Reading settings

ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · Chapter 107

ตอนที่ 107 — ประโยคที่ใช้หลอกทั้งเมือง

Translation not ready. Showing the Thai original.

คนที่รับงานต่อจากเยว่ชิงถามถึงช่องซึ่งยังไม่ได้ลงผล

นางอธิบายขั้นที่ทำแล้วกับเครื่องมือที่ใช้ ไม่ชี้ช่องว่างแล้วบอกว่าไม่น่ามีปัญหา เพียงเพราะต้องออกเดินทางในคืนนั้น

หลังได้รับอนุญาตให้ลาเพื่อการนัดตรวจที่ชิงเหอ เธอส่งต่องานตามรายการ ให้ผู้รับตรวจเทียบสิ่งที่ยังต้องทำก่อนออก หนังสืออนุญาตระบุช่วงเดินทางกับวันกลับไปรายงานตัววันที่ยี่สิบห้า ไม่ได้อนุญาตให้ค้างอยู่จนเรื่องของพ่อจบทั้งหมด

เยว่ชิงยืนยันเวลาถึงกับแม่ตามช่องทางที่ตกลงไว้ก่อนซื้อตั๋ว

คืนวันที่ยี่สิบกุมภาพันธ์ รถไฟพาเธอออกจากหลานโจว เช้าวันถัดมาจึงลงที่ชิงเหอพร้อมกระเป๋าผ้าใบเดิม

ในกระเป๋ามีสำเนาที่ถือได้กับรายการแหล่งเอกสาร ไม่มีสมุดต้นฉบับของชิวอิง ไม่มีแบบต้นฉบับของช่างเซี่ย และไม่มีชิ้นส่วนของพ่อซึ่งถูกย้ายออกจากตู้แม่โดยไม่ได้ถาม

นางจับราวบันไดสถานีแล้วเดินลงช้า ๆ

หนาวครั้งนี้ไม่เหมือนวันที่รีบกลับไปหาแม่เมื่อสองปีก่อน แม่รู้ว่าจะมาถึงและเลือกเวลาพักของตนไว้แล้ว แต่เยว่ชิงยังต้องยอมให้สิ่งที่พบในห้องตรวจเป็นคำตอบของวันนั้น ไม่ใช่คำตอบที่เตรียมมาให้ทุกคนเลือกเหมือนกัน

เยว่ชิงกลับถึงชิงเหอตามหนังสือนัดและช่วงลาที่อนุญาต โดยถือสำเนาตามขอบเขตและเดินลงบันไดสถานีอย่างระมัดระวัง
เยว่ชิงกลับถึงชิงเหอตามหนังสือนัดและช่วงลาที่อนุญาต โดยถือสำเนาตามขอบเขตและเดินลงบันไดสถานีอย่างระมัดระวัง

แม่กินอาหารเช้าไปแล้ว เหลือข้าวไว้ให้ลูกตามที่บอกกัน

ก่อนพักบ่าย นางถามว่าวันรุ่งขึ้นมีใครต้องชี้แจง

“เฉียวหงด้วยเจ้าค่ะ ส่วนที่เกี่ยวกับฝ่ายจัดซื้อกับการรับงาน ฉันยังไม่รู้ว่าเขาจะยอมรับคำใด”

แม่ไม่ได้หยิบกระดาษของพ่อมาวางเพิ่ม

“ชื่อคนมานั่งตอบ ไม่ใช่คำตอบเอง”

เยว่ชิงรับคำ แล้วจัดของเฉพาะที่ใช้ตามหนังสือนัด

เช้าวันที่ยี่สิบสอง ห้องตรวจมีเก้าอี้ซึ่งถูกแยกตำแหน่งตามคนที่จะให้คำ ไม่ได้จัดให้คู่ที่เห็นต่างนั่งชิดกันแล้วอ่านกระดาษแผ่นเดียว

เหอจวิ้นเฉิงกล่าวขอบเขตของการทวนในวันนี้ก่อนเริ่ม หลัวถิงตรวจรายการแหล่งกับส่วนที่ต้องใช้ ไม่เปิดคำของพยานทุกคนให้ผู้เข้าร่วมถือกลับไปเอง

เฉียวหงมาถึงพร้อมแฟ้มบาง

เยว่ชิงจำเสื้อสีน้ำตาลกับน้ำเสียงที่เคยอธิบายข้อเสนอค่าจ้างได้ ครั้งก่อนเขาให้ทางกลับบ้านเกือบเท่าตัวของรายได้เดิม แลกกับการปิดคำขอเอกสารที่ค้างอยู่ นางไม่รับเงื่อนไขนั้น

วันนี้ไม่มีรายการค่าจ้างใหม่วางรอให้เธอคิด

เฉียวหงเริ่มจากภาพของโรงงาน

งานที่ต้องส่ง ผู้รับของที่ต้องรอ คนทำงานที่มีครอบครัว และความยากของการหาชิ้นส่วนในเวลาสั้น เขาเล่าราวกับทุกปัญหาอยู่บนโต๊ะเดียวกับตนตั้งแต่เช้าจนดึก

“พวกเราต้องทำเพื่อโรงงาน” เขากล่าว “ถ้าหยุดรอทุกใบให้ครบ งานทั้งเมืองก็เดินไม่ได้ คนที่มองย้อนหลังควรเห็นด้วยว่าตอนนั้นคนรับผิดชอบแบกอะไรอยู่”

ประโยคทำเพื่อโรงงานทำให้ในห้องเงียบไปชั่วครู่

มันใหญ่พอจะวางทับชื่อของคนที่เสียชีวิต และกว้างพอจะให้คนที่ถามกลายเป็นฝ่ายไม่สนใจคนหาเลี้ยงครอบครัว

เหอจวิ้นเฉิงขอให้เขาตอบตามรายการซึ่งแจ้งไป

ผู้เก็บเอกสารของฝ่ายจัดซื้อส่งส่วนที่เพิ่งค้นและเทียบแหล่งได้มาเพิ่มเติมตามคำขอของคณะ หนังสือนำระบุที่เก็บต้นฉบับกับขอบเขตสำเนา ไม่ใช่กระดาษซึ่งเฉียวหงหยิบจากแฟ้มตนแล้วให้ทุกคนถือว่าเป็นของจริงทันที

มันเป็นส่วนบันทึกส่งผ่านฝ่ายจัดซื้อวันที่สิบสี่มกราคมปีเจ็ดสิบแปด อ้างถึงงานซ่อมชุดเดิมกับเอกสารที่ส่งประกอบ เป็นส่วนซึ่งก่อนหน้านี้ยังไม่ได้สำเนาครบจากผู้เก็บ

หลัวถิงบอกชัดว่าสิ่งที่ได้ใหม่คือแหล่งที่ตรวจตามได้กับข้อความในส่วนนี้ ไม่ใช่หลักฐานว่าเครื่องถูกใช้อย่างไรในวันที่สิบหก

ในข้อความมีการให้เร่งรวบรวมและส่งต่อชุดสำหรับเทียบ พร้อมเอกสารประกอบ

เฉียวหงรับว่าเป็นงานที่ฝ่ายของเขาประสาน และยืนยันส่วนลายมือของตนซึ่งปรากฏในบันทึกส่งผ่านให้ตรวจร่วมกับต้นฉบับได้

เขาไม่ได้ยืนยันลายมือของผู้ขอเปลี่ยนแทนหม่าจื้อเฉิง และไม่ได้บอกว่าเป็นคนยืนดูช่างลงมือทุกขั้น

“ถ้าถามว่าทำไมต้องเร่ง ข้าตอบได้ว่าเพื่อไม่ให้งานค้าง เพื่อโรงงาน ไม่ใช่เพื่อใครคนเดียว”

เยว่ชิงยกมือขอถามเมื่อถึงช่วงที่ผู้รับผิดชอบเปิดให้

“การเร่งส่งของกับการอนุญาตให้ใช้ชุดที่เปลี่ยนแล้วเป็นคำสั่งเดียวกันหรือเจ้าคะ”

เฉียวหงมองมาที่เธอ

“งานแต่ละส่วนต้องเข้าใจสถานการณ์ร่วมกัน”

“ฉันถามถึงขอบเขตของส่วนที่ท่านให้ส่ง ไม่ได้ถามว่าควรเห็นใจใครค่ะ”

หลัวถิงวางส่วนบันทึกส่งผ่านไว้แยกจากคำขอเปลี่ยนกับข้อความรับแจ้งวันที่สิบห้า

เฉียวหงกล่าวว่าฝ่ายจัดซื้อจัดให้ของกับเอกสารเดินไปตามทาง การประกอบและการตรวจหลังเปลี่ยนเป็นหน้าที่ซึ่งต้องดูคนของส่วนนั้น

“ถ้าอย่างนั้น ความเร่งในแผ่นของท่านก็ยังไม่ใช่ใบรับรองว่าผู้ยืนหน้าเครื่องใช้ได้แล้ว” เยว่ชิงกล่าว

“ข้าไม่ได้เขียนให้คนทำร้ายตัวเอง”

“ฉันไม่ได้บอกว่าท่านเขียนประโยคอย่างนั้น ฉันขอให้แยกว่าคำที่ท่านเขียนอนุญาตอะไร และไม่ได้อนุญาตอะไร”

เหอจวิ้นเฉิงให้ลงคำตอบตามขอบเขต ไม่ใช้การพูดถึงเจตนาดีแทนการตรวจเอกสารที่ต้องมีในแต่ละขั้น

เฉียวหงยืนขึ้นเพื่ออธิบายแฟ้มที่ถือมา ก่อนหยุดอยู่ใกล้หน้าต่าง เยว่ชิงรอในพื้นที่ของตน ไม่เดินเข้าไปหยิบแผ่นในมือเขา

เยว่ชิงถามขอบเขตคำสั่งต่อเฉียวหงในห้องตรวจ โดยไม่ยอมให้คำว่าเพื่อโรงงานแทนคำตอบว่าใครอนุญาตขั้นใด
เยว่ชิงถามขอบเขตคำสั่งต่อเฉียวหงในห้องตรวจ โดยไม่ยอมให้คำว่าเพื่อโรงงานแทนคำตอบว่าใครอนุญาตขั้นใด

เขาเปลี่ยนไปพูดเรื่องผลของการรื้อคำเก่า

“คนที่อยู่ข้างล่างจะกลัวกันหมด ถ้าทุกคนต้องกลับมาดูว่าครั้งใดเขียนอะไร งานปัจจุบันใครทำ เจ้าอยากให้คนงานเสียรายได้เพราะไม่มีใครกล้าตัดสินใจหรือ”

เยว่ชิงรู้ว่าความกลัวงานหยุดไม่ใช่เรื่องที่แต่งขึ้นได้เบา ๆ เธอเองต้องขอลา ส่งต่องาน และจ่ายค่าเดินทางจากเงินของตน แม่ยังต้องซื้ออาหารและให้คนช่วยตามที่ตกลง ไม่ได้กินคำว่าได้ความจริงแทนข้าว

หากนางตอบว่าคนซื่อตรงไม่ต้องกลัว ก็จะเอาความง่ายในประโยคของตนไปกดคนซึ่งรู้ว่าบางคำถามมีผลจริงต่อชีวิต

เธอจึงไม่ตอบเช่นนั้น

“คนงานที่ต้องรอรายได้มีอยู่จริงค่ะ ฉันจึงถามว่าคนยืนทำงานได้รับข้อมูลอะไร เขารู้ไหมว่าส่วนใดยังไม่ผ่านการตรวจ เขามีทางรายงานว่าต้องหยุดหรือไม่ ใครรับคำรายงานนั้น และใครมีหน้าที่ตอบแทนการให้เขากลัวอยู่คนเดียว”

เฉียวหงวางมือบนแฟ้ม

“เจ้าพูดเหมือนคนข้างล่างไม่มีความรับผิดชอบ”

“ฉันเคยทำชุดฝึกเสีย และรับส่วนที่มือฉันทำไว้แล้ว การมีผู้ดูแลไม่ได้ลบความผิดของคนทำ แต่ความผิดของผู้ทำก็ไม่ทำให้หน้าที่ของคนตรวจ คนสั่ง และคนส่งเอกสารหายไปค่ะ”

นางมองบันทึกซึ่งวางแยกบนโต๊ะของผู้ตรวจ

“ถ้าคนต้องยืนหน้าเครื่องรู้ว่ายังต้องรอ แต่ถูกบอกเพียงว่าทำเพื่อโรงงาน คำว่าโรงงานก็ควรมีชื่อคนที่รับผิดชอบคำตอบต่อเขา ไม่ใช่เหลือแต่ชื่อของเขาเมื่อเกิดผล”

เฉียวหงไม่ได้ตอบทันที

เหอจวิ้นเฉิงขอให้เขาระบุว่าฝ่ายจัดซื้อส่งคำเตือนหรือเงื่อนไขใดไปพร้อมเอกสาร ใครรับ และมีข้อมูลรับปลายทางใดซึ่งตรวจได้ หากไม่อยู่ในมือวันนี้ ให้ระบุแหล่งเพื่อขอจากผู้เก็บ ไม่เติมว่าผู้รับคงทราบเอง

เฉียวหงตอบส่วนที่ตนรู้ แล้วบอกว่าต้องกลับไปเทียบรายการรับปลายทางเพิ่มเติม

คำตอบนั้นถูกลงว่าเป็นส่วนที่ยังต้องหา ไม่ถูกเขียนว่าไม่มีอยู่ทั้งชีวิต และไม่ถูกใช้ว่าเขาถูกล้างข้อสงสัยเพราะพูดสุภาพ

เยว่ชิงยังไม่ได้ถามเรื่องเงินทุกเส้นที่คนในเมืองซุบซิบ

เธอไม่มีหน้าที่นำเสียงลือเรื่องผลประโยชน์ไปแทรกกลางเอกสารส่งผ่านโดยไม่มีแหล่ง เรื่องค่าใช้จ่ายและผู้ได้ประโยชน์ยังมีรายการที่จะตรวจของมัน การใช้คำว่าเพื่อโรงงานไม่ได้ปิดมัน แต่การไม่ชอบคำนี้ก็ไม่ได้ให้เธอสร้างตัวเลขขึ้นมา

ก่อนพัก ผู้บันทึกอ่านสรุปส่วนคำตอบของเฉียวหง

ประโยคหนึ่งรวมว่าเขาประสานส่งชุดเทียบเข้ากับคำว่าอนุญาตให้ใช้ต่อ เฉียวหงเป็นฝ่ายท้วงเองว่าตนยังไม่ได้รับรองส่วนหลัง

เยว่ชิงไม่ได้ค้านการแก้เพราะคิดว่าเขาควรเสียเปรียบบ้าง

ร่างต้องตรงกับคำที่คนตอบ แม้คนตอบเป็นคนที่เธอมีเหตุให้ไม่ไว้ใจ การคงประโยคเกินไว้เพื่อให้เขาดูผิดมากขึ้นจะทำให้การถามเรื่องที่ยังขาดเสียหลักตั้งแต่วันนี้

ผู้บันทึกแยกส่วนใหม่ตามที่ได้ฟัง

จากนั้นถึงคำของเยว่ชิง เธออ่านขอบเขตคำถามของตนและส่วนที่ชี้จากสำเนา ไม่ลงว่าได้เห็นการใช้เครื่องจริง ไม่เอาความทรงจำเรื่องพ่อมาเป็นคำยืนยันแทนวันเกิดเหตุ

นางลงชื่อของตนหลังอ่านกลับ แล้วรับข้อมูลของที่ยื่นกับสำเนาส่วนที่ได้รับอนุญาต

การตรวจยังมีรายการค้าง

ผู้รับผิดชอบแจ้งว่าต้องทวนคำพยานในขั้นถัดไปกับแหล่งเอกสารประกอบ เยว่ชิงอยู่ได้ตามช่วงที่หน่วยอนุญาต หากมีนัดในช่วงนั้นให้ติดต่อเวลาผ่านทางที่แจ้งไว้ หากเกินต้องจัดใหม่ ไม่ให้เธอรับปากว่าจะอยู่ทุกวันแทนการลา

เมื่อออกจากห้อง เฉียวหงเดินผ่านใกล้ทางลง

เขากล่าวเบาพอให้เธอได้ยินว่า เรื่องนี้จะไม่มีใครยิ้มรับได้ทุกฝ่าย

เยว่ชิงหยุดก่อนตอบ

“ฉันไม่ได้มาขอให้ทุกคนยิ้มค่ะ ฉันขอให้สิ่งที่ต้องรับผิดไม่ถูกส่งไปให้คนอื่นเพียงเพราะเขาพูดน้อยกว่า”

นางไม่ได้ตามเขาไปถามต่อบนบันได คำซึ่งใช้ในห้องต้องอยู่กับรายการรับของมัน การสนทนาข้างนอกไม่ทำให้เธอมีสิทธิ์เอาเขามานั่งตอบซ้ำจนได้ถ้อยคำที่ต้องการ

เยว่ชิงกลับบ้านหลังเวลาพักของแม่

แม่อยู่บนม้านั่งเตี้ยข้างเตา มือที่เย็นจากการล้างถ้วยยื่นรับความอุ่นเหนือผิวอิฐ นางพักจนพอแล้ว ไม่ได้ป่วยใหม่เพื่อให้คำถามในโรงงานมีภาพน่าสงสารเพิ่มขึ้น

เยว่ชิงหยิบผ้าห่มพับมาวางบนพนักให้แม่เลือกใช้

“เขาบอกว่าทำเพื่อโรงงาน” นางเล่าเฉพาะส่วนที่พูดเองกับข้อที่ยังต้องตรวจ “ฉันถามว่าใครมีหน้าที่ตอบคนซึ่งต้องยืนกับของที่ยังไม่ผ่านขั้น”

แม่มองไอน้ำที่ออกจากพวยกา

“คนที่ยืนอยู่กับมันมีบ้านกลับเหมือนกัน”

เยว่ชิงนั่งลงข้าง ๆ โดยไม่กางสำเนาเต็มโต๊ะ

คำง่ายของแม่ไม่ได้พิสูจน์ว่าใครสั่งในวันที่สิบหก แต่มันทำให้คำว่าโรงงานกลับมามีคน มีอาหารเย็น มีมือที่ต้องพัก และมีญาติซึ่งรอว่าประตูจะเปิดตามเวลาเดิมหรือไม่

แม่พักมือข้างเตาในบ้าน ขณะที่เยว่ชิงวางผ้าห่มไว้ให้เลือกใช้ หลังกลับจากการตรวจซึ่งยังมีคำถามค้าง
แม่พักมือข้างเตาในบ้าน ขณะที่เยว่ชิงวางผ้าห่มไว้ให้เลือกใช้ หลังกลับจากการตรวจซึ่งยังมีคำถามค้าง

นางไม่จำเป็นต้องทำให้แม่กลายเป็นพยานของทุกแผ่น เพื่อให้ชีวิตของแม่มีความหมายต่อคำถามที่กำลังตรวจ

คืนนั้นเยว่ชิงจัดรายการที่ได้ใหม่ไว้ตามวันที่รับรู้ ระบุว่าส่วนบันทึกส่งผ่านเพิ่งได้ตรวจแหล่งในวันนี้ ไม่เขียนว่ามีสำเนาครบตั้งแต่เมื่อเริ่มถามหลายปีก่อน

ต้นฉบับของฝ่ายจัดซื้อยังอยู่กับผู้เก็บ

เธอมีสิ่งให้ถามต่อว่าเงื่อนไขซึ่งต้องรู้ถูกส่งถึงคนที่ต้องทำงานหรือไม่ ใครอ่าน ใครรับ ใครให้เดินต่อ และใครเขียนสรุปภายหลังโดยทำให้หน้าที่เหล่านั้นกลายเป็นชื่อเดียว

คำว่าทำเพื่อโรงงานยังอยู่ในคำชี้แจง

แต่จากนี้มันไม่อาจใช้แทนช่องว่างที่ต้องมีคำตอบของคนจริงได้โดยไม่มีใครถามอีก

กลับสารบัญนิยาย

นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI