Ajustes de lectura

ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · Capítulo 108

ตอนที่ 108 — วันที่พยานขอเปลี่ยนคำ

Traducción pendiente. Se muestra el original tailandés.

ถานเส้าหรงมาถึงก่อนเวลานัด แต่ยืนอยู่นอกประตูอีกครู่หนึ่ง

เขาจับหูกระเป๋าผ้าด้วยสองมือ ไม่ได้เดินลำบากจนต้องมีคนประคอง เพียงมองช่องประตูเหมือนกำลังนับว่าก้าวเข้าไปแล้วจะมีเรื่องใดตามออกมากับเขาบ้าง

เช้าวันที่ยี่สิบสามกุมภาพันธ์ อากาศชิงเหอไม่มีแดดสว่างเหมือนวันก่อน

เยว่ชิงเห็นเขาจากทางเดินด้านใน นางขยับออกจากช่องที่คนต้องผ่าน ไม่เดินไปเอื้อมรับกระเป๋าซึ่งเขายังไม่ได้ขอให้ช่วย

การนัดครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากการนำชื่อเขาไปใส่รายการแล้วแจ้งให้มาทีหลัง

ก่อนเดินทางกลับชิงเหอ นางติดต่อผ่านช่องทางที่เขาเคยให้ไว้ แจ้งว่าการตรวจเอกสารมาถึงส่วนแฟ้มซึ่งเขาเคยชี้ในบันทึกช่วยจำ ต้องการขอใช้ส่วนเลขอ้างกับคำเกี่ยวกับทางส่งคืนต่อผู้รับตรวจที่ระบุชื่อ ไม่รวมเรื่องครอบครัวหรือหน้าส่วนตัวอื่น

หนังสือตอบผ่านผู้รับนัดให้เขาตัดสินใจจากขอบเขตที่แจ้ง ถานเส้าหรงยอมมาพบเพื่อให้คำของตน และยอมให้ใช้สำเนาส่วนที่เคยเปิดตามเรื่องนี้ แต่ไม่ให้ถือเป็นคำอนุญาตเปิดสมุดทั้งเล่ม

เขายังไม่ได้รับคำสัญญาว่าคนในโรงงานจะไม่มีวันรู้ชื่อ หรือว่าลูกของเขาจะไม่มีเรื่องต้องกังวลอีก

เยว่ชิงไม่เคยมีอำนาจให้คำสัญญานั้น

ถานเส้าหรงยืนเตรียมใจก่อนเข้าพบผู้รับตรวจตามขอบเขตที่ตกลง โดยถือกระเป๋าและบันทึกส่วนตัวของตนไว้เอง
ถานเส้าหรงยืนเตรียมใจก่อนเข้าพบผู้รับตรวจตามขอบเขตที่ตกลง โดยถือกระเป๋าและบันทึกส่วนตัวของตนไว้เอง

เมื่อเข้าไปนั่ง หลัวถิงแจ้งเรื่องที่จะทวนกับวิธีเก็บคำเพิ่มเติมก่อนถาม

สมุดที่ห่อผ้าอยู่ในกระเป๋ายังเป็นของถาน เขาเลือกหยิบออกและเปิดเฉพาะหน้าที่เกี่ยวข้องเอง แผ่นก่อนกับหลังถูกปิดตามที่เขาขอ ผู้รับไม่ใช้การที่เขามาถึงห้องเป็นคำอนุญาตดูทุกหน้า

เลขอ้างงานกับข้อความช่วยจำยังอยู่ตรงเดิม

เทียบของแทน — ตรวจใบแนบฝ่ายจัดซื้อ

เยว่ชิงจำครั้งที่เขาเปิดให้ดูในร้านน้ำชาเมื่อเดือนพฤษภาคมปีเจ็ดสิบเก้าได้ ตอนนั้นนางมีทางตามกระดาษเพิ่มหนึ่งทาง แต่ยังไม่ได้ใบอนุญาตใช้ของแทนฉบับครบอยู่ในมือ

หลัวถิงถามว่าเขายืนยันได้เพียงใดเกี่ยวกับใบซึ่งส่งมาพร้อมฉบับใช้งานที่เปลี่ยนคำวัสดุ

ถานเส้าหรงมองหน้าที่เปิดนาน ก่อนกล่าวว่าเขาขอเปลี่ยนคำบางส่วนที่เคยพูด

หัวใจเยว่ชิงเต้นแรงขึ้นทันที

ไม่มีใครขยับปิดประตู

“ส่วนใด” หลัวถิงถาม

“เรื่องที่ข้าเคยบอกว่าเอกสารจริงส่งคืนฝ่ายจัดซื้อพร้อมชุดอ้างการจ่าย ข้าไม่ควรพูดให้เหมือนยืนดูจนฝ่ายนั้นรับแผ่นนี้เข้ามือ”

เขาหยุดแล้วขอให้รอ ไม่ต้องเขียนสรุปแทนระหว่างที่ยังพูดไม่จบ

“ข้าจดทางตามไว้จากงานที่ทำกับแฟ้มที่ต้องส่งคืน แต่วันนี้จะรับรองว่าข้าเห็นกระดาษทุกแผ่นออกจากคลังและเข้าที่เก็บปลายทางไม่ได้ ต้องดูรายการรับจริง”

หลัวถิงถามว่าเขาขอถอนเรื่องการมีใบแนบ หรือขอจำกัดเรื่องการรับปลายทาง

ถานใช้ปลายนิ้วแตะขอบสมุด ไม่ชี้ชื่อผู้ที่นางอยากได้ยิน

“ข้าจำได้ว่ามีใบส่งมากับฉบับใช้งาน และเห็นว่าคำวัสดุต่างจากฉบับอนุมัติ จึงจดให้ตามใบแนบ ข้าไม่ได้อ่านรับรองทุกช่องของใบนั้น ข้าไม่รู้ว่าผู้ลงชื่อมีอำนาจครบหรือไม่ และไม่รับรองว่าเมื่อส่งคืนแล้วปลายทางรับครบ”

เยว่ชิงเกือบถามว่าเหตุใดจึงไม่พูดให้แคบเช่นนี้ตั้งแต่ครั้งแรก

คำถามอยู่ใกล้ปลายลิ้น มันมาพร้อมความเหนื่อยของปีที่ตามเอกสาร กับภาพแม่ซึ่งยังต้องถามว่าพ่อเคยเซ็นอะไรบ้าง

แต่คนตรงหน้าไม่ได้ถือความเหนื่อยของเธอเป็นหน้าที่ต้องรักษาทุกถ้อยคำเก่าให้ใช้ได้ตลอดไป

หลัวถิงขอให้แยกส่วนที่ยังยืนยัน ส่วนที่ไม่แน่ใจ และเหตุของการเปลี่ยนขอบเขตวันนี้

ถานหันมองทางประตู

“ข้ากลัวด้วย” เขาตอบ “ลูกข้ายังทำงานอยู่ ข้าไม่อยากให้เขาต้องถูกถามแทนว่าเหตุใดพ่อมีชื่อในเรื่องนี้ แต่ความกลัวไม่ได้ทำให้ข้าจำชื่อคนรับหรือสภาพกระดาษทุกแผ่นชัดขึ้น”

เขาไม่ได้กล่าวว่ามีคนใหม่มาขู่เมื่อคืน ไม่กล่าวว่าสวีหรือเฉียวหงไปยืนหน้าบ้าน หากไม่มีสิ่งให้ยืนยัน เขาจะไม่ยืมชื่อเหล่านั้นมาอธิบายความกลัวของตน

เรื่องคนซึ่งเคยพูดให้คิดถึงครอบครัวเมื่อหลายปีก่อนยังมีชื่อและรายละเอียดที่เขาไม่อาจรับรองได้ ผู้ตรวจไม่เติมว่าเป็นคำสั่งของใครเพื่อให้ส่วนนี้เชื่อมกับคดีง่ายขึ้น

“ข้าอยากให้ชื่อหายไปจากทั้งหมด” ถานกล่าวหลังเงียบครู่หนึ่ง “แต่รู้ว่าพอให้คำแล้ว จะให้ท่านทำเหมือนไม่เคยรับของไม่ได้ ข้าจึงมาขอให้เขียนส่วนที่ข้ารู้จริง ไม่ใช่ปล่อยไว้เพราะเคยพูดไปแล้ว”

หลัวถิงบอกว่าคำขอจำกัดการเผยข้อมูลจะถูกลงตามวิธีที่รับไว้ ส่วนเอกสารที่รับตามเรื่องต้องเก็บประวัติการรับและคำเพิ่มเติม ไม่ทำลายคำเก่าเพียงเพราะวันนี้เปลี่ยนขอบเขต

ไม่มีคำรับรองว่าความกังวลเกี่ยวกับงานของลูกจะจบทั้งหมด

มีเพียงคำชัดว่าไม่เรียกลูกมาตอบแทนสิ่งที่พ่อทำโดยอาศัยว่าเป็นคนในบ้าน และหากมีเหตุเกี่ยวกับการติดต่อหรือการกดดันเกิดขึ้นใหม่ ให้แจ้งแยกตามสิ่งที่เกิด ไม่แต่งเติมลงไปในความทรงจำเก่า

ถานเส้าหรงฟังจนจบ แล้วคลายมือจากหูกระเป๋า

เยว่ชิงขอถามเมื่อได้รับช่วงให้พูด

“ข้อความช่วยจำที่ท่านเปิดให้อ่าน ยังเป็นข้อความของท่านในสมุดนี้ใช่หรือไม่เจ้าคะ”

“ใช่ ข้าไม่ได้ลบมัน”

“ส่วนคำว่าส่งคืน จะต้องตรวจรายการรับจากผู้เก็บ ไม่ใช้คำของท่านเป็นคำยืนยันว่าปลายทางครบแล้ว”

เขามองนางแล้วตอบว่าใช่

เธอไม่ถามให้เขาทวนสามครั้งจนเสียงหมดแรง แล้วนำความเหนื่อยนั้นไปใช้ว่าเขายอมรับทุกอย่าง

ทางค้นเอกสารยังมีอยู่ แต่ไม้ที่เธอเคยคิดว่าเหยียบได้เต็มเท้าบนคำว่ารับครบต้องถูกยกออกจากแผน

หลัวถิงแยกคำขอให้ตรวจแหล่งใหม่ทันที

ถ้าของส่งคืนไปตามชื่อแฟ้มที่จดไว้ ต้องมีคนเก็บปลายทางให้ตาม ถ้าบางแผ่นมีสำเนาเก็บคนละส่วน ต้องตรวจว่าทำสำเนาเมื่อไร ใครเก็บ และข้อความทั้งหน้าเหมือนกันเพียงใด หากยังไม่พบ ก็ลงว่ายังไม่พบ ไม่ใช้ความกลัวของพยานเติมช่องนั้น

นางให้ตรวจเลขอ้างกับรายการรับเอกสารของสำนักงานตนก่อน เพื่อส่งคำขอถึงที่เก็บให้ตรง หยิบบัตรดัชนีซึ่งสำนักงานมีสิทธิ์ตรวจมาเทียบ ไม่ถือสมุดส่วนตัวของถานเดินไปเปิดตู้อื่นเอง

หลัวถิงกลับไปเทียบดัชนีรับเอกสารของสำนักงาน เพื่อขอหลักฐานจากผู้เก็บปลายทางแทนการกดดันให้พยานยืนยันเกินที่รู้
หลัวถิงกลับไปเทียบดัชนีรับเอกสารของสำนักงาน เพื่อขอหลักฐานจากผู้เก็บปลายทางแทนการกดดันให้พยานยืนยันเกินที่รู้

เยว่ชิงมองคำขอที่กำลังถูกจัดตามแหล่ง

มันช้ากว่าการได้ยินถานกล่าวว่าเรื่องทั้งหมดจริงตามที่เธอหวัง

แต่หากคำหนึ่งถูกทำให้หนักเกินสิ่งที่คนพูดเห็น การเร่งให้เขาถือมันต่อไม่ได้ทำให้กระดาษปลายทางปรากฏขึ้นมา

ผู้รับตรวจถามเรื่องราคาที่เคยหยุดคุยในร้านน้ำชาอีกครั้งตามขอบเขตที่แจ้งไว้

ถานขอไม่อธิบายจากความจำในวันนี้ เขายังต้องการดูเอกสารจริงซึ่งเกี่ยวข้องกับหน้าที่ของตนก่อน ไม่พร้อมให้คำเรื่องผู้ได้ประโยชน์เพียงจากชื่อในตำแหน่งหัวหน้าคลัง

หลัวถิงลงไว้ตามที่เขาบอก แล้วแจ้งว่าการตรวจหน้าที่กับแหล่งเอกสารจะดำเนินต่อ ไม่ถือว่าการไม่พร้อมตอบทุกเรื่องทำให้เขาพ้นคำถามทั้งหมด หรือทำให้มีสิทธิ์กล่าวหาครอบครัวแทน

เยว่ชิงไม่มีสิทธิ์ให้สัญญาว่าเธอจะไม่ถามตามหลักฐานอีกตลอดชีวิต

นางพูดได้เพียงว่า วันนี้จะไม่เอาคำไม่พร้อมมาเขียนว่าเขารับเงินแล้ว

ก่อนจบ ถานขออ่านคำเพิ่มเติมกลับทั้งส่วน

ร่างประโยคหนึ่งใช้คำว่าจำไม่ได้ว่ามีใบแนบ เขาท้วงว่าตนยังจำว่ามีใบมาด้วย ส่วนที่ไม่รับรองคือเนื้อหาทุกช่องกับการรับครบปลายทาง หากใช้คำแรก จะทำให้สิ่งที่ยังยืนยันถูกถอนตามไปโดยไม่ได้ขอ

ผู้บันทึกแก้ร่างของวันนี้

อีกประโยคระบุว่ากลัวลูกเสียงาน ถานให้เปลี่ยนเป็นกังวลเรื่องผลที่อาจตกถึงลูก เพราะยังไม่ได้เกิดการไล่ออก และเขาไม่มีหนังสือใดให้ยืนยันว่าถูกสั่งเช่นนั้นแล้ว

หลัวถิงอ่านส่วนแก้ให้ฟังใหม่

เขาลงชื่อใต้คำที่ตนรับรอง ไม่ลงรับประโยคเกินเพื่อให้การสอบถามจบเร็ว ผู้รับเก็บคำใหม่เชื่อมกับสิ่งที่รับไว้ก่อนหน้าโดยมีวันที่ของมัน คำส่วนตัวในสมุดเก่าไม่ได้ถูกขีดทับให้เห็นเพียงเรื่องใหม่

ถานปิดหน้าที่ตนเปิด ผูกห่อกลับ แล้วเก็บในกระเป๋าของตน

ต้นฉบับบันทึกช่วยจำยังกลับไปกับเจ้าของ ผู้รับมีส่วนที่อนุญาตให้ใช้กับข้อมูลว่าได้จากอะไร ไม่ได้ยึดทุกหน้าไว้เพราะกลัวว่าเจ้าของอาจเปลี่ยนใจอีก

เมื่อออกจากห้อง เยว่ชิงยืนห่างทางเดินให้เขาผ่าน

เขาหยุดถามว่าผิดหวังหรือไม่

เยว่ชิงใช้เวลาตอบนานกว่าที่อยากให้เขาเห็น

“ฉันอยากให้เรื่องที่ต้องตามมีคำตอบครบกว่านี้เจ้าค่ะ แต่ไม่อยากให้ท่านรับรองสิ่งที่ไม่รู้เพื่อให้ฉันได้เดินเร็วขึ้น”

ถานมองหูกระเป๋าแล้วพยักหน้า

นางไม่ตามเขาออกไปถึงปากตรอก ไม่ถามว่าบ้านอยู่ตรงไหนเพื่อคอยดูว่ามีใครมาหา และไม่ส่งคนไปถามลูกของเขาแทน

เยว่ชิงเว้นทางให้ถานเส้าหรงเดินออกพร้อมของส่วนตัว โดยไม่ตามกดดันให้ยืนยันคำที่เกินความรู้ของเขา
เยว่ชิงเว้นทางให้ถานเส้าหรงเดินออกพร้อมของส่วนตัว โดยไม่ตามกดดันให้ยืนยันคำที่เกินความรู้ของเขา

หลังเขากลับ หลัวถิงชี้รายการที่จะต้องขอจากผู้เก็บปลายทางให้เยว่ชิงเห็นเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับคำของตน

สำนักงานจะตามบันทึกส่งคืนกับส่วนที่ฝ่ายจัดซื้อรับไว้ ต้องเทียบกับชื่อแฟ้มและเลขอ้าง ไม่ตัดข้อความรอบข้างทิ้งจนใบหนึ่งดูเหมือนอนุญาตสิ่งที่ไม่ได้เขียน

เยว่ชิงแจ้งว่าตนต้องกลับไปรายงานตัววันที่ยี่สิบห้า การให้เธอรอรับผลทุกส่วนที่นี่ไม่อยู่ในช่วงลาที่มี

ผู้รับตรวจให้ใช้ช่องทางส่งตามที่แจ้งไว้ หากต้องเห็นต้นฉบับด้วยตนเองจะนัดใหม่ ไม่ให้คนลาออกจากงานเพื่อเฝ้าตู้เอกสารโดยไม่มีวันสิ้นสุด

นางเก็บข้อมูลคำขอที่ยื่นเพิ่ม ไม่ถือว่าการส่งออกจากสำนักงานแปลว่าผู้เก็บปลายทางได้รับและค้นเสร็จในวันเดียวกัน

บ่ายนั้นเยว่ชิงกลับบ้านตามเวลาที่บอกแม่ไว้

แม่พักอยู่ก่อนแล้ว นางจึงจัดของสำหรับเดินทางคืนวันรุ่งขึ้นเงียบ ๆ ไม่ปลุกเพื่อขอให้ช่วยตัดสินว่าถานเป็นคนดีหรือไม่

ในสมุดของตน นางแยกส่วนที่ยังยืนยันกับส่วนที่ต้องตรวจเพิ่ม ไม่ลบชื่อพยานออกจากทุกช่องเพราะน้อยใจ และไม่เก็บคำเดิมซึ่งถูกจำกัดไว้ใช้ราวกับไม่มีคำเพิ่มเติมเกิดขึ้น

วันที่ยี่สิบสี่ นางกินอาหารกับแม่ก่อนออกเดินทาง

“พยานขอเปลี่ยนคำบางส่วน” เยว่ชิงบอก “ผู้ตรวจจะตามกระดาษที่รับปลายทางต่อ ฉันยังไม่ได้คำตอบว่ารับครบหรือไม่”

แม่ฟังแล้วเลื่อนชามเปล่าให้พ้นขอบโต๊ะ

“คนกลัวก็ยังเป็นคน”

นางไม่ได้บอกว่าให้เลิกถามเพื่อให้ทุกคนสบายใจ ไม่บอกให้ลูกไปปลอบพยานจนเขายอมพูดตามเดิม

เยว่ชิงเก็บกระเป๋า ต้นฉบับกับของในตู้ยังอยู่กับแม่ตามสิทธิ์ของนาง นางนำกลับเพียงสำเนาและข้อมูลคำขอที่ได้รับ

รถไฟออกจากชิงเหอคืนนั้น พาเธอกลับถึงหลานโจวเพื่อรายงานตัวเช้าวันที่ยี่สิบห้า

งานของหน่วยยังมีคนส่งต่อให้ทำ เรื่องของพ่อยังมีแหล่งที่ต้องรอ ไม่ได้หยุดลงเพราะความทรงจำของคนหนึ่งมีขอบเขตแคบกว่าที่เธอหวัง

เยว่ชิงวางมือบนรายการงานใหม่ แล้วคิดถึงสำเนาซึ่งอาจถูกเก็บไว้คนละที่ตั้งแต่ก่อนเกิดเรื่อง

คราวนี้คำถามต้องเดินไปหามันตามทางของกระดาษ

ไม่ใช่เดินกลับไปหาใจคนกลัว แล้วบีบให้มันตอบแทนทุกสิ่งที่ยังขาด

กลับสารบัญนิยาย

นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI