읽기 설정

ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · 93화

ตอนที่ 93 — คำขอโทษที่ไม่ซื้อการยกโทษ

번역이 아직 준비되지 않아 태국어 원문을 표시합니다

วันอาทิตย์ที่สามสิบเอ็ดสิงหาคม เยว่ชิงมายืนรอที่จุดโทรศัพท์สาธารณะก่อนเวลานัดเล็กน้อย

ทางเดินหน้าที่ทำการยังชื้นจากฝนเมื่อคืน คนขายขนมแป้งกำลังเช็ดน้ำออกจากเก้าอี้ไม้ นางซื้อขนมหนึ่งชิ้น กินจนหมดก่อนเข้าแถว แล้วพับกระดาษห่อใส่ถุงของตน ไม่ได้ถือสำเนาบัญชีไปเปิดกลางทาง

ข่าวใบรับที่ส่งเมื่อวันที่สิบเก้าไปถึงชิงเหอแล้ว ชิวอิงตอบกลับมาโดยไม่ขอสมุดคืนทันที หล่อนเขียนว่ารู้แล้วว่าสมุดอยู่กับผู้รับเอกสาร และขอคุยกับนางอีกครั้ง หากเยว่ชิงมีเวลาที่ตนสะดวก

ท้ายจดหมายมีคำว่า ไม่ต้องเลื่อนงานเพราะข้า

เยว่ชิงเลือกเช้าวันอาทิตย์ บอกจุดติดต่อและเวลาผ่านจดหมายตอบ ทั้งสองฝ่ายตกลงกันก่อนวันนี้ ไม่มีใครต้องรอฟังเสียงเรียกอยู่ทั้งวัน และไม่มีใครเดินทางข้ามเมืองเพื่อบังคับให้อีกคนเปิดประตูรับ

นางคิดไว้แล้วว่าจะใช้เวลาเท่าใด แต่พอเจ้าหน้าที่ส่งหูโทรศัพท์ให้ มือกลับเย็นกว่าที่คาด

“เยว่ชิงหรือ”

เสียงปลายสายเบากว่าครั้งที่คุยกันในห้องพักใกล้สถานี หล่อนอยู่ที่ชิงเหอ ไม่ใช่นั่งอยู่ตรงหน้าให้นางมองว่าก้มตาหรือหลบคำถามอย่างไร

“ข้าเอง เจ้าคุยได้หรือไม่”

“ได้ ข้าบอกคนทางนี้แล้วว่าขอใช้สายตามเวลาที่นัด ไม่มีคนในบ้านมายืนฟัง”

เยว่ชิงมองช่องประตูด้านหลังตน คนต่อคิวอยู่ห่างตามที่เจ้าหน้าที่กำหนด นางลดเสียงลง

“วันนี้ไม่ต้องอ่านรายการเงินผ่านสาย ถ้าจะเปลี่ยนคำอธิบายข้อไหน ให้เขียนวันใหม่ไว้แล้วส่งมาตามช่องทางเดิม สมุดต้นฉบับยังอยู่ที่สำนักงาน ข้าไม่ได้เอากลับมาที่ห้อง”

“ข้ารู้ ข้าไม่ได้จะให้เจ้าเอามันออกมา”

ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง มีเสียงถ้วยกระทบกันจากที่ใดสักแห่ง ก่อนชิวอิงจะพูดต่อ

“ข้าอยากขอโทษเจ้า ไม่ใช่ขอให้เจ้าบอกคนรับเอกสารว่าอย่าถามข้าอีก”

เยว่ชิงรับสายที่นัดหมายไว้จากชิวอิงซึ่งอยู่คนละเมือง
เยว่ชิงรับสายที่นัดหมายไว้จากชิวอิงซึ่งอยู่คนละเมือง

คำขอโทษควรเป็นคำที่ได้ยินง่าย เยว่ชิงเคยคิดเช่นนั้นเมื่อยังเด็ก เพียงคนผิดพูดแล้วคนเจ็บพยักหน้า เรื่องก็เหมือนเก็บถ้วยที่แตกออกจากพื้น บ้านกลับมาเงียบสะอาด ใครไม่ยอมพยักหน้ากลับกลายเป็นคนทำให้ความสงบเสียไป

แต่เศษถ้วยอาจยังอยู่ใต้เท้า

นางไม่ได้ตอบว่าชิวอิงไม่ต้องพูด ไม่ได้รีบบอกว่าเรื่องผ่านไปแล้ว

“เจ้าขอโทษเรื่องไหน”

อีกฝ่ายสูดลมหายใจ

“เรื่องที่ข้าคัดกระดาษร้านไปให้เขา ทั้งที่เจ้ากับป้าไม่ได้อนุญาต เรื่องที่ข้ารู้ว่าเขาเดินไปกับรถเข็นแล้วไม่บอกเจ้าเมื่อครั้งก่อน และเรื่องที่ข้ายอมให้บรรทัดซึ่งเขาบอกให้จดดูเหมือนข้าเห็นเอง”

“ข้ายังไม่รู้ว่ากระดาษที่เจ้าคัดถูกเอาไปทำอะไรทั้งหมด”

“ข้าก็ยังไม่รู้ ข้าไม่ควรแต่งคำตอบเพื่อให้คำขอโทษฟังครบ”

น้ำเสียงนี้ไม่มีคำว่าเพราะหวังดี ไม่มีการกล่าวว่าถ้าเยว่ชิงไม่ถามมาก เรื่องคงไม่บานปลาย นางจึงฟังต่อ

“ข้ากลัวว่าเขาจะไม่ให้งาน กลัวคนอื่นบอกว่าข้าเป็นญาติแล้วยังทำให้บ้านมีเรื่อง” ชิวอิงพูด “แต่ข้าใช้ความกลัวของข้าไปเก็บสิ่งที่เจ้าควรรู้ไว้กับตัว สุดท้ายคนที่ต้องเดินไปถามต่อคือเจ้า”

เยว่ชิงวางนิ้วบนขอบช่องโทรศัพท์

เมื่อก่อนนางคงถามว่าทำไมถึงกลัวคนอื่นมากกว่ากลัวนางเสียใจ วันนี้นางเห็นว่าคำถามนั้นอาจได้รับคำตอบซึ่งฟังดูดี และไม่เปลี่ยนสิ่งที่เกิดขึ้นสักอย่าง

“ข้าเข้าใจได้ว่าเจ้ากลัว” นางพูดช้า ๆ “แต่เวลาข้าตามกระดาษที่ขาด ข้าไม่มีทางรู้ว่ามันขาดเพราะไม่มีใครจำได้ หรือเพราะคนที่จำได้เลือกให้ข้าไม่รู้ ข้าเสียเวลาสองอย่างไม่เหมือนกัน”

ชิวอิงไม่ได้แทรก

“บางครั้งข้ากลับไปเปิดสำเนาเดิม เพราะคิดว่าข้าอ่านพลาดเอง ข้าไม่อาจรู้ว่าครั้งต่อไปเจ้าจะเว้นอะไรอีก จนกว่าเจ้าจะบอกมันมาเอง”

“ข้าได้ยินแล้ว”

“ได้ยินไม่เท่ากับแก้ได้หมด”

“ข้าไม่ได้ขอให้เจ้าเห็นว่าข้าแก้หมดแล้ว”

สายมีเสียงพร่า เยว่ชิงต้องขอให้อีกฝ่ายพูดประโยคท้ายซ้ำ ชิวอิงพูดซ้ำด้วยถ้อยคำเดิม ไม่ได้เปลี่ยนให้เบาลง

นางจำได้ว่าตนเคยฟังคนพูดขอโทษในอีกชีวิตหนึ่ง

ในปีที่นางอายุสี่สิบสี่ คำขอโทษของเหวินเต๋อมาเร็วเสมอเมื่อเขาต้องการให้นางหยุดถาม บางครั้งมาก่อนนางบอกด้วยซ้ำว่าเจ็บตรงไหน หลังคำนั้นมักมีเรื่องด่วนที่ต้องให้ช่วย มีคนที่ต้องให้ยอม และมีความเงียบซึ่งนางถูกเรียกร้องให้รักษา

ความทรงจำอยู่กับนางเพียงคนเดียว ชิวอิงปลายสายไม่รู้เรื่องปีนั้น นางไม่มีเหตุจะนำความผิดที่ยังไม่เกิดในชีวิตนี้มาวางเพิ่มบนหลังญาติ

แต่สิ่งที่เกิดแล้วก็ไม่จำเป็นต้องเล็กลง เพื่อให้นางดูเป็นคนใจกว้าง

“หลังพูดวันนี้ เจ้ายังต้องตอบคำถามที่ผู้รับเอกสารถามตามขอบเขตที่เจ้าตกลงไว้” เยว่ชิงบอก “ถ้าจำไม่ได้ก็ว่าไม่จำ ไม่ใช่หาเรื่องที่น่าจะใช่มาใส่”

“ข้าจะตอบส่วนของข้า ถ้าเขาขอเกินที่ตกลง ข้าจะถามก่อน ไม่ได้หมายความว่าข้าจะเลิกตอบทั้งหมด”

เยว่ชิงรู้สึกถึงความตึงที่ค่อย ๆ คลายตรงบ่าเล็กน้อย มันไม่ใช่ความไว้ใจที่กลับมาเต็มผืน เป็นเพียงการไม่ต้องเตรียมโต้เถียงกับคำขอโทษซึ่งเรียกร้องรางวัลในประโยคเดียวกัน

ชิวอิงถามอีกข้อ

“ข้าควรไปหาป้าหรือไม่”

เยว่ชิงเงียบ มองคนขายขนมยกเก้าอี้ที่เช็ดแล้วหลบแดด

แม่มีสิทธิเลือกว่าจะพบใคร ไม่ใช่ให้ลูกตัดสินใจแทนเพราะถือเอกสารมากกว่า และชิวอิงก็ไม่ควรใช้คำขอโทษต่อลูกเป็นใบผ่านประตูบ้านแม่

“เขียนถามแม่โดยตรง อย่าไปโดยคิดว่าเพียงข้ามารับสาย แม่ต้องเปิดบ้านให้เจ้า ถ้าแม่ขอเวลา ก็ให้เวลา”

“แล้วเจ้าล่ะ”

“วันนี้ข้ายอมคุยกับเจ้า แต่ข้ายังไม่ฝากของส่วนตัว ไม่ฝากกุญแจ และไม่ให้เจ้าบอกเรื่องของข้าแทนข้า”

ความเงียบที่ตามมานานพอให้นางได้ยินคนข้างนอกขยับเท้า นางไม่ได้รีบเติมคำอ่อนโยนเพื่อทำให้สิ่งที่เพิ่งพูดหายไป

“ข้าไม่ชอบได้ยินว่าต้องรอให้เจ้าไว้ใจ” ชิวอิงยอมรับในที่สุด “แต่ถ้าข้าบอกว่าขอโทษแล้วเจ้าต้องเลิกรอ ข้าก็ยังจะเป็นคนกำหนดว่าเจ้าควรรู้สึกอย่างไรอยู่ดี”

เยว่ชิงหลับตาชั่วครู่

นี่ไม่ใช่คำที่นางต้องสอนให้หล่อนพูด

“เจ้าทำงานเย็บต่อได้หรือไม่”

“ได้ งานที่รับไว้ก่อนเดินทางข้าส่งแล้ว ตอนนี้มีผ้าของคนละบ้าน ไม่ได้เป็นเงินที่เจ้าจ่ายให้เพราะสมุด”

“ทำงานของเจ้าให้ตรงตามที่รับไว้”

“ข้าจะทำ”

เมื่อเจ้าหน้าที่ส่งสัญญาณเรื่องเวลา เยว่ชิงบอกว่าต้องวาง ชิวอิงไม่รั้งให้ต่อสายอีก ไม่ขอให้นางพูดว่าให้อภัยก่อนจึงจะยอมจบ

“ขอบใจที่ฟัง” หล่อนพูด “ถ้าเจ้าต้องใช้เวลา ข้าจะไม่ไปบอกคนอื่นว่าเจ้าทำให้ข้าอับอายด้วยการไม่ยอมดีด้วย”

“ข้าจะดูจากสิ่งที่เจ้าทำต่อไป”

นางวางหู จ่ายค่าติดต่อของตน แล้วออกมารับแดดเช้าที่ลอดชายคา

ฝนไม่ได้ตกอีก แต่แขนเสื้อยังเย็นจากการพิงผนังชื้น นางยืนอยู่สักครู่จนมีคนขอทาง จึงขยับออกโดยไม่รู้สึกว่าตนต้องกลับไปพูดอีกหนึ่งประโยคเพื่อให้การสนทนาดูจบอย่างสวยงาม

*

ที่ชิงเหอ ชิวอิงกลับถึงบ้านก่อนเที่ยง

ผ้าที่ลูกค้าฝากไว้พาดอยู่บนเก้าอี้ ชายเสื้อยังต้องเก็บอีกช่วงหนึ่ง หล่อนล้างมือ เช็ดจนแห้ง แล้วนำถุงของลูกค้าออกจากช่องซึ่งเมื่อก่อนเคยวางสมุดบัญชี

ช่องนั้นว่างอยู่ สมุดสีน้ำตาลไม่ได้กลับมาพร้อมหล่อน มีเพียงสำเนาคำชี้แจงกับใบส่งมอบที่เก็บแยกไว้ในซองปิด หล่อนไม่ได้หยิบมันมาวางทับผ้าเพื่อให้ใครถามว่าเกิดอะไรขึ้น

คนรู้จักแวะมาที่หน้าต่าง เห็นชิวอิงจับเข็มจึงทัก

“คุยกับเยว่ชิงแล้วหรือ ดีกันหรือยัง”

เข็มหยุดเหนือผ้าครู่หนึ่ง

เมื่อก่อนหล่อนคงตอบว่าดีกันแล้ว เพราะไม่อยากให้คำถามอยู่กับตนนาน หากเยว่ชิงมาพบทีหลังและพูดไม่ตรงกัน คนฟังอาจนึกว่าฝ่ายลูกพี่ลูกน้องยังถือเรื่องอยู่เอง

“คุยแล้ว” ชิวอิงตอบ “แต่หล่อนยังไม่ได้บอกว่าไว้ใจข้าเหมือนเดิม”

“ญาติกัน จะถือไปถึงเมื่อใด”

ชิวอิงดึงด้ายช้า ๆ เพื่อไม่ให้ชายผ้าร่น

“ข้าเป็นคนทำให้หล่อนต้องระวัง ไม่ควรให้เจ้าช่วยเร่งแทนข้า”

คนหน้าต่างทำท่าเหมือนมีเรื่องจะกล่าวอีก แต่เมื่อหล่อนไม่ยื่นความเสียใจออกไปขอให้รับรอง ก็เปลี่ยนไปถามว่าเสื้อจะเสร็จวันไหน

“ตามวันที่รับไว้ ถ้ามีอะไรเปลี่ยน ข้าจะบอกเจ้าของผ้าก่อน”

หลังคนรู้จักไป ชิวอิงกลับรู้สึกเหนื่อยมากกว่าตอนถูกถามเรื่องสมุด ไม่ใช่เพราะคำพูดยาว แต่เพราะหล่อนต้องยอมให้เรื่องที่ไม่น่าฟังอยู่ในอากาศ โดยไม่รีบเปลี่ยนให้ตนเป็นคนถูกสงสาร

หล่อนเก็บตะเข็บอีกช่วงหนึ่ง แสงจากหน้าต่างขยับผ่านหลังมือ

ชิวอิงกลับมาทำงานเย็บผ้าของลูกค้าโดยไม่ใช้คำขอโทษแลกความเห็นใจ
ชิวอิงกลับมาทำงานเย็บผ้าของลูกค้าโดยไม่ใช้คำขอโทษแลกความเห็นใจ

บ่ายนั้นหล่อนเริ่มจดหมายถึงป้า เขียนว่าอยากขอโทษเรื่องที่คัดกระดาษร้านออกไป และขอทราบว่าป้าสะดวกรับฟังหรือไม่ หากยังไม่สะดวก หล่อนจะไม่เดินไปยืนหน้าบ้านเพียงเพื่อให้คนข้างถนนเห็นว่าตนพยายามแล้ว

ชิวอิงอ่านคำว่า ขอให้ป้าอย่าโกรธ แล้วขีดออกจากร่าง

หล่อนเขียนใหม่ว่า ข้าไม่ควรเป็นคนกำหนดว่าป้าต้องหายโกรธเมื่อใด

จดหมายฉบับนั้นไม่ได้ส่งผ่านเยว่ชิง เพื่อให้ลูกสาวช่วยรับประกันคำของหล่อนอีกชั้นหนึ่ง หล่อนจะส่งเอง และรอคำตอบของผู้ที่ตนทำผิดด้วยเอง

*

เย็นวันเดียวกัน เยว่ชิงออกไปเดินริมแม่น้ำตามเวลาที่นัดกับจิ้งโจวไว้ก่อนแล้ว

ลมพัดชายเสื้อจนต้องจับไว้ นางไม่ได้เอาสำเนาคำชี้แจงของชิวอิงมาด้วย ถุงสะพายมีเพียงของใช้กับขนมซึ่งซื้อเผื่อคนละชิ้น เมื่อจิ้งโจวมาถึง เขารับขนมไปแล้วถามว่าจะเดินด้านแดดหรือด้านร่ม

“ด้านแดด ข้ายืนในช่องโทรศัพท์จนแขนเย็นเมื่อเช้า”

เขาเดินไปด้านนั้นกับนาง ไม่ได้ถามว่าใครทำให้นางต้องรับสาย

พอถึงขั้นบันไดเตี้ยเหนือแนวน้ำ เยว่ชิงจึงเล่าเฉพาะส่วนที่เป็นการเลือกของตน

“ข้ารับฟังคำขอโทษวันนี้ แต่ไม่ได้บอกว่าไว้ใจเหมือนเดิม”

จิ้งโจวพยักหน้า รอให้นางพูดต่อ

“ข้าเคยคิดว่าถ้ายอมฟังแล้ว ต้องตอบให้เขารู้สึกดี มิฉะนั้นเหมือนเรียกเขามาให้พูดโดยเปล่าประโยชน์”

“แล้ววันนี้เจ้าคิดอย่างไร”

“การฟังทำให้ข้ารู้ว่าเขายอมรับเรื่องไหน มันมีประโยชน์แล้ว แต่ข้าไม่จำเป็นต้องเอาสิ่งที่ยังไม่มีให้เขา”

นางมองน้ำที่กระทบเสาตลิ่ง กระดาษห่อขนมในมือเบาจนลมเกือบพัดหลุด จิ้งโจวยื่นมือรับไปพับรวมกับของตน ก่อนเก็บไว้ในถุงรอทิ้งให้ถูกที่

“เจ้าหลับได้หรือเปล่า” เขาถาม

“เมื่อคืนหลับ วันนี้ยังไม่รู้”

“ถ้าอยากกลับเร็ว เรากลับได้”

“ข้าอยากเดินอีกหน่อย”

“เช่นนั้นก็เดินอีกหน่อย”

เยว่ชิงกับจิ้งโจวเดินริมแม่น้ำยามเย็นหลังนางเลือกขอบเขตของตน
เยว่ชิงกับจิ้งโจวเดินริมแม่น้ำยามเย็นหลังนางเลือกขอบเขตของตน

คำตอบธรรมดาทำให้นางยิ้มได้

จิ้งโจวไม่ได้สัญญาว่าจะทำให้ชิวอิงไม่ผิดอีก และไม่ได้ขอดูคำชี้แจงเพื่อช่วยตัดสินว่าใครสมควรได้รับอภัย ความเกี่ยวข้องระหว่างเขากับนางมีพื้นที่ซึ่งเป็นของทั้งคู่ โดยไม่ต้องแบกเรื่องของทุกคนลงมาวางตรงกลางเสมอ

พวกเขาเดินผ่านต้นไม้ที่มีคนผูกผ้าไว้กับกิ่งต่ำ เด็กสองคนกำลังแข่งกันโยนก้อนหินเล็กให้กระเด้งบนผิวน้ำ เยว่ชิงจำได้ว่าตนเคยเสียช่วงเย็นเช่นนี้ไปมากเพียงใดกับการรอให้คนอื่นพอใจคำตอบของนาง

นางยังต้องตามที่มาของรายงาน ยังต้องแยกว่าบัญชีบอกคำของใครและใครเห็นเอง สิ่งเหล่านั้นไม่หายไปเพราะนางยอมออกมาเดิน

แต่ก็ไม่ใช่ทุกเย็นที่ต้องถูกใช้เป็นค่าไถ่สำหรับคำกล่าวหาซึ่งผู้อื่นทำไว้

เมื่อถึงเวลาที่ตกลง ทั้งสองแยกกลับที่พักของตน จิ้งโจวถามก่อนว่านางอยากให้ไปส่งถึงปากทางหรือไม่ เยว่ชิงตอบว่าอยาก เขาจึงไปด้วยจนถึงที่นั้น ไม่ต่อรองขอขึ้นห้องเพราะนางรับความช่วยเหลือหนึ่งอย่าง

นางไขกุญแจ ยกมุมบานประตูตามเคย แล้วเข้าห้องของตนเพียงลำพัง

*

คืนวันนั้นเยว่ชิงเขียนจดหมายถึงแม่

นางบอกว่าได้คุยกับชิวอิงแล้ว ไม่เขียนถ้อยคำทั้งหมด ไม่แนบสำเนาส่วนตัวของญาติไปโดยข้ามขอบเขตการใช้ และไม่บอกแม่ว่าต้องรับคำขอโทษเพราะลูกสาวรับสายไปแล้ว

ข้าจะไม่ตอบเรื่องการพบแทนแม่ นางเขียน หากมีจดหมายถึงแม่ แม่เลือกได้ว่าจะอ่านและตอบเมื่อใด

นางหยุดปากกาเมื่อมาถึงเรื่องที่ค้างอยู่ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์

แม่เคยเล่าว่าพ่อกลับมาพูดเรื่องการใช้ชื่อรับรองของที่ยังไม่ได้ตรวจ ก่อนคืนเกิดเหตุไม่กี่วัน ความกลัวของแม่เป็นสิ่งที่นางรับฟังแล้ว แต่วันที่ยังต้องค้นให้ตรงไม่ได้กลายเป็นวันที่แน่นอนขึ้นเองเพราะผ่านมาหลายเดือน

เยว่ชิงไม่เขียนให้แม่ยืนยันวันที่สิบสี่ตามกระดาษในเสื้อ และไม่ขอให้แม่เอาความรักสามีมาแทนสิ่งที่ตนเห็น

ถ้าแม่สะดวก นางเขียนต่อ ข้าอยากถามอีกครั้งว่าในวันที่พ่อพูดนั้น มีเรื่องใดช่วยจำวันได้บ้าง เช่นสิ่งที่แม่ทำเองหรือคนที่แม่พบ ไม่ต้องเดาตามเอกสารของข้า ถ้าหาไม่ได้ เราจะเขียนว่าจำวันแน่ไม่ได้

นางอ่านประโยคท้ายสองครั้ง

แม่อาจถูกญาติถามว่าทำไมยังไม่ปล่อยให้เรื่องสงบ เยว่ชิงรู้ว่าการตอบคำถามเรื่องสามีไม่ได้ง่ายเพียงเพราะเป็นคนในบ้าน คนที่เคยกลัวอาจต้องใช้กำลังมากกว่าคนที่ยืนถาม เพื่อกล่าวถึงความกลัวนั้นต่อหน้าผู้อื่น

นางจึงเพิ่มอีกบรรทัดว่า แม่ไม่ต้องยอมให้ใครอยู่ด้วยตอนนึกเรื่องนี้เพียงเพราะเขาเป็นญาติ

จดหมายถูกพับใส่ซอง รอไปส่งวันรุ่งขึ้น แม่ยังไม่ได้อ่าน และนางยังไม่มีคำตอบเรื่องวันที่ แต่คราวนี้นางไม่ได้เริ่มต้นด้วยการบอกแม่ว่าต้องจำอะไรให้ได้

ก่อนดับไฟ เยว่ชิงเก็บถุงลงข้างเตียง ในช่องเล็กมีกระดาษซึ่งนางจดเวลาที่ใช้สายกับค่าใช้จ่ายของตน ไม่มีข้อความว่า คืนความไว้ใจแล้ว ไม่มีข้อตกลงให้ชิวอิงเข้าถึงสิ่งของในบ้าน

คำขอโทษไม่จำเป็นต้องไร้ค่า เพียงเพราะยังซื้อการยกโทษไม่ได้

นางได้รับฟังสิ่งที่อีกฝ่ายยอมรับแล้ว ที่เหลือจะต้องมีวันธรรมดา มีงานที่ส่งตรงเวลา มีเรื่องซึ่งไม่ปิดบัง และมีประตูที่เจ้าของเลือกเปิดเอง

เยว่ชิงดับตะเกียง

คืนนี้นางไม่ต้องเขียนคำตอบให้ทุกคนก่อนจึงจะมีสิทธิพัก

กลับสารบัญนิยาย

นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI