ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · Chapter 30
ตอนที่ 30 — เมื่อลูกค้าหายทั้งวัน
Translation not ready. Showing the Thai original.
กล่องอะไหล่ที่เยว่ชิงยกออกจากลิ้นชักเช้าวันที่หกพฤษภาคมเบากว่าที่ควรเป็น
เธอรู้จำนวนของข้างในตั้งแต่เมื่อคืน แต่เมื่อวางกล่องลงบนโต๊ะ เสียงไม้กระทบไม้ยังทำให้เธอหยุดมืออยู่ครู่หนึ่ง ร้านไม่อาจเดินต่อด้วยความรู้เพียงอย่างเดียว ถ้าสปริงที่ต้องใช้ไม่มี และคนส่งของไม่ยอมส่ง ต่อให้ตรวจเจอจุดเสียถูกต้องก็ทำได้เพียงบอกลูกค้าว่าต้องรอ
เยว่ชิงใส่รายการซื้อกับเงินที่แยกไว้ลงในกระเป๋า ออกไปยังร้านอะไหล่ของเถ้าแก่เจียงก่อนเวลาเปิดร้านตนเอง
พ่อเคยซื้อของจากที่นี่ เธอจำลิ้นชักเล็กที่เรียงเต็มผนังได้ จำกลิ่นน้ำมันและกระดาษห่อเก่าได้ แต่คนหลังเคาน์เตอร์ไม่ได้ยิ้มอย่างที่เธอเคยเห็นตอนมากับพ่อ
เถ้าแก่เจียงเป็นชายวัยประมาณห้าสิบ ผมหงอกแซมดำตัดสั้น หน้าแคบยาว เสื้อทำงานสีน้ำเงินซีดปลายแขนเปื้อนฝุ่น เขาหยิบรายการของเธอขึ้นดูแล้ววางคืน
“สองขนาดนี้ไม่มีให้แล้ว”
“หมดชั่วคราวหรือเลิกขายคะ”
“ของเที่ยวนี้มีคนจอง”
เยว่ชิงมองลิ้นชักที่เขาเพิ่งเลื่อนปิด เธอไม่ถือว่าของที่มองเห็นต้องเป็นของซึ่งเขาขายให้ใครก็ได้ จึงถามถึงเที่ยวต่อไปแทน
“ฉันจ่ายสด ไม่ขอลงบัญชี ถ้าต้องสั่งใหม่ ขอทราบวันที่กับราคาได้ไหม”
เถ้าแก่เจียงถูปลายนิ้วกับขอบกระดาษ
“เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าจ่ายสดหรือไม่สด”
เธอรอ เขามองออกไปทางประตูเหมือนกำลังดูว่าจะมีใครเข้ามาได้ยินหรือไม่
“คนที่รับของไปมากกว่าครึ่งบอกว่า ถ้าฉันยังส่งสองขนาดนี้ให้ร้านหลิน เขาจะย้ายไปซื้อที่อื่น ฉันเสียลูกค้ารายใหญ่ไม่ได้”
เยว่ชิงรู้สึกเหมือนน้ำหนักในกระเป๋าเงินเพิ่มขึ้น ทั้งที่เงินทุกเหมายังอยู่เท่าเดิม
“เขาระบุร้านหลินหรือคะ”
“ระบุ”
“แล้วคุณตกลงแล้ว”
เขาหลบตา “ฉันต้องเลี้ยงคนในบ้านเหมือนกัน”

เธอไม่ได้ขึ้นเสียง แต่เก็บรายการซื้อคืนช้า ๆ
“ฉันเข้าใจว่าคุณต้องขายของ แต่ถ้าไม่ขายให้ร้านฉัน ขอให้บอกตรง ๆ ว่าไม่ขาย อย่าบอกให้ฉันรอของที่คุณไม่มีความตั้งใจจะส่ง”
ริมฝีปากของชายหลังเคาน์เตอร์ขยับ เขาไม่โต้แย้งประโยคนั้น
“ใครเป็นคนขอเงื่อนไขนี้” เธอถามอีกครั้ง
“ฉันไม่อยากดึงตัวเองเข้าไปมากกว่านี้”
คำตอบจบอยู่ตรงนั้น เขาไม่ให้ดูใบสั่งซื้อหรือบอกชื่อผู้ซื้อ เยว่ชิงจึงไม่มีสิทธิ์เขียนชื่อใครลงในช่องที่ยังว่าง แม้ภาพสวีเหวินเต๋อจะผุดขึ้นมาในหัวเร็วเพียงใดก็ตาม
เธอถามของทั่วไปอีกสองรายการ เจียงบอกว่าขายได้ แต่เธอซื้อเฉพาะสิ่งที่จำเป็นจริงในวันนี้ ไม่ยกเงินทั้งหมดไปแลกกับสินค้าที่ไม่แก้ปัญหาของร้าน
เมื่อออกมาสู่ถนน แดดยังอ่อน ร้านข้าวต้มกำลังยกม้านั่งออกมาตั้ง คนขายผักเถียงเรื่องน้ำหนักกับลูกค้าคนหนึ่ง ไม่มีใครหยุดชีวิตเพราะทางอะไหล่ของร้านหลินถูกปิด
เยว่ชิงยืนข้างกำแพง จดคำที่เจียงพูดลงบนด้านหลังรายการซื้อ ระบุว่าเป็นคำบอกเล่าจากผู้ขาย ระบุด้วยว่าไม่ได้เห็นใบสั่งซื้อและยังไม่รู้ชื่อคนตั้งเงื่อนไข
จากนั้นเธอเดินกลับไปเปิดร้านให้ตรงเวลา
ช่วงเช้า ผู้ชายที่หิ้วนาฬิกาปลุกเข้ามาหยุดตรงเคาน์เตอร์ พอเธอตรวจเบื้องต้นแล้วอธิบายว่าต้องเปิดดูส่วนกำลังและอาจต้องรออะไหล่ เขาก็จับหูหิ้วนาฬิกาแน่นขึ้น
“ร้านฝั่งตลาดบอกมีของเลย”
“ถ้าคุณต้องใช้พรุ่งนี้ ลองถามเขาว่ารับรองเวลาเสร็จได้ไหมค่ะ ที่นี่ฉันยังรับรองไม่ได้”
“ช่างหลินคนเก่าไม่เคยให้รอขนาดนี้”
เธอรู้ว่าเขาหมายถึงพ่อ ประโยคนั้นทำให้คำตอบติดอยู่ในคอครู่หนึ่ง แต่เธอยังต้องพูดเรื่องงานให้จบ
“ตอนนี้คนรับงานเป็นฉันค่ะ ฉันไม่อยากรับไว้แล้วให้คุณมาถามหลายรอบโดยไม่มีคำตอบ”
ชายคนนั้นพยักหน้าแบบคนยังไม่พอใจนัก แล้วเอานาฬิกากลับไป เธอไม่รับเงิน ไม่เปิดตัวเรือน และไม่เขียนว่ามีงานฝากซ่อมเพิ่มลงในสมุด
สายหน่อย ผู้หญิงอีกคนถามว่าเปลี่ยนสายหนังได้วันนี้หรือไม่ เยว่ชิงหยิบของที่มีให้ดู ขนาดที่หล่อนต้องการเหลือแต่สีเข้ม หล่อนอยากได้สีอ่อน จึงบอกว่าจะลองไปดูร้านอื่นก่อน
กระดิ่งประตูดังแล้วเงียบอีกครั้ง
เสียงนาฬิกาในร้านยังเดินตามเดิม แต่ช่องรายรับของวันนั้นว่างอยู่จนเที่ยง
เยว่ชิงนั่งลงหน้าโต๊ะ คิดจะออกไปถามร้านอื่นทันที แล้วมองป้ายเวลาเปิดซึ่งแขวนอยู่ด้านในกระจก หากปิดออกไปทุกครั้งที่ใจร้อน ลูกค้าที่อาจมาถึงจะเห็นแต่ประตูล็อก และเธอจะไม่รู้ว่าไม่มีคนมา หรือมีคนมาแล้วพบว่าร้านปิด
เธอรอถึงช่วงพักที่แจ้งไว้ ต้มข้าวที่เหลือให้อุ่น กินให้หมดชาม แล้วใช้เวลาพักเดินถามแผงขายวัสดุใกล้ตลาด
ร้านแรกไม่มีสปริงสำเร็จขนาดที่ต้องการ ร้านที่สองมีแต่ของซึ่งแยกจากเครื่องเก่า บอกที่มาหรือขนาดแน่นอนไม่ได้ เยว่ชิงดูแล้ววางคืน ไม่ซื้อเพียงเพื่อให้มือที่ว่างมีอะไรหิ้วกลับ
แผงสุดท้ายขายวัสดุให้ช่างหลายประเภท คนขายหยิบแถบเหล็กสปริงบางออกมาให้ดู บอกว่าเป็นวัสดุที่เตรียมความแข็งมาสำหรับงานกลไก แต่ต้องวัดและทำปลายให้ตรงกับงานเอง ไม่ใช่หยิบใส่แล้วใช้ได้ทุกเครื่อง
เยว่ชิงจับมันด้วยผ้าก่อนดูขอบและความหนา
“ขายแบ่งเพียงชิ้นทดลองได้ไหม”
“ได้ แต่ถ้าไม่พอดี ฉันรับคืนของที่ตัดแล้วไม่ได้”
“ฉันยังไม่รู้ว่าจะใช้ได้หรือเปล่า จึงขอชิ้นเล็กก่อน”
เขาบอกราคา เธอเทียบกับเงินที่แยกไว้ แล้วซื้อเพียงพอสำหรับการทดลองสองสามครั้ง เก็บใบรายการขายกับคำบอกชนิดวัสดุไว้ ไม่จ่ายเงินจองของล็อตใหญ่ คนขายบอกว่าหากต้องการของต่อเนื่องควรกลับมาคุยรายการและขนาดให้ชัด เขายังไม่ได้สัญญาจะเป็นผู้ส่งของประจำของร้านหลิน
ของที่ห่อกลับมาจึงไม่ใช่คำตอบทั้งหมด เป็นเพียงสิ่งที่เธอใช้ตรวจคำตอบหนึ่งได้
บ่ายนั้นไม่มีลูกค้าที่ตกลงจ่ายค่าซ่อมหรือซื้อของเข้าร้านเลย
เยว่ชิงเช็ดกระจก จัดถาดงาน ลองตั้งเก้าอี้ให้ลูกค้านั่งดูการตรวจได้สะดวกขึ้น แล้วกลับมานั่งที่เดิม เมื่อไม่มีเสียงเรียก เธอก็หยิบสมุดบัญชีขึ้นมาดู
ค่าแรงทำซองของชิวอิงจ่ายไปแล้ว เงินซื้อวัสดุวันนี้ก็จ่ายแล้ว เธอไม่เขียนรายรับที่คาดหวังลงไปให้ตัวเลขดูดี และไม่เอาข้าวที่ได้จากซ่งอ้ายเหลียนมานับเป็นเงินสดใช้จ่าย
ร้านอาจมีวันเงียบได้ แต่ถ้าเธอไม่รู้ว่าความเงียบกินเงินไปเท่าไร มันจะเงียบอยู่นานกว่าที่ร้านรับไหว
เยว่ชิงตีเส้นแบ่งกระดาษเป็นสามส่วน งานที่ทำได้ด้วยของปัจจุบัน งานที่ต้องรอชิ้นสำเร็จ และงานที่ต้องตรวจนอกสถานที่ก่อนคิดราคา เธออ่านทีละรายการแล้วขีดออกสิ่งที่ตนยังทำไม่ถึง
นาฬิกาเรือนใหญ่ในห้องเย็บผ้ายังรอเจ้าของแจ้งว่าไม้แขวนพร้อม เธอจะไม่เขียนมันเป็นงานที่เสร็จแล้วเพื่อเติมช่องว่างของวันนี้ และจะไม่ออกไปลองแขวนทั้งที่ยังไม่ได้รับแจ้ง
งานทำความสะอาด ปรับตั้ง และเปลี่ยนสายขนาดที่มีอยู่ยังรับได้ แต่ก่อนรับต้องตรวจว่าจุดเสียอยู่ในขอบเขตนั้นจริง เธอเขียนคำอธิบายสั้น ๆ สำหรับคุยกับลูกค้า พับใส่สมุดงานแทนการติดคำโฆษณายาวจนเต็มหน้าต่าง
แดดเริ่มออกสีเหลืองตอนหญิงขายขนมจากหัวถนนชะโงกเข้ามาถามว่า วันนี้ไม่ออกไปไหนหรือ เยว่ชิงตอบว่าร้านเปิดตามเวลา หญิงคนนั้นยกถาดเดินต่อ ไม่ได้ฝากนาฬิกาหรือซื้อของ เธอจึงยังไม่เพิ่มรายรับ
เธอนึกถึงข้อเสนอซื้อกระดาษพ่อเมื่อหลายวันก่อน เงินก้อนนั้นจะทำให้ซื้ออะไหล่ได้มากกว่าห่อเล็กตรงหน้า แต่การเอาเอกสารต้นฉบับไปอยู่ในมือคนซึ่งไม่ยอมบอกว่ารับให้ใคร จะสร้างช่องว่างใหม่ที่เงินไม่อาจซ่อมคืน
เยว่ชิงปิดแฟ้มของพ่อแล้วเก็บเข้าที่ ไม่มีเหตุให้หยิบมันขึ้นมาแก้ปัญหาการค้าของวันนี้
หลังถึงเวลาปิดร้าน เธอเอาถาดเศษกลไกสำหรับฝึกออกจากชั้นล่าง พ่อเคยให้เธอรื้อเรียนจากเครื่องเก่าชำรุดในถาดนี้ ไม่ใช่ของที่ลูกค้าฝากไว้ ไม่ใช่ถุงสปริงที่มีชื่อเฉียวหยวน และไม่ใช่ชิ้นส่วนซึ่งยังต้องตรวจที่มาจากใบงานเดือนมกราคม
เธอเลือกชุดกลไกฝึกที่มีตัวเรือนกระบอกสปริงอยู่ครบ มองรอยสึก จดขนาด และวางมันแยกจากถาดงานจริง
แถบเหล็กใหม่ยังอยู่ในกระดาษห่อ เยว่ชิงคลายเพียงเท่าที่จำเป็นให้วัดได้ วางมันบนผ้าแล้วใช้เครื่องมือวัดความกว้างกับความหนา เปรียบเทียบกับส่วนที่ถอดได้จากเครื่องฝึก เธอไม่ดึงมันงอเล่นด้วยมือเปล่า และไม่คิดว่ารู้ขนาดเพียงสองตัวแล้วจะทำสปริงที่ทำงานได้ทันที

ครั้งยังเด็ก พ่อเคยให้เธอทำปลายลวดสำหรับงานง่าย ๆ ชิ้นแรกดูคล้ายตัวอย่างมากจนเธอยิ้มก่อนลองใส่ พอใส่จริงมันกลับเอียงและกินขอบ
พ่อไม่ได้หัวเราะ เขาถามว่าเธออยากให้มันเหมือนตอนวางบนโต๊ะ หรืออยากให้มันทำงานได้เมื่ออยู่ในเครื่อง
เยว่ชิงจำคำถามนั้นได้ชัดกว่าคำชมที่ได้ภายหลัง
คืนนี้เธอจึงเขียนสิ่งที่ต้องทดลองไว้ก่อน ทั้งขนาด ช่องยึดปลาย วิธีม้วน และการตรวจแรงเมื่อใส่ในกระบอก หากทำไม่ได้ เธอต้องรู้ว่าติดตรงไหน ถ้าทำได้กับเครื่องฝึก ก็ยังต้องทดสอบ ไม่ใช่เอาไปใส่ของลูกค้าในเช้าถัดไปเพราะอยากให้ร้านมีรายรับ
เสียงนาฬิกาตีบอกเวลา เยว่ชิงยกถ้วยชาที่เย็นลงแล้วขึ้นดื่ม มือซ้ายขยับจนตัวเรือนนาฬิกาข้อมือแตะขอบโต๊ะเบา ๆ
เธอหยุดมองมันครู่หนึ่ง ก่อนวางถ้วยลงห่างจากเครื่องมือ
วันนี้เธอเสียลูกค้าสองคนที่สอบถาม เสียทางซื้ออะไหล่สองขนาดจากร้านเดิม และจ่ายค่าวัสดุโดยยังไม่รู้ว่าจะได้ใช้หรือไม่ ไม่มีประโยคปลอบใจใดเปลี่ยนตัวเลขเหล่านั้นได้
แต่เธอได้รู้ด้วยว่าประตูไหนปิดเพราะอะไร รู้ขอบเขตงานที่ยังรับได้ และมีวัสดุสำหรับลองหาทางใหม่
เยว่ชิงจัดของแต่ละชนิดลงถาด ติดป้ายงานฝึกด้วยลายมือของตน เก็บเงินส่วนที่เหลือแยกจากค่าใช้จ่ายวันหน้า แล้วเขียนเลขศูนย์ในช่องรายรับของวันนี้
เลขนั้นไม่ใช่คำตัดสินว่าเธอเป็นช่างที่ใช้ไม่ได้ มันเป็นข้อมูลซึ่งเธอจะต้องกลับมาอ่านพรุ่งนี้
นอกหน้าต่าง ร้านฝั่งตรงข้ามเริ่มเก็บเก้าอี้ เธอดับไฟหน้าร้าน เหลือโคมเล็กบนโต๊ะเพียงพอสำหรับตรวจว่าห่อวัสดุและเครื่องมืออยู่ในที่ปลอดภัย
สปริงชิ้นแรกยังไม่ได้ทำขึ้น
เยว่ชิงปิดสมุดไว้ตรงหน้าที่เขียนขั้นตอนทดลอง แล้ววางประแจขนาดเล็กซึ่งจิ้งโจวยืมเมื่อวานกลับลงในช่องของมัน
พรุ่งนี้เธอจะเริ่มจากมือของตน ไม่ใช่เริ่มจากคำสัญญาของคนที่บอกให้รอ
นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI
