Reading settings

ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · Chapter 47

ตอนที่ 47 — ค่าเสียหายของความจริง

Translation not ready. Showing the Thai original.

เยว่ชิงเปิดร้านเช้าวันที่ยี่สิบสามพฤษภาคมตรงเวลา

นางไม่ได้ย้ายของออกจากชั้นเพื่อให้ดูว่าง และไม่ได้เอาเอกสารทุกชุดกองบนโต๊ะเพื่อให้ใครเห็นว่าตนไม่กลัว บัญชีงานอยู่ที่เดิม ใบรับวัสดุอยู่ในแฟ้มร้าน ส่วนคำขอเรื่องพ่อกับของที่แม่ฝากยังอยู่ในตู้ซึ่งล็อกไว้

ก่อนต้มน้ำ นางอ่านบันทึกเมื่อวานอีกครั้ง

ชายไม่แจ้งชื่อ ไม่รับของ ไม่รับเงิน ไม่เปิดกลไก

นางจำเสียงคำขู่ตอนเย็นได้ แต่เสียงนั้นบอกเพียงว่าเขาอยากให้คนมาตรวจ ไม่ได้บอกว่าคนที่จะมามีหน้าที่ใด

ช่วงสายมีคนหยุดหน้าร้านสามคน

ชายเสื้อคลุมน้ำตาลจากเมื่อวานยืนห่างประตูครึ่งก้าว มือว่างเหมือนตอนเย็น ข้างหน้าเขาเป็นชายวัยราวสี่สิบห้า ใบหน้าเรียวรี ผมสั้นแซมเทา สวมแว่นกรอบกลมบางและเสื้อผ้าสีเทาอมฟ้า อีกคนเป็นหญิงอายุราวสามสิบต้น โหนกแก้มสูง ผมดำเกล้ามวยต่ำ เสื้อสีเขียวหม่น หล่อนถือแผ่นรองเขียนไว้แนบตัว

ชายใส่แว่นแจ้งว่ามาจากฝ่ายตรวจงานร้านค้าของตลาดชิงเหอ หญิงข้างเขาเป็นผู้จดรายการ ทั้งสองแสดงบัตรและหนังสือสำหรับการมาตรวจครั้งนี้ให้เยว่ชิงอ่าน ไม่ใช่ให้ชายผู้ร้องถือแทน

นางอ่านชื่อผู้มาและหน่วยงานลงสมุดประจำวัน ขอให้บอกขอบเขตก่อนเชิญเข้ามา

“มีคนร้องว่าเข้ามาซ่อมแล้วเกิดความเสียหาย และร้านไม่ออกใบรับงาน” ชายใส่แว่นกล่าว “เราจะดูทะเบียนร้าน บัญชีรับคืนงาน และวัสดุที่ใช้ประกอบงานก่อน ส่วนคำร้องต้องแยกข้อเท็จจริงอีกครั้ง”

เยว่ชิงมองชายเสื้อน้ำตาล

“ท่านกล่าวว่าเรือนเสียหายจากการซ่อมหรือ”

“เจ้าให้ข้าวางบนโต๊ะ แล้วปฏิเสธรับผิดชอบ”

“ข้าให้ดูงานก่อนตกลง ไม่ได้เปิดเครื่องหรือถอดส่วนใด ท่านตรวจและห่อกลับเอง”

เขาหันไปหาผู้ตรวจ “เห็นหรือไม่ ยังพูดว่าข้าเอาเรื่องเอง”

เยว่ชิงหยุด ไม่ยอมให้การโต้เสียงดังกลายเป็นสิ่งเดียวที่ผู้มาได้ยิน

“ข้าขอแสดงบันทึกของวันนั้น และขอให้ผู้ร้องบอกว่าส่วนใดเสียหาย ก่อนคุยเรื่องรับผิด”

ชายใส่แว่นพยักหน้าแล้วถามผู้ร้องถึงนาฬิกา

“อยู่ที่อื่น” เขาตอบ

“นำมาให้ดูหรือมีรายการสภาพก่อนและหลังหรือไม่”

“เพิ่งเกิดเมื่อวาน จะมีใครทำรายการทัน”

“เราจดคำกล่าวไว้ได้ แต่ยังตรวจส่วนที่เสียหายไม่ได้หากไม่มีของ”

หญิงผู้จดเงยหน้าจากกระดาษ “บอกว่ารอยอยู่ตรงไหนได้หรือไม่”

เขาพูดถึงด้านหลังเรือน จากนั้นเปลี่ยนไปว่าร้านชอบถามเรื่องที่มาจนผู้ซื้อของเก่าลำบาก เยว่ชิงฟังจนจบจึงวางสมุดประจำวันให้ผู้ตรวจอ่านเฉพาะหน้าที่เกี่ยวข้อง

วันที่ยี่สิบสองอยู่บนหัวหน้า บรรทัดเช้าเล่าคำขอลบรอยบนแผ่นทองเหลือง หนึ่งหยวนสำหรับงานนั้น และการปฏิเสธโดยไม่ได้รับของ ส่วนบรรทัดเย็นเป็นคำพูดหน้าประตู

“นี่เป็นบันทึกที่ข้าเขียนเอง” นางกล่าว “ไม่ใช่ใบที่เขาเซ็นรับรอง ข้าใช้ชี้ว่าตนบันทึกเหตุอย่างไร ไม่ได้ให้ถือว่าเขายอมรับทุกคำ”

ผู้ตรวจอ่านต่อไปถึงช่วงที่เขากลับมาเย็น แล้วให้หญิงข้างตนจดว่าเป็นคำชี้แจงของร้าน มีบันทึกประกอบแต่ไม่มีลายมือผู้ร้องรับรอง

ความระมัดระวังนั้นทำให้เยว่ชิงหายใจได้สะดวกขึ้นนิดหนึ่ง คนที่ไม่เข้าข้างนางทันทีอาจกำลังทำหน้าที่ได้ดีกว่าคนที่รับคำพูดนางทุกคำ

จากนั้นนางนำสมุดรับงานมาเปิดตามวันที่

ไม่มีเลขรับเรือนของชายผู้นี้ ไม่มีรายการวัสดุใช้กับเรือนของเขา และไม่มีเงินหนึ่งหยวนเข้าบัญชีวันนั้น

“เจ้าไม่เขียนก็ย่อมไม่มี” ผู้ร้องแทรก

“ถูกต้อง” ชายใส่แว่นตอบ “ไม่มีรายการอย่างเดียวพิสูจน์ไม่ได้ว่าไม่เคยรับ เราจึงดูรายการอื่นและฟังทั้งสองฝ่าย”

เยว่ชิงเลื่อนสมุดยอดรับจ่ายให้เทียบ ไม่แกล้งทำเหมือนประโยคนั้นทำให้นางแพ้ ทั้งคู่กำลังถามช่องที่บัญชีของนางตอบได้ กับช่องที่ตอบไม่ได้แยกกัน

เยว่ชิงให้ผู้ตรวจเทียบบัญชีรับคืนงาน ขณะที่ผู้ร้องยืนฟังอยู่ข้างโต๊ะ
เยว่ชิงให้ผู้ตรวจเทียบบัญชีรับคืนงาน ขณะที่ผู้ร้องยืนฟังอยู่ข้างโต๊ะ

การตรวจร้านกินเวลานานกว่าการอ่านคำร้อง

ใบทะเบียนร้านอยู่ในแฟ้มหน้าสุด เอกสารที่ใช้กับงานวัสดุจากจ้าวมีสำเนาสองฝ่ายและรายการรับจ่ายวันที่เก้า นางเปิดให้ดูเฉพาะส่วนที่ผู้ตรวจขอ ไม่เล่าเรื่องผู้ซื้อรายใหญ่กดดันเจียง เพราะยังไม่มีสิ่งใดเชื่อมคนเหล่านั้นกับคำร้องเช้านี้

หญิงผู้จดถามถึงกล่องชิ้นส่วนใต้โต๊ะ

เยว่ชิงแยกถาดฝึกออกมาให้เห็น นั่นเป็นเครื่องเก่าสำหรับฝึก ไม่ใช่ของลูกค้าที่รับมาซ่อม ส่วนถุงชิ้นส่วนซึ่งมีที่มาต้องตามไม่ถูกนำไปนับเป็นวัสดุใหม่จากจ้าว นางระบุว่าเก็บแยก ไม่เคยใช้กับงานที่แสดงในบัญชีช่วงนี้

“รายการของที่เก็บคนละประเภทควรทำป้ายแยกให้เห็นด้วย” ผู้ตรวจบอก “ตอนนี้เจ้ารู้เอง แต่คนมาตรวจใหม่ต้องถามทีละกล่อง”

นางจดข้อทักท้วงนั้นไว้ ไม่มีเหตุให้ปฏิเสธทุกข้อเพียงเพราะการมาตรวจเริ่มจากคนที่โกรธนาง

เขามองตู้ด้านใน “ตรงนั้นเป็นบัญชีงานด้วยหรือไม่”

“มีเอกสารส่วนตัวและของครอบครัว หากต้องดูเรื่องใด ขอระบุว่าจะเกี่ยวกับรายการร้านตรงไหน ข้าจะหยิบส่วนที่เกี่ยวให้”

ชายเสื้อน้ำตาลชี้ทันที “ของที่ไม่อยากให้เห็นย่อมอยู่ในนั้น”

หญิงผู้จดไม่ได้เดินไปเปิดตู้ หล่อนถามว่าในบัญชีงานมีเรือนรับฝากซึ่งไม่ตรงกับของในร้านหรือไม่

เยว่ชิงกลับไปที่สมุด แสดงการรับและคืนของหญิงรับซักผ้าวันที่สิบสาม พร้อมรายการค่าซ่อมที่คู่กัน รายการเก่าของถังปิดไปตั้งแต่เดือนเมษายน ไม่ใช่นาฬิกาบนชั้นใดชั้นหนึ่งที่ผู้ร้องจะชี้แล้วเรียกเป็นเรือนตนได้

สำหรับการตรวจฟรีที่ศาลาวันที่สิบแปด นางแสดงบันทึกเพียงว่าคนสองคนได้ตรวจเบื้องต้นและนำของกลับ ไม่มีค่าซ่อมหรือการรับฝากลงคู่กัน

ผู้ตรวจถามถึงงานห้องเย็บผ้า

“จดว่าต้องติดตาม แต่ไม่มีเครื่องอยู่ที่นี่” เขาพูด

“ตรวจที่ห้องเมื่อปลายเดือนเมษายน พบส่วนไม้ยึดผนังไม่มั่นคง เจ้าของเก็บนาฬิกาไว้ งานที่จ่ายวันนั้นเป็นการตรวจตามที่ตกลง ยังไม่ได้แจ้งว่าฐานพร้อมให้กลับไปทำต่อ ข้าไม่ได้รับเครื่องกลับร้าน”

หญิงผู้จดเทียบข้อความในรายการกับส่วนค่าใช้จ่าย แล้วแยกช่องงานค้างติดตามออกจากเรือนฝากซ่อม

เยว่ชิงเห็นประโยชน์ของวันที่และขอบเขตซึ่งตนเคยจดไว้โดยไม่คิดถึงวันนี้ หากเขียนเพียงคำว่าแก้นาฬิกาห้องเย็บผ้า นางคงต้องใช้เสียงอธิบายยาวกว่านี้ และคนฟังก็คงต้องเลือกว่าจะเชื่อหรือไม่จากใบหน้าของนาง

ตอนใกล้เที่ยง คนแวะซื้อสายข้อมือหยุดหน้าประตูแล้วเดินเลยไปเมื่อเห็นคนยืนล้อมโต๊ะ นางเห็น แต่ยังลุกไปเรียกไม่ได้

เวลาที่เสียกับการตอบคำถามก็เป็นราคาของเรื่องนี้ด้วย

ชายผู้ร้องเริ่มหงุดหงิดเมื่อผู้ตรวจยังไม่สั่งให้นางจ่ายค่าชดเชย เขาถามว่าจะให้อ่านสมุดจนหมดเล่มหรือจึงเชื่อว่าร้านผิด

“เราไม่ได้มาเพื่อให้ร้านผิดตามที่ใครต้องการ” ชายใส่แว่นตอบ “ถ้ามีความเสียหาย นำเรือนและสิ่งที่ใช้ประกอบคำร้องมา ระบุส่วนที่กล่าวว่าเกิดที่นี่ เราจะตรวจตามเรื่องนั้น วันนี้ไม่มีกลไกหรือแผ่นหลังให้ดู”

“ข้าต้องวิ่งกลับไปอีกหรือ”

“ถ้าต้องการให้ตรวจของ ก็ต้องมีของให้ตรวจ”

ผู้ร้องมองเยว่ชิงเหมือนนางเป็นคนสร้างเงื่อนไขนั้นขึ้นมา แต่คราวนี้นางไม่ต้องพูดแทนผู้ตรวจ

เขาเดินออกก่อนการตรวจร้านเสร็จ ไม่รับปากว่าจะนำเรือนกลับมา ไม่บอกชื่อเจ้าของเดิม และไม่ได้อยู่รอเซ็นข้อความสรุปการตรวจ

เยว่ชิงถามว่าจะบันทึกการจากไปอย่างไร หญิงผู้จดเขียนเวลาที่เขาออกและว่าข้อร้องเรื่องความเสียหายยังต้องตรวจสิ่งที่กล่าวถึงเพิ่มเติม

หลังเทียบของกับรายการอีกบางส่วน ผู้ตรวจให้ทำป้ายแยกถาดฝึก วัสดุซื้อใหม่ และของเก็บที่ไม่ใช้กับงานลูกค้า พร้อมเพิ่มตำแหน่งเก็บในบัญชีวัสดุภายในสามวัน ไม่ได้สั่งให้ทำต้นฉบับเอกสารของครอบครัวใหม่ หรือเปลี่ยนของที่ไม่รู้ที่มาให้กลายเป็นของซื้อวันนี้

นางขออ่านบันทึกก่อนลงชื่อ

ในร่างมีประโยคว่าผู้ร้องนำเรือนมาซ่อมเมื่อวันที่ยี่สิบสอง

“ตรงนี้ขอให้ระบุว่าเขากล่าวว่านำมาซ่อม ส่วนร้านชี้แจงว่ามาขอประเมินก่อนและปฏิเสธโดยไม่รับฝาก” เยว่ชิงพูด “ถ้าเขียนสั้นเช่นนี้จะดูเหมือนเรารับตรงกันแล้ว”

หญิงผู้จดอ่านกลับ เปลี่ยนข้อความและให้ทั้งสองฝ่ายที่ยังอยู่ตรวจรอยแก้ ไม่ขีดคำเก่าจนอ่านไม่ได้

เมื่อข้อชี้แจงครบ เยว่ชิงจึงลงชื่อรับทราบการตรวจและข้อที่ต้องจัดแก้ นางไม่ได้ลงชื่อยอมรับว่าสร้างความเสียหายให้เรือนของชายผู้นั้น

นางได้รับสำเนาบันทึกการตรวจไว้หนึ่งชุด

ข้อร้องยังไม่ได้มีผลว่าใครทำรอยขึ้น เมื่อไม่พบรายการรับฝากที่เกี่ยวและยังไม่มีเรือนให้ตรวจ ผู้ตรวจไม่ได้กำหนดค่าชดเชยในวันนี้ นั่นต่างจากการออกกระดาษรับรองว่าร้านถูกต้องทุกเรื่องตลอดไป

ทั้งสองเก็บของกลับก่อนบ่าย เยว่ชิงส่งถึงประตูแล้วกลับมานั่งตรงที่เดิม

หลังผู้ตรวจกลับ เยว่ชิงอ่านสำเนาบันทึกซึ่งแยกคำร้องจากข้อที่ตรวจพบจริง
หลังผู้ตรวจกลับ เยว่ชิงอ่านสำเนาบันทึกซึ่งแยกคำร้องจากข้อที่ตรวจพบจริง

น้ำในกามีเหลือครึ่งหนึ่งและเย็นแล้ว ข้าวที่นางตั้งใจจะกินตอนเที่ยงวางอยู่ในห่อ นางแก้เชือกและกินช้า ๆ โดยไม่ได้ฉลองว่าชนะ

เช้านี้ร้านไม่ต้องจ่ายหนึ่งหยวนกลับให้คนที่ไม่เคยจ่ายเข้ามา แต่ร้านเสียเวลาขายงาน เสียแรง และได้สิ่งที่ต้องจัดเพิ่ม

นางทำป้ายแยกถาดฝึกกับวัสดุใหม่ก่อนเย็น ระบุที่เก็บในรายการทีละช่องตามของจริง ส่วนของที่มีเรื่องต้องค้นยังแยกต่างหาก ไม่ถูกขัด ไม่ถูกใช้ และไม่ถูกเขียนว่าใหม่เพียงเพื่อให้ทุกช่องดูเรียบร้อย

การให้บัญชีตอบคำถามไม่ได้หมายความว่านางจะซ่อนทุกอย่างไว้ในบัญชีแล้วไม่ต้องพูดกับคนอีก มันเพียงช่วยให้คำพูดของนางมีสิ่งวางข้างกัน และยอมให้คนอื่นตรวจส่วนที่เห็นได้

นางเก็บสำเนาการตรวจไว้กับแฟ้มร้าน เขียนวันครบกำหนดสามวันลงหน้าเตือน จะต้องแจ้งรายการที่จัดแก้กลับไปตามทางที่ผู้ตรวจให้ไว้ ไม่ถือว่าเสร็จเพียงเพราะเริ่มทำป้ายวันนี้

เย็นนั้นอากาศชื้นขึ้น เมฆสีเทาทับแสงริมคลอง คนผ่านหน้าร้านเร่งเท้าเหมือนฝนกำลังรออยู่พ้นหัวมุม

เยว่ชิงเพิ่งยกถาดเครื่องมือขึ้นชั้นเมื่อได้ยินเสียงเรียกเบา ๆ

หลิวเจิ้นยืนอยู่หน้าประตู เสื้อทำงานสีเขียวหม่นเปียกเหงื่อมากกว่าฝน ใบหน้ากว้างคมและคิ้วหนาดูเหนื่อยกว่าครั้งที่นางไปพบวันที่สิบเจ็ด เขาถือห่อเสื้อผ้า ไม่ใช่แฟ้มเอกสารที่เคยเปิดให้นางอ่าน

“วันนี้ร้านยังรับแขกอยู่หรือไม่”

“เข้ามานั่งก่อนเถิด”

เขามองกลับไปทางถนน ก่อนก้าวข้ามธรณี

“ข้าไม่ได้เอาคำตอบเรื่องทะเบียนมา” เขาพูด “และไม่อยากให้เจ้าคิดว่ามาหาเพราะจะให้ดูเอกสารเพิ่ม”

เยว่ชิงวางเก้าอี้ห่างโต๊ะงานให้เขา นำถ้วยสะอาดไปเติมน้ำที่เพิ่งต้มใหม่

“ถ้าเช่นนั้น วันนี้ท่านมาด้วยเรื่องใด”

หลิวจับห่อผ้าแน่นขึ้น ริมฝีปากขยับอยู่ครู่หนึ่งก่อนเสียงออกมา

“ข้ามีเรื่องที่บ้านต้องเล่า แต่คืนนี้ยังไม่รู้ว่าจะกลับไปนอนที่ใด”

นางยังไม่ได้ถามให้เขาส่งหลักฐานแลกที่นอน ยังไม่ได้ตอบแทนแม่ว่ามีห้องให้พัก และยังไม่รู้ว่าคำว่าไม่กลับนั้นเกิดจากอะไร

เยว่ชิงนั่งลงฝั่งตรงข้าม ปล่อยให้ถ้วยน้ำอุ่นอยู่ใกล้มือเขา

“เล่าก่อนเถิด”

ด้านนอกร้านหยดฝนแรกตกลงบนชายคา หลิวค่อย ๆ คลายมือจากห่อเสื้อผ้า เหมือนต้องหาที่วางภาระในมือก่อนจึงจะเริ่มพูดถึงภาระที่หนักกว่าได้

กลับสารบัญนิยาย

นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI