Reading settings

ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · Chapter 98

ตอนที่ 98 — คืนที่ไม่เปิดร้าน

Translation not ready. Showing the Thai original.

เช้าวันเสาร์ที่สิบห้าพฤศจิกายน เยว่ชิงเปิดสมุดนัดตรงหน้าว่างซึ่งเพิ่งพับไว้เมื่อคืน

นางเคยใช้หน้านี้จดเวลาที่หน่วยให้ไปติดต่อ เวลาที่ต้องรับของคืน และวันที่ควรส่งข่าวถึงผู้ให้เอกสาร ครั้นจะเขียนเวลาสำหรับตนเอง ปลายดินสอกลับค้างอยู่เหนือกระดาษ

คำว่า ว่าง ดูคล้ายช่องซึ่งยังกรอกงานไม่ครบ

นางนั่งฟังน้ำในกาตั้งไฟจนเริ่มดัง แล้วเขียนถึงแม่ก่อน ไม่ใช่จดหมายขอให้ค้นของเพิ่ม ไม่ใช่คำถามว่าเคยเห็นใครเดินผ่านร้านในคืนใด

นางถามว่าแม่อยากคุยกันในวันหยุดปลายเดือนหรือไม่ หากไม่สะดวกเดินทางก็เลือกคุยทางโทรศัพท์สาธารณะตามเวลาที่แม่จัดได้ นางไม่ได้ใส่วันซึ่งตนเลือกลงไปแล้วบอกให้แม่พร้อม

ตรงท้ายกระดาษ เยว่ชิงเขียนว่า ช่วงนี้ข้าอยากได้ยินเรื่องที่บ้านบ้าง เรื่องกับข้าวก็ได้

นางอ่านประโยคนั้นแล้วไม่ขีดทิ้ง

จดหมายออกไปพร้อมไปรษณีย์ของวันนั้น หลังจากนั้นงานประจำยังดำเนินตามเวลาของมัน ข่าวจากผู้ตรวจยังไม่มีคำตอบใหม่ นางไม่ได้เดินไปเคาะสำนักงานเพื่อให้วันว่างของตนมีเรื่องทำ

*

คำตอบมาถึงวันที่ยี่สิบห้า

แม่รับจดหมายเมื่อวันที่ยี่สิบ และเลือกวันอาทิตย์ที่สามสิบ พอจัดการเวลาใช้โทรศัพท์สาธารณะใกล้ตลาดชิงเหอได้แล้วจึงตอบมา นัดกันตอนเที่ยง ก่อนช่วงพักบ่ายที่แม่ต้องรักษาไว้

แม่เขียนชื่อจุดติดต่อไว้ชัด และขอให้ลูกติดต่อผู้ดูแลจุดรับสายของตนล่วงหน้าเหมือนครั้งก่อน จะได้ไม่ต้องยืนรอทั้งวัน

ตอนท้ายมีอีกประโยคหนึ่ง

อย่าจัดรถให้แม่มาเพียงเพราะอยากให้คนครบโต๊ะ แม่อยากคุย แต่เดือนนี้อยากอยู่บ้าน

เยว่ชิงวางจดหมายลงบนเข่าแล้วหัวเราะเบา ๆ

นางยังไม่ทันเขียนชวนขึ้นรถ แม่ก็รู้แล้วว่าลูกอาจเริ่มคิดถึงเส้นทาง ค่าโดยสาร และที่พัก ก่อนถามว่าคนเดินทางอยากมาไหม

เช้าวันถัดมา นางไปยืนยันการรับสายกับผู้ดูแลจุดโทรศัพท์สาธารณะในหลานโจวตามเวลาซึ่งแม่แจ้ง จ่ายส่วนที่ต้องจ่ายและจดเวลาของตนไว้ ไม่ฝากให้ใครเฝ้าแทนทั้งวัน

บ่ายนั้นจึงถามจิ้งโจว

เขามีงานของหน่วยในวันเสาร์ และเย็นวันอาทิตย์พอว่าง แต่ต้องกลับที่พักของเขาก่อนเวลาที่กำหนด

“ถ้าข้าอยากทำอาหารเย็นที่ลานบ้านเช่า จะลำบากเจ้าหรือไม่” นางถาม “ไม่ได้จะให้ช่วยอ่านแฟ้ม”

จิ้งโจวมองนางอยู่ครู่หนึ่ง

“เจ้าต้องบอกด้วยหรือว่าข้าไม่ต้องอ่านแฟ้ม”

“คงต้องบอกข้าก่อน”

เขายิ้ม แล้วถามว่าจะเริ่มเมื่อใด

พวกเขาเลือกเวลาซึ่งทั้งสองทำได้ ตกลงของที่จะซื้อและค่าใช้จ่ายแยกกันตามของที่แต่ละคนอาสานำมา ไม่ย้ายเงินสำหรับแม่ออกมาเพราะเป็นอาหารของคนรัก และไม่เปลี่ยนคำว่าเชิญกินข้าวเป็นคำว่าให้เขาเข้าห้องนางได้ทุกเมื่อ

เยว่ชิงถามซ่งเหม่ยอันก่อนว่าจะใช้มุมเตาที่ลานช่วงเย็นได้หรือไม่ เจ้าของบ้านบอกช่วงที่คนอื่นใช้เสร็จแล้ว ขอเพียงเก็บภาชนะกับฟืนให้เรียบร้อย

ไม่มีใครย้ายข้าวของเข้าห้องของอีกคนเพื่อเตรียมมื้อนี้

*

วันเสาร์ที่ยี่สิบเก้า เถียนถามนางขณะพบกันที่ตลาด

มีคนอยากให้ดูนาฬิกาใช้ถ่านในวันถัดไป เขายังไม่ได้รับของหรือรับเงินแทนนาง เพียงถามว่าจะนัดได้หรือไม่

เยว่ชิงเกือบตอบเวลาออกไปตามความเคยชิน

วันอาทิตย์ ช่วงเช้าอาจพอทำได้ หากคุยกับแม่เสร็จเร็ว แล้วซื้อของแทนกินกลางวันตอนเดินกลับ หากจิ้งโจวมาถึงก่อนก็ให้รอที่ลาน…

นางหยุดก่อนประโยคเหล่านั้นจะกลายเป็นนัดของคนอื่น

“พรุ่งนี้ข้าไม่รับนัดเจ้าค่ะ”

เถียนถามว่าเครื่องมือเสียหรือ

“เครื่องมือใช้ได้ แต่ข้าเลือกพักหนึ่งวัน ถ้าเขาต้องการช่างพรุ่งนี้ อย่าให้รอข้า”

ชายผู้ดูแลตลาดพยักหน้า เขาถามต่อว่าจะบอกชื่อช่างรายอื่นที่เจ้าของนาฬิกาไปถามได้หรือไม่

“บอกให้เขาเลือกเองได้เจ้าค่ะ ข้ายังไม่ได้ตรวจของเขา อย่าเพิ่งรับรองว่าข้าจะทำได้เมื่อเห็นแล้ว”

เรื่องจบลงตรงนั้น ไม่มีใครโกรธเพราะนางไม่ได้รับของไว้ตั้งแต่ต้น

เยว่ชิงกลับห้องหลังงานของวันเสาร์ เก็บเครื่องมือที่เป็นของตนลงห่อผ้า ตรวจว่าไม่มีชิ้นใดหลงอยู่กับของหน่วย แล้วผูกสายปิดไว้

สมุดนัดไม่มีชื่อผู้มารับของในวันถัดไป ของที่ต้องคืนก่อนนัดไม่ได้ถูกซ่อนไว้ใต้คำว่าพัก นางไม่ต้องโกหกว่ามือเจ็บเพื่อให้เวลาของตนฟังมีเหตุผลพอ

เยว่ชิงผูกห่อเครื่องมือของตนหลังจัดงานเสร็จ เพื่อเว้นวันหยุดที่เลือกไว้
เยว่ชิงผูกห่อเครื่องมือของตนหลังจัดงานเสร็จ เพื่อเว้นวันหยุดที่เลือกไว้

นางเก็บแฟ้มสำเนาในที่ซึ่งใช้เก็บตามปกติ ไม่เผาทิ้ง ไม่ยกไปฝากจิ้งโจว และไม่วางมันกลางโต๊ะเพื่อให้ทุกบทสนทนาต้องเริ่มจากชื่อในช่องรับ

คืนหนึ่งที่ไม่เปิดร้านไม่ได้หมายความว่านางเลิกทำงาน

มันหมายความว่าคืนหนึ่งสามารถมีอย่างอื่นอยู่ด้วย

*

ตอนเที่ยงวันอาทิตย์ เยว่ชิงไปถึงจุดรับสายก่อนเวลานัดเล็กน้อย

ผู้ดูแลเรียกนางเมื่อสายจากชิงเหอต่อเข้ามา เสียงแม่ผ่านเครื่องมีเสียงแตกเป็นช่วง ๆ แต่ไม่ขาดจนต้องเดาคำ

“ได้ยินหรือไม่”

“ได้ยินเจ้าค่ะ แม่ไม่ต้องพูดดัง ข้าได้ยินแล้ว”

แม่บอกว่ามีเก้าอี้ให้นั่งข้างจุดโทรศัพท์ และวันนี้ไม่ได้แบกของมาด้วย พอวางสายจะซื้อเพียงผักที่ถือกลับไหว

เยว่ชิงมองมือของตนซึ่งจับหูโทรศัพท์

คำถามเรื่องเอกสารใหม่ขึ้นมาถึงริมฝีปากโดยไม่ต้องเชิญ นางอยากถามว่าจดหมายข่าวที่ส่งไปหลังพบชื่อถึงแล้วหรือไม่ แม่อ่านหรือยัง กังวลอะไรเพิ่มหรือเปล่า

“แม่กินอะไรตอนเช้าเจ้าคะ” นางถามแทน

ปลายสายเงียบไปนิดหนึ่ง ก่อนแม่หัวเราะ

“เจ้าร้องขอเรื่องกับข้าวจริง ๆ ด้วย”

“ขอจริงเจ้าค่ะ”

แม่เล่าถึงโจ๊กซึ่งเผลอใส่น้ำมากไป จึงต้องเคี่ยวช้ากว่าที่คิด และผักดองซึ่งไม่เค็มเท่าของปีก่อน เยว่ชิงฟังเรื่องเหล่านั้นโดยไม่ถามว่ามีใครเห็นเวลาที่แม่ตั้งหม้อหรือไม่

เรื่องธรรมดาไม่ต้องกลายเป็นคำให้การทุกครั้งที่ถูกเล่า

แม่ถามกลับว่าลูกกินข้าวตรงเวลาหรือยัง เยว่ชิงยอมรับว่าบางวันยังช้า และคืนนี้จะทำอาหารกับจิ้งโจวที่ลานบ้านเช่าตามที่ตกลงไว้

“เขาจะค้างหรือ”

“ไม่ค้างเจ้าค่ะ เขากลับที่พักของเขา”

“แม่ถามให้รู้ ไม่ได้ถามเพื่อให้เจ้าตอบเอาใจ”

เยว่ชิงยิ้มกับคำที่แม่คงมองไม่เห็น

จากนั้นแม่ถามว่าลูกยังอยากตามเรื่องของพ่ออยู่หรือไม่

นางไม่หลบคำถามเพราะวันนี้เป็นวันพัก

“อยากเจ้าค่ะ แต่ข้าไม่อยากให้ทุกวันของแม่ต้องใช้พิสูจน์ว่าพ่อเป็นคนอย่างไร และไม่อยากให้ทุกเย็นของข้าต้องรอจดหมายก่อนจึงกินข้าวได้”

แม่เงียบฟังจนลูกพูดจบ

“แม่ก็อยากรู้” แม่ตอบ “บางวันแม่กลัวมากกว่าอยากรู้ บางวันกลับกัน ข้าไม่อยากให้เจ้าต้องเลือกคำเดียวไว้แทนแม่ตลอดไป”

เยว่ชิงก้มหน้าลงเล็กน้อย

“ถ้าวันไหนแม่ไม่พร้อมเล่า ข้าจะถามใหม่ภายหลัง ไม่เอาวันนี้ไปบอกว่าแม่ยอมทุกครั้งแล้ว”

“และอย่าเอาวันที่แม่กลัวไปบอกว่าแม่ไม่อยากรู้แล้วด้วย”

“เจ้าค่ะ”

แม่พักนั่งคุยกับลูกที่โทรศัพท์สาธารณะในชิงเหอ เลือกเวลาของตนโดยไม่ต้องเดินทางมาหลานโจว
แม่พักนั่งคุยกับลูกที่โทรศัพท์สาธารณะในชิงเหอ เลือกเวลาของตนโดยไม่ต้องเดินทางมาหลานโจว

ก่อนวางสาย แม่บอกว่านางคิดถึงเสียงตะหลิวชนกระทะในบ้านมากกว่าคิดถึงโต๊ะที่มีกระดาษกองอยู่

เยว่ชิงตอบว่าจะเขียนเล่าอาหารเย็นให้ฟัง ไม่สัญญาว่าจะส่งภาพหรือพาคนทั้งบ้านมาอยู่ในสายเดียวกัน

ผู้ดูแลจุดติดต่อแจ้งเวลาที่ใช้ นางชำระส่วนของตนแล้วกลับ ไม่ยืดสายเพื่อให้ความคิดถึงหมดลงในครั้งเดียว

แม่กลับพักได้ตามเวลา และลูกยังมีบ่ายของตนเหลืออยู่

*

จิ้งโจวมาถึงลานช่วงที่แสงตกบนผนังด้านตรงข้าม

เขาถือผักกาดขาวกับเต้าหู้ตามที่อาสา เยว่ชิงเตรียมแป้ง เกลือ และของที่นางซื้อไว้ พวกเขาวางของแยกจากที่เจ้าของบ้านเก็บ ไม่ถือว่าลานซึ่งยืมใช้ชั่วคราวเป็นครัวของคู่รักตั้งแต่วันนี้

จิ้งโจวล้างผัก เยว่ชิงผสมแป้ง เสียงน้ำกระทบกะละมังดังอยู่ระหว่างคำพูด

นางเคยคิดว่ามื้อที่ดีต้องทำให้ทุกคนอิ่มเร็วที่สุด เพื่อให้กลับไปทำเรื่องสำคัญได้ ทว่าแป้งในมือวันนี้ยังจับเป็นก้อน นางเติมน้ำทีละน้อยและยอมให้มันใช้เวลาของมัน

“ข้าทำช้า” นางพูด

“ข้าเห็น”

นางหันไปมอง เขาจึงยกผักกาดซึ่งยังมีดินที่โคนขึ้นให้ดู

“ข้าก็ล้างไม่เสร็จ”

คำตอบทำให้นางหัวเราะโดยไม่ต้องมีใครชมว่าขยัน

พวกเขาทำแผ่นแป้งกับต้มผักเต้าหู้ หม้อไม่ได้ใหญ่พอสำหรับงานเลี้ยง และไม่มีอาหารชนิดใดเป็นรางวัลให้ผู้ช่วยคดี จิ้งโจวไม่หยิบแฟ้มออกมาถามเพื่อใช้ระหว่างรอน้ำเดือด

ขณะเยว่ชิงวางแผ่นแรกลงบนกระทะ เขาเล่าว่าที่หน่วยของตนมีคนทำหูถังน้ำหลวม พรุ่งนี้เขาต้องจัดการงานที่รับไว้ตามหน้าที่

นางฟังแล้วไม่ได้สั่งให้เขาหยุดทุกอย่างมาอยู่กับนาง เพราะทั้งสองตกลงกินข้าวกันวันนี้

“เจ้ามีเรื่องอยากทำที่ไม่ใช่เรื่องของข้าบ้างหรือไม่” นางถาม

เขาคิดก่อนตอบ

“มี ข้าอยากมีเย็นที่กลับแล้วได้ซ่อมเก้าอี้ของข้าเองจนเสร็จโดยไม่ต้องออกไปไหน และอยากอ่านหนังสือที่ค้างอยู่”

“ข้าไปแย่งเย็นนั้นหรือเปล่า”

“เย็นนี้ข้าเลือกมา ถ้าข้าอยากอยู่ ข้าก็ควรบอกเจ้า ไม่ใช่มาแล้วเก็บไว้ทวงภายหลัง”

เยว่ชิงพลิกแผ่นแป้ง ขอบด้านหนึ่งเกรียมกว่าที่ตั้งใจ นางไม่ยกมันออกไปซ่อนเพื่อให้โต๊ะดูเรียบร้อยทุกชิ้น

จิ้งโจวรับแผ่นนั้นเมื่อแบ่งอาหาร ต่างคนต่างเห็นว่าอีกคนได้อะไร ไม่มีใครยื่นคำว่าเสียสละเข้ามาระหว่างจาน

เยว่ชิงกับจิ้งโจวทำอาหารเย็นในลานที่ขอใช้ไว้ เป็นเวลาร่วมกันซึ่งทั้งสองเลือก
เยว่ชิงกับจิ้งโจวทำอาหารเย็นในลานที่ขอใช้ไว้ เป็นเวลาร่วมกันซึ่งทั้งสองเลือก

หลังอาหาร พวกเขาคุยถึงเรื่องของพ่อเพียงช่วงที่เยว่ชิงต้องการพูด

นางเล่าว่าการพบชื่อในสำเนาทำให้มีคำถามที่ระบุคนได้เพิ่ม แต่ยังไม่ได้ทำให้ทุกเรื่องมีคำตอบ นางไม่เปิดจดหมายของเจิ้งซื่อเหิงให้เขาดู เพราะความยินยอมของผู้ส่งมีผู้รับงานที่กำหนดไว้แล้ว

จิ้งโจวไม่ได้ขออ่านเพื่อพิสูจน์ว่านางไว้ใจเขา

“แล้วเจ้าจะสู้ต่ออย่างไร” เขาถาม

นางวางช้อนลงก่อนตอบ

“ตามสิ่งที่ถามได้ทีละเรื่อง และยังทำงานของข้า กินข้าวของข้า ข้าอยากให้แม่เลือกได้ว่าจะช่วยส่วนใด ไม่อยากเอาคำว่าลูกต้องรู้ให้หมดไปขอสิ่งที่แม่ยังไม่พร้อม”

“ส่วนข้า?”

“ข้าจะถามเจ้าตรง ๆ ว่าพร้อมไหม ไม่ส่งงานให้แล้วเรียกมันว่ารักกัน”

เขาพยักหน้า ไม่สัญญาจะว่างเสมอ และไม่ทำให้คำตอบธรรมดานั้นเล็กลงด้วยคำสาบาน

ตอนเก็บภาชนะ เยว่ชิงรู้สึกอยากให้เขาอยู่ต่ออีกนิด แต่เห็นเวลาซึ่งตกลงกันไว้แล้ว

นางพูดความอยากของตนออกมาได้ โดยไม่ต้องเปลี่ยนมันเป็นคำสั่ง

“ข้าอยากคุยต่อ แต่คืนนี้เจ้าต้องกลับแล้วใช่หรือไม่”

“ใช่ ครั้งหน้าเราหาเวลาที่เหลือมากกว่านี้ได้”

“ค่อยหาเมื่อรู้เวลางานเจ้าจริง ๆ”

พวกเขาล้างหม้อ เก็บฟืน และคืนมุมเตาให้เรียบร้อย ซ่งเหม่ยอันเดินผ่านมาดูแล้วถามเพียงว่าอิ่มหรือไม่

เยว่ชิงตอบว่าอิ่ม

ครั้งนี้คำสั้น ๆ ไม่ได้หมายถึงว่ารีบกินแล้วกลับไปเปิดกระดาษได้

*

เมื่อจิ้งโจวกลับไป นางยกมุมประตูที่ยังฝืด เปิดเข้าห้องด้วยกุญแจของตน แล้ววางถ้วยที่เหลือไว้ให้แห้ง

เครื่องมือยังผูกอยู่ แฟ้มยังเก็บอยู่ สมุดพ่อไม่ได้เปิดหน้าสุดท้ายในคืนนี้ ข่าวจากหลัวถิงยังต้องรอตามทางของมัน

สิ่งเหล่านั้นไม่ได้หายไปเพราะนางมีความสุขอยู่หลายชั่วโมง

เยว่ชิงหยิบกระดาษเขียนถึงแม่ เล่าว่าแป้งแผ่นหนึ่งเกรียม และจิ้งโจวล้างผักช้าพอกัน นางจดไว้ว่าพรุ่งนี้จะกลับทำงานตามปกติ แต่คืนนี้จะเข้านอนก่อนเปิดแฟ้ม

ตรงท้าย นางคิดจะเขียนว่าไม่ต้องห่วงอีกแล้ว

มือหยุด

ความห่วงไม่ใช่สิ่งที่ลูกมีสิทธิยกเลิกให้แม่เพราะเพิ่งได้พักหนึ่งคืน เช่นเดียวกับที่ความเจ็บของคนอื่นไม่ได้ต้องเดินเร็วตามเวลาซึ่งนางอยากได้คืน

นางเขียนใหม่ว่า วันนี้ข้ากินข้าวอิ่ม และได้ยินเสียงแม่ ข้าจะเล่าเรื่องต่อเมื่อมีสิ่งที่ยืนยันได้เพิ่ม

จากนั้นพับร่างไว้สำหรับส่งในวันถัดไป ดับไฟ และปล่อยให้ความมืดในห้องเป็นเวลานอน

คืนนั้นไม่มีลูกค้ามารอ

และเยว่ชิงไม่ได้ทำให้ตนเองกลายเป็นคนที่ต้องรอคำตอบจนเช้า

กลับสารบัญนิยาย

นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI