ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · Capítulo 91
ตอนที่ 91 — หน้าที่หายไปจากรายงาน
Traducción pendiente. Se muestra el original tailandés.
เยว่ชิงคืนของให้หญิงเจ้าของนาฬิกาข้อมือในวันเสาร์ที่ยี่สิบแปดมิถุนายน
ทั้งคู่พบกันที่จุดซึ่งตกลงไว้ผ่านช่องทางติดต่อ นางไม่ได้อาศัยโต๊ะตลาดโดยคิดว่าจ่ายค่าที่สองครั้งแล้วจะใช้ต่อเมื่อใดก็ได้
เยว่ชิงนำรายการงานกับผลทดสอบมาด้วย บอกว่าทำส่วนใดตามข้อตกลงที่เพิ่มเมื่อวันที่สิบสี่ และมีส่วนใดที่ไม่ได้เปลี่ยน หญิงเจ้าของลองตั้งเวลา มองเข็มอยู่พักหนึ่ง แล้วถามวิธีติดต่อหากอาการเดิมกลับมา
นางอธิบายช่องทางกับขอบเขตของงานที่รับผิดชอบ ไม่บอกว่าเครื่องเล็กตรงหน้าจะไม่มีวันมีปัญหาอีก
เมื่อรับเงินตามงานที่ตกลงและส่งสำเนารายการให้เจ้าของแล้ว เยว่ชิงจึงลงวันคืนไว้ในสมุด ถาดของชิ้นนั้นว่างลงจริง ไม่ใช่ว่างเพราะนางย้ายชื่อไปไว้ในช่องที่สบายใจกว่า
เสียงเดินของนาฬิกาเป็นสิ่งเล็ก ๆ ที่นางตรวจได้ด้วยมือของตน ส่วนแฟ้มเรื่องบิดายังคงมีคำถามซึ่งต้องรอมือของคนอื่น
วันถัดมา เยว่ชิงกับจิ้งโจวพบกันตามเวลาที่ต่างคนยืนยันไว้ เพื่อดูค่าใช้จ่ายจริงปลายเดือนตามที่ตกลงเมื่อไปดูห้อง
เงินกันไว้สำหรับอนาคตยังอยู่แยกในบัญชีของแต่ละคน ค่าที่ตลาดกับรายได้ซึ่งเกิดขึ้นจริงถูกนับตามวัน ไม่มีห้องใหม่ถูกจอง และเงินดูแลแม่ไม่ถูกย้ายมาอุดยอดค่าเช่า
จิ้งโจวถามถึงวันตรวจแฟ้ม นางเล่าเฉพาะความคืบหน้าที่บอกได้ แล้วเก็บกระดาษงบไว้ก่อนคุยเรื่องอื่น ช่วงที่ได้พบกันไม่จำเป็นต้องกลายเป็นห้องรับเรื่องคดีตลอดเวลา
เดือนกรกฎาคมเริ่มขึ้นโดยไม่มีคำตัดสินส่งมาถึงนาง
เยว่ชิงยังไปทำหน้าที่ประจำ กลับมาห้องที่ประตูต้องยกมุม และตรวจจุดฝากข่าวตามเวลาที่ตกลงไว้ นางไม่ไปยืนที่ส่วนรับเรื่องทุกวันเพื่อให้ความเงียบดูเหมือนความคืบหน้า
วันที่เจ็ด มีหนังสือแจ้งว่าผู้ตรวจได้รับคำตอบจากแหล่งเก็บที่ตงเหอแล้ว
ข้อความสั้นนั้นไม่ได้บอกว่าพบผู้ทำผิด ระบุเพียงว่ามีสำเนาจากชุดใบแนบซึ่งไม่อยู่ครบในห่อที่ใช้ทบทวนเดิม ให้เยว่ชิงนัดมาดูส่วนที่เกี่ยวกับคำขอของตน และตรวจรายการที่จะรับไว้ตามขอบเขต
นางตอบขอช่วงบ่ายวันที่สิบเอ็ด ซึ่งจัดเวลาหน้าที่ได้ เมื่อยืนยันนัดแล้วจึงเตรียมรายการเดิมไปด้วย ไม่เตรียมพื้นที่ในกระเป๋าเผื่อขนต้นฉบับทั้งแฟ้มกลับบ้าน
บ่ายวันนั้น เจ้าหน้าที่หญิงผู้ตรวจแฟ้มวางหนังสือส่งจากตงเหอไว้ตรงหน้า
“ผู้เก็บที่ต้นทางรับรองว่าสำเนาคัดจากชุดใด” หล่อนกล่าว “ต้นฉบับยังอยู่กับเขา เราได้รับตามรายการนี้ ข้าจะให้ท่านดูหน้าที่เกี่ยวข้องพร้อมหนังสือนำ”
เยว่ชิงตรวจวันส่ง ผู้ส่ง และรายการหน้าก่อนอ่านเนื้อหา ใจของนางอยากข้ามไปยังบรรทัดที่อาจตอบคำถาม แต่ถ้าข้ามที่มา นางก็จะใช้สิ่งที่มาถึงครั้งนี้ไม่ต่างจากเศษสำเนาที่เคยถูกตัดใช้กล่าวหานางในเรื่องงานตลาด
สำเนามีสองหน้าอยู่ในขอบเขตที่ให้ดู
หน้าแรกคัดจากสมุดรับคำขอตรวจ ซึ่งเก็บแยกจากแฟ้มงานผิวที่นางเคยสอบถาม เป็นบันทึกรับคำขอตรวจชุดยึดจากชิงเหอ วันที่สิบหกมกราคม ปีเจ็ดสิบแปด เวลาที่ลงไว้คือสิบเก้านาฬิกาห้าสิบนาที
ช่องอ้างรายการมีเลขเจ็ดสิบเจ็ดขีดยี่สิบหก
เยว่ชิงวางนิ้วข้างบรรทัด ไม่แตะทับรอยหมึก นางอ่านเวลาอีกครั้ง คืนนั้นบิดายังมีชีวิตอยู่ เวลาในสำเนาโรงพยาบาลที่นางได้รับมาก่อนคือยี่สิบสองนาฬิกาสามสิบห้านาที
ก่อนหน้านั้นมีคำขอตรวจชุดยึดเข้ามาที่หน่วยคู่ค้าแล้ว
ในช่องรายละเอียดเขียนว่า ผู้ขอให้เทียบชุดตามรายการ แต่ใบแนบเกี่ยวกับของใช้แทนยังไม่ครบ จึงให้ค้างการตรวจรับไว้ รอเอกสารประกอบก่อนลงผล
เยว่ชิงอ่านคำว่า “ค้าง” แล้วนึกถึงถ้อยคำในรายงานเดือนกุมภาพันธ์ที่กล่าวถึงบิดาราวกับการตรวจรับทั้งหมดจบลงอย่างเรียบร้อยก่อนของถูกส่งคืน
นางเงยหน้าขึ้น
“ถ้ามีบันทึกนี้ เหตุใดรายงานจึงเขียนว่าเขารับรองทั้งหมด”
“นั่นเป็นคำถามที่เราต้องส่งกลับไปยังผู้รวบรวม” เจ้าหน้าที่ตอบ “หน้านี้ทำให้ต้องตรวจฐานของข้อความ แต่ไม่ได้บอกเองว่าใครเป็นคนเขียนให้เกินขอบเขต”
เยว่ชิงก้มลงอ่านต่อ ผู้ลงรับคำขออยู่ฝั่งตงเหอ ชื่อผู้แจ้งจากชิงเหอไม่ได้ถูกบันทึกเต็ม มีเพียงหน่วยกับรายการที่อ้างมา นางจึงไม่เขียนว่าบิดาเป็นคนโทรแจ้งเพียงเพราะอยากได้ยินเสียงของเขาผ่านหน้านั้น
เวลาสิบเก้าห้าสิบเป็นเวลาที่ผู้รับคำขอลงในบันทึก ไม่ใช่เวลาเกิดอุบัติเหตุ ไม่ใช่เวลาที่เครื่องถูกเปิด และไม่ได้ยืนยันว่าใครยืนอยู่หน้าเครื่องขณะนั้น
แต่ช่องที่เคยว่างระหว่างการส่งของกับการกล่าวว่าตรวจครบ มีร่องรอยว่าการตรวจยังติดอยู่กับใบแนบที่ขาด

หน้าที่สองเป็นหนังสือนำชุดบันทึกของตงเหอไปประกอบการรวบรวมรายงาน ลงวันที่หนึ่งกุมภาพันธ์ ปีเจ็ดสิบแปด ตรงรายการหน้ามีบันทึกคำขอวันที่สิบหกมกราคมรวมอยู่ด้วย
ด้านล่างมีข้อความกำกับว่า บันทึกดังกล่าวใช้ประกอบการตรวจรายการที่ติดต่อ ไม่ใช่ผลทดสอบรับรองสิ่งของทั้งหมด
เยว่ชิงมองหน้าที่สองนานกว่าหน้าแรก
หากมีเพียงบันทึกค้างตรวจ หล่อนอาจยังสงสัยว่ามันเคยเดินทางไปถึงผู้รวบรวมหรือไม่ แต่รายการส่งครั้งนี้บอกว่ามีการส่งหน้าดังกล่าวไปประกอบรายงานตามทางที่ลงไว้
เจ้าหน้าที่เลื่อนหนังสือนำที่เพิ่งได้รับจากผู้เก็บออกมาเทียบ
“ยังต้องตามการรับที่ปลายทาง” หล่อนบอก “รายการส่งทำให้รู้ว่าต้นทางส่งอะไร ไม่ได้แทนใบรับของฝ่ายรวบรวม และยังไม่รู้ว่าเมื่อจัดรายงานแล้วหน้าใดถูกใช้จริง หน้าใดถูกวางไว้ต่างแฟ้ม”
เยว่ชิงพยักหน้า ความหวังพุ่งขึ้นได้เร็ว แต่คราวนี้นางไม่ต้องกดมันให้ดับ เพียงวางมันไว้ตรงที่เอกสารรองรับ
“ข้าขอสำเนาสองหน้านี้ตามขอบเขตของคำขอ และรายการที่บอกที่มาเจ้าค่ะ”
เจ้าหน้าที่ให้ผู้เก็บสำเนาเตรียมตามรายการ เยว่ชิงลุกไปที่ช่องส่งสำเนา ยืนตรวจความครบกับหน้าที่ได้ดู ไม่เอารอยจางมาเติมชื่อด้วยลายมือของตน
เมื่อถึงช่องลงชื่อรับ เยว่ชิงอ่านจำนวนหน้ากับข้อจำกัดอีกครั้ง แล้วลงวันจริงของวันนี้
สำเนาที่รับไว้ไม่ใช่กระดาษที่นางแอบดึงออกจากสันแฟ้ม ผู้ตรวจมีชุดสำหรับตามเรื่องต่อ ส่วนต้นทางยังมีต้นฉบับให้เทียบ
ก่อนกลับ นางถามว่าขั้นต่อไปจะตามอะไร
เจ้าหน้าที่ชี้รายการที่จดใหม่ไว้สามบรรทัด การรับชุดใบแนบที่ฝ่ายรวบรวม การใช้บันทึกค้างตรวจเป็นฐานของรายงาน และผู้มีหน้าที่ตอบเรื่องการอนุญาตใช้ของแทน
“เรื่องเวลาโรงพยาบาลจะต้องเทียบกับเอกสารของเหตุเองต่างหาก” หล่อนกำชับ “อย่าให้เลขรายการพาเราไปสรุปว่าเครื่องใดทำให้เกิดเหตุ จนกว่าจะตรวจความสัมพันธ์จากหน้าที่เกี่ยวข้อง”
เยว่ชิงรับคำ นางรู้สึกเจ็บที่ต้องพูดว่ายังไม่รู้ ทั้งที่บิดาตายไปแล้วและเคยมีคนเขียนราวกับรู้ว่าเขาต้องรับผิด
แต่การรีบเติมคำตอบของตนลงในช่องว่างจะไม่ทำให้บิดาได้ความเป็นธรรมเพิ่มขึ้น
เย็นวันนั้น เยว่ชิงกลับถึงห้องก่อนฝนลง
นางวางสำเนาใหม่ในช่องของเลขเจ็ดสิบเจ็ดขีดยี่สิบหก เขียนใบแยกสำหรับสิ่งที่ได้รับวันนี้ และวางสำเนาแถวรายงานหกกุมภาพันธ์ไว้ข้างกัน ส่วนเอกสารโรงพยาบาลอยู่ในช่องของเหตุคืนวันที่สิบหก
เยว่ชิงขยับเก้าอี้เข้าหาโต๊ะ ดึงหน้ารายการซึ่งจัดเมื่อเดือนก่อนมาอ่าน
สองช่องที่เคยว่างมีข้อความเพิ่ม แต่เส้นต่อไปยังบิดากับเครื่องที่เกิดเหตุยังต้องยืนยัน นางไม่ย้ายคำว่า “ค้างตรวจ” ไปใช้แทนคำว่า “เครื่องชำรุดเป็นเหตุให้เสียชีวิต”
นางต้องการให้เมิ่งหลานช่วยดูว่าบันทึกเช่นนี้บอกอะไรในทางงานตรวจได้จริง จึงฝากคำขอนัดตามช่องทางที่หล่อนให้ใช้ พร้อมบอกขอบเขตว่าจะนำสำเนาสองหน้า ไม่ขอให้รับรองวัสดุหรือสาเหตุจากกระดาษเพียงอย่างเดียว
เมิ่งหลานตอบว่าสะดวกวันอาทิตย์ที่สิบสามช่วงสั้น ๆ ที่ห้องอ่านหนังสือสาธารณะ หล่อนจะดูถ้อยคำเกี่ยวกับงานตรวจได้ แต่ไม่ทำหน้าที่แทนผู้ตรวจเหตุหรือผู้เก็บรายงาน
วันนั้น เยว่ชิงไปถึงก่อนนัด ไม่วางเอกสารเปิดไว้ให้คนเดินผ่านอ่าน เมื่อเมิ่งหลานมาถึงจึงนำเฉพาะส่วนที่ตกลงให้ดูออกมา
หล่อนยังสวมเสื้อสีเทาอ่อนด้านในสีน้ำเงิน เกล้าผมสูง และเว้นระยะหลังอ่านแต่ละบรรทัดเหมือนตอนสอนให้นางรู้ว่าคำว่า “ตรวจ” ต้องมีสิ่งที่ตรวจจริงรองรับ
“ตอนเห็นเวลา ท่านคิดอะไรเป็นอย่างแรก” เมิ่งหลานถาม
“คิดว่าก่อนพ่อเข้าโรงพยาบาล มีคนรู้แล้วว่างานตรวจยังไม่ครบ”
“บันทึกนี้ยืนยันว่ามีคำขอเข้ามากับข้อที่ยังค้างตามที่เขียน ส่วนใครรู้ครบเท่าไร ต้องตามหน้าหรือคนที่รับเรื่องนั้นต่อ”
เยว่ชิงมองสำเนา ไม่หลบคำทัก
“แล้วคำว่าค้างการตรวจรับหมายถึงสิ่งที่ส่งมานั้นใช้ไม่ได้หรือไม่”
เมิ่งหลานส่ายหน้า
“เพียงหน้านี้ยังบอกไม่ได้ อาจต้องตรวจเพิ่มเพราะรายการไม่ครบ หรือเพราะของกับรายการไม่ตรงกัน ต้องดูสิ่งที่อยู่ข้างหลังคำขอ เราไม่ควรเปลี่ยนการไม่มีผลตรวจให้เป็นผลตรวจว่าเสีย”
หล่อนหยิบกระดาษของตน วาดกรอบเล็กสามช่อง
รายการที่ต้องใช้ ของที่ได้รับ และผลที่ตรวจจริง
“ถ้าช่องแรกมีข้อกำหนด แต่ช่องที่สองยังเทียบไม่ได้ ช่องที่สามก็ไม่ควรถูกเติมด้วยถ้อยคำว่ารับรองทั้งหมดเพียงเพราะมีคนส่งของแล้ว”
เยว่ชิงรู้สึกเหมือนมีคนยกความคิดหนัก ๆ ในหัวออกมาวางเป็นชิ้นที่นางจับได้
“ดังนั้นรายงานต้องตอบว่าเอาข้อความรับรองจากที่ใด”
“ใช่ แต่ข้ากำลังช่วยอ่านขั้นตอนตามถ้อยคำ ไม่ได้ยืนยันว่าชิ้นยึดซึ่งอยู่ในเครื่องวันเกิดเหตุเป็นชิ้นเดียวกับที่เอกสารนี้กล่าวถึง และยังไม่มีผลทดสอบวัสดุให้ข้ารับรอง”
เยว่ชิงจดขอบเขตของคำอธิบายไว้
เมิ่งหลานไม่รับต้นฉบับหรือสำเนาของคนอื่นกลับไป หล่อนให้เยว่ชิงเก็บกระดาษกรอบสามช่องที่วาดเองได้ พร้อมบอกว่าเป็นเพียงภาพช่วยอ่าน ไม่ใช่แบบเครื่อง ร–ยี่สิบหก และไม่ใช่รายงานผู้เชี่ยวชาญประกอบคำตัดสิน

ก่อนแยกกัน เมิ่งหลานถามถึงงานที่เยว่ชิงทำด้วยมือตนช่วงนี้ นางบอกว่าคืนของหญิงเจ้าของนาฬิกาเมื่อปลายเดือนแล้ว พร้อมรายการงาน
หล่อนพยักหน้าเพียงเล็กน้อย
“รักษานิสัยเขียนสิ่งที่ทำจริงนั้นไว้ เวลาพบเรื่องที่อยากให้เป็นอย่างอื่นมากที่สุด มันจะยิ่งสำคัญ”
เยว่ชิงกลับออกมาในแสงบ่าย ไม่ได้ถือคำรับรองว่าบิดาพ้นผิด แต่ถือสำเนาที่มีที่มาและคำถามที่แคบลงจนส่งต่อให้คนซึ่งมีหน้าที่ตอบได้
ในคืนเดียวกัน นางเขียนหาแม่
นางบอกว่ามีบันทึกก่อนเวลาโรงพยาบาลซึ่งกล่าวถึงงานตรวจที่ยังค้าง กับรายการส่งหน้าดังกล่าวไปประกอบการรวบรวมรายงาน ขณะนี้ผู้ตรวจจะตามการรับที่ปลายทางและฐานของคำว่ารับรองทั้งหมด
เยว่ชิงเขียนเพิ่มว่า ยังไม่ทราบจากสองหน้านี้ว่าใครนำส่งบิดาหรือเครื่องใดเป็นเหตุ และนางไม่ได้ขอให้แม่เซ็นว่าจำเรื่องที่ไม่เคยเห็นด้วยตาได้
เมื่อเขียนเสร็จ นางนำจดหมายไปส่งในวันที่สิบสี่ ไม่ใส่ต้นฉบับหรือสำเนาสองหน้าไปให้แม่รับหน้าที่เก็บแทนสำนักงาน นางบอกว่าจะส่งส่วนที่แม่ต้องการอ่านภายหลังตามที่แม่ขอ
ฝนตกตอนนางเดินกลับ จึงหยุดใต้กันสาดของร้านที่เปิดอยู่ ปิดกระเป๋าให้สนิทและตรวจว่าห่อไม่โดนน้ำก่อนเดินต่อ
ครู่หนึ่งเยว่ชิงนึกถึงคำว่า “ค้าง” อีกครั้ง
เมื่ออยู่ในรายงาน มันเป็นช่องที่ผู้รวบรวมต้องอธิบาย เมื่ออยู่ในชีวิตของนาง มันเป็นเวลาหลายปีที่บิดาถูกกล่าวถึงโดยไม่มีโอกาสตอบ
หน้าที่หายไปไม่ได้พาเขากลับมา แต่มันทำให้ประโยคที่คนอื่นเคยใช้ปิดเรื่องไม่อาจยืนอยู่โดยไม่มีคำถามเหมือนเดิมได้อีก

ก่อนพ้นกันสาด เยว่ชิงกดมุมห่อกระดาษในกระเป๋าให้ราบ นางจะใช้สองหน้านั้นตามที่มันบอกได้จริง แล้วตามไปยังมือซึ่งเคยรับมันไว้
การที่หน้าหนึ่งไม่อยู่ในห่ออาจทำให้เรื่องดูเรียบร้อยกว่าที่มันเป็นในวันนั้น
แต่เมื่อรายการส่งยังอยู่ และสำเนาจากต้นทางเดินทางกลับมาถึง คนอ่านคนใหม่ก็มีเหตุจะเปิดแฟ้มที่เคยถูกปิดแล้วอีกครั้ง
นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI
