ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · Bab 85
ตอนที่ 85 — วันที่ร้านถูกปิดตรวจ
Terjemahan belum siap. Menampilkan naskah Thai.
เช้าวันที่ห้าเมษายน เยว่ชิงไม่ได้ปูผ้าสักหลาดเหมือนทุกวัน
นางมาถึงโต๊ะรับงานก่อนเวลาที่นัดกับผู้ตรวจ วางห่อของสองห่อไว้ในกล่องแยกช่อง แล้วพับผ้าผืนที่จะใช้ทำงานเก็บด้านหนึ่ง สายฝ้ายขึงไว้ตรงพื้นที่หน้าโต๊ะเพื่อไม่ให้คนเข้าใจว่าวันนี้รับของตามปกติ
เถียนอวี้หลานเดินมาพร้อมสมุดเวลา
“ข้าจะบอกคนที่ถามว่าโต๊ะนี้กำลังตรวจรายการตามนัด” นางกล่าว “เจ้าจะให้ข้าพูดอย่างอื่นเพิ่มหรือไม่”
“เท่านั้นพอ ไม่ต้องบอกว่าตรวจแล้วไม่มีเรื่อง ข้ายังไม่ได้รับผล”
ริมทางเดินมีเสียงคนยกตะกร้าผักลง แผงข้างกันเปิดผ้าคลุมเหมือนวันเสาร์อื่น ร้านที่เงียบลงมีเพียงพื้นที่เล็กของนาง แต่เมื่อไม่วางเครื่องมือบนผ้าตามเคย เยว่ชิงกลับรู้สึกว่าช่องว่างนั้นกว้างกว่าที่จ่ายค่าใช้ที่ไว้มาก
หญิงคนหนึ่งหยุดมองสายฝ้าย ถามว่าช่างจะไม่มาแล้วหรือ
เยว่ชิงหันไปตอบเองว่าตนยังอยู่ วันนี้งดรับของใหม่ระหว่างการตรวจ หากเป็นของที่มีนัดไว้ให้แจ้งนาง ไม่ต้องวางทิ้งไว้บนโต๊ะ
หญิงคนนั้นจับห่อนาฬิกาของตนแน่นขึ้น
“ข้าเอามาให้ดูครั้งแรก ถ้าต้องรอ ข้าคงไปถามแผงข้างหน้า”
“วันนี้ข้ารับไว้ไม่ได้” เยว่ชิงบอก
นางมองอีกฝ่ายเดินจากไปโดยไม่พูดว่ารับแค่เรือนเดียวคงไม่มีใครว่า
คำสั่งยังไม่ได้ทำให้นางเป็นคนผิด แต่การไม่รับของเรือนนั้นทำให้รายได้ซึ่งอาจได้ในวันนี้หายไปจริง

สองวันก่อนหน้า นางได้ส่งข้อความเปลี่ยนนัดไปตามช่องทางที่เจ้าของของให้ไว้แล้ว คนหนึ่งตอบผ่านผู้มาซื้อผ้า อีกคนยังติดต่อไม่ได้ เยว่ชิงจึงนำของกับคู่ฉบับใบรับมาพร้อม ไม่ให้การที่ตนถูกตรวจกลายเป็นเหตุว่าลูกค้าต้องตามของไม่พบ
ของที่ค้างอยู่เป็นงานซึ่งรับเมื่อวันที่ยี่สิบเก้ามีนาคม
ห่อแรกคือนาฬิกาข้อมือเก่าของหญิงที่ยังไม่ตอบข้อความ สายหนังดำมีรอยแตกใกล้รูรัด เจ้าของเล่าว่าเดินแล้วหยุดเป็นช่วง นางตกลงให้ตรวจอาการก่อนเสนอรายการซ่อม ยังไม่ได้อนุญาตเปลี่ยนชิ้นส่วน
ห่อที่สองเป็นนาฬิกาปลุกตัวเรือนสีครีมของลูกค้าอีกคน ฝาหลังมีรอยบุบเล็ก เมื่อเริ่มตรวจพบว่าจังหวะปลุกขัด นางยังไม่ได้สรุปว่าจะเปลี่ยนส่วนใด เจ้าของยอมเลื่อนนัดหลังได้รับข้อความ แต่ไม่ได้ยกสิทธิในของให้ช่างเก็บไว้ไม่มีกำหนด
ทั้งสองไม่ใช่นาฬิกาของหยวนเต๋อไหลที่คืนไปแล้ววันที่สิบห้ามีนาคม และไม่ใช่ของอีกแปดเรือนที่ผู้ขายเคยถามไว้แต่ไม่ได้นำมาฝาก
เยว่ชิงเขียนรายการของค้างตามนั้นตั้งแต่เตรียมเอกสาร ไม่เพิ่มชื่อของที่ตนไม่เคยรับเพื่อให้จำนวนในคำร้องดูใกล้เคียงกัน
ผู้ตรวจสองคนมาถึงพร้อมหนังสือหน้าที่และรายการที่จะตรวจ คนหนึ่งดูงานกับเครื่องมือ อีกคนลงบันทึก ทั้งสองเป็นเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบการตรวจครั้งนี้ ไม่ได้มากับตำรวจ และไม่ได้ถือคำตัดสินลงโทษมาวางก่อนเริ่ม
เยว่ชิงตรวจชื่อหน่วยกับเรื่องที่รับไว้ในหนังสือ แล้ววางใบตอบวันที่สามสิบเอ็ดมีนาคมข้างรายการของตน
“ขอเริ่มจากของที่ยังอยู่กับเจ้า” ผู้ตรวจกล่าว
นางเปิดห่อทีละชิ้น ไม่เทรวมกันบนผ้า
ใบรับแต่ละเรือนอยู่ช่องเดียวกับของ ข้างในไม่มีสำเนาเรื่องพ่อ ไม่มีสมุดส่วนตัวของคนขับรถ และไม่มีหน้าบันทึกที่ถานเส้าหรงอนุญาตให้ใช้เพียงบางส่วน สิ่งเหล่านั้นไม่ช่วยบอกว่านาฬิกาข้อมือของลูกค้าคนนี้ได้รับอนุญาตให้ทำอะไร
ผู้ตรวจหยิบสายหนังดำขึ้นเทียบรอยจำ
“งานนี้ซ่อมแล้วหรือยัง”
“เปิดตรวจตามที่ตกลง แต่ยังไม่ลงรายการเปลี่ยนอะไหล่ค่ะ”
“ในสมุดเขียนว่ารับซ่อม”
เยว่ชิงก้มมองช่องที่เขาชี้
นางใช้คำสั้นนั้นกับรายการงานหลายครั้ง แม้ใบรับที่แยกไว้จะบอกว่าเริ่มจากตรวจอาการก่อน คำในสมุดรวมจึงกว้างกว่าขั้นที่ตกลงกับเจ้าของ
“ช่องนี้ข้าเขียนไม่ละเอียดพอ” นางตอบ “ขอให้แนบใบรับของเรือนนี้ไว้เทียบด้วย และบันทึกว่าข้าอธิบายตามใบรับ ไม่แก้คำเดิมทับในสมุด”
เจ้าหน้าที่ผู้บันทึกเงยหน้าขึ้น
“จะเพิ่มคำชี้แจงแยกหน้า?”
“ค่ะ ลงวันนี้ ข้าจะลงชื่อรับรองว่าเป็นคำชี้แจงวันนี้”
เยว่ชิงไม่ชอบที่เห็นคำซึ่งตนละไว้กลายเป็นช่องให้ถาม แต่การที่คำร้องใช้เอกสารนางเกินขอบเขตไม่ได้ทำให้สมุดของนางละเอียดดีอยู่แล้วทุกหน้า
นางหากระดาษเปล่า เขียนเลขรายการกับขั้นงานที่มีคู่ฉบับรองรับ แล้วให้ผู้ตรวจอ่านพร้อมของจริง

ต่อจากของค้างเป็นเครื่องมือ
ไขควงที่ใช้กับสกรูเล็ก แหนบ ถาดรองชิ้นส่วน และขวดเก็บชิ้นที่เจ้าของยอมให้ถอดถูกวางทีละอย่าง เครื่องมือทั้งหมดเป็นของนางเอง ไม่ได้ยืมของหน่วยงานประจำมาเปิดรับงานตลาด
ผู้ตรวจถามเรื่องโลหะทดแทน
เยว่ชิงตอบว่าตนรับงานตามความสามารถและข้อตกลงเฉพาะเรือน ไม่ได้รับตรวจความแข็งของเหล็กสำหรับเครื่องจักร และไม่มีเครื่องมือทดสอบเช่นนั้นที่โต๊ะนี้
“ถ้าไม่มีเครื่องทดสอบ เจ้าจะรับรองมาตรฐานได้อย่างไร”
คำถามทำให้นางเงียบไปชั่วขณะ
ในกระดาษที่พ่อถูกกล่าวถึง มีคำรับรองเกินสิ่งที่ใบส่งงานบอกเช่นกัน นางอยากยกเรื่องนั้นออกมาพูดเพื่อให้คนตรงหน้าเข้าใจว่าขอบเขตซึ่งหายไปทำอะไรกับชีวิตคนได้
แต่นาฬิกาสองเรือนในวันนี้ไม่ได้กลายเป็นเรื่องของพ่อเพราะนางกลัวเหมือนกัน
“ข้าไม่ได้รับรองมาตรฐานโลหะค่ะ” นางกล่าว “ข้ารับรองผลที่ตรวจตามรายการของนาฬิกาปลุกสองเรือน ขอให้เทียบใบเต็มกับสำเนาที่แนบคำร้อง”
ผู้ตรวจให้หยิบเอกสารออกมา
เยว่ชิงวางคู่ฉบับวันที่แปดมีนาคมและผลวันที่สิบห้าไว้ทั้งสองด้าน ก่อนวางสำเนาที่มากับหนังสือขอคำชี้แจงข้างกัน
ด้านหนึ่งมีรายการรอยขอบกับฝาหลังของนาฬิกาปลุกแต่ละเรือน ด้านที่กำหนดงานบอกการตรวจ การซ่อมที่ตกลง และข้อจำกัด ส่วนสำเนาจากคำร้องมีถ้อยคำบางส่วนของผล แต่ไม่มีรายการที่ทำให้รู้ว่าผลนั้นเป็นของอะไร
ผู้ตรวจไม่ได้ประกาศว่าคำร้องเท็จทันที
“ของสองเรือนนี้อยู่ที่ไหน”
“คืนเจ้าของไปวันที่สิบห้ามีนาคม เจ้าของเก็บคู่ฉบับของเขาเอง ข้าไม่ได้นำตัวเรือนกลับมา”
“ต้องตรวจทางเจ้าของด้วย ไม่ใช่ดูเฉพาะกระดาษเจ้าวาง”
“ข้าเข้าใจค่ะ”
เยว่ชิงส่งคำชี้แจงที่หยวนเต๋อไหลอ่านและลงชื่อเมื่อวันที่ยี่สิบเก้า พร้อมสำเนาครบสองด้านที่เขาอนุญาตให้คัดสำหรับเรื่องนี้ นางระบุขอให้รับเป็นสิ่งแนบเพิ่ม ไม่พูดว่าเจ้าหน้าที่ได้ตรวจชุดนี้แล้วตั้งแต่วันที่ยี่สิบสี่
ผู้บันทึกลงรายการใหม่ต่อหน้า
“เขาบอกว่าผู้ติดต่อของคนซื้อขอคัดใบ?”
“เขาบอกว่าคนนั้นอ้างเช่นนั้นค่ะ เขายังยืนยันไม่ได้ว่าเป็นตัวแทนผู้ซื้อจริง และไม่เห็นว่าตัดสำเนาภายหลังอย่างไร”
“เจ้ารู้ชื่อหรือไม่”
“ยังไม่ทราบ”
คำตอบสั้นกว่าที่เยว่ชิงอยากให้เป็น แต่เป็นคำเดียวกับที่หลักฐานมี
ผู้ตรวจแยกสิ่งที่ต้องขอเพิ่มไว้ ทั้งรายการตัวเรือนที่ผู้ร้องกล่าวถึง คำกล่าวอ้างตอนจำหน่าย และที่มาของสำเนาบางส่วน ไม่ให้นางลงชื่อว่าคนซึ่งไม่ทราบชื่อเป็นคนใดตามความคาดหมาย
ระหว่างตรวจ เถียนอวี้หลานเปิดสมุดเวลาเฉพาะวันที่ถูกถาม
นางบอกได้ว่าเยว่ชิงมีสิทธิใช้พื้นที่ช่วงใด ใครมาลงรับค่าที่ และวันที่ตรวจวันนี้โต๊ะเริ่มเว้นสำหรับเจ้าหน้าที่เมื่อใด นางไม่ได้บอกว่านั่งมองมือช่างทุกครั้งที่ซ่อมในห้องเช่า
“ฉันไม่ได้ตรวจด้านในนาฬิกา” เถียนอวี้หลานกล่าวเมื่อถูกถามว่ารู้หรือไม่ว่าซ่อมถูก “ถ้าจะถามการใช้โต๊ะ ดูตามสมุดนี้ได้”
เยว่ชิงได้ยินแล้วไม่ขัด
การที่คนคนหนึ่งช่วยนางโดยไม่เติมสิ่งที่ไม่เห็น มีประโยชน์กว่าคำว่าทุกคนรู้ว่านางซื่อสัตย์มากนัก
สายวันนั้น หญิงเจ้าของนาฬิกาข้อมือมาถึง
อีกฝ่ายถือใบรับเก่า เมื่อเห็นคนสองคนกับรายการที่วางอยู่ก็หยุดหลังสายฝ้าย
“ของข้าถูกยึดหรือ?”
เยว่ชิงขอผู้ตรวจหยุดงานตรงของเรือนนั้นชั่วครู่ แล้วอธิบายให้เจ้าของฟังว่ามีการลงรายการตรวจ แต่ยังไม่ได้มีคำสั่งยึดของ นางถามเจ้าหน้าที่ให้ชัดต่อหน้าเจ้าของว่าหลังตรวจรอยจำกับสภาพแล้วจะคืนให้เจ้าของได้หรือไม่
ผู้ตรวจตรวจรายการก่อนตอบว่าเรือนนี้ลงสภาพและสำเนาใบรับไว้แล้ว ไม่มีการเก็บตัวเรือนไว้ในการตรวจวันนี้ หากจะคืนให้บันทึกการส่งมอบตามจริง
หญิงคนนั้นถอนลมหายใจ แล้วถามคำที่ยากกว่า
“แล้วมันเดินได้หรือยัง ข้าต้องใช้ตอนออกไปทำงาน”
เยว่ชิงยกห่อออกจากช่อง
“ข้ายังไม่ได้ซ่อมเสร็จค่ะ ข้าขอตรวจอาการก่อน แล้วต้องแจ้งเจ้าก่อนทำขั้นต่อไป ตอนนี้การรับบริการใหม่ระหว่างตรวจยังงดอยู่ ข้าไม่ควรบอกว่าเสร็จเพื่อให้เจ้าสบายใจ”
“วันที่รับ เจ้าบอกว่าจะรู้เรื่องภายในวันนี้”
“ค่ะ ข้าทำตามนัดนั้นไม่ได้ ข้าส่งข่าวเปลี่ยนนัด แต่ยังติดต่อเจ้าไม่ถึง”
เจ้าของไม่ยิ้มเพราะคำอธิบายถูกต้อง
นางมองนาฬิกาที่ห่อเหมือนเดิม ความไม่สะดวกของนางไม่ได้เบาลงเพราะช่างถูกคนอื่นร้องเรียน
“ฉันจะเอากลับไปถามที่อื่น” อีกฝ่ายกล่าว
เยว่ชิงพยักหน้า แจ้งขั้นตรวจที่ทำแล้วและขั้นที่ยังไม่ทำให้อีกฝ่ายเลือกโดยรู้สภาพ ไม่เรียกเงินค่าซ่อมที่ยังไม่ได้ตกลงต่อ หากมีค่าตรวจตามใบรับก็ชี้ให้ดูข้อตกลงนั้นก่อน ไม่เพิ่มค่าที่เสียเวลาเพราะการตรวจของเจ้าหน้าที่ใส่ให้ลูกค้า
นางคืนของพร้อมชิ้นที่ยังอยู่ครบในห่อ อ่านรายการส่งคืนกับเจ้าของ แล้วลงวันที่วันนี้ ไม่เขียนว่างานเสร็จ

หลังหญิงคนนั้นเดินไป ผู้ตรวจดูช่องส่งมอบอีกครั้ง
“ถ้าของค้างเรือนที่เหลือต้องให้เจ้าของรอ จะทำอย่างไร”
“ข้าจะติดต่อเขาอีกครั้งค่ะ ถ้าต้องหยุดต่อ ข้าจะแจ้งขั้นที่ทำแล้วกับทางเลือกคืนของ ไม่รับเรือนใหม่มาสะสมระหว่างนี้”
“เวลาติดต่อและคำตอบเก็บไว้ด้วย”
เยว่ชิงจดในหน้าที่ใช้ติดตามนัด ไม่ยกเป็นคำรับรองว่าลูกค้าจะยอมรอ
การตรวจกินเวลาเลยช่วงที่นางเคยเริ่มเก็บของก่อนเที่ยง คนขายผ้าข้างกันมองพื้นที่ซึ่งถึงเวลาเขาใช้ต่อ เถียนอวี้หลานจึงถามเจ้าหน้าที่ว่าจะตรวจตรงโต๊ะอีกนานเพียงใด
ไม่มีใครถือว่าปัญหาของเยว่ชิงให้สิทธิใช้พื้นที่ผู้อื่นทั้งวัน
รายการบนโต๊ะเสร็จแล้ว ผู้ตรวจบอกให้เก็บเครื่องมือกับของที่ยังเป็นหน้าที่ดูแลกลับตามรายการ ไม่ต้องทิ้งของลูกค้าไว้ในตลาด ส่วนเอกสารที่รับไปต้องระบุว่าเป็นสำเนาหน้าใด ต้นฉบับของนางเพียงแสดงตรวจแล้วคืน ไม่เขียนว่าเก็บต้นฉบับทุกชุด
เยว่ชิงอ่านบันทึกก่อนลงชื่อ
ถ้อยคำแรกที่บอกว่างดบริการระหว่างตรวจยังไม่มีวันที่ให้เริ่มรับใหม่ นางขอให้ระบุสถานะหลังจบการตรวจโต๊ะในวันนี้ ไม่ปล่อยให้คนที่อ่านทีหลังเดาว่าตรวจเสร็จเท่ากับเปิดได้ทันที
เจ้าหน้าที่ให้คำตอบเป็นลายลักษณ์อักษรว่าให้รอแจ้งผลในส่วนการรับงานใหม่ งานของเจ้าของเดิมให้ติดต่อแจ้งสภาพและการคืนตามรายการ การตรวจยังต้องขอข้อมูลเจ้าของนาฬิกาที่เป็นเรื่องร้องกับเอกสารทางผู้ร้องเพิ่ม
นางถามต่อว่าจะติดตามผลเมื่อใด หากถึงกำหนดแล้วยังไม่ได้คำตอบให้ติดต่อช่องทางใด
ผู้บันทึกเขียนวันให้มาติดตามไว้ การมีวันติดตามไม่ได้รับรองว่าวันนั้นคดีจะจบ แต่นางไม่ต้องเดินมาถามโดยไม่รู้ว่าใครรับเรื่องต่อ
ในบันทึกมีช่องหนึ่งว่าแสดงหลักฐานงานซ่อมทั้งหมดแล้ว
เยว่ชิงหยุดปลายปากกา
“ข้าแสดงรายการที่ขอในหนังสือกับงานที่เกี่ยวข้องค่ะ ไม่ใช่หลักฐานของงานทั้งหมดที่เคยทำ ข้าขอให้แก้คำนี้ก่อนลงชื่อ”
ผู้ตรวจเปิดรายการสิ่งแนบเทียบ แล้วแก้ให้ตรงกับชุดที่ตรวจจริง ทั้งฝ่ายบันทึกกับนางลงกำกับการแก้ในวันนี้ ไม่ฉีกหน้าเดิมไปทำใหม่ให้ไม่มีรอยว่าเคยใช้คำกว้าง
นางเพิ่งยอมรับช่องที่ตนเขียนไม่ละเอียดเมื่อเช้า และยังต้องทักคำที่กว้างเกินไปในบันทึกผู้อื่น
สองอย่างนั้นทำได้พร้อมกันโดยไม่ต้องให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกทุกเรื่อง
เมื่อสายฝ้ายถูกเก็บออก โต๊ะก็ยังไม่ได้กลับมาเป็นร้านรับงานของนาง
เยว่ชิงยกกล่องลงจากไม้รอง ข้างล่างมีฝุ่นติดมุมผ้า นางปัดก่อนพับให้คนขายผ้าใช้พื้นที่ต่อ เถียนอวี้หลานช่วยจับปลายผ้าข้างหนึ่งโดยไม่พูดปลอบว่าพรุ่งนี้ทุกอย่างจะดี
“ข้าเก็บเวลาของวันนี้ไว้ตามจริง” นางกล่าว “ค่าที่กับช่วงต่อไปต้องคุยกันตามจำนวนที่ใช้ อย่าเพิ่งจ่ายเหมือนเปิดได้แน่นอน”
เยว่ชิงขอบคุณ แล้วขอวันมาคุยเรื่องตารางอีกครั้งหลังทราบคำตอบ
นางไม่ได้ปิดร้านใหญ่ที่มีเสมียนกับลูกมือให้หยุดตาม แต่ค่าเดินทาง ค่าพื้นที่ที่จ่ายแล้ว และเวลาจากงานประจำที่จัดไว้ล้วนมีต้นทุน นางหักสิ่งที่เกิดแล้วออกจากบัญชี ไม่ใส่ยอดรายได้ซึ่งคาดว่าจะได้มาแทนช่องว่างวันนี้
คืนนั้น นาฬิกาปลุกของเจ้าของที่ยอมเลื่อนนัดอยู่บนชั้นแยกห่อในห้องเช่า เยว่ชิงไม่ได้แกะทำต่อเพียงเพราะไม่มีใครมองจากตลาด นางตรวจข้อความที่เจ้าหน้าที่ลงไว้ก่อน แล้วร่างคำถามเรื่องขั้นงานเดิมที่ยังค้างให้ชัด จะทำต่อได้เพียงใดระหว่างรอผลต้องได้รับคำตอบ ไม่ใช้ความเงียบเป็นคำอนุญาต
นางเขียนจดหมายถึงแม่ว่ามีการตรวจโต๊ะงานพิเศษ งานประจำยังดำเนินตามหน้าที่ เงินดูแลที่บ้านยังแยกไว้ แต่รายได้พิเศษระยะนี้ต้องปรับตามจริง
นางไม่เขียนให้แม่เปิดตู้หยิบหลักฐานเก่าทั้งหมดส่งมา การตรวจวันที่ห้าไม่ได้ทำให้กระดาษของพ่อทุกแผ่นกลายเป็นเอกสารที่เจ้าหน้าที่ตลาดมีสิทธิอ่านเพื่อแก้งานนาฬิกาของลูกค้าปัจจุบัน
พอเขียนเรื่องของค้างจบ เยว่ชิงหยุดคิดถึงสิ่งที่เจ้าหน้าที่ขอเพิ่ม
ใบงานบอกวันที่รับกับคืน สมุดเวลาเถียนอวี้หลานบอกช่วงใช้โต๊ะ แต่ไม่อาจบอกแทนเจ้าของว่าใครเอาของมา เมื่อใดรับกลับ และได้ยินคำรับรองอะไรจากปากนาง
การสอบถามลูกค้าจึงไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะว่าใครพร้อมกล่าวว่านางเป็นคนดี
แต่ละคนจะเห็นเพียงช่วงที่ตนอยู่ตรงนั้น
นางเริ่มทำรายการเจ้าของงานช่วงที่เกี่ยวข้องจากใบรับจริง แยกผู้ที่ติดต่อได้ ผู้ที่ต้องส่งข้อความถาม และผู้ที่ยังไม่มีช่องทางแน่นอน ไม่ใส่ชื่อคนรู้จักซึ่งไม่เคยเอาของมาซ่อมเพื่อให้พยานมีจำนวนมาก
สำหรับแต่ละราย นางเตรียมถามว่าจำสิ่งที่รับส่งและคำตกลงได้อย่างไร พร้อมให้ดูใบของเขาเอง ไม่ส่งคำตอบที่อยากได้ไปให้ลงชื่อก่อน
บางคนอาจจำไม่ตรงกับสมุดของนาง บางคนอาจไม่สะดวกช่วย และหญิงเจ้าของสายหนังดำมีเหตุผลจะบอกว่าวันนี้นางรักษานัดไม่ได้
เยว่ชิงวางชื่อของหญิงคนนั้นไว้ในรายการด้วย
หากจะให้คนอื่นเห็นงานจริง นางจะเลือกเก็บเฉพาะส่วนที่ทำให้ตนดูดีไม่ได้
เสียงนาฬิกาของห้องดังเบา ๆ ในความเงียบ นางปิดสมุดรายรับก่อนเปิดหน้าติดตามเอกสารอีกครั้ง วันติดตามยังอยู่ข้างหน้า โต๊ะตลาดยังต้องรอ และผู้ที่ตัดขอบเขตออกจากสำเนายังไม่มีชื่อ
แต่วันนี้ของลูกค้าแต่ละชิ้นมีที่อยู่ บันทึกที่นางลงชื่อบอกสิ่งที่ตรวจจริง และคำว่าไม่เสร็จไม่ได้ถูกเปลี่ยนเป็นเสร็จเพียงเพื่อให้นางผ่านวันที่ยาก
พรุ่งนี้นางจะเริ่มติดต่อคนที่เห็นงานทีละคน
ไม่ใช่เพื่อให้เสียงสิบเสียงดังกลบเสียงผู้ร้อง
เพื่อให้สิ่งที่แต่ละคนเห็นกลับมาต่อกับวันที่และของของเขาเอง
นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI
