ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · Chapter 92
ตอนที่ 92 — บัญชีที่ชิวอิงไม่ยอมเผา
Translation not ready. Showing the Thai original.
ชิวอิงเปิดฝาเตา แล้วหยุดมือก่อนนำสมุดเข้าไปใกล้ช่องไฟ
ข้าวต้มยังต้องรอให้เดือด สมุดเล่มบางไม่ใช่เชื้อเพลิงที่หล่อนตั้งใจเตรียมไว้ แต่ถ้อยคำของเหวินเต๋อเมื่อบ่ายยังวนอยู่ในห้อง
“เก็บเศษบัญชีไว้ทำไม เรื่องผ่านไปแล้ว เผาเสียก็ไม่ต้องกลัวว่าใครจะเอามาถาม”
เขาพูดที่หน้าประตู ไม่ได้ลงมือเผาให้ และไม่ได้รับสมุดออกจากบ้านไป ชิวอิงจึงยังมีเวลาที่จะเลือกเอง แม้ความกลัวทำให้หล่อนอยากรีบจบเรื่องก่อนเขากลับมาถามอีกครั้ง
หล่อนปิดฝาเตา วางสมุดบนตัก
ปกผ้าสีน้ำตาลมีรอยขาดตรงสัน มุมในติดคราบแป้งจากครั้งที่หล่อนวางใกล้ถ้วยอาหาร มันเป็นสมุดที่ใช้จดเงินซึ่งรับมาซื้อของหรือจ่ายแทนเหวินเต๋อเป็นครั้งคราว ปะปนกับรายจ่ายของตน ไม่ใช่สมุดปกน้ำเงินที่เคยฝาก ไม่ใช่สมุดสิบสองแถวของลุง และไม่ใช่กระดาษร้านที่หล่อนคัดส่งให้เขา
ชิวอิงเคยบอกตนเองว่าเก็บมันไว้เพราะกลัวถูกกล่าวหาว่าใช้เงินเกิน
ตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่าข้ออ้างนั้นบอกเพียงส่วนหนึ่ง ความกลัวที่หนักกว่าคือ หากคนอื่นได้อ่าน หล่อนจะต้องอธิบายว่าทำไมบางบรรทัดเขียนเหมือนรู้ ทั้งที่รู้จากปากเขาเท่านั้น และทำไมบางบรรทัดที่หล่อนรู้จริงกลับไม่ยอมบอกใคร
ชิวอิงเปิดไปที่หน้าซึ่งลงวันที่สิบหกมกราคม ปีเจ็ดสิบแปด
รายการสั้น ๆ เขียนว่า ค่าส่งของ สี่หยวนแปดเหมา
หล่อนไม่ได้ยืนดูรถขนของในคืนนั้น ไม่ได้เห็นผู้รับเงิน และไม่ได้เห็นลุงหน้าเครื่อง รายการนี้เขียนเมื่อเหวินเต๋อมาบอกหลังเกิดเหตุแล้ว ให้หล่อนจดวันที่กับยอดที่เขาพูดไว้ในบัญชีรายจ่ายของเขา
แต่ในหน้าสมุดไม่มีคำว่า “เขาบอก”
หล่อนเคยคิดว่าทุกบรรทัดในสมุดของตนย่อมหมายถึงสิ่งที่ตนทำ ตอนนั้นหล่อนไม่ได้ถามว่าสี่หยวนแปดเหมาจ่ายให้ใคร เรื่องลุงเพิ่งเกิด ทุกคนในบ้านพูดเบาลง และเหวินเต๋อพูดเหมือนการตามรายละเอียดเป็นการซ้ำเติมคนที่ยังอยู่
ชิวอิงไม่เติมคำอธิบายย้อนหลังลงบนบรรทัดเก่า
หล่อนดึงกระดาษใหม่ออกมา เขียนว่า ความทรงจำเกี่ยวกับการจดรายการนี้ แล้วลงวันของวันนี้ วันที่ยี่สิบเก้ากรกฎาคม ปีแปดสิบ
มือยังสั่นอยู่ แต่สมุดยังไม่ได้ถูกเผา

จดหมายของชิวอิงมาถึงเยว่ชิงในวันที่สี่สิงหาคม
หล่อนบอกเพียงว่ามีสมุดเงินที่ตนเคยจดเกี่ยวกับเหวินเต๋อ มีส่วนที่เขาบอกให้จดกับส่วนที่ทำเอง อยากนำมาให้ดูพร้อมบอกเรื่องที่ยังไม่ได้บอก ไม่ส่งต้นฉบับไปกับจดหมาย และไม่ขอให้เยว่ชิงรับรองว่าถ้านำไปแล้วจะไม่มีใครถามถึงส่วนที่หล่อนทำ
เยว่ชิงอ่านจบแล้ววางซองไว้ต่างจากสำเนาของตงเหอ
สมุดรายจ่ายอาจมีทางตามเงิน แต่ชื่อของสมุดไม่ได้ทำให้ทุกตัวเลขเป็นใบรับเงินจากคนที่ได้จริง
นางตอบในวันถัดมา ขอให้ชิวอิงเก็บสภาพเดิม ไม่ฉีกหน้าที่มีรายจ่ายส่วนตัวออก ไม่เติมวันที่ลงในช่องเก่า และบอกว่าหากจะพบกันให้จัดเวลาเดินทางกับงานของหล่อนก่อน
นางว่างบ่ายวันอาทิตย์ที่สิบเจ็ด หากชิวอิงสะดวก จะพบที่จุดพักใกล้สถานีก่อน แล้วเลือกที่ตรวจเอกสารซึ่งไม่เปิดเรื่องส่วนตัวให้คนเดินผ่านอ่าน
เยว่ชิงไม่ส่งเงินไปพร้อมคำเชิญ เงินที่นางกันไว้ดูแลแม่กับค่าใช้ชีวิตยังมีหน้าที่ของมัน และชิวอิงต้องรู้ว่าการนำสมุดมาไม่ใช่งานซึ่งจะได้รับค่าจ้างตามจำนวนคำที่พูด
คำตอบกลับมาว่าหล่อนจัดงานเย็บของตนและเงินเดินทางได้ จะออกจากชิงเหอคืนวันที่สิบหก ถึงหลานโจววันถัดมา พักหนึ่งคืน แล้วกลับตามรถที่เตรียมไว้ในวันที่สิบแปด
วันที่สิบเจ็ด เยว่ชิงไปถึงจุดพักก่อนนัด
ชิวอิงนั่งอยู่บนม้านั่ง กระเป๋าเสื้อผ้าอยู่ข้างเท้า ถุงสมุดอยู่บนตัก แขนเสื้อสีแดงเข้มยังมีรอยปะ ไม่ใช่เสื้อผ้าหรูที่ได้มาจากการอยู่ข้างเหวินเต๋อ
เมื่อเห็นนาง หล่อนลุกขึ้นเร็วเกินไปจนถุงเลื่อน เยว่ชิงรอให้หล่อนจับไว้มั่น ไม่ยื่นมือไปเปิดก่อนถาม
“เดินทางเรียบร้อยหรือไม่”
“ถึงเช้า ข้าฝากของและจ่ายค่าห้องพักไว้แล้ว”
“คืนนี้เจ้าพักที่ใด”
ชิวอิงบอกที่พักซึ่งอยู่ใกล้สถานี แล้วก้มมองถุง
“ข้าอยากให้เจ้าดูก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจ”
เยว่ชิงมองคนที่เดินผ่านด้านหลัง
“เช่นนั้นไปดูในที่พักที่เจ้าจัดไว้ก่อน เจ้าบอกคนดูแลด้วยว่าข้ามาเยี่ยม ข้าไม่อ่านเรื่องส่วนตัวทั้งหมดตรงนี้”
ชิวอิงพยักหน้า หล่อนแจ้งคนดูแลตามที่ขอ แล้วนำไปยังห้องเล็กซึ่งมีโต๊ะกับเก้าอี้สองตัว สมุดยังอยู่ในถุงจนทั้งคู่นั่งลงและตกลงว่าจะเริ่มจากอะไร
“ข้าไม่ขอให้เจ้าเชื่อเพราะข้าเอาต้นฉบับมา” ชิวอิงกล่าว “ข้าเอามาเพราะถ้าข้าพูดถึงมันโดยไม่ให้เห็น เจ้าอาจไม่รู้ว่าข้าเขียนอะไรไว้จริง”
หล่อนวางสมุดปกน้ำตาลลงบนโต๊ะ เปิดหน้าที่ตนเตรียมไว้ แล้วหยุด
“ขอให้ข้าบอกเรื่องแรกก่อน”
เยว่ชิงวางสมุดบันทึกของตนข้างมือ ไม่หยิบปากกาทันที
ชิวอิงชี้รายการวันที่สิบหกมกราคม
“ตัวเลขนี้ไม่ใช่เงินที่ข้ายื่นให้คนขับ ข้าเขียนจากคำของเหวินเต๋อ หลังลุงเสียแล้ว”
“เจ้าจำได้หรือไม่ว่าเขาให้จดวันไหน”
“ข้าจำว่าอีกวันหนึ่งหลังงานเรื่องลุงเริ่มวุ่น ไม่กล้าบอกวันแน่จากความจำ ตอนนี้ไม่มีบันทึกวันที่ลงมือเขียนแยกไว้”
“แล้ววันที่สิบหกในช่องนี้มาจากไหน”
“เขาบอกให้ลงวันที่นั้น”
เยว่ชิงรู้สึกว่าคำว่าเงินค่าส่งของทำให้ความคิดวิ่งไปถึงรถสีเทาทันที นางจึงถามต่อให้ช้าลง
“เขาบอกของอะไร ผู้รับชื่ออะไร หรือรถคันไหนหรือไม่”
“ไม่ได้บอก ข้าไม่ได้ถาม ข้าไม่เคยเห็นใบรับเงินของรายการนี้”
เยว่ชิงเขียนว่า วันที่กับยอดตามคำของเหวินเต๋อ ผู้จดไม่ได้เห็นการจ่ายจริง
ชิวอิงมองถ้อยคำที่ถูกแยกออกมา นัยน์ตาแดงขึ้น
“ถ้าเขาโกหก ข้าก็ทำให้คำเขาดูเหมือนสิ่งที่ข้ารู้”
“ข้าจะลงว่าเจ้าจดจากคำเขา ส่วนจริงหรือไม่ ต้องตามคนที่รับเงินและของที่กล่าวถึงต่อ”
นางไม่ได้เขียนว่ารถคันนี้นำบิดาไปโรงพยาบาล และไม่ได้ย้ายเวลาในสำเนาของตงเหอมาเติมให้สมุด ซึ่งไม่มีช่องเวลาเช่นนั้นอยู่
ชิวอิงพลิกไปยังรายการเดือนเมษายน
วันที่เก้ามีเงินหนึ่งหยวนที่รับจากเหวินเต๋อสำหรับซื้อกระดาษ รายจ่ายจริงหกเหมา ส่วนที่เหลือไม่ลงว่าได้คืนให้เขา
เยว่ชิงถามว่าเป็นเงินค่าคัดรายการร้านที่เคยเล่าหรือไม่
“ไม่ใช่ค่าคัดที่ตกลง” หล่อนตอบ “ตอนนั้นเขาบอกให้ซื้อกระดาษไปเตรียมเรื่องของเขา ข้าเป็นคนซื้อจริง แต่ข้าบอกเขาว่าใช้หมดแล้ว ทั้งที่เหลือสี่เหมา ข้าเก็บไว้”
“กระดาษที่ซื้อใช้ทำอะไรทั้งหมด”
“ข้าเห็นว่าเขารับไป แต่ข้าไม่ได้อยู่ดูจนรู้ว่าทุกแผ่นใช้กับเรื่องใด ข้าบอกไม่ได้ว่ามันเป็นใบกล่าวหาของร้านทั้งหมด”
เยว่ชิงจดวันกับขอบเขตตามคำตอบ
การไม่มีค่าจ้างคัดที่ตกลงในคำบันทึกเดือนพฤษภาคมยังไม่กลายเป็นเรื่องโกหกเพียงเพราะมีเงินซื้อกระดาษ แต่การเก็บเงินส่วนที่เหลือแล้วบอกว่าใช้หมด เป็นสิ่งที่ชิวอิงต้องตอบเอง
หล่อนล้วงถุงจะหยิบเหรียญ
เยว่ชิงยกมือห้าม
“เงินที่เจ้ารับจากเขากับสิ่งที่เจ้าคัดจากร้านข้าไม่ใช่เรื่องเดียวกัน อย่าวางเศษเงินตรงนี้แล้วขอให้ทุกอย่างจบ”
ชิวอิงหยุดมือ “ข้าไม่ได้รู้ว่าควรคืนใคร ข้าแค่ไม่อยากให้เจ้าคิดว่าข้าเอามาบอกโดยเก็บส่วนของตนไว้เหมือนเดิม”
“เริ่มจากบอกให้ตรงก่อน การคืนเงินต้องแยกตามคนกับเรื่องที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ให้ข้ารับแทนทุกอย่าง”
หล่อนเก็บเหรียญกลับ น้ำตาไม่ได้ทำให้เยว่ชิงยกเลิกคำถาม
รายการต่อมาเป็นวันที่สิบสี่เมษายน มีเงินค่ารถเข็นสองเหมาซึ่งชิวอิงบอกว่าตนเป็นคนจ่ายจริง
เยว่ชิงเปิดคำบันทึกที่ชิวอิงเคยตรวจไว้ในเดือนพฤษภาคม เฉพาะส่วนที่ตกลงว่าจะใช้เทียบวันนี้
“ครั้งนั้นเจ้าจำวันจากรายการของใช้กับแม่ และยังไม่ได้บอกว่าไปกับใคร”
ชิวอิงก้มหน้าลง
“ข้าไปกับเหวินเต๋อ”
ห้องเงียบไปจนเสียงจากทางเดินฟังชัด
“เขาอยู่กับเจ้าตลอดช่วงหรือไม่”
“ช่วงที่เอาห่อไป เขาไปด้วย ข้าเห็นเขาเดินข้างรถเข็นกับข้า จนถึงที่ส่งต่อ ข้าไม่ได้เปิดห่อให้เขาดู และไม่ได้เห็นเขาเขียนใบฝาก”
“ผู้รับเป็นใคร”
“ข้ายังไม่รู้ชื่อ ข้าบอกได้เพียงอย่างที่เคยเล่าว่าชายแก่ตรงที่รับของนอกคลัง ไม่ใช่พนักงานลงรับที่ข้ารู้ชื่อ”
เยว่ชิงถามตำแหน่งกับสิ่งที่หล่อนเห็น แล้วเขียนส่วนที่เป็นความจำต่างจากตัวเลขในสมุด เงินสองเหมาไม่ได้ยืนยันด้วยตัวมันเองว่าในห่อเป็นสมุดปกน้ำเงินเล่มซึ่งรับเข้าเหอผิงวันที่สิบสอง
เรื่องห่อวันที่สิบสี่กับเล่มที่รับไว้ก่อนหน้านั้นยังต้องตามเส้นทาง ไม่อาจกลายเป็นห่อเดียวกันเพราะชิวอิงยอมพูดชื่อคนที่ไปด้วยแล้ว
“เหตุใดตอนนั้นเจ้าจึงไม่บอกชื่อเขา”
ชิวอิงจับรอยปะที่แขนเสื้อ
“ข้ากลัวว่าเมื่อบอกแล้ว เขาจะไม่ช่วยหางานให้ข้า และจะบอกคนอื่นว่าข้าเป็นคนทำทุกอย่าง ข้าเก็บสมุดไว้ แต่ไม่ยอมให้เจ้าเห็น เพราะในนี้มีลายมือข้า”
เยว่ชิงมองมือนั้น ภาพในชีวิตเก่าที่ชิวอิงเคยยืนอยู่ข้างคนซึ่งทำให้นางต้องรับผิดกลับมาเพียงแวบเดียว นางกดมันลง ไม่เอาเรื่องที่หล่อนไม่เคยรู้มาถามแทนสิ่งที่เกิดในห้องวันนี้
“การเก็บไว้ไม่ได้ทำให้ส่วนที่เจ้าปิดบังหายไป”
“ข้ารู้”
“ข้ายังต้องดูว่ารายการอื่นเขาบอกให้จด หรือเจ้าเห็นเอง อย่าให้ประโยคว่าข้ากลัวใช้แทนการแยกเรื่องทั้งหมด”
ชิวอิงเช็ดแก้ม แล้วหยิบกระดาษคำอธิบายวันที่ยี่สิบเก้ากรกฎาคมออกมา หล่อนยังไม่ได้เติมคำเหล่านั้นลงทับหน้าสมุด
ทั้งคู่ใช้เวลาช่วงบ่ายอ่านเฉพาะรายการที่เกี่ยวข้อง ไม่เปิดรายจ่ายครอบครัวอื่นไปเป็นคำกล่าวหาเกี่ยวกับโรงงาน เยว่ชิงถามที่มาทีละรายการ ชิวอิงมีสิทธิ์บอกว่าไม่รู้ แต่คำว่าไม่รู้ไม่ถูกใช้แทนสิ่งที่หล่อนยอมรับว่าทำเองแล้ว

เมื่อเยว่ชิงคัดคำอธิบายลงบนหน้าใหม่ นางลงวันพบครั้งนี้ อ่านกลับให้ชิวอิงฟัง ไม่เขียนเหมือนคำเล่าในวันนี้เป็นส่วนหนึ่งของหมึกเก่าในสมุด
ชิวอิงแก้คำว่าค่าส่งของที่หล่อน “จ่าย” เป็นยอดที่เหวินเต๋อ “บอกให้จด” และยืนยันว่าค่ารถเข็นสองเหมาเป็นส่วนที่ตนจ่ายเอง รายการซื้อกระดาษมีเงินเหลือซึ่งหล่อนเก็บไว้จริง
หล่อนลงชื่อเมื่ออ่านจบ
จากนั้นเยว่ชิงถามว่าจะใช้เอกสารกับหน่วยใดได้ ชิวอิงตกลงให้นำรายการที่เกี่ยวข้องและคำอธิบายวันนี้ไปยังส่วนรับเรื่องทบทวน เพื่อให้ตรวจที่มาและตามการจ่ายที่ต้องตรวจต่อ ไม่อนุญาตให้เผยรายจ่ายส่วนตัวทั้งหมดตามตลาด
“ข้าอยากส่งสมุดให้ไปกับเจ้าถึงที่รับเรื่อง” หล่อนกล่าว “ถ้ามีแต่สำเนา ข้ากลัวจะมีคนบอกว่าข้าเลือกเหลือแต่หน้าที่ข้าดูดี”
เยว่ชิงไม่รับทันที
นางจดสภาพปก จำนวนหน้า และตำแหน่งของรายการที่ตกลงใช้ โดยไม่ฉีกหน้าส่วนตัวออก ระบุว่าจะนำต้นฉบับไปให้ผู้รับตรวจตามรายการ แล้วขอให้ผู้รับลงวิธีเก็บหรือคืนตามที่ตกลง ไม่ถือว่าสมุดนี้กลายเป็นของนาง
ชิวอิงเลือกให้ตรวจต้นฉบับทั้งเล่มเพื่อเทียบสภาพและที่มาของรายการ แต่การคัดเพื่อใช้ตามเรื่องจำกัดอยู่ในส่วนที่กำหนด หากต้องการส่วนอื่นเพิ่ม ให้ติดต่อขอจากหล่อนอีกครั้ง
เยว่ชิงให้หล่อนเก็บคำคัดกับรายการส่งมอบหนึ่งชุด พร้อมช่องทางที่ส่วนรับเรื่องจะติดต่อได้ตามที่เจ้าของเลือก
เมื่อห่อสมุดด้วยกระดาษและผูกเชือก ชิวอิงวางมือลงบนปกครั้งสุดท้าย ก่อนส่งให้เยว่ชิงตรวจตามรายการรับไว้
สมุดเล่มบางหนักกว่าตอนหล่อนเอาออกจากถุง เพราะคราวนี้มันไม่ได้อยู่ในบ้านเพื่อให้หล่อนใช้คำว่าข้าไม่รู้ป้องกันตนเองอีกต่อไป

วันถัดมา วันที่สิบแปด ชิวอิงเดินทางกลับตามแผนที่จัดไว้ตั้งแต่ก่อนมาหลานโจว ไม่ได้อยู่ค้างเพื่อเป็นคนเฝ้าแฟ้มของเยว่ชิง และไม่ได้รับกุญแจบ้านแม่เป็นรางวัล
เยว่ชิงจัดเวลานำส่งในวันอังคารที่สิบเก้า เมื่อผู้รับเรื่องรับนัดได้และหน้าที่ของนางจัดได้จริง
ผู้รับตรวจรายการส่งมอบกับคำอนุญาต แยกส่วนที่คัดใช้ตามเรื่องออกจากส่วนที่เก็บเพื่อตรวจสภาพต้นฉบับ แล้วลงรับสมุดตามสภาพพร้อมกำหนดช่องทางแจ้งเจ้าของ เยว่ชิงเก็บใบรับซึ่งระบุว่าสมุดเป็นของชิวอิง ไม่จดชื่อมันไว้ในทรัพย์สินของตน
ยังไม่มีผู้ใดรับรองว่ารายจ่ายทุกบรรทัดเป็นเงินที่จ่ายจริง ผู้รับเพียงรับเอกสารที่มีเจ้าของและคำอธิบายที่ตรวจต่อได้เข้ากระบวนการ
ส่วนเยว่ชิงส่งข่าวใบรับผ่านช่องทางที่ตกลง เมื่อเก็บสำเนาของตนเข้าที่ นางพบว่ามีคำถามอีกข้อซึ่งตัวเลขตอบไม่ได้
เหตุใดชิวอิงจึงยอมให้กลัวอยู่กับตนได้นานถึงเพียงนี้ และครั้งนี้ความกลัวจะทำให้หล่อนกลับไปปิดบังอีกหรือไม่
คำถามนั้นอาจต้องฟังคำขอโทษและดูการกระทำต่อจากนี้ นางยังไม่มีหน้าที่ตอบว่าให้อภัย เพียงเพราะสมุดรอดจากไฟมาถึงโต๊ะผู้รับแล้ว
คืนนี้เยว่ชิงปิดแฟ้มโดยไม่เขียนว่าญาติคนหนึ่งกลับมาเป็นคนที่ไว้ใจได้ทั้งหมด
แต่ในรายการที่เพิ่งได้รับ มีสิ่งหนึ่งซึ่งนางลงได้ตรงตามที่เกิด
ชิวอิงเป็นคนเลือกไม่เผาสมุด และเป็นคนเลือกให้ผู้อื่นตรวจส่วนของตนในที่สุด
นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI
