Pengaturan baca

ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · Bab 95

ตอนที่ 95 — ผู้ตรวจจากที่อื่น

Terjemahan belum siap. Menampilkan naskah Thai.

หนังสือที่มาถึงหลานโจววันที่สามสิบกันยายนไม่ได้บอกว่าคำขอของเยว่ชิงชนะแล้ว

มันแจ้งว่าจะมีผู้ตรวจเอกสารจากหน่วยอีกเขตเข้ามาช่วยทบทวนฐานของรายงานตรวจรับ ลงชื่อผู้ได้รับมอบหมายว่า หลัวถิง พร้อมขอบเขตงานและวันนัดที่สำนักงานผู้รับเรื่อง

เยว่ชิงอ่านชื่อหน่วยสองครั้ง

หลัวถิงไม่ได้อยู่ในชุดซึ่งทำรายงานเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีเจ็ดสิบแปด และไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่หญิงที่นางเคยพบเพื่อดูสำเนาบางส่วนเมื่อเดือนมิถุนายนกับกรกฎาคมที่ผ่านมา หนังสือมอบหมายให้ตรวจว่าเอกสารซึ่งถูกอ้างรองรับข้อความได้เพียงใด และตามเส้นทางของใบแนบที่ยังขาด

ไม่มีถ้อยคำว่าให้ตัดสินสาเหตุการตาย ไม่มีคำสั่งให้เข้าบ้านญาติทุกคน และไม่ได้ให้ผู้ตรวจคนหนึ่งกล่าวแทนแพทย์หรือช่างที่ยังไม่ถูกถาม

นางวางหนังสือไว้ข้างคำชี้แจงของแม่

คำว่า ผู้ตรวจจากที่อื่น ทำให้อยากเชื่อว่าครั้งนี้จะมีคนยอมฟังจนจบ แต่ความอยากนั้นไม่ควรทำให้เอกสารส่วนตัวของผู้อื่นกลายเป็นของที่เปิดได้ทั้งหมด

วันที่สองตุลาคม เยว่ชิงส่งข่าวถึงแม่กับชิวอิง แยกกันบอกชื่อ หน่วย และส่วนซึ่งมีแผนจะนำไปใช้ ไม่เอารายจ่ายในบ้านของคนหนึ่งไปแนบให้คนอีกบ้านอ่าน

แม่ตอบถึงนางวันที่หก อนุญาตให้ผู้ตรวจฐานรายงานคนที่แจ้งชื่ออ่านคำชี้แจงที่ตนลงไว้ และติดต่อถามเพิ่มเติมตามนัดได้ ข้อที่ไม่ได้เล่าหรือการนำไปใช้ที่อื่นยังต้องถามใหม่

ชิวอิงตอบมาวันที่แปด ยอมให้ตรวจรายการที่เคยระบุพร้อมคำอธิบายแหล่งความรู้ หล่อนยังต้องการให้ส่วนครอบครัวซึ่งไม่เกี่ยวกับเรื่องคงอยู่ในความดูแลของผู้เก็บต้นฉบับ

เยว่ชิงนำคำตอบเข้าสำนักงานตามช่องทางเดิม ไม่เก็บไว้เป็นเพียงความเข้าใจระหว่างตนกับญาติ

หนังสือมอบหมายไม่ได้ทำให้ความยินยอมของคนเล็ก ๆ หมดความหมาย

*

วันที่สิบตุลาคม เยว่ชิงมาถึงตามเวลานัดหลังจัดเวลางานกับหน่วยของตนเรียบร้อย

หญิงที่ยืนอยู่ตรงทางเดินหน้าห้องรับเรื่องสวมเสื้อทำงานสีเขียวเข้ม ผมดำตัดสั้นเรียบถึงปลายคาง มีเส้นหงอกบาง ๆ ตรงขมับ ใบหน้าเหลี่ยมเล็กน้อย แว่นกรอบดำทรงแคบวางอยู่บนสันจมูก นางอายุราวสี่สิบเอ็ด ดูเป็นคนที่เดินทางมาพร้อมงานของตน มากกว่ามารอให้ใครเล่าเรื่องเศร้าจนสงสาร

เจ้าหน้าที่เดิมแนะนำทั้งสองฝ่าย หลัวถิงแสดงหนังสือมอบหมายให้เยว่ชิงดู และบอกว่าจะเก็บบันทึกส่วนที่ตรวจใหม่แยกจากข้อสรุปเดิม

“ข้าอ่านหนังสือของท่านแล้ว” เยว่ชิงกล่าว “แต่ขอถามว่าท่านจะตอบเรื่องใดได้ก่อน”

หลัวถิงไม่ทำท่ารำคาญ

“เรื่องที่ได้รับมอบหมาย ส่วนที่ยังไม่มีฐานพอก็ต้องเขียนว่าไม่มีฐานพอ หากต้องให้คนหน้าที่อื่นตรวจ จะส่งคำถามพร้อมสิ่งที่ใช้ถาม ไม่ส่งข้อสรุปของข้าไปให้เขารับรองตาม”

คำตอบไม่อบอุ่นนัก แต่เยว่ชิงรู้ว่าถ้อยคำชนิดนี้อาจช่วยได้มากกว่าคำว่าไม่ต้องกลัวตั้งแต่ยังไม่ได้เปิดแฟ้ม

เยว่ชิงตรวจขอบเขตหนังสือมอบหมายเมื่อพบหลัวถิงผู้ตรวจจากอีกหน่วย
เยว่ชิงตรวจขอบเขตหนังสือมอบหมายเมื่อพบหลัวถิงผู้ตรวจจากอีกหน่วย

ก่อนเข้าห้อง หลัวถิงถามว่านางมีเอกสารซึ่งเจ้าของยังไม่ได้ตกลงให้ใช้หรือไม่

“มีส่วนที่ข้าไม่ได้นำมา” เยว่ชิงตอบ “และมีต้นฉบับอยู่กับเจ้าของหลายแห่ง ข้ามีรายการที่เก็บไว้ให้ตามถึง”

“ถ้าไม่มีอยู่ในมือ ก็อย่าเขียนว่าแนบมาแล้ว”

“ข้าแยกไว้”

“ดี เราจะเริ่มจากคำที่อยู่ในคำขอของเจ้า”

เยว่ชิงคิดว่าจะเริ่มจากรายงาน แต่หลัวถิงกลับเปิดคำร้องที่นางส่งก่อน แล้วชี้ประโยคซึ่งขอให้ทบทวนการรับรองทั้งหมดของพ่อ

“เจ้าต้องการให้แก้คำว่าตรวจรับทั้งหมด หรือให้วินิจฉัยว่าใครเจตนาเอาชื่อบิดาเจ้าไปใช้”

นางเม้มปาก

“ข้าต้องการรู้ทั้งสองอย่าง”

“ได้ แต่สองอย่างนั้นใช้คำถามคนละชุด อย่าเอาผลของข้อแรกไปตอบข้อหลังเอง”

*

บนโต๊ะมีเพียงแฟ้มที่ใช้ในนัดนั้น เอกสารส่วนตัวซึ่งยังไม่อยู่ในขอบเขตไม่ได้ถูกยกมาให้ผู้ตรวจดูเพื่อสร้างความประทับใจ

หลัวถิงเปิดสำเนาทะเบียนส่งงานลงวันที่ยี่สิบเจ็ดธันวาคม ปีเจ็ดสิบเจ็ด เทียบกับแถวที่อ้างงานหมายเลขสามหนึ่งเจ็ดหกในรายงานวันที่หกกุมภาพันธ์ปีถัดมา

“ช่องนี้เขียนว่าอะไร” นางถาม

“ส่งงานจากหน่วยซ่อมสองซวงเหอ มีชื่อพ่อเป็นผู้ส่ง” เยว่ชิงตอบ

“แล้วช่องใดบอกว่าเขาตรวจทุกส่วนผ่าน”

“ในสำเนาทะเบียนที่ได้มาไม่มีช่องนั้น”

“ถ้าเช่นนั้นคำถามแรกของเราเป็นเรื่องฐานของข้อความในรายงาน มีเอกสารอีกชิ้นรองรับหรือไม่ ใครนำทะเบียนส่งงานมาอ้าง และอ้างในขอบเขตไหน”

เยว่ชิงขยับแฟ้มอีกเล่ม ซึ่งมีเลขชุดเจ็ดสิบเจ็ดขีดยี่สิบหกอยู่ในรายการกำกับ

หลัวถิงไม่ได้ปล่อยให้นางเลื่อนมาซ้อนกัน

“สองเลขนี้เป็นงานเดียวกันหรือ”

“ข้ายังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเป็นเครื่องหรือชุดเดียวกัน”

“ถ้าเจ้ายังไม่มี เหตุใดในแผ่นสรุปจึงขีดเส้นต่อกันเหมือนเป็นเส้นทางเดียว”

เยว่ชิงมองกระดาษที่ตนเขียนเมื่อคืน

นางตั้งใจใช้เส้นเพื่อบอกว่าทั้งสองกลุ่มเกี่ยวกับพ่อ แต่คนที่ไม่ได้อ่านทุกจดหมายมาก่อนอาจเห็นว่าของชุดเดียวกันเดินผ่านทะเบียนทั้งสองเลขแล้ว

“ข้าขีดเพื่อให้ดูว่าต้องตรวจร่วมกัน แต่ข้าเขียนไม่ชัด”

“เก็บแผ่นนี้ไว้ แล้วทำฉบับใหม่ อย่าเอายางลบทำให้ข้าไม่เห็นว่าเจ้าคิดเชื่อมตรงไหน”

หลัวถิงวางแฟ้มแยกออกจากกัน ใช้กระดาษเปล่าคั่นกลางช่องที่ยังต่อไม่ได้

เยว่ชิงรู้สึกเหมือนถูกเลื่อนออกจากข้อสรุปที่เดินเข้าใกล้มานาน แต่นางมองช่องว่างนั้นแล้วเห็นว่ามันอยู่ตรงนี้มาตลอด เพียงเส้นดินสอของตนเคยพาดทับ

หลัวถิงแยกแฟ้มคนละชุดและชี้ช่วงที่ยังไม่มีหลักฐานเชื่อมกัน
หลัวถิงแยกแฟ้มคนละชุดและชี้ช่วงที่ยังไม่มีหลักฐานเชื่อมกัน

“แล้วคำชี้แจงของแม่ข้าล่ะ” นางถาม

หลัวถิงอ่านส่วนที่แม่อนุญาตให้ใช้ ไม่ขอให้เยว่ชิงเล่าจดหมายส่วนตัวทั้งฉบับก่อน

“มารดาเจ้าได้ยินบิดาเล่าที่บ้าน นางมีเหตุช่วยทบทวนวันจากของใช้ในบ้าน นั่นเป็นข้อมูลที่ต้องตรวจตามแหล่งของมัน”

“ไม่ทำให้ท่านเชื่อว่าเขาถูกกดดันหรือ”

“ทำให้ข้าต้องถามเรื่องนั้น ไม่ทำให้ข้าได้ยินหัวหน้าหม่าพูดด้วยตนเอง”

เยว่ชิงจับขอบเก้าอี้ไว้ชั่วครู่

หลัวถิงเห็น แต่ไม่ได้ลดความเข้มของคำตอบเพื่อให้นางหายเจ็บเร็ว

“ใบรับถ่านต้องดูต้นฉบับตามนัดผู้เก็บ ไม่ใช่เขียนว่าใบรับบันทึกคำขู่ หากความทรงจำเปลี่ยนภายหลังต้องเก็บคำอธิบายไว้ด้วย การที่นางยอมเขียนขอบเขตของสิ่งที่ไม่รู้ทำให้เราถามต่อได้ถูกคน ไม่ใช่เหตุให้ปัดทิ้งว่าไม่มีประโยชน์”

เยว่ชิงค่อย ๆ คลายมือ

นางไม่ได้ยินผู้ตรวจพูดว่าแม่โกหก แต่ก็ไม่ได้ยินว่าคำของแม่ทำให้หลักฐานที่ขาดมาปรากฏขึ้นเอง

เมื่อตรวจคำชี้แจงชิวอิง หลัวถิงอ่านเฉพาะส่วนที่อยู่ในขอบเขตซึ่งเจ้าของตอบรับไว้ โดยสำนักงานผู้เก็บสมุดนำรายการนั้นออกให้ดูตามขั้นตอน

“วันที่สิบหกมกราคมกับสี่หยวนแปดเหมา” ผู้ตรวจพูด “เจ้าของสมุดบอกแล้วว่าจดตามคำสวีเหวินเต๋อภายหลังเกิดเหตุ ข้าจะตามว่าเขาอาศัยอะไรบอกยอดนี้ แต่ยังลงไม่ได้ว่าชิวอิงเห็นการจ่ายในคืนนั้น”

“เจ้าค่ะ”

“ส่วนรถเข็นวันที่สิบสี่เมษายน เป็นเงินที่นางบอกว่าจ่ายเอง ความทรงจำว่าผู้ใดเดินไปด้วยต้องถามในฐานะคนที่อยู่ด้วย ไม่เอายอดสองเหมามารับรองใบหน้าคนเดินแทน”

นางเก็บคำว่าไม่ได้ไว้ครบทุกครั้ง

เยว่ชิงเคยคิดว่าการได้ผู้ตรวจซึ่งไม่ได้อยู่ใต้คนเดิมจะทำให้ต้องพูดปฏิเสธน้อยลง แต่คนที่ทำหน้าที่จริงกลับไม่ยอมให้นางข้ามข้อซึ่งยังขาด ไม่ว่าจะขาดเพราะผู้อื่นไม่ตอบหรือเพราะนางอธิบายเองไม่ชัด

*

พักกลางวัน เยว่ชิงกินอาหารที่ซื้อจากร้านใกล้สำนักงาน ไม่ได้ตามหลัวถิงไปห้องพักหรือพยายามใช้เวลาส่วนตัวเพื่อเล่าเรื่องเพิ่ม

ผู้ตรวจออกมาซื้อของกินของตนในเวลาต่อมา เห็นนางนั่งอยู่จึงถามว่าที่ข้างกันว่างหรือไม่ เยว่ชิงพยักหน้า ทั้งสองกินโดยไม่เปิดกระดาษบนโต๊ะอาหาร

เมื่อเสียงในร้านเบาลง นางจึงถามคำที่ค้างอยู่

“ท่านเคยพบคนที่อ่านคำว่าไม่มีหลักฐานพอแล้วคิดว่าผู้ตรวจเข้าข้างคนที่เขาร้องเรียนหรือไม่”

หลัวถิงวางตะเกียบ

“เคย”

“แล้วท่านทำอย่างไร”

“บอกให้เขารู้ว่ากำลังถามหาอะไรอยู่ ถ้าข้าตรวจไม่ครบ เขามีสิทธิทัก ถ้าข้าเห็นว่าครบทั้งที่ยังไม่ครบ เขาก็ไม่ควรต้องขอบใจข้าเพราะคำตอบฟังถูกใจ”

“ข้ากลัวว่าทุกครั้งที่ยอมรับข้อจำกัด คนที่ไม่อยากให้ถามจะเอาคำนั้นไปบอกว่าพ่อข้าผิดทั้งหมดอยู่ดี”

ผู้ตรวจมองนางตรง ๆ

“เจ้าไม่ควรเขียนเกินเพราะกลัวคนอื่นจะพูดเกิน เราต้องบันทึกทั้งสิ่งที่พบและฐานที่คนใช้กล่าวหา หากเขาอ้างว่าบิดาเจ้ารับรองทั้งหมด เขาต้องแสดงฐานของคำว่าทั้งหมดด้วย ไม่ใช่ให้เจ้าแบกหน้าที่พิสูจน์ทุกสิ่งที่เขาไม่ได้แสดง”

ลมหายใจที่เยว่ชิงกลั้นไว้จึงค่อยออกมา

การระวังคำของตนไม่ได้แปลว่าต้องยอมให้คำของฝ่ายอื่นไม่ถูกตรวจ

“ข้าจะไม่ขอให้ท่านเชื่อข้าเพราะข้าเป็นลูกสาวเขา”

“ข้ารู้ได้ว่าเจ้ามีเหตุอยากให้เรื่องชัด แต่เรื่องที่เรารับตรวจต้องยืนได้เมื่อคนอ่านไม่รู้จักเจ้า”

หลัวถิงลุกไปจ่ายค่าอาหารส่วนของตน เยว่ชิงไม่ได้ชิงจ่ายเพื่อให้การสนทนามีหนี้เล็ก ๆ อยู่ระหว่างกัน

ตอนกลับเข้าห้องรับเรื่อง นางรู้สึกเหนื่อย แต่ไม่รู้สึกว่าถูกขอให้หยุด

*

บ่ายนั้นทั้งสองทำรายการคำถามใหม่

กลุ่มแรกคือทะเบียนส่งงานสามหนึ่งเจ็ดหกกับฐานข้อความในรายงานหลังพ่อเสีย ต้องตามผู้รวบรวม ผู้รับเอกสารรองรับ และขอบเขตการอ้าง ไม่สมมุติว่าทะเบียนส่งเท่ากับผลตรวจ

กลุ่มที่สองคือเจ็ดสิบเจ็ดขีดยี่สิบหก รายการอนุมัติกับรายการของที่ใช้แทนต่างกัน ต้องตามอำนาจเปลี่ยนรายการ ที่มาของใบแนบ และผลตรวจของจริง หากต้องอธิบายสมบัติวัสดุ จะให้คนที่ตรวจงานนั้นรับผิดชอบ ไม่ให้หลัวถิงวินิจฉัยจากถ้อยคำบนกระดาษแทนเครื่องมือ

กลุ่มที่สามคือคืนบาดเจ็บ ข้อมูลโรงพยาบาลกับการติดต่อของตงเหอต้องอยู่ตามเวลาที่แต่ละแหล่งลงไว้ ไม่เปลี่ยนเวลารับคำขอเป็นเวลาบาดเจ็บหรือเวลาไปถึงโรงพยาบาล

เยว่ชิงนำแผ่นสรุปใหม่อ่านให้ผู้ตรวจฟัง แล้วยอมให้แก้คำที่ยังเชื่อมเกิน

นางไม่ได้เอาจดหมายส่วนตัวของถานหรือหน้าสมุดซึ่งเจ้าของไม่ให้ใช้มาวางเพื่อเติมช่องที่ว่าง ความต้องการของผู้ตรวจไม่ได้ขยายสิทธิของนางเหนือคนเหล่านั้น

หลัวถิงบอกว่าจะตรวจต้นทางใบแนบที่ตงเหอตามขอบเขตมอบหมาย ส่วนต้นฉบับซึ่งอยู่บ้านแม่ต้องติดต่อเจ้าของก่อนกำหนดเวลา อีกเส้นทางหนึ่งต้องตามผู้รับของในใบนำส่งเก่า ผู้ที่ขับรถกับผู้ที่รับของเป็นคนละตำแหน่งในรายการ ไม่ควรเรียกคนแรกมาให้ตอบแทนทุกลายเซ็น

เมื่อจบนัด เจ้าหน้าที่รับรายการเพิ่มเติมไว้และให้สำเนาการส่งแก่เยว่ชิง

กระดาษนั้นบอกว่ารับสิ่งใดไปตรวจ ไม่ได้บอกว่าหลัวถิงยืนยันข้อกล่าวหาทั้งหมดแล้ว

*

วันที่สิบสามตุลาคม หลัวถิงไปยังส่วนเก็บเอกสารของตงเหอตามนัดที่เจ้าหน้าที่ประสานไว้

เยว่ชิงไม่ได้เดินตามไปอยู่ในห้องเก็บต้นฉบับ ผู้ตรวจมีงานและเส้นทางของตน นางไม่ต้องคอยยืนข้างทุกคนเพื่อให้เอกสารยังเป็นจริง

ผู้เก็บทะเบียนนำเล่มต้นทางมาเปิดตรงช่องรับคำขอวันที่สิบหกมกราคม ปีเจ็ดสิบแปด หลัวถิงเทียบกับสำเนาซึ่งเคยออกให้ก่อนหน้า

เวลา สิ่งที่ร้องขอ และข้อความเรื่องการรอใบแนบตรงกับส่วนที่ปรากฏในสำเนาเดิม นางบันทึกสิ่งที่ตรวจเองครั้งนี้พร้อมแหล่งที่เก็บ ไม่ย้ายต้นฉบับออกจากหน้าที่ของผู้เก็บ

จากนั้นจึงตรวจบัญชีนำส่งวันที่หนึ่งกุมภาพันธ์

รายการแสดงว่ามีการส่งเอกสารซึ่งรวมการติดต่อครั้งนั้นและถ้อยคำจำกัดขอบเขต ไม่มีช่องในหน้าที่เปิดนี้ซึ่งรับรองว่าคนปลายทางได้รับทุกหน้าไปครบ หรือได้อ่านคำจำกัดขอบเขตก่อนจัดรายงาน

“เอกสารตอบรับปลายทางอยู่เล่มเดียวกันหรือ” หลัวถิงถาม

ผู้เก็บส่ายหน้า แล้วบอกส่วนที่ต้องติดต่อเพิ่มตามเส้นทางเก็บจริง

ผู้ตรวจจดแหล่งที่จะตาม ไม่ขีดคำว่าใบตอบรับถูกทำลายลงตรงช่องว่าง

การหายไปจากชุดที่เปิดอยู่ไม่ใช่สิทธิให้ตั้งชื่อคนทำให้หาย

หลัวถิงตรวจทะเบียนต้นทางที่ตงเหอโดยต้นฉบับยังอยู่กับผู้เก็บ
หลัวถิงตรวจทะเบียนต้นทางที่ตงเหอโดยต้นฉบับยังอยู่กับผู้เก็บ

หลัวถิงส่งคำขอตามปลายทางผ่านช่องทางรับเรื่อง เมื่อกลับจากตรวจต้นทางจึงจัดบันทึกผลเฉพาะส่วนที่ทำจริง แจ้งสำนักงานว่ามีข้อใดเทียบต้นฉบับได้ และข้อใดต้องตามจากผู้รับ

นางไม่แวะหามารดาเยว่ชิงโดยไม่มีนัด ไม่เอาหน้าที่ตรวจเอกสารไปใช้เป็นเหตุให้ชิวอิงเปิดเรื่องในครอบครัวทั้งหมด และไม่เขียนว่าการเข้าตงเหอครั้งเดียวทำให้ตรวจคืนบาดเจ็บครบแล้ว

*

เยว่ชิงได้รับข่าวผลขั้นต้นในวันที่ยี่สิบเอ็ดตุลาคม

บรรทัดหนึ่งบอกว่าสำเนาติดต่อของตงเหอที่นางใช้ตรงกับทะเบียนต้นทางในส่วนที่ตรวจ อีกบรรทัดบอกว่าบัญชีนำส่งยังต้องตามการรับปลายทาง จึงไม่ควรใช้คำว่าส่งแล้วเป็นคำว่าปลายทางรับและใช้ครบ

นางอ่านบันทึกจนจบก่อนหยิบดินสอ

มีสิ่งหนึ่งซึ่งขยับไปข้างหน้า ผู้ตรวจซึ่งได้รับมอบหมายได้ตรวจต้นทางด้วยตนเอง ไม่ใช่อ่านสำเนาของนางแล้วเขียนว่าเชื่อเพราะเล่าได้ละเอียด

และมีอีกหลายสิ่งซึ่งยังอยู่ในช่องว่างเดิม

เยว่ชิงเปลี่ยนแผ่นรายการของตนตรงส่วนที่ได้ผลตรวจใหม่ ลงวันที่ข่าวมาถึง ไม่ขีดทับวันซึ่งเอกสารเก่าเกิดขึ้น

เมื่อถึงบรรทัดเรื่องคนปลายทาง นางวางดินสอลงก่อนจะเผลอเติมชื่อที่อยากให้เป็น

หลัวถิงไม่ใช่คนที่เข้ามาบอกว่าความสงสัยทุกข้อของนางถูกต้อง

นางเป็นคนที่ยอมตรวจฐานของคำที่ผู้อื่นเขียนไว้ พร้อมกับไม่ยอมให้เยว่ชิงเขียนเกินฐานของตนเช่นกัน

หญิงสาวเก็บสำเนาการรับเรื่องกับบันทึกผลใหม่แยกจากกัน คืนนี้ยังมีคำถามที่ตอบไม่ได้ และครั้งต่อไปนางจะต้องยอมกล่าวคำว่าไม่รู้ต่อหน้าผู้ตรวจ โดยไม่ปล่อยให้คำนั้นถูกใช้แทนคำว่าไม่ต้องถาม

แต่การที่เรื่องยังไม่จบ ไม่ได้แปลว่ามันกลับไปอยู่ใต้ความเงียบเหมือนเดิมแล้ว

กลับสารบัญนิยาย

นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI