ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · Bab 90
ตอนที่ 90 — เงื่อนที่ผูกด้วยคนหลายคน
Terjemahan belum siap. Menampilkan naskah Thai.
คืนวันที่เก้ามิถุนายน เยว่ชิงเขียนคำว่า “เหตุการณ์” ลงบนกระดาษแผ่นแรก แล้วหยุดอยู่กับช่องว่างข้างคำว่า “ที่มา”
นางรู้เรื่องบิดามากกว่าที่จะใส่ลงในช่องเล็ก ๆ ได้ แต่ความรู้เหล่านั้นไม่ได้มีน้ำหนักเท่ากันทุกอย่าง บางเรื่องมาจากสำเนาที่ผู้เก็บรับรอง บางเรื่องเป็นคำของคนที่อยู่ในเหตุการณ์ บางเรื่องเป็นสิ่งที่นางคิดได้เมื่อวางสองหน้าข้างกัน
หากเขียนทุกอย่างต่อกันโดยไม่บอกความต่าง คนอ่านจะเห็นสายเดียวที่นางลากผ่านความเจ็บของตน แล้วต้องตัดสินใจว่าจะเชื่อสายเส้นนั้นหรือไม่
เยว่ชิงไม่ต้องการให้คำขอทบทวนชื่อของบิดาจบลงด้วยการให้คนแปลกหน้าตัดสินว่านางร้องไห้น่าเชื่อเพียงใด
นางตัดกระดาษหยาบเป็นแถบ เขียนวันกับชื่อรายการไว้ทีละแถบ วางบนพื้นข้างโต๊ะ เพราะบนโต๊ะยังมีนาฬิกาข้อมือของหญิงที่ฝากตรวจเมื่อวันเสาร์
ของลูกค้าอยู่ในถาดปิด มีป้ายรับงานของมันเอง เยว่ชิงไม่วางชิ้นส่วนหรือเอกสารเรื่องพ่อทับของนั้น นางแบ่งช่วงค่ำสำหรับงานที่รับไว้ก่อน เมื่อเปิดตรวจแล้วพบจุดที่ต้องทำต่อ นางจดสภาพและสิ่งที่ยังตรวจยืนยันไม่ได้ เพื่อแจ้งเจ้าของก่อนทำเกินข้อตกลง
เมื่อปิดถาดแล้วจึงกลับมานั่งกับแถบกระดาษ
ยี่สิบเจ็ดธันวาคม ปีเจ็ดสิบเจ็ด อยู่ก่อนหกกุมภาพันธ์ ปีเจ็ดสิบแปดอย่างแน่นอน แต่การอยู่ก่อนกันไม่ได้บอกเองว่าฉบับแรกให้อำนาจเขียนข้อความในฉบับหลัง
เยว่ชิงวางสำเนาการส่งงานเลขสามพันหนึ่งร้อยเจ็ดสิบหกลงข้างแถบวัน ข้างมันเป็นสำเนาหัวรายงานรวบรวมข้อบกพร่องกับแถวที่กล่าวถึงบิดา รายงานฉบับนั้นจัดทำหลังเขาเสียชีวิตแล้ว
นางเขียนใต้รายการแรกว่า การส่งงาน
ใต้รายการที่สองว่า ข้อความกล่าวว่าตรวจรับรองทั้งหมด
เมื่อมองช่องว่างระหว่างสองคำ นางเห็นคำถามเดิมชัดกว่าตอนวางกระดาษเป็นกองสูง
อะไรทำให้การส่งงานกลายเป็นการรับรองของทั้งหมด
นางยังไม่มีหน้าที่ตอบคำถามนั้นได้

วันที่สิบเอ็ด หนังสือจากส่วนรับเรื่องทบทวนมาถึง
เจ้าหน้าที่ซึ่งรับตรวจแฟ้มต่อขอให้จัดสำเนากับรายการที่มาเป็นลำดับ และเสนอวันพบในบ่ายวันที่ยี่สิบสี่ หากนางสะดวก ให้แจ้งตอบพร้อมระบุรายการที่จะนำมา โดยไม่ต้องนำต้นฉบับที่อยู่กับคนอื่นออกจากผู้เก็บ
เยว่ชิงอ่านคำว่า “รับตรวจต่อ” สองครั้ง การมีคนรับแฟ้มไม่ใช่ผลตัดสิน แต่เป็นครั้งแรกในระยะนี้ที่นางมีวันซึ่งจะนำคำถามไปวางให้ผู้อื่นอ่านต่อหน้าได้
นางเทียบหน้าที่ประจำ ขอจัดเวลาบ่ายวันนั้นผ่านผู้ดูแลหน้าที่ตามขั้นตอน เมื่อได้รับการอนุญาตและตกลงงานส่งต่อแล้ว จึงตอบนัด ไม่ใช้ชื่อเกาเหว่ยไปแทนคำอนุญาตจากคนที่จัดเวลางาน
เอกสารตอบนัดสั้นกว่าที่นางอยากเขียนมาก นางระบุว่าจะนำสำเนาที่ได้รับอนุญาตไว้แล้ว รายการแหล่งเก็บ และคำถามซึ่งยังไม่ตอบ ไม่เขียนว่าได้รวบรวมหลักฐานว่าผู้ใดเป็นคนฆ่าบิดาจนครบ
เยว่ชิงยังต้องเลือกว่าอะไรจะอยู่ในห่อที่จะส่งต่อ
สมุดส่วนตัวของถานเส้าหรงไม่ได้อยู่กับนาง นางมีเพียงสำเนาหน้าซึ่งเขาอนุญาตให้คัดเพื่อสอบถามเส้นทางใบแนบ ส่วนคำพูดเกี่ยวกับคนไปที่บ้านและความกลัวของครอบครัวเป็นเรื่องที่เขาขอไม่ให้ส่งต่อ
นางเคยรู้สึกว่าการเว้นเรื่องนั้นไว้ทำให้แฟ้มอ่อนลง แต่คืนที่อ่านคำขอของเขาซ้ำ เยว่ชิงกลับเห็นว่า หากใช้ความเดือดร้อนของคนหนึ่งเป็นเชือกผูกเขาไว้กับเรื่องของตน สายเส้นนั้นจะขาดตั้งแต่คนผูกเริ่มไม่ยอมฟังเจ้าของคำพูด
นางจึงคงเรื่องส่วนตัวไว้ในห่อแยก ไม่แนบถ้อยคำลงในสำเนาส่งทบทวน
คำบอกเล่าของจิ้งโจวเกี่ยวกับบาดแผลปลายเดือนพฤศจิกายนก็เช่นเดียวกัน มันทำให้นางรู้ว่าควรถามเรื่องขั้นตอนตรวจงานอย่างไร แต่ไม่ใช่หนังสือรับรองว่าคนใดสั่งเปลี่ยนอะไหล่ทุกชิ้น นางไม่เอาความไว้ใจของเขามาเขียนเป็นอำนาจซึ่งเขาไม่เคยให้
เยว่ชิงวางห่อที่ยังต้องขออนุญาตใหม่ไว้ด้านซ้าย ห่อที่ใช้ในขอบเขตคำขอเดิมได้ไว้ด้านขวา
ความหนาของด้านขวาลดลง แต่นางสามารถบอกที่มาของทุกหน้าที่เหลือได้
วันเสาร์ที่สิบสี่ โต๊ะตลาดเปิดตามช่วงที่จ่ายค่าที่ไว้
หญิงเจ้าของนาฬิกาข้อมือกลับมาฟังผลตรวจตามนัด เยว่ชิงเปิดรายการสภาพให้ดู อธิบายสิ่งที่พบกับส่วนที่ยังต้องทำ หากเจ้าของยอมให้ทำต่อจะมีค่าใช้จ่ายและเวลาทดสอบเพิ่ม
หญิงคนนั้นถามอยู่พักหนึ่ง ก่อนเลือกให้ทำเฉพาะขอบเขตที่ตกลงใหม่ ไม่เปลี่ยนสิ่งซึ่งยังใช้ได้เพียงเพราะเยว่ชิงเปิดเรือนอยู่แล้ว
นางเขียนข้อตกลงเพิ่มลงในหน้าของงานชิ้นนั้น อ่านทวนวันติดต่อครั้งต่อไป แล้วให้เจ้าของเก็บสำเนาของตน
หญิงผู้นั้นไม่ได้รู้เลยว่าตอนกลางคืนคนตรงหน้ากำลังจัดแฟ้มเรื่องผู้ตาย และไม่จำเป็นต้องรู้เพื่อจะมีสิทธิถามเรื่องนาฬิกาของตน
เมื่อเก็บโต๊ะ เยว่ชิงตรวจของที่ยังอยู่ในความดูแลตามรายการอีกครั้ง งานชิ้นนี้ยังไม่เสร็จ นางจึงไม่จดมันไว้ในช่องของที่คืนแล้ว
หลังออกจากตลาด นางแวะจุดฝากข่าวที่ตกลงกับจิ้งโจวไว้ ขอพบในวันอาทิตย์ช่วงที่ทั้งคู่ว่าง โดยบอกล่วงหน้าว่าอยากให้เขาลองอ่านเฉพาะรายการวันกับที่มาของสำเนา ถ้าเขาไม่สะดวก ไม่ต้องฝืนช่วย
วันที่สิบห้า ทั้งคู่นั่งที่โต๊ะข้างทางซึ่งมีร่มเงา เยว่ชิงยื่นเพียงรายการที่คัดสำหรับตรวจความเข้าใจให้เขา ไม่เปิดห่อคำบอกเล่าของคนอื่นหรือที่อยู่ส่วนตัวบนโต๊ะสาธารณะ
จิ้งโจวอ่านหน้าแรกแล้วพลิกกลับ
“บรรทัดนี้เขียนว่าราคาต่างกัน”
“ราคาตามทะเบียนใบสั่งเดิมกับรายการของที่ใช้แทน”
“แล้วข้างล่างเขียนเหมือนรู้ว่ามีคนได้รับเงินส่วนต่างไปแล้ว”
เยว่ชิงมองบรรทัดนั้น ความคิดของนางวิ่งต่อจากสิ่งที่เห็นเร็วกว่าตัวกระดาษอีกครั้ง
เอกสารที่นางมีบอกความต่างของมูลค่าในทะเบียน กับการตัดยอดตามราคาเดิม แต่ใบซึ่งยืนยันว่าผู้ขายได้รับเงินจริงเท่าไรยังไม่อยู่ในมือนาง ผู้รับเงินส่วนต่างจึงไม่ใช่ชื่อที่นางเติมจากความโกรธได้
“ข้าเขียนข้ามไป” นางกล่าว
“ถ้าให้ข้าอ่านโดยไม่เคยฟังเจ้ามาก่อน ข้าจะไม่รู้ว่าอันไหนอยู่ในสำเนา อันไหนเป็นคำถามของเจ้า”
เยว่ชิงดึงดินสอออก แต่ไม่ลบข้อความเดิมบนหน้าที่ร่างไว้ นางเขียนหน้าใหม่ให้แยกว่า เอกสารยืนยันอะไร และต้องตามใบใดต่อเพื่อยืนยันเงินที่จ่ายจริง
จิ้งโจวชี้อีกแห่ง
“เลขเจ็ดสิบเจ็ดขีดยี่สิบหก กับเลขสามพันหนึ่งร้อยเจ็ดสิบหก เจ้าผูกไว้ด้วยคำว่าเรื่องเดียวกัน”
“มันอยู่ในเรื่องของพ่อทั้งคู่”
“อยู่ในเรื่องของพ่อ ไม่เท่ากับเป็นงานชิ้นเดียวกัน”
นางนิ่งไป ก่อนพยักหน้า
เขาไม่ได้อ่านเนื้อหาทางเทคนิคทั้งหมดแทนผู้ตรวจ และไม่ได้บอกว่าการเปลี่ยนถ้อยคำทำให้แฟ้มถูกต้องครบทุกอย่าง เขาเพียงอ่านหน้าเหล่านั้นในฐานะคนที่ไม่อยู่ในหัวนาง
สิ่งที่สะดุดจึงเป็นสิ่งที่เยว่ชิงเคยเดินข้ามโดยไม่เห็น
หลังกลับห้อง นางแยกเส้นทางออกเป็นสามชุด
ชุดหนึ่งเป็นเลขงานเจ็ดสิบเจ็ดขีดยี่สิบหก การอนุมัติวันที่สิบแปดพฤศจิกายน กับข้อความในใบทำงานฝ่ายจัดซื้อวันที่ยี่สิบหกซึ่งไม่เหมือนกัน ใบส่งของวันที่ยี่สิบแปด กับคำถามเรื่องใบอนุญาตใช้ของแทนถูกจัดอยู่ในชุดนี้
อีกชุดเป็นการส่งงานเลขสามพันหนึ่งร้อยเจ็ดสิบหกวันที่ยี่สิบเจ็ดธันวาคม และรายงานวันที่หกกุมภาพันธ์ซึ่งกล่าวถึงการรับรองทั้งหมด
ชุดที่สามเป็นเหตุคืนวันที่สิบหกมกราคม การมาถึงโรงพยาบาล กับเส้นทางนำส่งที่ยังมีช่องว่าง
นางเขียนว่าชุดใดอาจสัมพันธ์กัน แล้ววางคำว่า “ยังต้องยืนยัน” ไว้ตรงจุดเชื่อม ไม่ย้ายเวลาในเอกสารจากชุดหนึ่งไปเติมให้ชุดอื่น
เสียงนาฬิกาที่วางปิดไว้ดังเบา ๆ จากถาดบนโต๊ะ เยว่ชิงลุกไปตรวจเวลาทดสอบของมันตามที่จด ก่อนกลับมาจัดห่อ
นางต้องรักษาวันของคนที่ยังรอนาฬิกาอยู่ด้วย ไม่ใช่ปล่อยให้เรื่องของผู้ตายกลืนสิ่งที่นางรับผิดชอบต่อคนเป็นจนหมด
ในสัปดาห์ต่อมา เยว่ชิงเขียนบัญชีหน้าของแต่ละห่อ ใส่วันรับสำเนา ผู้เก็บต้นฉบับ และขอบเขตที่หน้าเหล่านั้นบอกได้ ใช้หมายเลขของตนสำหรับหาเอกสารภายในห่อ โดยเขียนชัดว่าไม่ใช่เลขทะเบียนเดิม
สำเนาที่อ่านจางนางแนบไว้ตามสภาพ มีใบคัดข้อความต่างหาก ระบุว่าคัดจากหน้าใด ส่วนอักษรที่ไม่แน่ใจเว้นไว้ ไม่ทำให้ลายมือใหม่ของนางดูเหมือนข้อความชัดซึ่งผู้เก็บรับรองมาแล้ว
ต้นฉบับทางการยังอยู่กับหน่วยที่เก็บ เอกสารครอบครัวกับชิ้นส่วนที่แม่เก็บไว้ยังอยู่ชิงเหอ นางไม่เอาชื่อสิ่งของในบ้านมาเขียนเป็นของที่ผู้ตรวจได้เห็นจริงในวันนัด
ก่อนปิดห่อ เยว่ชิงอ่านคำถามของตนออกเสียง
“ใครนำอะไหล่ผิดไปทำให้พ่อข้าเสียชีวิต”
ถ้อยคำนั้นเป็นสิ่งที่นางอยากรู้ แต่ยังรวมคำตอบที่นางไม่มีอยู่เข้าไปในคำถามด้วย
นางพักมันไว้ในหน้าส่วนตัว แล้วเขียนใหม่สำหรับผู้ตรวจ
เอกสารใดอนุญาตให้เปลี่ยนรายการของ ใครตรวจสิ่งที่ส่งมอบตามขั้นตอน และรายงานที่กล่าวถึงบิดาอาศัยหน้าหรือคำรับรองใด
เมื่อถามแยกเช่นนี้ คนรับเรื่องอาจต้องส่งต่อไปหลายแห่ง เยว่ชิงอาจต้องรอนานขึ้น แต่คำตอบหนึ่งแห่งจะไม่ถูกบังคับให้พิสูจน์ทั้งเส้นทางที่ยังไม่เคยมีใครตรวจครบ
เช้าวันที่ยี่สิบสี่ นางตรวจรายการอีกครั้ง ผูกห่อสำเนาที่จะนำไปด้วยเชือกสองเส้น
แฟ้มงานตลาดอยู่ในช่องของมัน ไม่ได้ถูกแนบเข้าไปเพราะเพิ่งมีคำแจ้งซึ่งเป็นผลดีต่อนาง ผลเรื่องนาฬิกาสองเรือนของหยวนเต๋อไหลไม่สามารถตอบเรื่องบิดาเมื่อสองปีก่อนได้
ตอนยกประตูห้องปิด เยว่ชิงยังต้องใช้มือดันมุมเดิม นางล็อกด้วยกุญแจเหล็กดอกเดียวแล้วเก็บติดตัว ไม่มีใครมารับต้นฉบับในห้องแทนนาง
ที่ส่วนรับเรื่อง เจ้าหน้าที่หญิงวัยกลางคนตรวจหนังสือนัดก่อนเชิญให้นั่ง นางเพิ่งรับตรวจแฟ้มช่วงนี้ ไม่รู้จักครอบครัวเยว่ชิง และไม่เคยรับงานนาฬิกาจากนาง
เจ้าหน้าที่วางรายการหน้าที่เยว่ชิงนำมาไว้ข้างแฟ้มรับเรื่องเดิม ไม่ยกทั้งห่อขึ้นกล่าวว่าหนักเช่นนี้ย่อมมีหลักฐานพอ
“ข้าจะเริ่มจากแถวที่ท่านขอให้ทบทวนชื่อบิดา” อีกฝ่ายบอก “เรื่องใดที่ต้องให้หน่วยอื่นตอบ ข้าจะลงไว้ต่างหาก วันนี้ยังไม่ได้ตัดสินว่าความรับผิดอยู่กับใคร”
เยว่ชิงพยักหน้า
“ข้าต้องการให้ท่านเห็นว่าหน้าใดมีอยู่จริง และหน้าใดยังไม่มีเจ้าค่ะ”
เจ้าหน้าที่อ่านชุดการส่งงานก่อน แล้วอ่านข้อความในหัวรายงานกับแถวของบิดา พลิกกลับไปที่หนังสือตอบจากผู้เก็บ
เยว่ชิงต้องห้ามตนเองหลายครั้งไม่ให้พูดแทรก ทุกครั้งที่อีกฝ่ายนิ่ง นางเกือบอธิบายเรื่องซึ่งยังไม่ได้ถูกถามเข้าไปเพิ่ม
ในที่สุดเจ้าหน้าที่เงยหน้า
“ถ้าข้ามีเพียงหน้านี้ ข้าจะรู้ว่ามีการส่งงานตามรายการ แต่ยังรู้ไม่ได้ว่าผู้ส่งตรวจและรับรองของทั้งหมดตามข้อความในรายงาน”
เยว่ชิงจับขอบเก้าอี้
ถ้อยคำที่นางพยายามทำให้คนอื่นอ่านเห็นมาหลายเดือน ครั้งนี้ออกมาจากปากคนซึ่งไม่มีเหตุจะปกป้องบิดาของนางด้วยความรัก
“ใช่เจ้าค่ะ ข้าจึงขอให้ตามหน้าที่ใช้เป็นฐานของข้อความนั้น”
“แต่จากการไม่มีในสำเนาชุดนี้ เราก็ยังเขียนไม่ได้ว่าไม่เคยมีเอกสารนั้นอยู่ที่ใดเลย”
มือของเยว่ชิงคลายลงช้า ๆ
“ข้าไม่ได้ขอให้ท่านเขียนเช่นนั้น ข้าขอให้แสดงที่มา ถ้ามี ขอให้ตรวจว่ามันรับรองอะไรจริง”
เจ้าหน้าที่จดคำถาม ไม่เติมคำว่าเรื่องยุติลงไปในช่องท้าย

เมื่ออ่านชุดเลขเจ็ดสิบเจ็ดขีดยี่สิบหก อีกฝ่ายถามว่าใบส่งของยืนยันสภาพของในลังทุกชิ้นหรือไม่
เยว่ชิงชี้ขอบเขตที่เอกสารบอกได้ การรับส่งตามรายการไม่ใช่การตรวจชิ้นส่วนทั้งหมด อีกหน้าที่กล่าวถึงการคืนลังเปล่าอยู่ในทะเบียนคนละส่วน นางไม่ได้แนบคำบอกเล่าส่วนตัวของคนขับเพื่อให้แทนสิ่งที่ต้องตรวจจากเอกสารต้นทาง
เจ้าหน้าที่เขียนกำกับไว้ว่า แยกแหล่ง
จากนั้นถามถึงราคา เยว่ชิงชี้หน้าซึ่งจิ้งโจวทัก นางนำฉบับสรุปใหม่มา ส่วนร่างเก่าที่เขียนข้ามอยู่ในห่อของตน ไม่ใช้แทนหลักฐาน
“ใบยืนยันเงินที่ผู้ขายได้รับยังไม่อยู่ในชุดนี้เจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นคำถามที่จะส่งไปยังฝ่ายจัดซื้อจะต้องขอหน้าที่บอกการจ่ายจริง ไม่ใช่ขอเพียงให้รับรองว่าตัวเลขในสองทะเบียนต่างกัน”
เยว่ชิงจดตาม ไม่เปลี่ยนคำถามเป็นชื่อผู้รับเงินที่นางอยากให้เป็น
ระหว่างตรวจรายการเดิม เจ้าหน้าที่พบคำอ้างถึงชุดใบแนบจากหน่วยคู่ค้า ซึ่งไม่ได้อยู่ครบในสำเนาที่ใช้รับเรื่องทบทวน นางตรวจช่องรายการสองครั้ง แล้วเรียกผู้เก็บแฟ้มมาดูว่าแต่ละหน้าที่ลงรายการรับไว้มีอยู่ในชุดใด
คนที่ถูกเรียกมาไม่ได้สรุปว่าหน้าถูกขโมย เขาตอบว่าต้องเทียบแฟ้มต้นทางกับรายการส่งต่อก่อน ไม่ควรนับหน้าที่ไม่อยู่ในห่อนี้เป็นหน้าที่ไม่มีอยู่ที่อื่น
เยว่ชิงฟังคำตอบนั้นโดยไม่เร่งให้เขาเปลี่ยนมันเป็นข้อกล่าวหา
เจ้าหน้าที่จดคำขอตามเอกสารส่วนที่ใช้เป็นฐานของรายงาน รวมถึงใบแนบที่เกี่ยวข้องกับการตรวจรับจากหน่วยคู่ค้า ระบุว่าจะตรวจแหล่งเก็บก่อนขอสำเนาตามรายการ นางอ่านรายการที่จะรับไว้ให้เยว่ชิงฟัง พร้อมแยกส่วนซึ่งเพียงนำมาแสดงในวันนั้น
เยว่ชิงทวนจนตรง จึงลงชื่อรับทราบการส่งรายการของตน วันกับจำนวนหน้าที่รับจริงอยู่ในใบบันทึก ไม่ใช่คำรับรองว่าทุกข้อที่นางคิดถูกต้องแล้ว
เมื่อออกจากห้อง นางหยุดที่ทางเดิน
ความตึงในไหล่ยังอยู่ แต่ไม่ได้มีเพียงความกลัวว่าจะถูกปัดกลับมาเหมือนเดิม คราวนี้คำถามถูกวางแยกไว้แล้ว คนรับรู้ว่าแต่ละคำถามต้องตามจากที่ใด และนางมีใบซึ่งบอกได้ว่ารับอะไรไปจริง
เยว่ชิงนั่งบนม้านั่งใกล้หน้าต่าง ครู่หนึ่งอยากเขียนหาแม่ว่าในที่สุดก็มีคนเชื่อพ่อแล้ว
นางดึงกระดาษเล็กออกมา แล้วเขียนเพียงว่าผู้ตรวจเห็นความต่างระหว่างการส่งงานกับการรับรองทั้งหมด และจะตามหน้าที่ใช้เป็นฐานของรายงาน ผลทบทวนยังไม่ออก
แม่ควรได้ความหวังที่ไม่ต้องพังเพราะคำซึ่งนางเติมให้เร็วเกินไป
ก่อนกลับ เยว่ชิงผูกห่อที่นำกลับให้แน่นอีกครั้ง ใบรับรายการใหม่อยู่ต่างช่องจากสำเนาเดิม

เงื่อนของเรื่องนี้ผูกด้วยมือคนหลายคน บางคนยอมให้เห็นเพียงส่วนที่ตนรู้ บางคนยังไม่ตอบ และบางคนเป็นเพียงชื่อในช่องของเอกสาร
เยว่ชิงไม่อาจดึงเชือกทุกเส้นให้ตึงพร้อมกันแล้วเรียกสิ่งนั้นว่าความจริง
นางต้องตามทีละเส้น จนรู้ว่าตรงไหนเป็นรอยต่อ ตรงไหนเป็นปลายที่ขาด และตรงไหนมีมือซ่อนอยู่ซึ่งยังไม่เคยปรากฏในหน้าที่นางอ่าน
คราวนี้ ระหว่างเดินลงบันได นางรู้แล้วว่าหน้าที่ต้องตามต่อมีชื่ออยู่ในรายการ แม้ตัวหน้านั้นยังไม่มาถึงมือก็ตาม
นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI
