ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · 第113章
ตอนที่ 113 — ชื่อบนประกาศใหม่
翻訳は準備中です。タイ語原文を表示しています
แม่เลือกที่นั่งเอง
เยว่ชิงชี้ให้เห็นม้านั่งสองตัวที่สำนักงานจัดไว้ตามคำถามเรื่องเวลาและที่นั่ง ซึ่งนางไปยืนยันไว้หลังแม่ตกลงเมื่อวาน ตัวหนึ่งใกล้ช่องลม อีกตัวอยู่พ้นแดดที่น่าจะเลื่อนมาถึงช่วงสาย
แม่เลือกตัวที่มองเห็นผู้จะอ่านประกาศโดยไม่ต้องเงยหน้าตลอดเวลา
“ตรงนี้ได้” นางบอก
เยว่ชิงวางกระเป๋าไว้ด้านข้าง ไม่วางบนที่นั่งที่ยังมีคนอื่นใช้ได้ แล้วนั่งลงข้างแม่ตามที่นางขอ
เช้าวันที่ยี่สิบเมษายน พ.ศ. 1981 ลานแจ้งข่าวของโรงงานในชิงเหอไม่ได้กลายเป็นศาล ไม่มีใครยกชิ้นส่วนของพ่อขึ้นตั้งเป็นของจัดแสดง และไม่มีคนบอกให้แม่ลุกขึ้นเพื่อให้คนทั้งลานเห็นว่าครอบครัวที่ได้รับผลกระทบมาถึงแล้ว
โรงงานมีหน้าที่อ่านข้อความของตน
แม่มีสิทธิ์มาฟังโดยไม่ต้องทำหน้าที่เป็นภาพประกอบให้คำแก้กล่าวหานั้น
ก่อนเริ่ม เยว่ชิงกับแม่ได้รับโอกาสอ่านข้อความฉบับที่จะใช้แจ้งในส่วนเกี่ยวกับครอบครัวหลินที่จุดรับเอกสาร
นางไม่ได้อ่านทุกแฟ้มซึ่งสำนักงานมี ไม่ได้เข้าไปเปลี่ยนคำรับผิดชอบของคนเป็นตามใจตน แต่ส่วนที่เอาชื่อพ่อไปใช้ผิดต้องถูกแก้ตรงเรื่อง
ร่างต้นที่เจ้าหน้าที่วางให้ดูมีประโยคหนึ่งทำให้นางหยุด
ข้อกล่าวหาเดิมเกี่ยวกับการรับรองงาน มีความคลาดเคลื่อนจากการรวบรวมข้อมูล
เยว่ชิงอ่านจบแล้วถาม
“ความคลาดเคลื่อนทำให้คนอ่านรู้หรือไม่คะว่าข้อความเดิมส่วนใดใช้ไม่ได้”
ผู้รับผิดชอบการแจ้งข่าวมองเอกสารผลตรวจที่วางเป็นฐานอยู่ข้างกัน
“มีประโยคอธิบายตามหลัง”
“เช่นนั้นขออ่านให้ครบด้วยค่ะ ไม่อ่านเพียงประโยคนี้แล้วบอกว่าเรื่องเก่าผ่านไป”
แม่วางปลายนิ้วบนซองของตน
“ขอให้บอกด้วยว่าชุดงานที่ผ่านร้านไม่ได้แปลว่าพ่ออนุญาตให้เดินเครื่อง” นางพูด “คนที่เคยได้ยินคำเดิมไม่ได้อ่านใบกำกับทุกแผ่นเหมือนพวกเรา”
เยว่ชิงหันมองแม่
คำนี้เป็นความต้องการที่แม่เลือกบอกเอง ไม่ใช่ประโยคที่ลูกเขียนแล้วให้แม่ลงชื่อเพื่อให้มีน้ำหนักมากขึ้น
เจ้าหน้าที่อ่านส่วนผลตรวจเทียบกับร่าง จากนั้นรับเรื่องกลับไปตรวจถ้อยคำกับฝ่ายที่รับผิดชอบ ไม่บอกให้ครอบครัวลงชื่อว่ายินยอมก่อนมีข้อความครบ
เมื่อส่งฉบับที่ใช้จริงกลับมา มันระบุรายงานเดิมซึ่งต้องแก้ พร้อมอธิบายให้เข้าใจได้ว่าบทบาทใดถูกขยายผิด และผลตรวจข้อใดทำให้ต้องแก้บทบาทนั้น
เยว่ชิงอ่านชื่อพ่อให้แม่ฟังเบา ๆ ในส่วนตรวจชื่อกับความหมาย
แม่ตรวจด้วยสายตาของตนอีกครั้ง
ทั้งสองรับทราบข้อความที่จะอ่าน ไม่ลงชื่อว่าคำกล่าวหาในอดีตไม่เคยทำให้ใครเดือดร้อน และไม่รับว่าการแจ้งวันนี้ชดเชยทุกสิ่งครบแล้ว
จากนั้นจึงเดินกลับมาที่ม้านั่ง

คนที่มาฟังมีทั้งผู้ทำงานในโรงงานและคนจากชุมชนที่เคยได้รับข่าวผ่านโรงงาน ไม่ใช่ทุกคนที่เคยได้ยินชื่อพ่อเมื่อสามปีก่อนจะมาอยู่พร้อมกันได้
เยว่ชิงมองลานแล้วรู้สึกอยากถามว่าจะทำให้คนที่ไม่มาฟังได้รับข้อความอย่างไร
นางจดคำถามไว้ ไม่ลุกไปขัดก่อนผู้รับผิดชอบเริ่มอ่าน
เสียงอ่านแรกเป็นเรื่องที่มาของหนังสือผลตรวจ วันของผลไม่ถูกเปลี่ยนให้ดูเหมือนโรงงานรู้มาตั้งแต่ต้น
ผู้รับผิดชอบแจ้งว่ารายงานหลังเหตุที่กล่าวว่าบิดาของหลินเยว่ชิงรับรองงานทุกส่วนก่อนส่งคืน ไม่ตรงกับขอบเขตงานและเส้นทางเอกสารที่ตรวจเทียบได้
เขาอ่านส่วนที่ระบุว่า ผู้เป็นพ่อไม่ได้เป็นผู้สั่งเปลี่ยนวัสดุให้ต่างจากรายการอนุมัติ และไม่ได้เป็นผู้เปลี่ยนชุดยึดผิดมาตรฐานของงานนั้น
การผ่านร้านเพื่อรับและส่งเทียบไม่ใช่การอนุญาตให้เดินงานหลังเปลี่ยนโดยข้ามขั้นตรวจสภาพ
โรงงานจึงถอนข้อความกล่าวหาในส่วนดังกล่าว แก้ข้อมูลที่ส่งออก และแจ้งว่าการนำชื่อเขาไปใช้เป็นเหตุให้ครอบครัวรับผิดแทนผู้มีหน้าที่ในขั้นอื่นเป็นการกล่าวเกินข้อเท็จจริงของงาน
คำว่า ครอบครัว ทำให้เยว่ชิงรู้สึกถึงมือของแม่ซึ่งอยู่บนตักใกล้กัน
แม่ไม่ได้จับมือนาง
เยว่ชิงไม่เอื้อมไปบีบให้แม่ตอบด้วยการยิ้มหรือพยักหน้าต่อหน้าคนมาก
นางฟังจนจบ
เมื่อผู้รับผิดชอบอ่านคำขอโทษต่อครอบครัวในส่วนที่โรงงานออกข้อมูลผิด แม่หลับตาครู่หนึ่งแล้วเปิดใหม่
ไม่มีเสียงปรบมือพร้อมกันดังอย่างฉากที่เยว่ชิงเคยเผลอวาดไว้ในใจ
มีเสียงเก้าอี้ขยับ คนหนึ่งถอนหายใจ และคนอีกคนก้มลงอ่านใบแจ้งที่ได้รับ
ความจริงไม่ได้ต้องมีเสียงโห่ไล่คนอื่นจึงจะนับว่ามาถึง
แต่ก็ไม่ควรถูกปล่อยให้เบาจนกลายเป็นคำกระซิบที่คนในลานไม่มีหน้าที่จำ
หลังส่วนแจ้งจบ ผู้รับผิดชอบบอกว่าข้อความแก้จะติดไว้ที่จุดแจ้งของโรงงานและจุดชุมชนที่รับแจ้ง พร้อมส่งหนังสือแก้ไปถึงหน่วยที่มีรายการว่าเคยรับรายงานเดิม
เยว่ชิงยกมือถามตามช่วงที่เปิดให้ถาม
“การส่งถึงหน่วยเดิมจะมีรายการให้ครอบครัวตรวจได้หรือไม่คะ ข้าต้องการรู้ว่าข้อความแก้ไปถึงผู้รับ ไม่ใช่เพียงมีหนังสือออกจากที่นี่”
คำถามทำให้เจ้าหน้าที่ซึ่งเคยเตรียมตอบว่า ส่งแล้ว หยุดเปิดอีกหน้า
เขารับว่าจะจัดรายการส่วนที่ครอบครัวตรวจได้จากการส่งและการรับตามหน่วย ไม่เปิดข้อมูลส่วนตัวนอกเรื่อง แต่ต้องติดตามให้ครบ ไม่ใช้คำว่ามีแผนส่งแทนการส่งจริง
หลัวถิงซึ่งอยู่ช่วยตรวจความตรงของข้อความรับข้อถามไว้ในบันทึกการแจ้งวันนี้
นางไม่ได้รับรองแทนปลายทางซึ่งยังไม่มีใบรับกลับมา
เยว่ชิงจดว่าบางส่วนยังรอรับ ไม่ขีดว่าแก้ครบทุกแห่งเพราะได้ยินคำว่า จะ
แม่หันมาถามเบา ๆ
“ต้องรอที่นี่อีกนานไหม”
“ไม่ต้องค่ะ หลังรับสำเนาข้อความที่ใช้จริงกับใบแจ้งรายการแล้ว เรากลับได้”
แม่พยักหน้า
วันนี้นางมาฟังชื่อสามี ไม่ได้ตกลงว่าจะนั่งรอเอกสารทุกหน่วยจนหมดแรง
ที่กระดานแจ้งข่าว เจ้าหน้าที่นำข้อความฉบับที่อ่านขึ้นติด
เขาไม่ดึงรายงานเก่าจากตู้หลักฐานออกมาฉีกให้ดู การแก้ข้อมูลมีประวัติว่าต้องแก้เอกสารใด ไม่ทำลายต้นทางซึ่งทำให้ตรวจได้ว่าโรงงานเคยพูดอะไรไว้
กระดาษใหม่ถูกตรึงมุมให้เรียบ ไม่พับซ่อนส่วนที่อธิบายเหตุ
เยว่ชิงมองมือซึ่งติดประกาศแล้วนึกถึงกระดาษมากมายที่เคยเดินทางผ่านมือคนอื่นโดยนางไม่รู้
ครั้งนี้นางเห็นว่าข้อความที่ใช้จริงอยู่เต็มหน้า

ก่อนกลับ แม่ขอเดินไปดู
เยว่ชิงถามว่าจะไปด้วยหรือยืนรอใกล้ ๆ แม่บอกว่าให้รอได้ นางอยากอ่านจากกระดานเองครู่หนึ่ง
แม่เดินถึงจุดที่ข้อความอยู่ในระดับอ่านได้
นางไม่ได้เอาชุดของตนจากกระเป๋าออกไปเทียบทุกคำต่อหน้าคนอื่นอีกครั้ง ฉบับที่อ่านและฉบับที่ติดได้รับการตรวจแล้ว ส่วนคำถามเรื่องผู้รับเดิมถูกลงบันทึกไว้
แม่วางปลายนิ้วแตะขอบล่างที่ว่างจากหมึกเบา ๆ ไม่ปิดชื่อ ไม่แก้คำด้วยเล็บ และไม่พยายามดึงกระดาษไปเก็บเป็นของบ้านตน
กระดาษของนางอยู่กับนาง
กระดาษนี้อยู่ในที่ซึ่งคนอื่นควรเข้ามาอ่านได้
เยว่ชิงมองแม่จากระยะที่ตกลงกัน
นางไม่เห็นหน้าชัดทุกช่วง แต่เห็นว่าแม่ยืนนิ่งด้วยเท้าของตน เห็นผ้าคลุมไหล่เคลื่อนไปตามลม แล้วเห็นแม่ยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นแตะตาก่อนเก็บลง
พ่อไม่มีทางยืนอ่านประกาศนี้
ความคิดนั้นมาถึงโดยไม่ถามว่าเยว่ชิงพร้อมหรือไม่
แต่แม่ยังอยู่ และไม่ต้องอ่านชื่อเขาหลังประตูบ้านเพียงแห่งเดียวอีกแล้ว

เมื่อแม่เดินกลับมา เยว่ชิงถามว่าอยากกลับบ้านเลยหรือแวะกินน้ำก่อน
“กลับบ้าน” แม่ตอบ “วันนี้พอแล้ว”
นางรับคำ เก็บสำเนาข้อความที่แจ้งจริงพร้อมใบกำกับไว้ในแฟ้มของตน ไม่เอาใบในกระเป๋าแม่มารวมเพราะกลัวแม่จะทำหาย
ทางกลับ มีชายคนหนึ่งจากกลุ่มที่มาฟังเดินตามมาทันในช่วงที่ทั้งสองหยุดให้คนผ่าน
เขาไม่ได้รู้เรื่องงานทุกขั้น เยว่ชิงจำได้เพียงว่าเป็นคนในชุมชนซึ่งเคยยืนฟังข่าวที่โรงงานอ่าน ไม่ใช่ผู้ตรวจชิ้นงานหรือคนอยู่ในเหตุ
“ข้าเคยพูดตามคำที่ได้ยิน” เขาบอก “วันนี้ได้ฟังแก้แล้ว”
แม่มองเขา
“ถ้าใครยังพูดคำเดิม ช่วยบอกให้ไปอ่านด้วย”
ชายคนนั้นรับคำ แล้วขยับออกจากทาง
แม่ไม่ได้ยกมือให้เขาสาบานว่าจะไม่มีคนพูดผิดอีก และไม่ได้บอกว่าไม่เป็นไรกับคำที่เคยทำให้ครอบครัวเจ็บ
เยว่ชิงเดินต่อข้างแม่
“แม่ไม่ต้องตอบเขาว่าให้อภัยนะคะ” นางพูดเมื่อพ้นระยะที่คนอื่นได้ยิน
แม่หันมอง
“แม่ตอบสิ่งที่อยากให้เขาทำแล้ว”
เยว่ชิงนิ่งไป
สิ่งนั้นง่ายและหนักกว่าการคอยดูว่าใครจะก้มศีรษะมากที่สุด เขาเคยช่วยให้คำผิดเดินทาง ต่อไปก็มีหน้าที่ช่วยให้คำแก้เดินไปถึงคนที่ได้ยินคำผิดจากเขา
นางไม่มีสิทธิ์เลือกแทนแม่ว่าจะตอบทุกคนด้วยประโยคแบบเดียวกับตน
กลับถึงบ้าน ทั้งสองล้างมือแล้วกินอาหารที่เตรียมไว้ แม่เล่าเพียงว่าได้ยินชื่อสามีชัดกว่าที่กลัวตอนเช้า จากนั้นขอพักตามเวลา
เยว่ชิงอยู่กับเอกสารของตน
หนังสือผลตรวจถึงครอบครัว รายการอ่านข้อความวันนี้ และสำเนาข้อความที่ติดถูกวางแยกตามวัน นางจดการส่งแก้ที่มีหลักฐานแล้วกับส่วนซึ่งยังรอรับกลับไว้คนละบรรทัด
การแจ้งในลานและการติดกระดานเกิดขึ้นจริงวันนี้
ส่วนหนังสือถึงทุกปลายทางไม่ควรถูกเขียนว่าครบเพียงเพราะนางอยากให้ตอนนี้จบอย่างเรียบร้อย
หลัวถิงให้เวลานัดในวันถัดมาสำหรับรับทราบการดำเนินการต่อผู้มีส่วนตามผลเรื่อง นางถามวันรายงานตัวที่หน่วยก่อนให้เยว่ชิงรับนัด และยืนยันว่ามีช่วงที่ทำได้ภายในวันลา
เยว่ชิงรับนัดวันที่ยี่สิบเอ็ด ไม่ขอให้แม่ไปทุกช่วง
ส่วนเรื่องของคนเป็นยังต้องเดินต่อ
แม่มีสิทธิ์พักหลังใช้เช้าวันหนึ่งไปกับการฟังชื่อคนตาย
เยว่ชิงเปิดสมุดถึงหน้าใหม่ เขียนว่าประกาศแก้แล้วเมื่อใด ที่ใด และใช้ผลเรื่องใด ไม่เขียนว่าทุกคนในชิงเหอเชื่อทุกคำแล้ว
นางนึกถึงวันที่ตื่นขึ้นในเดือนเมษายนเมื่อสามปีก่อน
ตอนนั้นกระดาษในมือคนอื่นทำให้นางรู้สึกว่าหากไม่แย่งมาเองก็ไม่มีทางได้ชีวิตคืน นางกลัวจนนอนโดยยังคิดถึงเลขกับลายมือ กลัวว่าการหยุดกินข้าวหรือดูแลแม่จะเป็นช่วงที่คนอื่นใช้เอาชนะ
วันนี้นางได้เห็นโรงงานอ่านสิ่งที่โรงงานต้องแก้เอง
ไม่ใช่เพราะนางยืนขอความสงสารได้เก่งกว่าเดิม
เป็นเพราะคำถามตามกลับไปถึงงานที่ถูกต้องได้ มีต้นทางซึ่งยังรักษาไว้ และมีคนยอมจำเพียงสิ่งที่ตนรู้โดยไม่ถูกบังคับให้คำกว้างเกินชีวิตของตน
เยว่ชิงหยิบปากกาขึ้น แต่ยังไม่เขียนเรื่องว่าจะกลับไปทำอะไรกับร้านเก่าในทันที
ชื่อพ่อบนประกาศไม่ได้เป็นคำสั่งให้นางรับงานทุกชิ้นที่ใครจะเอามาฝากเพื่อพิสูจน์ว่าลูกยังสืบฝีมือเขาได้ ไม่ได้บอกให้แม่กลับไปเปิดตู้ทุกวันจนไม่มีเวลานอน
มันคืนส่วนที่ถูกเอาไปใช้ผิด
ส่วนชีวิตต่อจากนี้ยังต้องให้คนที่อยู่เลือกเอง
ตอนเย็น แม่ออกมารินน้ำ ถามว่านางจะกินต้นหอมที่เหลือไหม
“กินค่ะ” เยว่ชิงตอบ
แม่ยิ้ม
“คราวนี้ไม่ต้องบอกว่ากินหมดถ้ายังเหลือ”
เยว่ชิงหัวเราะ แล้วขยับที่ให้แม่วางถ้วย
ความธรรมดาในบ้านไม่ได้ขัดกับชื่อที่เพิ่งได้รับคืน มันเป็นสิ่งที่พ่อเคยมี และเป็นสิ่งที่คำกล่าวหาเคยเบียดให้เหลือน้อยลง
ก่อนแม่เข้าห้อง เยว่ชิงถามว่าอยากเก็บสำเนาข้อความแจ้งเพิ่มในชุดของแม่หรือไม่
แม่ตอบว่าอยากได้เฉพาะฉบับที่ใช้จริงกับใบกำกับ ไม่ต้องเอาร่างทุกใบมาใส่ตู้
นางตกลงว่าจะขอชุดตามขอบเขตนั้น ไม่หยิบของตนยัดเข้าไปแทนการถาม
แล้วแม่พูดเรื่องหนึ่งที่ไม่ได้อยู่ในกำหนดนัด
“วันไปหาพ่อ แม่อยากเอาข้อความนี้ไปอ่านให้เขาฟัง”
เยว่ชิงกลืนน้ำลาย
“เราจะเลือกวันที่แม่เดินไหวและข้าจัดงานได้ค่ะ”
“ยังไม่ต้องเป็นพรุ่งนี้”
“ค่ะ”
แม่เก็บถ้วยของตนเข้าที่ เยว่ชิงปิดแฟ้ม
ในบ้านไม่มีเสียงฉลองดังพอให้คนทั้งซอยหันมา มีเพียงแสงไฟซึ่งเปิดไว้ระหว่างคนสองคนที่กินอาหารแล้วและกำลังจะพัก
ข้างนอก กระดาษฉบับใหม่ยังอยู่บนกระดานของโรงงาน
พรุ่งนี้ คนอีกคนอาจเดินมาอ่านชื่อพ่อ
และวันพรุ่งนี้ เยว่ชิงจะกลับไปถามถึงชื่อของคนเป็นในบัญชีความผิดที่พวกเขาต้องรับเอง
นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI
