ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · 第119章
ตอนที่ 119 — โต๊ะทำงานสองตัว
翻訳は準備中です。タイ語原文を表示しています
คำตอบว่าอยากแต่งงานไม่ได้ทำให้ห้องเช่าของเยว่ชิงมีที่พอสำหรับโต๊ะอีกตัวหนึ่งในเช้าวันถัดมา
วันที่สิบพฤษภาคม นางส่งข่าวที่ร่างไว้ถึงแม่ตามช่องทางปกติ บอกเพียงสิ่งที่ทั้งสองตกลงกันแล้ว ไม่เติมวันพิธีหรือบ้านที่ยังไม่ได้เลือกให้ดูเป็นเรื่องแน่นอน
แม่รับข่าววันที่สิบสาม และตอบเวลาที่สะดวกคุยกลับมา
เมื่อได้คุยกันวันที่สิบห้า คำถามแรกของแม่ไม่ได้เป็นเรื่องของหมั้น
“ลูกมีที่วางงานของตัวเองไหม”
“เรากำลังดูค่ะ ยังไม่ได้เซ็นเช่า”
“แม่ไม่ได้ถามว่ามีมุมให้นั่งรอเขาหรือไม่”
เยว่ชิงยิ้มอยู่ปลายสาย
“ข้าก็หมายถึงที่ทำงานจริงค่ะ”
แม่ถามต่อเรื่องค่าใช้จ่ายและเวลางาน ฟังแล้วบอกว่าดีใจที่ลูกพูดสิ่งที่อยากเลือกตรง ๆ แต่ไม่อยากให้ลูกเลือกขนาดบ้านเผื่อบังคับแม่ย้ายออกจากชิงเหอมาดูแลทุกอย่าง
“ถ้าแม่ไปเยี่ยม แม่จะบอกว่าจะไปเมื่อไร ไม่ใช่มีที่นอนแล้วแม่ต้องอยู่”
“ค่ะ เราจะถามแม่ก่อน”
หลังวางสาย เยว่ชิงนำคำของแม่ไปบอกจิ้งโจวเท่าที่เกี่ยวกับทั้งคู่ ไม่เอาทุกความรู้สึกของแม่มาเล่าราวกับได้สิทธิ์ใช้ความเป็นส่วนตัวเพราะกำลังตั้งบ้าน
จิ้งโจวรับฟัง แล้วถามว่าจะติดต่อคุยกับแม่เมื่อไรจึงเหมาะ
ทั้งสองส่งคำขอนัดผ่านลูกตามที่แม่สะดวก ไม่ถือว่าความเป็นคนรักทำให้เขาโทรไปรบกวนเวลาใดก็ได้
เย็นวันที่สิบแปด จึงได้คุยเรื่องที่ต้องการทำร่วมกัน
แม่ถามเขาเรื่องงานและสิ่งที่ต้องจัดก่อนย้าย จิ้งโจวตอบตามจริง ไม่กล่าวว่าจะทำให้เยว่ชิงไม่ต้องเหนื่อยอีกทั้งชีวิต
“เรื่องใดเป็นงานของข้า ข้าจะทำครับ ส่วนที่ใช้ร่วมกัน ข้าจะตกลงกับนาง ไม่ให้กลายเป็นงานของนางเพียงเพราะข้ากลับช้า”
แม่เงียบไปครู่หนึ่งแล้วบอกว่าอยากฟังทั้งสองเล่าเมื่อเลือกที่อยู่ได้
นางไม่ได้มอบลูกให้เขา และไม่ได้ขอให้เขาเป็นผู้ถือกล่องของพ่อแทนลูกตั้งแต่นี้ไป
ขณะเดียวกัน ทั้งสองดำเนินเรื่องที่พักกับหน่วยงานของตนตามวิธี จิ้งโจวตรวจเงื่อนไขการออกจากที่พักเดิมและการแจ้งที่อยู่ใหม่ เยว่ชิงก็ตรวจเวลางานและหน้าที่ของตน
ผลที่ได้รับก่อนวันดูห้องทำให้จัดที่พักภายนอกได้ตามเงื่อนไขที่ตกลง โดยงานของแต่ละคนยังอยู่ตามเดิม
การได้อยู่ร่วมกันไม่ได้เป็นคำขอลาออกซึ่งไม่มีใครยื่น และไม่ได้อนุญาตให้เอาเครื่องมือของหน่วยงานมาปะปนกับของส่วนตัว
ระหว่างจัดเรื่องเหล่านั้น ปัญหาประตูห้องเดิมก็ไม่ถูกปล่อยให้ความหวังเรื่องย้ายบ้านกลบไป
ซ่งเหม่ยอันนัดช่างในวันที่สิบหก เยว่ชิงรับเวลาหลังงานและอยู่ด้วยขณะตรวจบานที่ตกจนต้องยกมุมให้กุญแจหมุน
ช่างแก้ส่วนบานตามที่เจ้าของที่พักจัดให้ นางลองเปิดปิดด้วยกุญแจเหล็กเดิมต่อหน้าทั้งสอง เมื่อเปิดได้โดยไม่ต้องยกอีกจึงรับทราบงาน
จิ้งโจวไม่ได้แอบเข้าห้องไปทำให้ และเจ้าของที่พักไม่ได้ถือการอนุญาตให้ช่างมาวันนี้เป็นสิทธิ์เข้าในวันอื่นโดยไม่บอก
เยว่ชิงยังใช้ห้องเดิมจนถึงวันที่ตกลงคืน
ค่ำวันที่ยี่สิบ ทั้งสองไปดูห้องที่มีข้อมูลค่าเช่าและนัดไว้กับผู้ให้เช่าแล้ว หลังจัดเวลางานของตนเรียบร้อย
มันไม่ได้ใหญ่ที่สุดในบรรดาที่ได้ยินคนพูดถึง ไม่มีหน้าต่างล้อมทุกด้าน และไม่มีโต๊ะสำเร็จรอเจ้าของใหม่
เยว่ชิงยืนตรงหน้าต่างข้าง ทดสอบเงามือในตำแหน่งที่คิดว่าจะนั่งทำงาน แสงไม่ตัดตรงสายตา แต่หากวางโต๊ะขวางบาน หน้าต่างจะเปิดไม่สะดวก
“ตรงนี้ต้องเว้นให้เดินไปเปิดได้ค่ะ”
จิ้งโจววางเชือกวัดที่ไม่มีตัวเลขพิมพ์ลงตามแนวพื้น แล้วใช้ขนาดที่ตรวจไว้เทียบตำแหน่ง
“ถ้าวางโต๊ะข้าฝั่งนั้น เก้าอี้ถอยแล้วจะชนทางผ่านไหม”
เยว่ชิงลองยืนตรงที่คนจะเดิน ไม่ได้บอกว่าพื้นที่ของตนสำคัญกว่าจึงให้อีกคนหาที่เอาเอง
ทั้งสองเลื่อนตำแหน่งที่คิดไว้ก่อนยอมรับว่าโต๊ะขนาดแรกใหญ่เกินไป
“ลดตัวของข้าได้” จิ้งโจวกล่าว
“ลดให้ยังใช้งานได้ค่ะ ไม่ใช่ลดจนกลายเป็นที่เก็บถ้วยของข้า”
เขาหัวเราะแล้วก้มดูแนวพื้นอีกครั้ง
เยว่ชิงชี้พื้นที่เก็บของสูงซึ่งต้องใช้มือยก นางไม่อยากเก็บของหนักไว้เหนือที่นั่งเพราะความสะดวกตอนจัดเพียงวันเดียว
คำถามต่อมาเป็นเรื่องน้ำ ทางออก ความชื้น และการแยกของงานจากที่เตรียมอาหาร ทั้งสองถามผู้ให้เช่าแล้วตรวจเท่าที่ตรวจได้ ไม่เอาคำตอบที่ยังไม่มีไปเติมเองเพราะชอบแสงจากหน้าต่าง
ที่มุมหนึ่งมีรอยซึ่งต้องซ่อมก่อนเข้าอยู่ ผู้ให้เช่ารับจัดให้ตามที่ลงรายการ ทั้งสองจึงไม่เรียกว่าห้องพร้อมแล้วจนเห็นงานส่วนนั้นเสร็จ

วันที่ยี่สิบสอง หลังตรวจเงื่อนไขและงานที่ต้องแก้ ทั้งสองจึงตกลงเช่าโดยมีชื่อของทั้งคู่และส่วนค่าใช้จ่ายที่คุยกันไว้
เงินมัดจำกับค่าเช่ามาจากส่วนที่ตนมีจริง เยว่ชิงกันค่าใช้จ่ายเดิมจนถึงวันคืนห้อง ไม่เขียนว่าเงินมัดจำเก่าจะคืนแน่ทุกส่วนก่อนตรวจส่งมอบ
สำเนาของข้อตกลงอยู่กับทั้งสอง ไม่ใช่อยู่ในกระเป๋าคนใดคนหนึ่งแล้วอีกคนต้องถามเมื่ออยากรู้ว่าชื่อตนถูกเขียนอย่างไร
วันเริ่มใช้ห้องกำหนดไว้วันที่หนึ่งมิถุนายน
ก่อนวันนั้น ของส่วนตัวของแต่ละคนยังอยู่ในที่พักของตน จิ้งโจวไม่ได้เข้ามานอนในห้องเยว่ชิงเพื่อทดลองว่าอยู่ด้วยกันจะเป็นอย่างไร
นางแจ้งวันคืนห้องกับซ่งเหม่ยอันตามเงื่อนไข แล้วจัดวันตรวจส่งมอบให้ไม่ชนงาน ส่วนจิ้งโจวจัดรายการคืนของที่พักเดิมและแจ้งที่อยู่กับผู้รับผิดชอบของเขา
เสื้อผ้าสองห่อไม่ได้ทำให้ขั้นตอนพวกนั้นเสร็จเอง
คราวซื้อโต๊ะ ทั้งสองเลือกโต๊ะไม้เรียบขนาดที่วัดแล้วว่าใช้งานได้ ไม่ใช่ซื้อโต๊ะใหญ่ของเขากับโต๊ะเล็กที่คนขายเรียกว่าไว้ให้ภรรยาจดค่าอาหาร
เยว่ชิงลองวางแขนและระยะงานของตน จิ้งโจวลองระยะของตน แล้วตรวจขาโต๊ะทีละตัว
“ตัวนี้โยก” นางบอก
คนขายเสนอให้รองด้วยเศษไม้
เยว่ชิงไม่ตอบว่ามือช่างแก้ได้ทุกอย่างจึงยอมรับงานที่ยังไม่พร้อม จิ้งโจวรอให้ผู้ขายจัดตัวที่มั่นคงตามที่ตกลง แล้วตรวจอีกครั้งก่อนทั้งสองชำระและนัดส่ง
ของใหม่ไม่ได้ต้องมีตำหนิเพื่อพิสูจน์ว่าคนซื้ออดทนเป็น
ส่วนรอยใช้งานบนโต๊ะซึ่งไม่กระทบหน้าที่ ทั้งสองดูแล้วรับได้ตามสิ่งที่เห็นจริง ไม่ขอให้คนขายแต่งเรื่องว่าเป็นโต๊ะช่างสำคัญจึงควรจ่ายแพงกว่า
เมื่อกลับมา เยว่ชิงเขียนรายการของที่จะย้ายออกจากห้องเดิม
เครื่องมือที่เป็นของนางลงแยกจากของยืม เอกสารที่เกี่ยวกับพ่อมีที่เก็บปิดและรายการของมัน ไม่ขึ้นไปอยู่กลางโต๊ะทำงานใหม่ทุกวัน
นางไม่ย้ายต้นฉบับของแม่มาเติมให้ตู้ใหม่ดูครบ และไม่ขอสมุดส่วนตัวของชิวอิงที่อยู่ในความเก็บรักษาของสำนักงานมาไว้เป็นของตกแต่งชีวิตซึ่งกำลังดีขึ้น
หากมีการคืนสมุดตามกระบวนการ ผู้เป็นเจ้าของควรได้รับผ่านผู้เก็บและใบส่งมอบของเรื่องนั้น ไม่ใช่ผ่านบ้านใหม่ของเยว่ชิง
ปลายเดือนพฤษภาคม นางจัดเรื่องจดทะเบียนสมรสกับจิ้งโจวตามขั้นตอนที่ได้รับแจ้ง ทั้งสองเตรียมส่วนของตนและยืนยันนัดวันที่หนึ่งมิถุนายน
ข่าวถึงแม่ก่อนวันนัด แม่เลือกมาถึงหลันโจววันที่สองและพักเยี่ยมถึงวันที่สี่ เพราะไม่อยากเดินทางมาถึงแล้วต้องรีบเข้าพิธีในวันเดียว
ทั้งสองตกลงเวลารับ การพัก และที่นอนให้ชัด แม่ยืนยันว่าเป็นการเยี่ยม มิใช่การย้ายบ้าน และลูกไม่ต้องเอางานประจำไปซ่อนไว้เพื่อให้แม่คิดว่ามีคนว่างดูแลทุกชั่วโมง
จิ้งโจวส่งข่าวให้ครอบครัวของเขาตามส่วนที่ตนรับผิดชอบ ไม่ใช้เยว่ชิงเป็นผู้ไปขออนุญาตหรืออธิบายงานแทนทุกคน
ไม่มีใครกำหนดให้ต้องเล่ารายละเอียดแฟ้มของพ่อเป็นส่วนหนึ่งของการบอกข่าวแต่งงาน
วันที่สามสิบเอ็ด เยว่ชิงตรวจส่งห้องเดิมกับซ่งเหม่ยอันตามนัด
ของที่ต้องคืนอยู่ครบ สภาพที่รับคืนลงตามที่ตรวจจริง เรื่องประตูแยกจากความเสียหายที่ผู้เช่าทำ ไม่ถูกหยิบมาหักเงินซ้ำเพราะเพิ่งแก้ไม่นาน
เมื่อคิดบัญชีตามเงื่อนไขแล้ว เจ้าของที่พักคืนเงินมัดจำส่วนที่ตกลงให้พร้อมใบรับ เยว่ชิงนับและลงรับตรงนั้น ไม่กล่าวว่าคืนแล้วเพียงเพราะอีกฝ่ายรับปากจะส่งทีหลัง
กุญแจเหล็กซึ่งนางเคยกำจนมือเจ็บกลับไปอยู่กับผู้ให้เช่า
เยว่ชิงมองบานประตูที่เปิดได้ตรงเป็นครั้งสุดท้าย
ห้องนี้เคยเป็นที่ซึ่งนางปิดประตูเองเป็นครั้งแรกในหลันโจว การจากไปไม่ได้ทำให้วันที่เลือกเช่ามันเป็นความผิดพลาด
นางเพียงไม่จำเป็นต้องอยู่ที่เดิมตลอดเพื่อรักษาความหมายของการเป็นเจ้าของชีวิต
จิ้งโจวก็ส่งคืนของและกุญแจที่พักเดิมตามผู้รับผิดชอบ พร้อมยืนยันที่อยู่ใหม่ตามที่ได้รับอนุญาต งานประจำของเขาไม่ได้สิ้นสุดไปพร้อมการคืนกุญแจ
เช้าวันที่หนึ่งมิถุนายน ทั้งสองไปจดทะเบียนตามนัดโดยจัดเวลางานไว้แล้ว
เยว่ชิงอ่านส่วนของตน จิ้งโจวอ่านส่วนของเขา เมื่อลงชื่อก็ลงด้วยมือของตน ไม่เซ็นแทนกันเพื่อให้เร็วขึ้น
หลังรับเอกสารและตรวจความถูกต้อง ทั้งสองเดินออกมาด้วยกัน
เขามองนางแล้วกล่าวว่าอยากกินอาหารก่อนเริ่มย้ายของ
“ถ้าถือทะเบียนแล้วต้องไม่หิว ข้าว่าเราเลือกเรื่องผิดเสียแล้ว” เยว่ชิงตอบ
จิ้งโจวหัวเราะ ทั้งสองจึงแวะกินตามเวลาที่จัดไว้ ไม่ใช้ความสุขเป็นเหตุให้ข้ามอาหารแล้วทะเลาะกันตอนยกโต๊ะ
ที่ห้องใหม่ ผู้ให้เช่าส่งมอบตามข้อตกลงหลังทั้งสองตรวจงานแก้และรายการแล้ว กุญแจที่ได้เป็นของที่พักใหม่ แยกจากกุญแจร้านในชิงเหอและของของแม่
ไม่มีดอกใดมอบสิทธิ์เปิดทุกตู้ของคนอีกคนโดยไม่ถาม
เมื่อโต๊ะมาส่ง ทั้งสองช่วยจัดตามแนวที่วัดไว้ ตัวหนึ่งอยู่ด้านรับแสงสำหรับงานเยว่ชิง อีกตัวอยู่ฝั่งของจิ้งโจว ช่องกลางยังเดินผ่านได้เมื่อเลื่อนเก้าอี้
คราวขยับโต๊ะตัวสุดท้าย เยว่ชิงบอกว่าขอตั้งมือให้พร้อมก่อนยก จิ้งโจวรอ ไม่ใช้คำว่าเบาเองเพื่อเร่งให้นางจับมุมซึ่งยังไม่ถนัด
ทั้งสองยกในจังหวะที่ตกลง แล้ววางลง
“อีกนิดไหม” เขาถาม
นางลองขยับเก้าอี้แล้วส่ายหน้า
“ตรงนี้พอค่ะ”
จิ้งโจวก็ลองทางเดินของตน ก่อนรับว่าพอเช่นกัน
ไม่มีใครต้องยอมให้โต๊ะอีกตัวกินพื้นที่เพียงเพื่อไม่เสียบรรยากาศวันแรก

เยว่ชิงเปิดห่อเครื่องมือส่วนตัวของตน แล้วจัดตามที่ใช้งานจริง
ของหน่วยงานยังอยู่ที่หน่วยงาน งานลูกค้าซึ่งยังไม่ได้ตกลงรับไม่มารอเปิดอยู่บนโต๊ะ นางไม่ใช้การมีห้องใหม่โฆษณาว่ารับซ่อมได้ทุกอย่างตั้งแต่วันนี้
จิ้งโจววางของส่วนตัวของเขาแยก ไม่เอาชุดที่ยังต้องส่งกลับงานประจำมาฝากให้นางตรวจแทนในฐานะภรรยา
ตรงชั้นเก็บเอกสาร เยว่ชิงถามว่าจะวางสำเนาข้อตกลงร่วมไว้ในช่องไหนจึงหยิบได้ทั้งสองคน
ทั้งคู่เลือกด้วยกัน แล้วแยกช่องเอกสารงานของแต่ละคนออกไป
ความเป็นสามีภรรยาไม่ทำให้เอกสารส่วนตัวของคนอื่นหมดเจ้าของ และไม่ทำให้ข้อมูลจากหน่วยงานกลายเป็นเรื่องซึ่งนั่งเล่าได้ทุกคืน
พอแดดเริ่มเปลี่ยน นางพบเงาตะเกียงที่คิดไว้ทับจุดทำงาน จึงทดลองเลื่อนตำแหน่งก่อนใช้จริง
จิ้งโจวถามว่าช่วยดูเงาจากฝั่งเขาได้ไหม เยว่ชิงตอบตามสิ่งที่เห็น แล้วให้เขาลองกับมือของตนอีกครั้ง
โต๊ะสองตัวไม่ได้แปลว่าไม่ช่วยกัน
มันทำให้การช่วยเป็นสิ่งที่ถามและรับ ไม่ใช่งานเงียบที่ตกเป็นของคนหนึ่งโดยไม่มีใครเห็น
เย็นวันนั้นทั้งสองกินอาหารง่าย ๆ หลังเก็บพื้นที่ส่วนที่ต้องใช้แล้ว จิ้งโจวล้างส่วนที่ตกลงรับ เยว่ชิงเช็ดและจัดของอีกส่วนหนึ่ง
เมื่อลงนั่งที่โต๊ะของตน นางเปิดสมุดรายการเครื่องมือ เขาก็ตรวจของที่ย้ายมาของเขา
มีเสียงเล็ก ๆ จากห่อผ้า เสียงเลื่อนเก้าอี้ และเสียงที่คนหนึ่งถามว่าจะดับไฟฝั่งตนรบกวนอีกคนหรือไม่
ไม่มีใครต้องทำงานต่อเพราะอีกคนยังทำ และไม่มีใครถูกสั่งให้เก็บทุกอย่างเพราะคนรักเริ่มง่วง

ก่อนพัก เยว่ชิงมองที่ว่างสำหรับแม่ที่จะมาเยี่ยมในวันถัดไป
ผ้ากับถ้วยเตรียมตามที่แม่บอกไว้ ไม่ได้เตรียมตู้ให้วางกล่องของพ่อถาวร เพราะแม่ไม่เคยตกลงนำมันมาด้วย
นางกับจิ้งโจวตรวจเวลารับอีกครั้ง งานของวันพรุ่งนี้มีส่วนที่จัดไว้แล้ว ทั้งคู่จะไม่รับปากว่าอยู่ทั้งวันหากต้องไปหน่วยงาน
“ถ้าแม่อยากนั่งเงียบ เราไม่ต้องถามว่ามีอะไรให้ทำทุกครู่” เยว่ชิงกล่าว
“ข้าจะถามเท่าที่จำเป็น” เขาตอบ “แม่มาเยี่ยม ไม่ได้มารับงานจัดบ้านให้เรา”
นางยิ้มแล้วปิดสมุด
เรื่องที่ยังติดตามเกี่ยวกับพ่อมีรายการอยู่ในช่องของมัน วันนี้นางไม่ได้รับหนังสือใหม่ซึ่งยืนยันว่าเงินคืนครบหรือการส่งต่อทุกเรื่องจบแล้ว จึงไม่กล่าวว่าการแต่งงานคือการปิดแฟ้มทั้งหมด
แต่นางมีบ้านที่เริ่มใช้จริง มีงานซึ่งยังต้องทำ และมีคนที่นั่งอยู่คนละโต๊ะซึ่งเลือกสิ่งเดียวกันในวันนี้
ความสุขไม่ได้ต้องรอให้ทุกช่องว่างในเอกสารเป็นหมึกเต็มหน้า
ก่อนดับไฟ จิ้งโจวถามว่าเยว่ชิงอยากมีพื้นที่รับงานซ่อมเล็ก ๆ ของตนในหลันโจวหรือไม่
นางบอกว่าอยากดูความเป็นไปได้หลังจากจัดเวลาบ้านใหม่เข้าที่ ต้องถามขอบเขตงานนอกเวลาของตน ตรวจต้นทุน และแยกเครื่องมือส่วนตัวจากของหน่วยงานให้ชัด
“ข้าไม่อยากให้คำว่าเปิดร้านกลายเป็นการรับงานทั้งคืน แล้วเช้าวันรุ่งขึ้นทำงานประจำไม่ไหวค่ะ”
“เช่นนั้นเริ่มจากเวลาที่เจ้ามีจริง” เขาตอบ “ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากหน้าต่างทุกบานที่คนอื่นอยากให้เปิด”
เยว่ชิงมองหน้าต่างข้างโต๊ะ
วันที่จะเปิดให้คนอื่นเข้ามาเป็นอีกวันหนึ่ง ซึ่งต้องจัดก่อนรับเงินและงาน
คืนนี้นางเพียงเดินผ่านช่องกลางไปปิดบานที่ต้องปิด แล้วกลับมาดับไฟของตน
นางไม่ต้องก้าวข้ามโต๊ะใครเพื่อไปถึงประตู
และไม่มีโต๊ะตัวใดถูกเก็บออก เพื่อให้บ้านซึ่งเลือกด้วยกันเหลือเจ้าของชีวิตเพียงคนเดียว
นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI
