Pengaturan baca

ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · Bab 14

ตอนที่ 14 — วันที่ต้องนับของ

Terjemahan belum siap. Menampilkan naskah Thai.

เถาซูกลับจากตลาดพร้อมผ้าห่อสองผืนและเงินที่เหลือ เช้าวันที่ยี่สิบเอ็ดเมษายนจึงเริ่มด้วยรายการสั้น ๆ ซึ่งตรวจจบได้จริง

เยว่ชิงรับผ้า ลองขยี้ขอบเบา ๆ ดูว่ามีเส้นหลุดมากหรือไม่ แล้วลงจำนวนกับราคาที่หญิงเพื่อนบ้านบอก เธอวางเงินคืนช่องของร้าน ไม่ปนกับมัดจำของนาฬิกาข้อมือที่ต้องรายงานผลพรุ่งนี้

“วันนี้จะนั่งซ่อมทั้งวันหรือ” เถาซูถาม

“ต้องนับของในตู้ก่อนค่ะ เมื่อวานพบถุงที่ยังไม่รู้ว่าเป็นของใคร ถ้าหยิบใช้ไปเรื่อย ๆ จะยิ่งแยกยาก”

เถาซูพยักหน้า ไม่ขอเปิดถุงดู และไม่ได้ถามต่อว่าเป็นเรื่องที่ทำให้เธอนั่งเขียนถึงแม่จนดึกหรือไม่

พออยู่คนเดียว เยว่ชิงเปิดบานตู้ที่ลุงลู่เพิ่งปรับ วางกระดาษสามแผ่นบนโต๊ะ แผ่นหนึ่งสำหรับของที่นับได้ แผ่นหนึ่งสำหรับรายการที่ต้องเทียบเอกสาร และอีกแผ่นสำหรับของที่ยังแยกเจ้าของไม่ได้

เธอไม่นับทั้งร้านในครั้งเดียว เริ่มเฉพาะชั้นอะไหล่ข้างหน้าต่างซึ่งมีถุงสปริง กล่องเฟือง และกล่องสกรูเล็ก เครื่องมือในหีบที่ตรวจคืนเมื่อวันที่สิบเจ็ดเป็นอีกชุดหนึ่ง การได้หีบกลับไม่ได้หมายความว่ารู้จำนวนของทุกชิ้นในตู้แล้ว

เยว่ชิงล้างมือ เช็ดให้แห้ง แล้วเลื่อนถุงทีละใบลงถาด

ถุงที่มีชื่อเฉียวหยวนอยู่ในกล่องเดิม เธอใส่มันในรายการรอตรวจที่มา ไม่เปิดนับซ้ำจนกระดาษพับช้ำ สปริงสามชิ้นที่จดไว้เมื่อวานยังเป็นจำนวนที่เธอเห็น ไม่ใช่จำนวนที่ร้านมีสิทธิ์ใช้

ถัดไปเป็นกล่องไม้เตี้ย มีแผ่นเฟืองขนาดเดียวกันวางบนกระดาษรอง

สี่ชิ้น

ข้างกล่องมีป้ายเล็กเขียนว่าหก

เยว่ชิงจับปากกาค้างเหนือช่องจำนวน เธอเคยเห็นป้ายนี้นับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่เคยยกของออกมาวางทีละชิ้นในวันที่พ่อยังอยู่

วันนี้เธอทำเช่นนั้น

ชิ้นที่หนึ่งมีขอบสึก ชิ้นที่สองมีจุดดำใกล้รูแกน อีกสองชิ้นสภาพดีกว่า ไม่มีชิ้นใดซ่อนใต้กระดาษรอง เธอยกกล่องดูด้านล่าง ไม่พบช่องซ้อน

จำนวนยังเป็นสี่

เธอเขียนสิ่งที่เห็นก่อนเปิดสมุดเก่าหาคำอธิบาย

เยว่ชิงนับเฟืองสี่ชิ้นจากกล่องไม้และเทียบกับป้ายจำนวนเดิม โดยแยกของที่นับได้ออกจากรายการที่ยังต้องตรวจเอกสาร
เยว่ชิงนับเฟืองสี่ชิ้นจากกล่องไม้และเทียบกับป้ายจำนวนเดิม โดยแยกของที่นับได้ออกจากรายการที่ยังต้องตรวจเอกสาร

หน้าที่มีรายการเฟืองชนิดนี้ลงวันที่เก้ามกราคม จำนวนหกชิ้น ไม่มีช่องผู้รับของต่ออยู่ในบรรทัดเดียวกัน เยว่ชิงวางสมุดข้างกล่อง เทียบขนาดที่เขียนกับของจริง มันตรงกันในรายละเอียดที่อ่านได้ แต่เธอยังต้องตรวจหน้าถัดไปว่าพ่อเคยบันทึกนำออกหรือไม่

ริมหน้าวันที่สิบเอ็ดมกราคมมีข้อความเล็กเขียนเอียงตามขอบกระดาษ

ขาดสอง ตรวจใบคืน

ใต้ข้อความนั้นเป็นขีดสั้น ไม่มีชื่อผู้รับ ไม่มีราคา และไม่มีคำว่าเอาไปขาย

เยว่ชิงอ่านซ้ำจนเสียงนาฬิกาบนผนังกลับเข้าหู

วันที่สิบเอ็ดมกราคมอยู่ก่อนพ่อเสียชีวิต ไม่ใช่รอยจดที่เธอเพิ่งทำหลังได้กุญแจคืน

อย่างน้อยในวันนั้น มีคนตรวจพบหรือกำลังติดตามจำนวนที่ไม่ครบแล้ว

เธอจำลายมือพ่อได้ แต่ไม่ได้ยกความคุ้นเคยให้เป็นคำยืนยันทุกอย่าง เลขวันที่อยู่ในหน้าซึ่งต่อเนื่องกับวันอื่น หมึกไม่ต่างสะดุดตา และคำว่าตรวจใบคืนยังต้องมีใบให้ตรวจจริง หากจะใช้กล่าวหาคนอื่น เธอต้องให้คนที่ตรวจเอกสารเป็นดูมันด้วย

ความรู้สึกที่แน่นกลางอกไม่ใช่ความยินดีที่พบเรื่องน่าสงสัยเพิ่ม

พ่อเคยนั่งตรงนี้ เห็นของขาด และเขียนว่าต้องตรวจ

เธออยู่ในบ้านเดียวกัน แต่จำวันที่พ่อถามหากระดาษไม่เคยได้

เยว่ชิงเลื่อนกล่องกลับไว้ในช่องที่จดแล้วไม่ใช้เฟืองทั้งสี่กับงานลูกค้า จนกว่าจะรู้ว่าเป็นของร้านหรือชุดที่รับไว้เปรียบเทียบ การหายไปสองชิ้นไม่ทำให้สี่ชิ้นที่เหลือกลายเป็นหลักฐานผิดกฎหมายทันที แต่มันทำให้การเก็บขอบเขตเดิมสำคัญขึ้น

เธอไล่ใบงานในกล่องชั้นบนเฉพาะช่วงวันที่เก้าถึงสิบเอ็ดมกราคม บางใบเป็นการทำความสะอาด บางใบเป็นรายการที่จบด้วยส่งคืนแล้ว ยังไม่พบใบซึ่งระบุเฟืองสองชิ้นนั้นครบ

ใบวันที่สิบสามที่พบใต้โต๊ะยังอยู่ในซองของมัน ข้อความเก็บชุดเก่าแยกจากชุดที่ส่งคืนอาจเกี่ยวข้อง หรืออาจเป็นงานอีกชุดหนึ่ง เธอไม่เอาคำที่คล้ายกันมาทำให้กลายเป็นกล่องเดียวกันโดยไม่เทียบขนาดและผู้ส่ง

ถึงตอนนี้งานนับชั้นแรกยังไม่เสร็จ

เยว่ชิงพักสายตา ดื่มน้ำ แล้วกลับมาจดของธรรมดาที่มีจำนวนตรงกันด้วย ไม่ปล่อยให้สมุดใหม่มีแต่สิ่งผิดปกติราวกับทุกชิ้นในร้านกำลังกล่าวหาใคร


ชิวอิงมาถึงก่อนเที่ยง

นางผลักประตูแล้วหยุดเมื่อเห็นกล่องเรียงบนโต๊ะ คาร์ดิแกนสีแดงเข้มตัวเดิมทำให้เยว่ชิงนึกถึงวันหีบเครื่องมือเกือบออกจากร้าน แต่ครั้งนี้ไม่มีรถเข็นจอดอยู่ข้างนอก

“เปิดร้านหรือรื้อร้าน” ชิวอิงถาม

“นับของค่ะ”

“อีกแล้วหรือ วันนั้นก็ทำบัญชีกันเสียใหญ่โต”

“วันนั้นนับเครื่องมือในหีบกับของที่กำลังย้าย วันนี้เป็นอะไหล่ในตู้ คนละรายการค่ะ”

ชิวอิงมองตู้ที่บานปิดได้ตรง แล้วเลื่อนสายตามายังกล่องเงิน

“มีเงินจ้างช่างแล้ว พี่คงไม่ต้องเป็นห่วงว่าเธอจะอยู่ไม่ไหว”

เยว่ชิงไม่ได้ตอบด้วยยอดรายรับ เธอปิดสมุดค่าใช้จ่ายของร้านแล้วถามว่าญาติผู้พี่มาธุระอะไร

“ผู้ใหญ่ไม่สบายใจ เธอไม่ไปงานเลี้ยง แล้วก็ทำราวกับคนในบ้านเป็นคนนอก”

คำว่าผู้ใหญ่ไม่มีชื่อ เยว่ชิงจึงถามว่าใครต้องการให้เธอตอบเรื่องใด

ชิวอิงขยับริมฝีปาก เหมือนประโยคถัดไปถูกขัดก่อนเริ่ม

“จะต้องจดทุกชื่อด้วยหรือ ครอบครัวเขาพูดกันก็เพราะห่วงเธอ”

“ถ้าอยากให้ฉันตอบ ฝากข้อความมาให้ชัดได้ค่ะ เรื่องงานเลี้ยงฉันตอบเหวินเต๋อเป็นลายลักษณ์แล้ว”

“เขาเสียหน้า”

“ฉันไม่ได้ตกลงไปก่อนที่เขาจะเชิญคนอื่น”

ชิวอิงวางฝ่ามือบนขอบโต๊ะ ใกล้กล่องเฟือง เยว่ชิงเลื่อนถาดกระดาษออกจากใต้แขนนางโดยไม่ดึงของจนหก

“กำลังเทียบจำนวนอยู่ค่ะ อย่าเพิ่งขยับกล่องนี้”

“กลัวพี่เอาไปหรือ”

คำถามดังขึ้นกว่าที่จำเป็น เยว่ชิงมองหน้านาง พยายามไม่ให้ความทรงจำครั้งที่หีบเกือบหายตอบแทนสิ่งที่เกิดวันนี้

“ฉันขอให้ไม่ขยับระหว่างนับ ถ้าใครทำงานนี้อยู่ก็ควรให้เขาทำจนจบค่ะ”

ชิวอิงก้มอ่านตัวเลขบนกระดาษใหม่

“หกเหลือสี่? เธอจะเอาเรื่องของเล็กน้อยมาถามพี่อีกหรือ”

“ฉันยังไม่ได้ถามว่าพี่เอาไป ฉันกำลังดูว่ามีรายการส่งคืนอยู่ที่ไหน”

“ของร้านก็หมุนใช้กัน พ่อเธอคงเอาไปใส่เครื่องอะไรแล้วไม่จดก็ได้”

“เป็นไปได้ค่ะ แต่ตรงนี้มีบันทึกว่าต้องตรวจใบคืน ฉันจึงจะตรวจ ไม่เติมชื่อคนรับเอง”

นางเงียบไป ก่อนมองสมุดเก่าที่เยว่ชิงปิดไว้

“พ่อจดหรือ”

“มีข้อความอยู่ในหน้าวันที่สิบเอ็ดมกราคมค่ะ ฉันกำลังเทียบกับใบงาน”

ชิวอิงยืดตัวขึ้นเล็กน้อย เยว่ชิงเห็นท่าทางนั้น แต่ไม่อาจรู้ว่ามันเกิดจากความตกใจ ความรำคาญ หรือสิ่งที่ญาติผู้พี่เพิ่งนึกได้

“ตอนนั้นพ่อเธอยังทำงานทุกวัน ของเข้าของออกกี่อย่าง เธอเพิ่งจะมาสนใจเอาตอนนี้”

คำพูดกระแทกตรงที่เยว่ชิงเจ็บอยู่แล้ว

เธอวางปากกาให้ตรงแทนการกำมันแน่น

“ใช่ค่ะ ฉันควรสนใจเร็วกว่านี้”

ชิวอิงเหมือนรอให้ประโยคนั้นกลายเป็นการยอมแพ้ แต่เยว่ชิงพูดต่อ

“เพราะฉะนั้นวันนี้ฉันจะนับให้จบ”

ชิวอิงถามเรื่องการนับของและอ้างความเป็นครอบครัว เยว่ชิงยืนรักษาขอบเขตของร้านโดยยังไม่กล่าวหาว่าใครเอาอะไหล่ไป
ชิวอิงถามเรื่องการนับของและอ้างความเป็นครอบครัว เยว่ชิงยืนรักษาขอบเขตของร้านโดยยังไม่กล่าวหาว่าใครเอาอะไหล่ไป

ชิวอิงถอนหายใจแล้วนั่งลงบนเก้าอี้คนรอ

“อย่าทำให้แม่เธอต้องได้ยินว่าคนในบ้านจับผิดกันเอง ท่านเสียใจมาแล้ว”

เยว่ชิงมองเก้าอี้นั้น แม่ไม่ได้อยู่ตรงนี้ แต่ชื่อแม่กำลังถูกใช้ให้เธอหยุดทำสิ่งที่ต้องทำ อีกไม่กี่ชั่วโมงก่อน เธอเองก็เคยเกือบใช้คำว่าไม่อยากให้แม่เจ็บเป็นเหตุเงียบทุกเรื่อง

“แม่เสียใจไม่ได้ทำให้ของไม่ต้องมีรายการค่ะ ฉันยังไม่รู้ว่าใครทำอะไร ก็จะไม่บอกแม่ว่ารู้แล้ว”

ชิวอิงเปิดถุงผ้าที่ติดตัวมา หยิบกระดาษแผ่นเล็กออกมาวางให้

เป็นรายการค่าใช้จ่ายระหว่างช่วยหลังงานศพ มีค่าธูป กระดาษห่อ และอาหารบางมื้อ ไม่มีใบซื้อแนบ

“พี่จ่ายไปก่อน ไม่เคยทวง เธอจะจดอะไรก็จดไว้ด้วย อย่าจดแต่ของที่พี่จับ”

เยว่ชิงอ่านยอดแล้วรู้สึกถึงแรงบีบอีกรูปหนึ่ง ถ้าเธอรับเงินรายการนี้ผิดไป แม้เพียงเพื่อหยุดความอึดอัด การนับของอาจถูกเปลี่ยนเป็นหนี้ที่ยอมรับแล้วโดยไม่รู้ตัว

แต่หากญาติจ่ายแทนจริง ร้านก็ควรตรวจและคืนในส่วนที่เป็นของร้าน ไม่ใช่ปฏิเสธทุกเรื่องเพราะไม่ไว้ใจคนยื่น

“ขอตรวจแยกค่ะ รายการไหนพี่มีใบซื้อหรือคนที่ขายให้ บอกไว้ ฉันจะเทียบกับค่าใช้จ่ายที่แม่เก็บด้วย”

“ต้องไปถามแม่เลยหรือ”

“ยังไม่ไปถามวันนี้ และยังไม่รับรองยอดนี้ค่ะ ฉันรับกระดาษไว้ตรวจได้ ถ้าพี่ต้องการต้นฉบับกลับ ฉันคัดแล้วคืนให้”

ชิวอิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนบอกให้นางเก็บไว้ และให้ตอบเมื่อดูแล้ว

เยว่ชิงเขียนลงสมุดว่ารับรายการค่าใช้จ่ายจากชิวอิงเพื่อสอบทาน ยังไม่ยืนยันยอดหรือรับเป็นหนี้ นางอ่านประโยคนั้นเอง ไม่ยอมลงชื่อเพิ่ม แต่เห็นเยว่ชิงจดต่อหน้า

กระดาษถูกใส่ซองคนละใบกับบัญชีอะไหล่

เธอจะไม่ยอมให้ค่าอาหารหลายมื้ออธิบายการเคลื่อนย้ายเฟืองสองชิ้น เว้นแต่มีสิ่งที่เชื่อมกันจริง

ก่อนกลับ ชิวอิงหยุดข้างประตู

“คนที่ยอมช่วยเธอก็มีไม่กี่คน อย่าผลักออกหมด”

เยว่ชิงตอบว่าเธอรับความช่วยเหลือได้ แต่ของที่ให้ย้ายและงานที่ให้ทำต้องถามก่อน

ประตูปิดลงโดยไม่มีของติดมือญาติผู้พี่ออกไป เยว่ชิงนั่งลงอีกครั้ง รู้ว่าตนเหนื่อยกว่าเวลานับสกรูทั้งกล่อง


บ่ายนั้น เธอทำรายการชั้นแรกจนจบ

จำนวนบางกล่องตรงป้าย บางถุงไม่มีป้ายให้เทียบ ต้องบันทึกเพียงจำนวนวันนี้ไว้เป็นจุดเริ่ม ไม่เขียนคำว่าหายเพราะไม่มีจำนวนเดิม กล่องเฟืองเป็นรายการเดียวในชั้นที่พบทั้งจำนวนเก่าหก จำนวนปัจจุบันสี่ และข้อความขาดสองในหน้าวันที่สิบเอ็ดมกราคม

สิ่งที่จดไว้ก่อนพ่อเสียชีวิตทำให้เธอไม่อาจถือว่าความผิดปกติเริ่มหลังงานศพทั้งหมด

แต่มันยังไม่บอกว่าใครเอาออก

เยว่ชิงเก็บกล่องในตำแหน่งที่ทำแผนผังไว้ แล้วเตรียมพื้นที่สะอาดสำหรับล้างเครื่องข้อมือของลูกค้า งานอะไหล่ไม่ควรดึงให้เธอผิดนัดรายงานผลในวันพรุ่งนี้

เรื่องติดตามคำขอที่ฝ่ายธุรการยังไม่ได้ทำวันนี้ เธอเลื่อนไปเช้าพรุ่งนี้และจดไว้ชัด ไม่ทำเครื่องหมายเหมือนได้รับคำตอบแล้ว เพียงเพราะตั้งใจจะไป ไม่มีใครนัดอนุมัติไว้ก่อนจนเธอต้องทิ้งงานกลางคันเพื่อไปให้ทันเวลา

ก่อนเริ่มงานเครื่อง เธอเขียนจดหมายถึงแม่ใหม่สั้น ๆ บอกว่าร้านเริ่มรับซ่อมได้ ยังไม่ได้ตกลงวันแต่ง และอยากหาเวลามาคุยด้วย เธอไม่กล่าวหาคนที่ยังตรวจไม่ครบ แต่ก็ไม่เขียนว่างานแต่งกำลังเรียบร้อยเช่นฉบับก่อน

คราวนี้ไม่มีรอยขีดผ่านคำว่าสบายดี เพราะเธอเลือกบอกว่าเธอกินข้าวแล้วและมีคนแวะมาถามไถ่

จดหมายถูกพับใส่ซอง จ่าที่อยู่ที่เธอรู้แน่นอน ไม่ใช่ซอยโรงสีซึ่งเลขบ้านยังเลือน เธอวางไว้กับเงินค่าไปรษณีย์ ตั้งใจฝากส่งวันพรุ่งนี้ ยังไม่ได้ส่งออกไปในบ่ายนี้

เยว่ชิงหันกลับมาหาสมุดคลัง

เฟืองสองชิ้นที่ไม่อยู่ไม่ได้คืนมาเพราะเธอนับใหม่ แต่ตั้งแต่วันนี้ จะไม่มีใครอธิบายมันง่าย ๆ ว่าเป็นของที่หายเมื่อเธอปล่อยร้านหลังพ่อเสียชีวิต โดยไม่ต้องตอบข้อความเก่าที่มีอยู่ก่อน

เธอวางปลายนิ้วบนขอบหน้าวันที่สิบเอ็ดมกราคมเพียงครู่เดียว แล้วปิดสมุดเก็บให้พ้นน้ำยาล้างเครื่อง

ข้างนอกมีคนหยุดอ่านป้ายรับซ่อม ก่อนเดินผ่านไปตามเสียงล้อรถ

ร้านยังเป็นร้านที่ต้องเปิดรับลูกค้า

และเยว่ชิงเพิ่งรู้ว่าบางสิ่งซึ่งหายไปนานแล้ว กำลังเริ่มมีวันที่ให้ตามหา

กลับสารบัญนิยาย

นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI