ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · Capítulo 7
ตอนที่ 7 — สามพันหยวนที่เดินทางสองครั้ง
Traducción pendiente. Se muestra el original tailandés.
นาฬิกาของถังเซิงยังเดินอยู่ตอนเยว่ชิงลงมาจากชั้นบน
เธอยืนเทียบเวลากับเรือนบนผนัง จดผลไว้ใต้บันทึกเมื่อคืน แล้วเก็บเครื่องมือเข้าถาด ยังมีความคลาดเคลื่อนที่ต้องดูต่อ เธอจึงติดใบงานไว้ข้างตัวเรือน ไม่เขียนว่าซ่อมเสร็จเพียงเพราะมันไม่หยุดกลางคืน
แสงเช้าวันที่สิบแปดเมษายนส่องผ่านกระจกเก่าเป็นสีอ่อน เยว่ชิงมองหมายเลข 3176 ที่จดไว้ในสมุด แล้วปิดหน้านั้น
วันนี้เธอจะไปโรงงาน แต่ไม่จำเป็นต้องพาเบาะแสทุกชิ้นไปด้วย
จดหมายของพ่ออยู่ในซองเดิมเหนือชั้นเก็บงาน คำขอดูสมุดเวรมีสองฉบับอยู่ในมือ สำเนาบันทึกการตรวจเงินเมื่อวานอยู่ในกระเป๋าอีกช่อง ทั้งสามเรื่องเกี่ยวข้องกับโรงงานเดียวกัน แต่เธอยังไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่
โจวผิงไม่ได้อยู่หน้าประตูตอนเธอไปถึง ยามอีกคนชี้ทางฝ่ายธุรการโดยไม่ถามเรื่องเงิน เยว่ชิงบอกชื่อและเหตุที่มาอย่างสั้น ไม่เติมชื่อคนที่คุยด้วยเมื่อวานลงไป
หัวหน้าตู้กำลังจัดจดหมายบนโต๊ะ เขาเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินชื่อร้านหลิน
“เรื่องเมื่อวานยังไม่จบหรือ”
“ยังมีรายการที่ต้องตรวจค่ะ วันนี้ฉันนำคำขอมายื่นอีกเรื่องด้วย”
เธอวางกระดาษสองฉบับให้เขาดูพร้อมกัน ไม่ยื่นเพียงแผ่นเดียวแล้วคาดหวังว่าจะจำข้อความได้ทั้งหมดภายหลัง

หัวหน้าตู้อ่านวันเดือนปีแล้วมองเธอ “สิบหกมกราคม นี่ไม่ใช่วันเกิดเรื่องเงิน”
“ฉันทราบค่ะ เป็นวันที่อยู่ในใบงานเก่าของพ่อ ฉันต้องการตรวจว่าใครรับผิดชอบเวรและมีรายการเข้าออกที่เกี่ยวกับงานซ่อมหรือไม่”
“สมุดเวรมีข้อมูลคนอื่นอยู่ จะให้เปิดทั้งเล่มไม่ได้”
“ถ้าเปิดทั้งเล่มไม่ได้ ขอแจ้งว่าจะตรวจเฉพาะรายการได้อย่างไร ฉันไม่ได้ขอเอาต้นฉบับออกจากโรงงาน”
ชายตรงหน้าใช้ปลายนิ้วกดมุมกระดาษอยู่ครู่หนึ่ง เยว่ชิงไม่รู้ว่าเขากำลังคิดถึงขั้นตอนจริงหรือคิดถึงคนที่ไม่อยากให้เธอพบ เธอจึงไม่รีบเลือกคำตอบแทนเขา
“ต้องส่งให้ผู้ดูแลสมุดตรวจคำขอก่อน”
“อย่างนั้นขอให้รับคำขอไว้ และลงวันที่รับบนฉบับของฉันค่ะ”
เขาถอนใจ แต่หยิบตรากับปากกามาเขียนชื่อผู้รับไว้บนกระดาษอีกฉบับ
“รับไว้ไม่ได้หมายถึงอนุญาต”
“ฉันเข้าใจค่ะ”
เยว่ชิงอ่านวันที่ที่เขาเขียนก่อนเก็บ เธอไม่ได้ได้สมุดเวรมาในมือ แต่มีหลักฐานว่าคำถามของเธอถูกส่งเข้าไปแล้ว
“ส่วนรายการเงินสามพันหยวน” เธอพูด “เมื่อวานฉันเห็นเพียงใบรับคืน ฉันขอตรวจใบเบิกที่มันอ้างถึงได้ไหม ร้านยังไม่เคยได้รับเงินก้อนนี้ และฉันไม่อยากให้ชื่อร้านถูกใช้ปิดรายการผิด”
หัวหน้าตู้ดึงบันทึกการตรวจที่เธอนำมาวางกลับมาอ่าน เขาหยุดตรงข้อความว่าผู้เข้าตรวจไม่รับรองการรับเงินหรือส่งมอบของ
“เธอเป็นคู่หมั้นสวีเหวินเต๋อ”
“เรื่องนั้นไม่ได้ทำให้ฉันเป็นผู้รับเงินแทนเขาค่ะ”
ห้องเงียบไปชั่วขณะ
เยว่ชิงรู้สึกถึงแรงกดของถ้อยคำที่ตนพูด เมื่อวานเธอใช้คำถามหลบกับดัก วันนี้เธอต้องกล่าวขอบเขตของตนให้ชัด คนตรงหน้าอาจไม่ชอบ แต่หากเธอไม่บอก คนอื่นจะบอกแทนว่าเธอรับปากอะไรไว้แล้ว
หัวหน้าตู้เขียนข้อความสั้น ๆ บนกระดาษอีกใบ อนุญาตให้ฝ่ายบัญชีแสดงเอกสารของรายการที่เป็นข้อสงสัย โดยมีเจ้าหน้าที่อยู่ด้วยและไม่ให้นำต้นฉบับออก
“เฉพาะรายการนี้ เรื่องสมุดเวรรอคำตอบ”
เยว่ชิงอ่านขอบเขตแล้วพยักหน้า “ฉันจะตรวจตามนี้ค่ะ”
เธอไม่ขอบคุณเขาที่ช่วยพิสูจน์ความบริสุทธิ์ เพราะเขายังไม่ได้ทำเช่นนั้น ขอบคุณเพียงที่รับคำขอและระบุวิธีตรวจให้ชัด
หานซิ่วอยู่หลังโต๊ะเดิม แก้วน้ำยังมีไออุ่นลอยขึ้นข้างสมุดปกน้ำเงิน หญิงสาวขยับแว่นเมื่อเยว่ชิงยื่นกระดาษของหัวหน้าตู้ให้
“วันนี้คุณมาเองหรือคะ”
“ค่ะ ฉันอยากขอดูต้นทางของใบรับคืนเมื่อวาน”
หานซิ่วอ่านคำอนุญาตก่อนเปิดตู้ เธอไม่ได้ทำเหมือนคนที่ยินดีให้ใครหยิบเอกสารตามใจ แต่ก็ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังเป็นข้ออ้างซ่อนทุกอย่าง
“ฉันให้ดูรายการที่เกี่ยวข้องได้ ถ้าต้องการสำเนา ต้องลงบันทึกขออีกครั้ง”
“ตกลงค่ะ ฉันขอจดหมายเลข วันที่ และชื่อช่องรายการก่อน”
หานซิ่วหยิบแฟ้มคืนเงินเล่มเดิมขึ้นมา เยว่ชิงเห็นจำนวนสามพันหยวน วันที่สิบหกเมษายน และเวลาสิบสี่นาฬิกายี่สิบนาทีเหมือนเมื่อวาน ชื่อเหวินเต๋อยังอยู่ในช่องผู้รับ
วันนี้เธอไม่หยุดอยู่ตรงนั้น
“ตรงที่เขียนว่าอ้างรายการเดิม หมายถึงใบอะไรคะ”
หญิงสาวหลังโต๊ะไล่นิ้วลงไปถึงรหัส จ-0412 แล้วเปิดสมุดอีกเล่มเพื่อหาเลขเดียวกัน
กระดาษสองแผ่นมีสีไม่เท่ากัน ใบหนึ่งมีรอยมือจับหลายครั้ง อีกใบขอบยังคม เมื่อวางข้างกัน มันเหมือนคนสองคนที่ถูกสั่งให้เล่าเรื่องเดียวกัน แต่ไม่มีใครยอมให้พบหน้า

ใบแรกลงวันที่สิบสองเมษายน เป็นเงินเบิกไปจัดซื้ออะไหล่ จำนวนสามพันหยวน ผู้รับไปดำเนินการมีชื่อสวีเหวินเต๋อ ช่องชื่อร้านหลินปรากฏอยู่ในข้อความประกอบงานซ่อม แต่ช่องรับเงินของร้านว่าง
ใบที่สองลงวันที่สิบหก เป็นเงินคืนจากฝ่ายจัดซื้อ อ้างถึงเลขเดิม
“นี่คือเงินสองก้อนหรือก้อนเดียวกัน” เยว่ชิงถาม
หานซิ่วไม่ตอบจากจำนวนอย่างเดียว เธอพลิกสมุดหารายการอ้างอิงอีกหน้า แล้ววางปลายดินสอใกล้รหัสโดยไม่ขีดบนต้นฉบับ
“เอกสารระบุว่าเป็นการเบิกและคืนภายใต้รายการเดียวกันค่ะ แต่ต้องตรวจว่าการส่งเงินแต่ละครั้งทำครบตามที่เขียนหรือเปล่า”
“ไม่ได้แปลว่าร้านรับไปสามพันแล้วต้องหาอีกสามพันมาคืน”
“ไม่ใช่จากสองแผ่นนี้”
เยว่ชิงค่อย ๆ วางกระดาษที่ตนจดลงบนโต๊ะ เธอเพิ่งรู้ว่ารายการเงินสามารถเดินทางบนกระดาษได้ โดยไม่เคยเดินผ่านมือคนที่ถูกกล่าวหาว่าถือมันไว้
เหวินเต๋อเคยบอกว่าเป็นเงินของงานที่ร้านรับไว้ พ่อเป็นคนทำ และเธอไม่เข้าใจเพราะไม่รู้เรื่องเก่า
แต่วันที่สิบสองเมษายนอยู่หลังวันที่พ่อเสียเกือบสามเดือน
งานอาจเริ่มจากพ่อจริงได้ เงินที่เบิกภายหลังอาจเกี่ยวกับงานค้างจริงได้ สิ่งเหล่านั้นไม่ทำให้ลายเซ็นที่ไม่มีอยู่ในช่องรับเงินปรากฏขึ้นมาเอง
“มีใบส่งเงินให้ร้านแนบไว้ไหมคะ”
หานซิ่วเปิดปกแฟ้มและตรวจรายการเอกสารแนบ “ในแฟ้มนี้ไม่มีค่ะ ฉันต้องถามฝ่ายที่ส่งแฟ้มว่ามีเก็บแยกหรือไม่”
“ช่วยเขียนว่าไม่พบในแฟ้มที่ตรวจวันนี้ได้ไหม ไม่ใช่เขียนว่าไม่มีอยู่ที่ไหนเลย”
หญิงสาวเงยหน้ามองเธอ แล้วหยิบกระดาษบันทึก
เมื่อวานหานซิ่วระวังว่าทุกคำตอบอาจทำให้ใครโกรธ วันนี้คนที่มาถามกลับระวังไม่ให้คำตอบของเธอถูกใช้เกินสิ่งที่รู้
“คุณต้องการตรวจเรื่องร้าน หรือจะตรวจเรื่องเหวินเต๋อ”
คำถามนั้นไม่ได้เบา เยว่ชิงได้ยินสิ่งที่อยู่ข้างหลังมัน หากเป็นการทะเลาะของคู่หมั้น หานซิ่วอาจกลายเป็นคนที่ถูกดึงเข้าไปแล้วถูกทิ้งไว้กลางทาง
“วันนี้ฉันต้องการรู้ว่าชื่อร้านอยู่ในรายการอย่างไรค่ะ ถ้าพบว่าใครทำผิด ต้องมีหลักฐานของเรื่องนั้นต่างหาก ฉันไม่ขอให้คุณเลือกข้างฉัน”
“แต่ถ้าเขามาถามว่าฉันพูดอะไร”
“คุณบอกได้ว่าแสดงเอกสารตามคำอนุญาต และตอบเท่าที่เอกสารระบุ ฉันจะไม่อ้างว่าคุณรู้เห็นเรื่องที่คุณไม่ได้บอก”
หานซิ่วขยับแฟ้มที่บังแสงออกเล็กน้อย แล้วเขียนวันที่บนบันทึกการตรวจ
เยว่ชิงมองช่องปิดรายการรับคืนเงิน
มันยังไม่มีรอยตรวจรับเงินเข้าตู้ที่ครบถ้วน
“ถ้าเหวินเต๋อรับเงินคืนแล้ว เงินต้องไปที่ไหนต่อ”
“ส่งเข้าจุดเก็บเงินและลงรายการค่ะ แต่ฉันเป็นคนจัดเอกสาร ไม่ได้เห็นเงินสดทุกครั้ง”
“แล้วเอกสารที่ยืนยันขั้นต่อไปอยู่ที่ไหน”
หานซิ่วพลิกหาหน้าที่ควรแนบไว้ตามรายการ ทว่ากระดาษคั่นระบุเพียงว่ายังรอส่ง
เธอไม่ได้พูดคำว่าขโมย
เยว่ชิงก็ไม่ได้พูด
ช่องว่างอาจเกิดจากการส่งแฟ้มช้า งานยังไม่ปิด หรือมีใครตั้งใจเว้นไว้ ทุกอย่างเป็นไปได้ จนกว่าจะรู้ว่าใครถือเอกสารและใครรับเงินในช่วงถัดไป
สิ่งหนึ่งต่างออกไปจากเมื่อวานแล้ว
ไม่มีเส้นทางที่ยืนยันว่าร้านหลินรับเงินสามพันหยวน และไม่ใช่หน้าที่ของเธอที่จะเติมช่องว่างด้วยชื่อของตนเอง
เยว่ชิงขอสำเนาเฉพาะใบเบิก ใบรับคืน และบันทึกว่าไม่พบใบส่งเงินให้ร้านในแฟ้มที่ตรวจ หานซิ่วลงรายการคำขอไว้ เธอจะให้ผู้รับผิดชอบรับรองก่อนส่งออก ไม่ฉีกหน้าใดจากสมุดแล้วลอบยื่นให้
“วันนี้ฉันเอาได้เพียงบันทึกการตรวจใช่ไหมคะ”
“ค่ะ ส่วนสำเนาต้นเอกสารต้องรอ แต่หมายเลขที่คุณจดถูกแล้ว”
เยว่ชิงอ่านชื่อช่องและวันที่จากสมุดของตนให้ฟังทีละรายการ หานซิ่วตรวจเทียบจนจบ จากนั้นทั้งสองลงชื่อในบันทึกว่าได้แสดงเอกสารใด ไม่มีข้อความรับผิดแทนใครเพิ่มขึ้นในตอนท้าย
ขณะที่หานซิ่วเก็บแฟ้ม กระดาษแผ่นเล็กหลุดจากปกด้านในลงบนโต๊ะ เป็นรายการติดตามเอกสารที่เขียนด้วยลายมืออีกคน
มีข้อความว่ารอผู้แทนร้านลงชื่อ
ไม่มีชื่อผู้เขียนอยู่ใต้บรรทัดนั้น
เยว่ชิงมองมันแล้วถาม “แผ่นนี้เป็นส่วนหนึ่งของเอกสารที่ให้ฉันรับรองเมื่อวานหรือเปล่า”
หานซิ่วก้มอ่าน “ฉันยังบอกไม่ได้ค่ะ ต้องถามว่าใครแนบมา”
“อย่างนั้นอย่าเขียนว่าเป็นของเขาเพียงเพราะอยู่ในแฟ้มนี้”
เยว่ชิงจดข้อความและตำแหน่งที่พบลงในหน้าข้อสงสัย ไม่ใส่ชื่อเหวินเต๋อต่อท้าย ถึงเธอจะสงสัยเขามากที่สุดก็ตาม
ก่อนออกจากห้อง เธอหยุดมองแฟ้มทั้งสองเล่ม
เงินสามพันหยวนถูกเบิกออกหนึ่งครั้ง และมีเอกสารว่าถูกส่งคืนอีกครั้ง ใครบางคนกลับต้องการให้เธอลงชื่อเหมือนเงินนั้นเพิ่งเริ่มเดินทางมาถึงร้าน
การโจรกรรมอาจเกิดขึ้นจริงในขั้นที่เธอไม่เห็น
หรือสิ่งที่เรียกว่าเงินหายอาจถูกสร้างขึ้นจากการนำกระดาษคนละขั้นมาปะติดกัน
เธอยังไม่มีสิทธิ์เลือกคำตอบที่สะใจที่สุด แต่มีสิทธิ์ปฏิเสธไม่ให้ชื่อของตนกลายเป็นสะพานข้ามข้อเท็จจริง
หานซิ่วส่งสำเนาบันทึกการตรวจให้ “เก็บแผ่นนี้ไว้ก่อนค่ะ”
“ฉันจะเก็บค่ะ แล้วถ้าสำเนาที่ขอมีปัญหา ช่วยบอกเหตุผลตามจริง ไม่ต้องเสี่ยงนำอะไรออกมาให้ฉัน”
หญิงสาวหลังโต๊ะพยักหน้า ครั้งนี้ไม่มองประตูก่อนตอบ
เยว่ชิงออกจากโรงงานตอนแสงเช้าเริ่มแรง คำขอดูสมุดเวรยังรอพิจารณา สำเนาเอกสารเงินยังรอรับรอง แต่มือที่กำกระดาษของเธอไม่สั่นเหมือนวันที่ถูกยื่นใบรับผิดให้ในชีวิตก่อน
เธอมีงานลูกค้าที่ต้องกลับไปดู มีคนที่นัดว่าจะบอกผลซ่อมบ่ายนี้ และมีคำถามซึ่งต้องตรวจทีละขั้น
เมื่อเดินเข้าปากตรอก เพื่อนบ้านที่กำลังกวาดพื้นเรียกให้หยุด
“เยว่ชิง ร้านหนูยังเปิดอยู่ใช่ไหม”
“เปิดค่ะ ทำไมหรือคะ”
หญิงคนนั้นลังเล มองคนสองคนที่นั่งอยู่หน้าร้านถัดไป ก่อนลดเสียงลง
“เช้านี้มีคนบอกว่าหนูไม่เหมือนเดิม อย่าเอาของไปฝากซ่อมให้ยุ่งยาก ฉันเห็นหนูเดินถือเอกสารมา เลยอยากถามจากปากหนูเอง”
เยว่ชิงมองประตูร้านของตนที่อยู่ไม่ไกล
เมื่อชื่อของเธอเข้าไปปิดช่องว่างในบัญชีไม่ได้ ใครบางคนอาจกำลังทำให้ชื่อนั้นไม่มีราคาในตรอกแทน
เธอคลายมือจากกระดาษอย่างช้า ๆ
“ร้านยังเปิดค่ะ ถ้ามีของจะซ่อม ฉันทำใบรับให้และบอกราคาก่อนทุกครั้ง”
เธอจะไม่ใช้เสียงตะโกนเป็นคำตอบแรก
บ่ายนี้ นาฬิกาหนึ่งเรือนต้องได้คำตอบที่ซื่อตรงก่อน
นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI
