด ในบรรทัดถัดมา ลูกกลับเสนอรูปแบบนัดที่คิดว่าเบากว่า เพื่อให้คำว่าไม่พร้อมของแม่เปลี่ยนเป็นสิ่งที่ลูกจัดการได้

เยว่ชิงเก็บร่างแผ่นนั้นไว้ ไม่ส่ง

บนกระดาษใหม่ นางตอบว่ารับรู้คำเลือกของแม่แล้ว และหากวันใดแม่อยากให้ช่วยจัดเวลา ให้บอกได้ นางไม่กำหนดวันถัดไปให้ในชื่อของความปรารถนาดี

จดหมายตอบออกวันที่สิบสาม

นางไม่ได้เขียนว่าการรอของชิวอิงไร้ค่า และไม่ได้ใช้การเปลี่ยนแปลงของชิวอิงเป็นใบเบิกผ่านประตูบ้านแม่

ทั้งสองคนยังเป็นเจ้าของการกระทำของตน คนหนึ่งอาจขอพบ อีกคนอาจยังไม่พร้อมพบ โดยไม่ต้องให้เยว่ชิงสร้างคำตัดสินเพิ่มเพื่อบังคับให้เรื่องจบในเดือนนี้

*

วันอาทิตย์ที่สิบสี่ เยว่ชิงออกไปซื้อผักหลังทำรายการของตนเรียบร้อย

เถียนอยู่ตรงมุมตลาดซึ่งเคยถามเรื่องนาฬิกาใช้ถ่าน นางไม่ได้ไปถามว่าเจ้าของนาฬิกาทำอะไรต่อเพื่อยืนยันว่าการพักของตนไม่ทำให้เขาลำบาก ชายผู้นั้นเลือกทางของเขาแล้ว และนางไม่ได้รับงานไว้ตั้งแต่ต้น

แต่วันนี้เถียนบอกว่ามีคนถามช่วงว่างสำหรับตรวจของอีกชิ้นในสัปดาห์หน้า

เยว่ชิงดูวันของตน แล้วบอกเวลาที่ให้ได้จริงพร้อมขอบเขตว่าจะตรวจภายนอกก่อน หากต้องทำเกินเครื่องมือหรือความชำนาญจะไม่รับ

“ครั้งก่อนเจ้าไม่ว่าง ครั้งนี้ข้าจึงถามใหม่” เขาพูด

คำธรรมดานั้นทำให้นางสบายใจอย่างประหลาด

การปฏิเสธหนึ่งวันไม่ได้กลายเป็นคำประกาศว่าไม่ทำงานอีก และการตกลงครั้งนี้ก็ไม่ได้ทำให้คำปฏิเสธครั้งก่อนผิด

นางยังไม่รับเงินหรือของผ่านเถียน ให้เจ้าของมาติดต่อกับนางในเวลาที่แจ้งก่อน จึงกลับไปซื้อผักตามจำนวนที่ตั้งใจ

ใกล้ทางออกตลาด มีรถเข็นจอดขวางช่วงหนึ่ง คนเดินแยกกันช้า ๆ เยว่ชิงเกือบแทรกผ่านช่องแคบเพราะคิดว่าจะเสียเวลาน้อยกว่า

นางหยุดให้คนถือหม้อร้อนผ่านก่อน

ไอร้อนลอยขึ้นตรงหน้า แล้วลมพัดไปทางหลังคา

เวลาซึ่งนางได้กลับมาไม่ได้ทำให้คนอื่นมีหน้าที่หลบทาง

นางเดินกลับช้าลงสองสามก้าว ยังถึงห้องก่อนมืด

เยว่ชิงหยุดให้คนถือหม้อร้อนผ่านช่องทางแคบในตลาด ก่อนกลับพร้อมผักที่ซื้อไว้
เยว่ชิงหยุดให้คนถือหม้อร้อนผ่านช่องทางแคบในตลาด ก่อนกลับพร้อมผักที่ซื้อไว้

*

วันที่สิบแปด สำนักงานนัดรับข่าวความคืบหน้าตามทางที่ยื่นไว้ เยว่ชิงจัดเวลากับหน่วยก่อนออกไปเช่นเดิม

หลัวถิงบอกว่าได้ติดต่อผู้เก็บฉบับคู่ของหน่วยขนส่งแล้ว การตรวจที่แหล่งยืนยันว่าแฟ้มซึ่งใช้ออกสำเนาเป็นเที่ยววันที่ยี่สิบแปดพฤศจิกายน ปีเจ็ดสิบเจ็ด ตามเลขอ้างและจุดลงของที่แจ้ง

ชื่อในช่องรับปรากฏในฉบับที่เก็บจริง ไม่ใช่ชื่อที่เจิ้งซื่อเหิงเพิ่งเติมในสมุดส่วนตัวเพื่อส่งมาถึงนาง

ส่วนการยืนยันว่าใครลงมือเขียนชื่อและรับแทนหน้าที่ใด ยังต้องรับคำตอบจากผู้มีชื่อกับรายการหน้าที่ของวันนั้น

“การพบมันในแหล่งช่วยตัดข้อสงสัยเรื่องสำเนามาจากไหน” ผู้ตรวจกล่าว “ยังไม่ตัดทุกข้อเกี่ยวกับผู้รับ”

เยว่ชิงรับรายการความคืบหน้า นางเห็นประตูซึ่งเปิดเพิ่ม แต่ไม่ได้เรียกมันว่าปลายทางแล้ว

หลัวถิงแจ้งอีกเรื่องหนึ่ง งานติดตามส่วนของทะเบียนซ่อมและเอกสารที่ก่อนหน้านี้คัดมาไม่ครบยังดำเนินอยู่ ผู้เก็บที่ตงเหอแจ้งว่าพบรายการอ้างแฟ้มเพิ่มเติม ต้องออกคำคัดและตรวจช่วงรายการให้เรียบร้อยก่อนส่ง

ยังไม่มีสำเนาส่วนนั้นอยู่ตรงหน้า

เยว่ชิงถามว่าจะนัดอ่านร่วมกันได้เมื่อใด

“เมื่อของที่ขอออกมาถึง และเจ้าตรวจได้ว่าส่วนที่ส่งตรงกับคำขอ” หลัวถิงตอบ “ข้าไม่อยากให้เจ้าจองวันโดยถือว่ากระดาษซึ่งยังไม่มีมาถึงแล้ว”

“ข้าขอให้เร็วที่สุดได้หรือไม่เจ้าคะ”

“ขอได้ และข้าจะบอกเหตุที่เร่งกับแหล่ง แต่วันซึ่งเขาใช้คัดเทียบต้องเป็นวันที่ทำงานนั้นจริง ไม่ใช่วันที่เขียนให้ดูทันคำขอ”

นางพยักหน้า

ความเร่งยังมีที่อยู่ มันใช้บอกความสำคัญของเรื่องได้ แต่ใช้เปลี่ยนส่วนที่ยังไม่ได้อ่านให้กลายเป็นอ่านครบแล้วไม่ได้

เยว่ชิงถามว่าจะต้องเตรียมอะไรในส่วนของตน

หลัวถิงให้เตรียมคำคัดตารางที่เคยใช้เทียบ พร้อมรายการว่าแต่ละกลุ่มอาศัยแหล่งใด และตรงไหนยังเป็นเพียงเครื่องหมายที่อ่านความหมายไม่ได้ ไม่ให้นำสิ่งที่รู้อยู่แล้วไปขยายเป็นคำอธิบายสิบเอ็ดแถวที่เหลือ

หน้าตารางของพ่อคัดเรียงไว้ครบมานานแล้ว การเข้าใจความหมายครบเป็นอีกงานหนึ่ง

ต้นฉบับที่แม่เก็บยังอยู่กับแม่ สำเนาของนางไม่เปลี่ยนเป็นต้นฉบับเพราะถูกเปิดอ่านหลายครั้ง

*

คืนนั้น เยว่ชิงนำคำคัดตารางออกมาตรวจลำดับ

นางอ่านเลขในกลุ่มซึ่งเคยเทียบกับรายการแต่งผิวหลังงานปลายเดือนธันวาคม และหยุดตรงที่แหล่งรองรับสิ้นสุด ไม่แอบทำลูกศรต่อข้ามช่องว่างเพราะเห็นชื่อหม่าจื้อเฉิงในใบคนละเที่ยวแล้ว

ส่วนของสิ่งที่ยังไม่รู้ถูกแยกไว้ให้เห็น

ระหว่างจัดกระดาษ นางนึกถึงชีวิตเดิม

ภาพของปีเก้าสิบแปดขึ้นมาเงียบ ๆ ความตายที่เคยไปถึงครั้งหนึ่งทำให้เวลาทุกช่วงดูเหมือนกำลังลดลง แม้ตอนนี้นางอยู่ในปีแปดสิบ และยังมีคนซึ่งสามารถตอบรับหรือปฏิเสธด้วยเสียงของตน

นางไม่เคยบอกจิ้งโจวว่าเคยอยู่ไกลถึงปีนั้น ไม่เคยทำให้แม่รู้ชีวิตซึ่งแม่ไม่ได้ผ่านมาด้วยกัน

มันเป็นความทรงจำของนางคนเดียว

ถ้านางใช้สิ่งที่คนอื่นไม่รู้เป็นเหตุผลให้พวกเขาต้องทำตาม นางจะกำลังขออำนาจมากกว่าขอเวลา

เยว่ชิงดึงสมุดสำหรับร่างคำถามเข้ามาใกล้ เขียนเรื่องที่ตนอยากทำต่อในสัปดาห์นั้น แล้วขีดเส้นแบ่งระหว่างงานซึ่งตนทำได้เองกับสิ่งที่ต้องรอคนอื่นตอบ

ตารางแรกมีการตรวจคำคัด การจัดเวลางาน และการเขียนรายการแหล่ง

ตารางหลังมีคำตอบของผู้เก็บ คำยินยอมเพิ่มเติม และเวลาซึ่งแม่หรือจิ้งโจวเลือกได้

นางไม่ส่งตารางหลังออกไปในฐานะคำสั่ง

สิ่งที่นางทำได้คือถามให้ชัด ติดตามเมื่อถึงเวลา และรับรู้หากใครไม่พร้อม ไม่ใช่หายจากเรื่องทั้งหมดแล้วเรียกว่าปล่อยวาง แต่ก็ไม่ใช่กดคนทั้งแถวให้เดินตามความกลัวของนาง

ในห้องเช่า เยว่ชิงจัดคำคัดของตนกับรายการแหล่ง แยกส่วนที่ทำเองได้จากส่วนที่ต้องรอคำตอบจริง
ในห้องเช่า เยว่ชิงจัดคำคัดของตนกับรายการแหล่ง แยกส่วนที่ทำเองได้จากส่วนที่ต้องรอคำตอบจริง

ก่อนเก็บกระดาษ นางเห็นร่างตอบแม่แผ่นที่ไม่ได้ส่งอยู่ข้างสมุด

นางอ่านประโยคที่เสนอให้พบชิวอิงสั้น ๆ อีกครั้ง แล้วลงวันที่ไว้ว่าเป็นร่างซึ่งตนเปลี่ยนใจ ไม่ทำลายมันเพื่อให้ตัวเองดูเหมือนรู้สิทธิของทุกคนมาตลอด

การเรียนรู้ครั้งนี้มีรอยของความผิดพลาดอยู่ด้วย แม้ความผิดพลาดนั้นจะหยุดก่อนถึงมือแม่

เยว่ชิงเก็บแฟ้มแล้วเปิดหน้าต่างแง้มให้อากาศเข้าช่วงสั้น ลมเย็นทำให้ใบกระดาษที่ยังไม่เก็บขยับ นางกดไว้ด้วยถ้วยที่ว่าง ไม่ใช้ของเก่าของพ่อเป็นที่ทับกระดาษ

ข้างนอกมีคนกำลังดึงผ้าซึ่งตากไว้ลงจากราว อีกห้องหนึ่งเริ่มเตรียมน้ำล้างหน้า

ปีเก้าสิบแปดยังอยู่ไกลจากลานนี้

แต่ความกลัวว่าเวลาจะหมดอยู่ใกล้พอให้นางมองเห็น และเลือกไม่ใช้มันเป็นข้ออ้างทุกครั้งที่อยากให้ใครตอบเร็วขึ้น

เยว่ชิงปิดหน้าต่าง แล้วเขียนประโยคสุดท้ายในรายการเตรียมอ่าน

เมื่อสำเนามาถึง อ่านสิ่งที่อยู่ในมือให้ครบก่อนเรียกชื่อสิ่งที่ยังไม่มี

จากนั้นจึงวางดินสอ

นางยังตั้งใจทวงความจริงคืน

คราวนี้จะไม่ทวงเวลาของทุกคนมาเป็นของตนพร้อมกัน

กลับสารบัญนิยาย

นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI