ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · Capítulo 49
ตอนที่ 49 — สะพานที่ขาดในฝน
Traducción pendiente. Se muestra el original tailandés.
ข่าวจากหลิวมาถึงร้านก่อนเที่ยงวันที่ยี่สิบสี่พฤษภาคม
เขามาแจ้งด้วยตนเอง ไม่ได้ฝากให้คนอื่นเดาว่านางคงรู้แล้ว เพื่อนบ้านที่รู้จักยอมไปด้วย เจ้าของห้องตกลงอยู่รับตอนเก็บเสื้อผ้าและกล่องส่วนตัวในช่วงบ่าย หากฝนไม่หนักจนเดินไม่ได้
“เขาบอกว่าทางถนนใหญ่ยังผ่านได้ ไม่ต้องใช้สะพานไม้” หลิวกล่าว “ข้าจะไปทางนั้นก่อน ถ้าต้องหยุดก็จะฝากข่าวกลับมา”
เยว่ชิงมองฝนซึ่งยังลงไม่แรงเท่าคืนก่อน งานของร้านวันนี้ไม่มีเรือนนัดคืนช่วงนั้น นางบอกว่าจะจัดโต๊ะและปิดช่วงบ่าย หากทันจะไปพบที่ลานหน้าทางเข้าห้อง ไม่ให้หลิวเดินย้อนหาเมื่อเวลาเปลี่ยน
“ไม่ต้องรอข้าจนมืด ถ้ามีคนที่ตกลงไปด้วยแล้ว ท่านไปตามนัดได้ แต่ถ้าทางปิด อย่าฝืนเพราะกล่อง”
เขารับคำและกลับไปแจ้งแม่ก่อนออกตามข้อตกลงที่พัก เยว่ชิงไม่ได้ขอกุญแจห้องจากเขา และไม่ได้เรียกกล่องกระดาษว่าเป็นของที่ต้องส่งมอบให้นาง
ใกล้บ่าย ฝนเปลี่ยนเสียง
จากเม็ดซึ่งฟังแยกกันได้ กลายเป็นผืนหนาทุบกระเบื้องจนเสียงนาฬิกาข้างผนังเบาลง เยว่ชิงยกถาดวัสดุออกจากขอบหน้าต่าง ย้ายเอกสารของร้านขึ้นชั้นแห้ง ตรวจตู้ซึ่งเก็บของส่วนตัว แล้วปิดบานหน้าต่างด้านที่ลมพัดเข้า
แฟ้มที่ได้จากเหอผิงยังอยู่ในตู้ สมุดปกน้ำเงินต้นฉบับยังอยู่ที่ศูนย์ ไม่ได้เดินทางข้ามคลองกับหลิวในวันนี้
นางติดคำแจ้งหยุดรับงานช่วงบ่ายก่อนล็อกร้าน กุญแจอยู่ในกระเป๋าด้านใน ถุงผ้าที่นำไปมีผ้าแห้งกับของจำเป็น ไม่ใส่เอกสารเรื่องพ่อทั้งชุดไปเผื่อว่าจะได้คำตอบใหม่กลางฝน
ถึงทางกว้าง คนเริ่มเดินสวนมาจากฝั่งห้องเช่า
หญิงคนหนึ่งอุ้มเด็กไว้ใต้ผ้า อีกคนถือถังเสื้อผ้า น้ำข้างทางสีขุ่นสูงจนมองขอบร่องระบายไม่เห็น เยว่ชิงหยุดถามทาง ไม่ใช้สภาพที่เห็นตอนเช้ามารับรองว่าบ่ายยังเหมือนเดิม
“ทางถนนใหญ่แถวนั้นเริ่มปิดแล้ว” ชายที่เข็นรถเปล่าบอก “น้ำจากทางเหนือเข้ามาเร็ว บ้านริมคลองกำลังย้ายคนออก เขาให้ไปรวมที่ศาลา”
เยว่ชิงถามว่ามีคนจากแถวห้องเช่าของหลิวออกมาแล้วหรือยัง แต่ชายผู้นั้นไม่ได้รู้จักชื่อทุกคน นางจึงไม่ถามซ้ำจนคำว่าไม่รู้เปลี่ยนเป็นคำปลอบใจ
นางเดินไปทางศาลาซึ่งอยู่บนพื้นที่สูงกว่า แจ้งคนประสานงานว่ามีชายวัยสี่สิบปลาย เสื้อเขียวหม่น ไปเก็บของพร้อมเพื่อนบ้านและเจ้าของห้องตามนัด หากพบอยากทราบว่าออกมาแล้วหรือไม่
ไม่นานเพื่อนบ้านผู้ไปกับหลิวก็เข้ามา เสื้อเปียกทั้งตัว เขาบอกว่าทั้งสามเปิดห้องตามนัดแล้ว ฝนหนักขณะกำลังเก็บของ น้ำไหลผ่านร่องระบายด้านหลังเข้าบริเวณห้องต่ำ เจ้าของห้องรีบไปช่วยพาคนอีกบ้านออก
“เขาเอากล่องลงมาแล้ว พื้นน้ำขึ้น ข้าไปเรียกคนช่วยขน ตอนกลับไป ทางแคบข้างห้องผ่านไม่ได้ เขาย้ายออกมาทางขั้นริมคลอง”
“เขายังอยู่ตรงนั้นหรือ”
“ข้าเห็นครั้งสุดท้ายตรงขั้นหินใต้สะพานไม้ คนกำลังเอาเชือกกับเรือไป”
เยว่ชิงหันไปหาผู้ประสานงาน ให้คำที่ได้ยินพร้อมบอกว่าตนรู้จักหลิว ไม่เดินลงไปคนเดียวโดยหวังว่าความรู้จักจะทำให้น้ำเบาลง
คนจากจุดช่วยเหลือพานางไปยังฝั่งที่ขึ้นจากศาลาได้ มีคนกันทางไม่ให้ผู้มุงเหยียบส่วนดินซึ่งน้ำเซาะ พวกเขากำลังเรียกคนที่ติดอยู่ให้ออกตามจุดที่จัดไว้
เยว่ชิงเห็นจิ้งโจวก่อนเห็นหลิว
เขาอยู่กับกลุ่มคนงานซึ่งนำเชือกและของใช้มาช่วยหลังงานที่โรงงานหยุดบางส่วนเพราะน้ำ เขาไม่ได้ตามนางมาจากร้านหรือรู้ล่วงหน้าว่าหลิวจะมาที่นี่ เพิ่งได้ยินชื่อจากคนประสานงานเมื่อครู่เหมือนกัน
“เจ้าอยู่ด้านนี้” เขาบอก ชี้พื้นหินซึ่งคนช่วยเหลือยืนอยู่ “ให้คนที่อยู่ข้างล่างเป็นคนส่งขึ้นมา”
นางพยักหน้า กวาดตามองจุดที่เขาชี้ก่อนขยับ
สะพานไม้ที่เห็นไกล ๆ ตอนเช้าไม่อยู่ในรูปเดิมแล้ว ช่วงกลางเอียงต่ำ ท่อนไม้กับเศษกิ่งติดขัดอยู่ใต้คาน น้ำกดโครงจนเกิดเสียงลั่นซึ่งดังผ่านฝน
ไม่มีใครชวนนางขึ้นไปเดินข้ามมัน
หลิวอยู่ตรงขั้นหินข้างฝั่ง มือหนึ่งยึดส่วนราวที่ยังแน่น อีกแขนประคองห่อผ้าเปียกไว้ชิดตัว เพื่อนบ้านเรียกเขาจากด้านบน คนช่วยเหลือข้างล่างกำลังรับตัวเขาออกจากจุดที่น้ำซัด
“หลิวเจิ้น!” เยว่ชิงเรียก
เขาเงยขึ้น ดวงตาจับที่นางได้เพียงครู่ ก่อนหันกลับไปฟังคนซึ่งอยู่ใกล้น้ำกว่า
“วางห่อก่อน!”
นางไม่รู้ว่าในห่อเหลือกระดาษเท่าไร แต่รู้ว่าคนที่ถือมันมีแขนเพียงสองข้าง
หลิวส่งห่อให้คนช่วย มันหนักและมีน้ำไหลจากมุมเชือก เขาเสียจังหวะระหว่างขยับจากขั้นต่ำ เข่ากระแทกหินจนหน้าบิด คนข้างล่างรับส่วนลำตัวไว้ทัน แต่ยังต้องมีคนช่วยขึ้นฝั่ง
เยว่ชิงคุกเข่าบนส่วนหินที่คนประสานงานให้ยืน ยื่นมือไปรับแขนที่เขาส่งขึ้น ไม่ได้พยายามยกตัวชายทั้งคนด้วยตนเอง แรงของคนข้างล่างกับคนถือเชือกช่วยพาเขาเข้าใกล้ขอบ
ทันใดนั้นเสียงแตกดังมาจากสะพาน
ช่วงไม้ที่เอียงอยู่หลุดลง น้ำกับเศษตะกอนกระแทกข้างฝั่งเป็นคลื่น เยว่ชิงรู้สึกพื้นใต้รองเท้าด้านหนึ่งลื่นออกไป มือที่จับแขนหลิวตึงจนหัวไหล่เจ็บ
นางมีเสี้ยววินาทีที่ไม่รู้ว่าตนอยู่บนหินหรือกำลังลงไปในน้ำ
มือของจิ้งโจวจับต้นแขนนางไว้ คนอีกคนช่วยพาหลิวขึ้นมาจากข้างล่าง เยว่ชิงไม่ได้ถูกลากให้ปล่อยคนที่ช่วย แต่ถูกประคองให้กลับเข้าพื้นที่มั่นคงพอที่คนทั้งหมดจะถอยได้

เมื่อหลิวพ้นขอบ น้ำซัดลงบนขั้นเดิมอีกครั้ง
เยว่ชิงนั่งลงบนพื้นหิน หายใจจนได้ยินเสียงตนผ่านฝน ข้อเท้าข้างที่ลื่นเจ็บ แต่ยังขยับได้ จิ้งโจวถามว่ายืนไหวหรือไม่ก่อนให้คนพาไปศาลา
นางมองหลิว เขากำลังไอ มือสั่น หน้าผากไม่มีบาดแผลใหญ่ที่เห็น แต่การไม่มีเลือดไม่ได้แปลว่าไม่ต้องให้คนดูอาการ
“ให้ตรวจเขาก่อน”
“ให้ตรวจทั้งสองคน” จิ้งโจวตอบ
เขาไม่ได้ถามว่านางได้กระดาษกลับมาหรือไม่
ที่ศาลา คนดูแลรับหลิวไปเช็ดตัว เปลี่ยนผ้าเปียกและตรวจอาการตามที่ทำให้ผู้หนีจากน้ำคนอื่น เยว่ชิงได้ผ้าแห้งคลุมไหล่ มีคนดูข้อเท้าและรอยเจ็บแขนของนาง บอกให้พักและตามอาการ ไม่ให้ถือว่าการยืนขึ้นได้คือเหตุให้เดินกลับไปริมน้ำอีก
จิ้งโจวต้องกลับไปช่วยอีกช่วงหนึ่ง เขาฝากให้คนดูแลแจ้งถ้ามีอาการเปลี่ยนก่อนออก ไม่ฝากนางดูแทนคนที่มีหน้าที่ และไม่ขอคำสัญญาใดเพราะจับแขนนางไว้ทัน
ถุงผ้าของเยว่ชิงถูกนำขึ้นมาตามหลัง เปียกด้านนอกแต่ไม่มีแฟ้มของพ่ออยู่ข้างใน ผ้าแห้งส่วนหนึ่งใช้ให้หลิวได้ ที่เหลือต้องแยกจากของเปียก
ห่อซึ่งหลิวเอาออกจากห้องอยู่บนโต๊ะอีกตัว
เขารอจนหายไอจึงเล่าว่ากล่องกระดาษในห้องถูกวางลงบนเก้าอี้ระหว่างเปิดเก็บ น้ำเข้าถึงขากล่องก่อนพวกเขาย้ายออกได้ เขาเอาเฉพาะแฟ้มส่วนตัวกับเสื้อบางชิ้นใส่ผ้า พอหนีมาตรงขั้นริมน้ำ ห่อก็ถูกน้ำซัดอีกครั้ง
“ข้าไม่ได้กลับไปเพื่อเอาเรื่องใหม่มาให้เจ้า” หลิวพูด “มันอยู่กับของที่ข้าเก็บชีวิตตัวเองไว้มานาน”
“ข้ารู้”
นางถามว่าเปิดดูสภาพด้วยกันได้หรือไม่ เขายินยอม จึงค่อยคลายผ้าด้านนอกตามที่คนดูแลจัดพื้นที่ให้ ไม่มีใครรีบรื้อของทุกชิ้นเพื่อหาหนึ่งบรรทัดที่อยากเห็น
ข้างในมีเสื้อเปียก แฟ้มบาง และสมุดปกผ้าสีน้ำตาลเล่มเล็ก หลิวบอกว่าเป็นสมุดคำนวณกับจดงานส่วนตัวของตนตั้งแต่ปลายปีเจ็ดสิบเจ็ดต่อมา ไม่ใช่ทะเบียนปกน้ำเงินที่ศูนย์เหอผิง และไม่ใช่สมุดที่ชิวอิงเคยเล่าถึง
เยว่ชิงยังไม่เคยอ่านสมุดส่วนตัวเล่มนี้ครบหน้าใดมาก่อน
กระดาษริมเล่มบวมติดกัน มีหมึกไหลออกมาตามขอบ ปกผ้าน้ำตาลเป็นรอยเข้มไม่สม่ำเสมอ นางมองเห็นเส้นที่เคยเป็นตัวหนังสือ แต่ยังไม่ได้เห็นคำที่อ่านได้แน่พอจะคัด
ในแฟ้มมีคาร์บอนรายการวันที่สิบห้ามกราคมกับบันทึกส่วนตัววันที่สิบแปดซึ่งหลิวเคยอนุญาตให้คัดวันที่สิบเจ็ดพฤษภาคม กระดาษสองส่วนนี้ก็ชื้นและมีคราบ บางบริเวณจางลงจากสภาพที่นางเคยเห็น ไม่ใช่เอกสารสะอาดครบทุกช่องซึ่งจะช่วยยืนยันคำคัดได้ทันที
สำเนาที่นางคัดและให้เขาตรวจลงชื่อไว้ก่อนหน้านี้ยังอยู่ร้าน ส่วนที่ยื่นไปค้นฝ่ายเอกสารก็ยื่นวันที่สิบแปดแล้ว น้ำวันนี้ไม่ได้ย้อนเวลาไปทำให้ทั้งหมดนั้นหายด้วย
แต่มันทำให้การตรวจเทียบต้นฉบับต่อไปยากขึ้นจริง

เยว่ชิงวางมือไว้ข้างโต๊ะ ไม่ดึงมุมหน้าที่ติดกันเพื่อให้รู้คำตอบในคืนนี้ ไม่เอาความทรงจำของตนเติมลงในช่องที่หมึกจางแล้วเรียกว่าฟื้นตัวหนังสือ
“ข้าควรเอามันออกมาตั้งแต่เมื่อวาน” หลิวกล่าว
“เมื่อวานท่านกำลังออกจากคนที่มาขู่ วันนี้เราได้ท่านออกจากน้ำแล้ว ส่วนกระดาษค่อยจัดตามสภาพ ไม่ต้องใช้มันลงโทษท่านซ้ำ”
เขาก้มมองสมุดสีน้ำตาล “บางหน้าข้าไม่ได้คัดที่อื่น”
นางไม่ตอบว่าคงอ่านได้หมดเมื่อแห้ง
มีเพียงเสียงฝนตรงชายคาอยู่ระหว่างทั้งสอง
เยว่ชิงขอผ้าสะอาดเพิ่มให้วางแยกสิ่งที่ออกจากห่อได้โดยไม่ฝืน จดรายการของที่เห็นและสภาพอย่างสั้น ๆ ตามที่หลิวอนุญาต ไม่จดว่าหน้าใดมีความผิดของใครทั้งที่ยังไม่ได้อ่าน ภาพรวมของความเสียหายต้องเก็บไว้ก่อนความหวังว่าจะกู้บางบรรทัดได้
ถัดจากโต๊ะ มีหญิงคนหนึ่งร้องไห้เพราะห่อผ้าของลูกลอยหาย เจ้าของบ้านอีกคนกำลังบอกชื่อญาติที่ยังมาไม่ถึง คนช่วยเหลือเดินเข้าออกพร้อมถังและผ้าห่มเปียก น้ำไม่ได้เลือกเพียงกล่องเอกสารของหลิว
เยว่ชิงมองทางไปสะพานผ่านม่านฝน ไม่เห็นคนมาขู่เมื่อคืนอยู่ตรงนั้น ไม่เห็นเหตุให้เรียกการหักของไม้ว่าเป็นฝีมือใครจากความกลัวเพียงอย่างเดียว
เรื่องคุกคามต้องค้นต่อจากเรื่องคุกคาม ส่วนฝน น้ำ และโครงสะพานที่พังต่อหน้าเป็นสิ่งที่เกิดให้เห็นวันนี้ นางจะไม่รวมทุกเหตุเป็นคำตอบเดียวเพราะมันทำให้นางสูญเสียเหมือนกัน
จิ้งโจวกลับเข้าศาลาช่วงใกล้เย็น เสื้อเปียกจนสีเข้มขึ้น เขาถามอาการหลิวและข้อเท้าของเยว่ชิง แล้วช่วยหาทางฝากข่าวถึงแม่ผ่านคนที่กลับทางกว้างซึ่งคนประสานงานยืนยันยังใช้ได้
ข่าวบอกว่าทั้งสองอยู่ศาลา ได้รับการดูอาการแล้ว และยังไม่เดินกลับจนทางกับอาการพร้อม ไม่มีคำว่ากลับแน่ภายในเวลาใดที่คนส่งข่าวรับรองไม่ได้
เยว่ชิงขอให้ส่งข่าวนี้ตามจริง แม่ไม่ควรรออยู่หน้าประตูโดยคิดว่าพวกเขาเพียงเก็บเสื้อผ้าช้า
ขณะรอ นางขอบคุณจิ้งโจวเรื่องแขนที่จับไว้
“เจ้าบอกข้าได้ถ้ามันเจ็บขึ้น” เขาตอบ
ไม่มีคำว่าเจ้าต้องเชื่อฟังข้าต่อไป ไม่มีราคาแทนคำว่าไม่ปล่อยให้ตกน้ำ เยว่ชิงยังเหนื่อยเกินจะพูดเรื่องหัวใจ แต่ความเงียบข้างเขาไม่ได้บีบให้นางต้องหาของตอบแทน
เมื่อคนดูแลให้หลิวพักต่อและฝนยังไม่หยุด ทั้งสองตกลงอยู่ที่ศาลาจนประเมินทางได้อีกครั้ง ห่อเอกสารอยู่บนโต๊ะส่วนที่จัดให้ หลิวเป็นเจ้าของและรับรู้ว่าเก็บตรงไหน ไม่มีใครถือสมุดสีน้ำตาลกลับร้านลับหลังเขา
เยว่ชิงมองขอบหน้าที่บวมติดกันอีกครั้ง
นางช่วยคนที่เคยเห็นงานของพ่อขึ้นจากน้ำได้ แต่ไม่ได้ช่วยทุกคำบนกระดาษกลับมาได้พร้อมเขา
คืนนี้นางจะต้องยอมให้สองเรื่องนั้นอยู่ด้วยกัน ก่อนเริ่มถามในวันต่อไปว่าจะตามความจริงต่อจากส่วนที่ยังเหลือได้อย่างไร
นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI
