ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · Bab 22
ตอนที่ 22 — ลูกค้าที่จ่ายด้วยข้าว
Terjemahan belum siap. Menampilkan naskah Thai.
หญิงชรากลับมาในเช้าวันที่ยี่สิบแปดเมษายน ก่อนที่เยว่ชิงจะผูกป้ายชื่อเสร็จ
วันนี้ตะกร้าของนางเบากว่าเมื่อวาน ผักถูกเอาออก เหลือเพียงถุงข้าวกับห่อนาฬิกาซึ่งวางแยกกันโดยมีผ้าพับรองอยู่ตรงกลาง พอเยว่ชิงเชิญเข้าร้าน นางกลับยืนอยู่นอกธรณีประตูอีกครู่หนึ่ง
“ข้าชื่อซ่งอ้ายเหลียน อยู่ท้ายซอยร้านน้ำมัน”
“ข้าหลินเยว่ชิงเจ้าค่ะ เชิญนั่งก่อน ท่านเดินมาไกลหรือไม่”
“ไม่ไกล ข้าชินแล้ว”
ซ่งอ้ายเหลียนวางตะกร้าลง แต่ยังใช้มือจับหูไว้ เยว่ชิงจึงไม่ยื่นมือไปหยิบถุงใด นางเลื่อนผ้าสะอาดมาตรงที่หญิงชรานั่ง รอจนเจ้าของคลี่ห่อนาฬิกาออกเอง
เป็นนาฬิกาปลุกโลหะสีแดงคล้ำ กระดิ่งคู่ด้านบนมีสนิมเป็นจุด หน้าปัดสีงาช้างออกเหลือง ขาตั้งข้างหนึ่งเอนจนมันโยกบนโต๊ะ
“ตอนข้าอยู่บ้านมันเดิน พอเอาไปตั้งข้างเตียงมันหยุด” หญิงชราบอก “เมื่อคืนข้าคอยตื่นมาดูจนแทบไม่ได้นอน”
เยว่ชิงลองแตะขาตั้ง ยังไม่หมุนกุญแจ
“ท่านใช้มันปลุกไปทำงานหรือเจ้าคะ”
“ข้าไปช่วยเตรียมของให้ร้านอาหารตอนเช้า ต้องถึงก่อนเขาจุดเตา หลายวันมานี้ข้ากลัวหลับเกินเวลา จึงตื่นทั้งคืนแทน”
นางหัวเราะเบา ๆ เหมือนจะทำให้เรื่องนั้นฟังเป็นเรื่องขำ แต่มือที่ยกขึ้นลูบห่อผ้าสั่นจากความเหนื่อย
เยว่ชิงอธิบายว่าต้องตรวจทั้งการเดินและชุดปลุก ไม่อาจบอกค่าซ่อมทั้งหมดจากอาการที่เล่าเพียงอย่างเดียว ซ่งอ้ายเหลียนรับฟังแล้วจึงเปิดปากถุงข้าว
“ข้าไม่มีเงินพอ แต่ข้าวนี่แห้งดี ไม่ได้ปนกรวด ข้าเอามาแลกค่าแรงได้ไหม”
คำถามทำให้เยว่ชิงมองตะกร้าอีกครั้ง
ในชีวิตก่อนนางเคยใช้ความเกรงใจซื้อความสงบ เศษเงินที่ไม่มีวันได้คืนถูกเรียกว่าช่วยญาติ ของที่คนยกไปถูกเรียกว่าคนกันเอง ทุกครั้งนางคิดว่าอีกเพียงครั้งเดียว ทุกครั้งก็มีครั้งต่อไป
แต่หญิงตรงหน้าไม่ได้วางของแล้วบอกว่านางต้องรับ ไม่ได้อ้างชื่อพ่อหรือบอกให้นางแสดงความดีต่อหน้าคนทั้งถนน
ซ่งอ้ายเหลียนกำลังถาม และรอฟังคำตอบ
“ขอข้าตรวจก่อนเจ้าค่ะ หากต้องซื้อชิ้นส่วน ข้าต้องดูว่าจะมีเงินจ่ายร้านอะไหล่หรือไม่ ข้าวจ่ายเขาแทนเงินไม่ได้”
หญิงชราค่อย ๆ พับปากถุงลง “ถ้าไม่ได้ ข้าก็จะเอากลับ ไม่ต้องกลัวข้าทิ้งไว้ให้เจ้าอึดอัด”
“ข้ายังไม่ได้บอกว่าไม่ได้ เพียงอยากตกลงให้ตรงกันก่อน”
เยว่ชิงจัดนาฬิกาให้ตั้งมั่นคงแล้วเปิดฝาหลัง มองสภาพกลไกผ่านแว่นขยาย พบคราบน้ำมันเก่าและฝุ่นจับในตำแหน่งที่ต้องทำความสะอาด เมื่อลองตรวจการขึ้นลานอย่างระมัดระวัง นางยังไม่พบเหตุให้เปลี่ยนสปริงทันที ขาตั้งที่หลวมทำให้เครื่องเอียงง่าย แต่คงไม่ควรโทษขาตั้งเพียงอย่างเดียวก่อนทดสอบ
นางชี้จุดที่มองเห็นได้ให้เจ้าของดู โดยไม่เปิดปากถุงข้าวระหว่างตรวจ
“ข้าทำความสะอาดและจัดขาตั้งให้มั่นคงก่อน แล้วทดสอบการเดินกับเสียงปลุก หากยังมีปัญหาที่ต้องเปลี่ยนชิ้นส่วน ข้าจะหยุดไว้ให้ท่านตัดสินใจ จะไม่ทำต่อแล้วมาบอกว่าท่านติดเงินเพิ่ม”
“ค่าแรงขั้นนี้เท่าไร”
เยว่ชิงบอกตามที่คิดกับงานชนิดเดียวกัน แล้วหยิบสมุดรายจ่ายของร้านมาดูช่องซื้ออาหาร นางเพิ่งซื้อข้าวจากร้านหัวถนน ราคาของข้าวชนิดเดียวกับที่หญิงชรานำมายังอยู่ในความจำ แต่ก่อนตกลง นางขอให้ซ่งอ้ายเหลียนบอกแหล่งและสภาพข้าวด้วย
นางรับได้หนึ่งจินเท่านั้น ใช้ราคาข้าวที่ตรวจจากการซื้อของตนเทียบเป็นค่าแรงทำความสะอาดกับจัดขาตั้งที่ตกลง ไม่คิดค่ากระดิ่งใหม่ ไม่รวมชิ้นส่วนใดที่ยังไม่ได้อนุมัติ
ซ่งอ้ายเหลียนขยับถุงให้ใกล้ “ข้ามีมากกว่านั้น เจ้าเอาทั้งหมดก็ได้ เผื่อมันซ่อมยาก”
“ยังไม่ได้ซ่อมยากกว่าที่ตกลงเจ้าค่ะ ข้ารับเฉพาะส่วนที่พูดกัน อีกส่วนท่านเอากลับไป”
“เจ้าจะไม่ขาดทุนหรือ”
เยว่ชิงมองสมุดอีกครั้งก่อนตอบ “ข้าจะกินข้าวนี้แทนข้าวที่ต้องซื้อ เงินค่าอาหารส่วนนั้นยังอยู่ให้ข้าจ่ายน้ำมันกับวัสดุ แต่ถ้าข้ารับข้าวทุกงาน ข้าก็ไม่มีเงินไปซื้อของที่กินแทนไม่ได้ วันนี้ข้ารับได้เท่านี้”
หญิงชราฟังเงียบ ๆ แล้วพยักหน้า

นางใช้เครื่องชั่งเล็กที่เก็บอยู่บนชั้นด้านหน้า ชั่งภาชนะเปล่าก่อน เติมข้าวทีละน้อยจนได้ปริมาณที่ตกลง และเทใส่ห่อสะอาดของตน ส่วนที่เหลือกลับลงถุงหญิงชรา ไม่มีใครต้องยกทั้งตะกร้าขึ้นโต๊ะซ่อม
เยว่ชิงจดรายการข้าวที่รับกับค่าแรงที่ใช้หักไว้ด้วยกัน แยกจากเงินสดในลิ้นชัก อ่านเงื่อนไขให้ซ่งอ้ายเหลียนฟังช้า ๆ และให้ใบรับซึ่งบอกว่านาฬิกายังต้องทดสอบ นัดกลับมาฟังผลวันพรุ่งนี้
“ถ้าท่านมาไม่ทัน ไม่ต้องวิ่ง ข้าจะเก็บไว้ให้”
หญิงชราจับกระดาษด้วยสองมือ “ข้าอ่านได้ช้า แต่ข้าจะให้คนข้างบ้านช่วยอ่านซ้ำ ไม่ใช่เพราะข้าไม่เชื่อเจ้า”
“ทำได้เจ้าค่ะ หากเห็นตรงไหนไม่ตรงกับที่พูด มาถามข้าได้”
เมื่อซ่งอ้ายเหลียนเดินออกไป ตะกร้าของนางยังมีข้าวเหลือ เยว่ชิงมองจนแน่ใจว่านางข้ามร่องหน้าร้านแล้ว จึงกลับเข้ามาปิดปากห่อข้าวของตน
มันไม่ใช่ถุงใหญ่พอจะเลี้ยงร้านทั้งเดือน
แต่ไม่ใช่สิ่งที่นางรับมาโดยต้องยอมทำงานไม่จำกัดเช่นกัน
ก่อนเที่ยง ชายขายผักมารับฟังผลนาฬิกาพกที่ฝากเมื่อวาน เยว่ชิงวางสมุดจดการทดสอบให้ดู เครื่องเดินหลังทำความสะอาดและนางยังไม่พบเหตุที่ต้องเปลี่ยนสปริง นางบอกระยะที่สังเกตจริง ไม่รับรองว่านาฬิกาเก่าจะไม่หยุดอีกเลย
เขาลองเปิดฝา ดูเข็มเทียบกับนาฬิกาของร้าน แล้วถามว่าหากหยุดอีกต้องทำอย่างไร เยว่ชิงให้เขานำกลับมาเล่าเวลาและสภาพที่เกิด จะได้ตรวจต่อจากอาการจริง ไม่ต้องเดาซื้อชิ้นส่วนก่อน
ชายคนนั้นจ่ายค่าตรวจและงานตามที่ตกลง เยว่ชิงตรวจใบของทั้งสองฝ่ายอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าไม่คิดซ้ำ จากนั้นคืนของพร้อมจดเวลารับออก
เงินก้อนเล็กวางลงในช่องเงินร้าน
ข้าวอีกห่ออยู่ในช่องอาหารของนาง
ทั้งสองอย่างเลี้ยงชีวิตได้ แต่ใช้แทนกันทุกเรื่องไม่ได้ นางจึงไม่เทยอดของมันรวมเป็นเงินที่ยังมีอยู่จริง
บ่ายวันนั้นชายคนหนึ่งที่เดินผ่านได้ยินจากคนขายผักว่าร้านรับข้าว เขาแวะถามว่าหากนำข้าวมาถุงใหญ่ นางรับซ่อมนาฬิกาหลายเรือนได้หรือไม่
“ข้ารับตามงานและส่วนที่ใช้ได้เจ้าค่ะ ต้องตรวจก่อน ไม่ได้เปิดรับข้าวทุกจำนวน”
“ข้าวก็ขายออกได้ เงินเหมือนกันมิใช่หรือ”
“ถ้าข้าต้องเอาไปขาย ข้าก็ต้องปิดร้านไประหว่างนั้น และยังไม่รู้ว่าจะขายได้ตามราคาที่เราคิดกันไหม วันนี้ข้ายังรับงานของท่านด้วยเงื่อนไขนั้นไม่ได้”
เขาทำเสียงในคออย่างไม่พอใจเล็กน้อย แต่ไม่ได้ทิ้งของไว้ เยว่ชิงบอกว่าหากอยากให้ตรวจตามราคาปกติ วันหลังนำมาได้ แล้วกลับเข้าร้าน
นางรู้สึกเกรงใจอยู่ชั่วครู่ ความรู้สึกนั้นไม่ได้หายไปทันทีเพียงเพราะพูดคำว่าปฏิเสธเป็น
นางปล่อยให้มันอยู่ แล้วหยิบงานที่รับไว้ขึ้นทำต่อ
ขาตั้งนาฬิกาปลุกของซ่งอ้ายเหลียนต้องจัดและขันให้แน่น กลไกด้านในต้องถอดทำความสะอาดอย่างเป็นลำดับ ไม่ใช่หยดน้ำมันใหม่ทับคราบเก่าแล้วหวังให้มันหาย
เยว่ชิงวางชิ้นส่วนเล็กลงถาดประจำงาน ไม่หยิบของในกล่องที่ยังไม่รู้เจ้าของมาใช้ เมื่อประกอบกลับ นางลองตั้งปลุกและฟังเสียงอยู่ข้างโต๊ะ ก่อนวางเครื่องให้เดินในตำแหน่งมั่นคง
เสียงกระดิ่งดังขึ้นในครั้งทดสอบแรก จนนางสะดุ้งและเผลอหัวเราะออกมา
แต่เสียงครั้งเดียวไม่ใช่เหตุให้รีบห่อคืน
นางจดเวลาไว้ แล้วทำงานเบาอื่นระหว่างรอดูการเดิน พอถึงเย็นจึงตรวจซ้ำ ตั้งปลุกอีกครั้ง และวางเครื่องบนชั้นรับทดสอบที่เรียบ ไม่เอาไปวางบนผ้าหนา ๆ เพื่อซ่อนอาการโยก
คืนนั้นนางหุงข้าวที่รับมา ตักเพียงพอกินหนึ่งมื้อและเก็บส่วนที่เหลือไว้ ข้าวไม่ได้หวานกว่าที่ซื้อเอง ไม่ได้มีรสของคำขอบคุณติดอยู่ในเมล็ด
นางชอบที่มันเป็นเช่นนั้น
ซ่งอ้ายเหลียนไม่ต้องเป็นคนที่นางช่วยชีวิต และนางไม่ต้องเป็นคนใจดีซึ่งไม่มีสิทธิ์หิวในเดือนหน้า พวกนางเพียงทำข้อตกลงเล็ก ๆ ที่ต่างฝ่ายเข้าใจ
เช้าวันที่ยี่สิบเก้า เมษายน เยว่ชิงตรวจการเดินของเครื่องตลอดช่วงที่บันทึกไว้ และลองชุดปลุกอีกครั้งตามที่ตั้ง เสียงโลหะกังวานออกไปถึงหน้าร้าน
ป้าหวงหันมาจากรถเข็น “วันนี้ร้านเจ้าเปิดด้วยเสียงหรือ”
“ถ้าลูกค้าเก็บไว้ใช้ทุกเช้า ข้าว่าคนข้างบ้านอาจอยากให้ข้าซ่อมเสียงให้เบาลง”
“อย่าเพิ่งบอกว่าเจ้ารับทำได้”
เยว่ชิงยิ้ม “ข้ายังไม่ได้บอกเจ้าค่ะ”
ซ่งอ้ายเหลียนมาถึงหลังเตาที่ร้านอาหารติดแล้ว นางบอกว่าวันนี้ยืมให้คนข้างบ้านเคาะประตูปลุก จึงไม่ต้องตื่นรอทั้งคืนเหมือนวันก่อน
เยว่ชิงเชิญนางเข้ามา บอกสิ่งที่ทำและช่วงที่ทดสอบ เครื่องเดินได้และปลุกดังในครั้งที่ตรวจ ขาตั้งมั่นคงขึ้นโดยไม่ต้องเปลี่ยนอะไหล่ใหม่ นางยังให้เจ้าของลองวางและยกด้วยตนเอง
“หากตั้งแล้วมันหยุดอีก อย่าเขย่าจนแรงนะเจ้าคะ จำให้ได้ว่าตั้งที่ไหน ลานยังเหลือหรือไม่ แล้วนำมาบอกข้า”
ซ่งอ้ายเหลียนลองยกนาฬิกา มองขาที่ตั้งครบแล้วแตะส่วนสีถลอกบนตัวเรือน
“ข้านึกว่าต้องทิ้งมันเสียแล้ว”
“มันมีส่วนที่ยังใช้งานได้อยู่มากเจ้าค่ะ แต่ต้องดูแลต่อ ไม่ใช่ซ่อมครั้งนี้แล้วไม่มีวันเก่า”
เยว่ชิงสาธิตวิธีขึ้นลานและตั้งปลุกช้า ๆ หญิงชราลองทำตามหนึ่งครั้ง พอกระดิ่งดัง นางรีบกดหยุดด้วยสีหน้าตื่นตกใจ ก่อนหัวเราะกับเสียงของตัวเอง

นางหยิบถุงผักเล็ก ๆ จากตะกร้า “ข้านำมาให้อีก ไม่คิดเงิน”
เยว่ชิงเห็นถุงแล้วนึกถึงคำว่าเผื่อที่พูดเมื่อวาน
“ค่าแรงของงานนี้ครบแล้วเจ้าค่ะ ท่านไม่ต้องเพิ่มให้ข้า”
“ข้าอยากให้”
นางคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ถ้าเช่นนั้นวันนี้ท่านเก็บไว้ทำกับข้าวก่อน วันไหนข้าจะซื้อผัก ข้าจะถามว่าท่านมีขายไหม เราค่อยคุยกันเรื่องผักต่างหาก”
หญิงชรามองนางนานกว่าตอนรับใบงาน แล้วพยักหน้า เก็บถุงกลับโดยไม่ต้องทำหน้าเหมือนถูกปฏิเสธความขอบคุณ
เยว่ชิงห่อนาฬิกาด้วยผ้าเดิม เว้นปุ่มที่ต้องระวังไม่ให้กดทับ จดว่ารับคืนแล้วและค่าแรงงานที่ตกลงชำระด้วยข้าวครบ ซ่งอ้ายเหลียนเอาห่อวางด้านบนตะกร้า ไม่กดไว้ใต้ถุงผัก
ที่ประตู นางหันกลับมาครั้งหนึ่ง
“ข้าจะบอกคนข้างบ้านว่าเจ้าอธิบายดี”
“บอกได้เจ้าค่ะ แต่ช่วยบอกด้วยว่าต้องมาตรวจและตกลงก่อน ไม่ใช่ขนข้าวมาก็ซ่อมได้ทุกอย่าง”
ซ่งอ้ายเหลียนหัวเราะ “ข้าจะไม่ทำให้เจ้าต้องเปิดยุ้งฉางแทนร้านนาฬิกาหรอก”
พอนางออกไป เยว่ชิงเก็บถาดงานซึ่งว่างลงหนึ่งช่อง และเช็ดโต๊ะให้พร้อมรับของชิ้นต่อไป
ยังไม่ทันเก็บผ้า มีหญิงจากห้องเย็บผ้าท้ายตลาดเข้ามาถามว่านางออกไปตรวจนาฬิกาแขวนที่ห้องทำงานได้หรือไม่ เครื่องเรือนใหญ่เกินกว่าจะให้คนถือเดินมาเอง
เยว่ชิงรับฟังรายละเอียด บอกว่าต้องจัดเวลาและวิธีขนเครื่องมือก่อน มิได้รีบสัญญาว่าจะยกนาฬิกาลงซ่อมคนเดียว หญิงคนนั้นให้ชื่อสถานที่และเวลาที่มาพบคนรับผิดชอบได้ แล้วกลับไปโดยยังไม่ได้จ่ายเงินหรือส่งนาฬิกา
เยว่ชิงเขียนคำว่าออกตรวจไว้บนกระดาษนัดหมาย
ร้านที่มีชื่อของนางบนประตูเริ่มมีงานซึ่งอยู่ไกลออกไปจากประตูแล้ว
คราวนี้นางต้องหัดคิดด้วยว่า สิ่งใดควรถือไปเอง และสิ่งใดควรยอมขอให้ใครช่วย
นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI
