ปรับการอ่าน

ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · ตอนที่ 115

ตอนที่ 115 — สิ่งที่ชิวอิงต้องชดใช้

ชิวอิงวางเหรียญลงในถาดทีละเหรียญ

เสียงโลหะสี่ครั้งไม่ดังไปกว่าการขยับเก้าอี้ในห้อง แต่เยว่ชิงฟังจนเหรียญสุดท้ายพ้นมือผู้เป็นญาติ

เงินนี้ไม่ได้ถูกส่งมาให้นางตรง ๆ

เจ้าหน้าที่ผู้รับเรื่องเงินตรวจจำนวนกับรายการรับคืนซึ่งแยกจากยอดสามพันของสวีเหวินเต๋อ ระบุว่าคืนส่วนที่ชิวอิงเก็บไว้จากเงินทดรองซื้อกระดาษ ไม่ใช่เงินชดเชยที่ครอบครัวหลินรับแล้วต้องเลิกถามเรื่องอื่น

วันที่ยี่สิบสองเมษายน พ.ศ. 1981 ช่วงรับแจ้งส่วนของชิวอิงจัดไว้ก่อนเที่ยง หลังเจ้าหน้าที่ตรวจเวลาที่นางทำได้กับเวลาซึ่งเยว่ชิงยังอยู่ในวันลาแล้ว ทั้งสองได้รับนัดผ่านช่องทางของตน

ชิวอิงไม่ได้ถูกเยว่ชิงลากออกจากงานตามใจ ผู้มารับแจ้งมีหน้าที่ตอบสิ่งที่ทำ แต่ไม่จำเป็นต้องมีชีวิตพร้อมให้ใครเรียกไปเมื่อไรก็ได้

นางแกะห่อกระดาษที่ใส่เหรียญจนว่าง แล้วพับมันไว้ในมือ

“สี่เหมา” เจ้าหน้าที่ทวน

ชิวอิงรับคำ

ยอดเล็กเท่าเดิมกับที่เคยเก็บไว้เมื่อจ่ายค่ากระดาษหกเหมาแล้วบอกว่าใช้เงินหนึ่งหยวนหมดแล้ว มันไม่ได้กลายเป็นค่าจ้างย้อนหลัง เพราะชิวอิงเพิ่งช่วยให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่เรื่องพ่อ

ส่วนเงินทดรองที่มาจากผู้จ่ายเดิมถูกลงรับกลับผ่านผู้รับผิดชอบรายการ ไม่ส่งให้เยว่ชิงซึ่งไม่ได้เป็นเจ้าของเงินนั้น และไม่ให้ผู้เกี่ยวข้องเอาเงินไปแลกกระดาษยอมความกันหน้าห้อง

เมื่อผู้รับตรวจแล้ว ชิวอิงได้รับใบรับคืนส่วนของตน

เยว่ชิงดูเฉพาะส่วนที่อนุญาตให้รับทราบ ไม่เอื้อมหยิบเหรียญขึ้นมานับซ้ำเพื่อให้ญาติอายเพิ่ม

เงินคืนเกิดขึ้นแล้ว

ความรับผิดยังมีส่วนอื่น

ชิวอิงคืนเงินที่เก็บจากเงินทดรองผ่านรายการรับคืนของผู้รับผิดชอบ
ชิวอิงคืนเงินที่เก็บจากเงินทดรองผ่านรายการรับคืนของผู้รับผิดชอบ

หลัวถิงอ่านข้อความที่ลงไว้กับชิวอิง

“ท่านรับผิดส่วนที่จ่ายหกเหมา เก็บสี่เหมา แล้วบอกว่าใช้หมด ไม่ลงว่าเป็นผู้เห็นการจ่ายค่าส่งของสี่หยวนแปดเหมาในวันที่สิบหกมกราคม หากไม่เห็นและไม่ได้จ่ายเอง”

ชิวอิงฟังจนจบแล้วแก้คำหนึ่ง

“ข้อความค่าส่งนั้น เขาบอกข้าหลังลุงเสีย ข้ายังจำวันเขียนไม่ได้”

หลัวถิงตรวจส่วนเก่าในรายการ

“คงตามขอบเขตเดิม ไม่เอาวันของรายการไปใช้เป็นวันซึ่งท่านได้ยินหรือเขียนโดยอัตโนมัติ”

เยว่ชิงมองห่อกระดาษที่ว่างอยู่ในมือชิวอิง

ครั้งหนึ่งนางเคยอยากให้ญาติพูดทุกสิ่งในคราวเดียว อยากให้คำที่ขาดอยู่เติมช่องของตนทั้งหมด แล้วถือว่าถ้าชิวอิงลังเลก็ต้องปิดบังความจริงทุกข้อ

วันนี้นางรู้ว่ามีส่วนที่ชิวอิงเคยโกหก และมีส่วนที่ชิวอิงไม่รู้จริง

ทั้งสองอย่างต้องถูกเขียนให้ตรง ไม่เอาอย่างหนึ่งซื้อสิทธิ์เปลี่ยนอีกอย่าง

เมื่อถึงเรื่องรถเข็นกับกระดาษที่ไปส่ง ชิวอิงอ่านส่วนคำรับรู้ของตนเอง

นางยังยืนยันว่าจ่ายค่ารถสองเหมาในวันที่สิบสี่เมษายนตามที่ทำจริง และสวีเหวินเต๋อเดินไปด้วยจนถึงด้านนอกจุดส่งมอบ นางไม่ได้เห็นของในห่อทั้งหมด ไม่รู้ผู้รับปลายทางครบ และไม่มีเหตุให้เอารายการรับของวันที่สิบสองที่อื่นไปทับวันส่งของตน

สิ่งที่เคยไม่ยอมบอกเพราะกลัวถูกถามกลับถึงเรื่องเงินที่ตนเก็บไว้ ถูกบอกพร้อมเหตุที่เคยเงียบ

การบอกในภายหลังทำให้ตามเรื่องได้

แต่ไม่ทำให้ช่วงที่ปล่อยให้ครอบครัวถูกถามจากข้อมูลผิดไม่เคยเกิดขึ้น

“ข้าคิดว่าถ้าพูดเรื่องเขาเดินไปด้วย จะต้องพูดเรื่องเงินกระดาษของข้าต่อ” ชิวอิงกล่าว “ข้าจึงปล่อยให้เยว่ชิงคิดว่าข้าพอรู้ทุกอย่าง แต่ไม่บอก”

นางเงยหน้ามองญาติ

“ข้าไม่ได้ทำให้เครื่องจักรเสีย”

เยว่ชิงรับสายตา

“ข้าไม่ลงสิ่งนั้นเป็นความผิดเจ้า”

ชิวอิงหายใจออกก่อนเยว่ชิงพูดต่อ

“แต่ข้าจะไม่ลงว่าความเงียบกับคำโกหกของเจ้าไม่มีผล เพราะความผิดอีกอย่างเป็นของคนอื่น”

หลัวถิงทวนขอบเขตให้แยกกันในบันทึก ไม่มีใครเอาการตอบนี้ไปเป็นคำรับผิดแทนทุกเหตุของโรงงาน

เยว่ชิงฟังรายการเกี่ยวกับของในร้านด้วย

หีบเครื่องมือที่ชิวอิงเคยยกขึ้นรถโดยอ้างช่วยเก็บ ตราร้านกับกุญแจสำรอง เป็นเรื่องที่มีการทวงคืนและทำรายการไว้ตั้งแต่เดือนเมษายนปี 1978 ต่อหน้าผู้ที่อยู่ในเหตุ

ของที่คืนแล้วไม่ถูกเขียนให้กลายเป็นของซึ่งชิวอิงยังถืออยู่ในวันนี้ และไม่ถูกนับเป็นการคืนใหม่เพื่อให้ดูเหมือนนางเพิ่งคืนมากกว่าที่เกิดขึ้นจริง

สิทธิ์เข้าร้านไม่ได้กลับคืนไปให้ชิวอิงเพราะนางคืนเงินสี่เหมา

แม่กุญแจที่เปลี่ยนหลังเหตุครั้งนั้นยังมีประวัติของมัน กุญแจห้องเช่าในหลันโจวของเยว่ชิงก็เป็นอีกดอกอีกสิทธิ์หนึ่ง ไม่มีสิ่งใดในรายการวันนี้อนุญาตให้ญาติกลับไปถือแทน

เมื่ออ่านถึงสมุดเงินส่วนตัว ชิวอิงขยับมือ

“สมุดเดิมยังอยู่กับสำนักงานใช่ไหม”

“อยู่ตามใบรับที่ส่งมอบในเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว” หลัวถิงตอบ “วันนี้ไม่ได้คืนต้นฉบับ เพราะยังเป็นเอกสารที่รักษาไว้ประกอบเรื่อง การใช้ส่วนที่เกี่ยวข้องคงตามขอบเขต ไม่ได้หมายความว่าข้อมูลส่วนตัวทุกหน้าจะติดประกาศ”

ชิวอิงรับคำ

นางมีสำเนาส่วนที่ได้รับอนุญาตกับใบรับของตน ไม่ต้องมอบมันให้เยว่ชิงเพื่อให้ลูกพี่ลูกน้องเชื่อว่ายอมรับผิดพอแล้ว

การรักษาต้นฉบับให้มีที่อยู่แน่นอนเป็นอีกส่วนที่นางต้องทำตาม ไม่ทิ้งหรือแก้หมึกเก่าเพราะไม่อยากถูกถาม

หลัวถิงแจ้งเรื่องหน้าที่ให้ข้อมูลตามจริง การแก้ข้อความซึ่งตนรู้ว่าให้คนอื่นเข้าใจเกินความรู้ของตน และการรับผิดเรื่องเงินผ่านรายการที่ตรวจได้ ชิวอิงรับหนังสือส่วนของตนพร้อมช่องทางตอบส่วนที่อาจต้องถามต่อ

นางไม่ต้องลงชื่อว่าแม่หลินให้อภัยแล้ว

แม่ไม่ได้อยู่ในห้อง และชิวอิงไม่มีสิทธิ์เขียนแทนความรู้สึกของแม่เพื่อให้กระดาษตนจบง่ายขึ้น

ช่วงนั้นเอง ชิวอิงถามเยว่ชิงด้วยเสียงที่เบากว่าก่อน

“ถ้าข้าคืนแล้ว บอกแล้ว เจ้าจะกลับมาคุยกับข้าเหมือนเดิมไหม”

เยว่ชิงมองนาง

คำว่า เหมือนเดิม มีหลายอย่างอยู่ในนั้น บางอย่างชิวอิงอาจจำว่าเคยสบายใจ บางอย่างเยว่ชิงจำว่าเป็นช่วงที่ตนไม่รู้ว่าถูกเอาความเชื่อไปใช้ทำอะไร

“ข้าจะคุยเรื่องที่ต้องคุย” นางตอบ “แต่ข้าไม่สัญญาว่าความไว้ใจจะกลับมาในวันเดียวกับใบรับคืนเงิน”

ชิวอิงก้มมองมือ

“แล้วข้าต้องทำอีกเท่าไร”

“ทำส่วนที่ต้องรับผิดให้ครบ ไม่ต้องทำเพิ่มเพื่อซื้อคำตอบจากข้า หากมีของของใครอยู่กับเจ้า คืนตามเจ้าของ หากมีคำที่เจ้าพูดผิด แก้ให้คนที่ได้ยินรู้ตามส่วน และถ้าไม่รู้ ต้องบอกว่าไม่รู้”

เยว่ชิงเว้นครู่หนึ่ง

“ส่วนความไว้ใจ ข้าเป็นคนเลือกได้ เจ้าไม่ต้องเอาทั้งชีวิตมาจ่ายให้ข้าเพื่อบังคับให้ข้าตอบว่ามีแล้ว”

ชิวอิงเงยหน้าอีกครั้ง

น้ำตาอยู่ในตา แต่นางไม่ได้ยื่นมือจับเยว่ชิงเพื่อให้คำตอบเปลี่ยน

หลังรับเอกสาร ทั้งสองออกจากห้องตามเวลาที่จบส่วนแจ้ง

ใต้กันสาดหน้าสำนักงาน มีที่ยืนพ้นช่องทางเดิน เยว่ชิงหยุดเพราะชิวอิงขอพูดอีกสักครู่ และนางบอกว่ามีเวลาสั้น ๆ ก่อนกลับบ้าน

ไม่มีแฟ้มเปิดบนโต๊ะระหว่างคนทั้งสอง ไม่มีเจ้าหน้าที่คอยลงทุกความรู้สึกเป็นข้อความทางงาน

ชิวอิงถามเรื่องแม่

“ข้าไปหาอาหญิงได้ไหม”

“ข้าจะถามนางตามที่เจ้าขอ” เยว่ชิงตอบ “แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่คำอนุญาตให้ไปยืนหน้าบ้าน”

“ถ้านางยังไม่อยากพบล่ะ”

“ก็อย่าไป”

คำตอบเรียบจนชิวอิงหายใจเข้าเงียบ ๆ

เยว่ชิงไม่ได้ใช้การปฏิเสธแทนแม่ นางเพียงไม่ให้ความอยากแก้ตัวของญาติกลายเป็นนัดที่แม่ไม่ได้เลือก

“ข้าอยากให้นางรู้ว่าข้ารับผิดแล้ว”

“เจ้าบอกผ่านข้อความที่เป็นส่วนของเจ้าได้ ไม่ต้องเอาหนังสือของคนอื่นไปอ่านให้ฟังทั้งหมด ข้าจะถามแม่ว่าอยากรับอย่างไร”

ชิวอิงพยักหน้า

แล้วถามอีกเรื่องหนึ่ง

“ถ้าข้าไปช่วยงานในร้านโดยไม่รับเงิน…”

“ยังไม่มีการตกลงงานนั้น” เยว่ชิงหยุดคำชวน “ข้าไม่เอาแรงฟรีของเจ้ามาแทนการคืนสิ่งที่ควรคืน และเจ้าไม่ต้องทำงานคอยทุกเช้าเพื่อรอว่าข้าจะยอมเรียกญาติอย่างเดิมเมื่อไร”

ชิวอิงมองเสื้อของตน ปลายนิ้วแตะรอยปะตรงแขน

“วันนี้ข้ามีผ้าที่ต้องส่งลูกค้าเย็นนี้”

“เช่นนั้นกลับไปทำให้ทันเถอะ ถ้าเป็นงานที่ตกลงค่าจ้างไว้ ก็ทำตามงานนั้น”

เยว่ชิงตอบชิวอิงใต้กันสาดโดยแยกความรับผิดออกจากคำสัญญาให้อภัย
เยว่ชิงตอบชิวอิงใต้กันสาดโดยแยกความรับผิดออกจากคำสัญญาให้อภัย

เยว่ชิงกลับบ้านก่อนช่วงพักบ่ายของแม่

นางถามว่าวันนี้แม่มีแรงฟังเรื่องชิวอิงเฉพาะส่วนที่จะฝากข้อความมาหาหรือไม่ แม่ขอฟังสั้น ๆ

เยว่ชิงบอกเรื่องคืนเงินตามบัญชี รับผิดส่วนของตน และคำขอพบ ไม่บอกว่าเมื่อสำนักงานรับแจ้งแล้ว แม่ต้องยอมรับแขกเพื่อทำให้ขั้นตอนเสร็จ

แม่เงียบอยู่ครู่หนึ่ง

“แม่รับข้อความสั้นจากนางได้” นางตอบ “แต่ยังไม่พบที่บ้าน และยังไม่อยากให้เอาของมาฝากเพื่อให้แม่เกรงใจ”

เยว่ชิงทวนให้แน่ใจ

“ข้อความเรื่องของนางเอง ไม่ต้องแนบสำเนาของคนอื่นทั้งหมดใช่ไหมคะ”

แม่รับคำ

นางจึงจดเพื่อนำคำตอบไปแจ้งผ่านช่องทางที่ชิวอิงตกลงใช้ ไม่เดินไปหาที่ทำงานของนางในเย็นนี้จนงานที่เพิ่งบอกให้ทำต้องเสียเวลาอีก

สิทธิ์พูดกับญาติไม่ได้หมายความว่าแม่ต้องพูดกับญาติในวันเดียวกัน

หลังแม่เข้าพัก เยว่ชิงเปิดสมุดของตน

วันนี้มีใบรับคืนเงิน มีการรับแจ้งส่วนผิด และมีคำตอบเรื่องการติดต่อแม่ที่ต้องส่งตามขอบเขต

นางไม่เขียนว่าเรื่องชิวอิงได้รับการให้อภัยแล้ว

ในชีวิตก่อน เยว่ชิงเคยอยากได้ประโยคขอโทษจนยอมลดคำถามอื่นลงทีละอย่าง หวังว่าหากอีกฝ่ายรู้สึกผิดมากพอ วันข้างหน้าจะไม่มีเหตุให้ระแวงอีก

ความทรงจำนั้นยังเป็นของนางคนเดียว

ในชีวิตนี้ นางไม่จำเป็นต้องใช้ความรู้สึกผิดของชิวอิงเป็นเครื่องคุ้มกันแทนใบรับ ของที่คืน และคำที่แก้

ความรับผิดต้องมีสิ่งที่ทำได้จริง แม้ผู้เสียหายยังไม่พร้อมยิ้มให้

เย็นวันเดียวกัน ชิวอิงกลับไปทำงานที่บ้านตน

ผ้าสีเทาของลูกค้าวางไว้ตามงานซึ่งรับและตกลงค่าจ้างไว้ ไม่ใช่ผ้าของเยว่ชิงหรือของอาหญิงที่นางเอามาเย็บฟรีเพื่อขอเข้าประตูบ้าน

นางตรวจแนวพับชายที่ทำไว้ เล็มด้ายส่วนที่ไม่ต้องใช้ เก็บกรรไกรในที่ปลอดภัยแล้วพับผ้าให้พร้อมส่งตามนัด

ตรงกระเป๋าเอกสารมีใบรับเรื่องวันนี้แยกจากงานรับจ้าง ชิวอิงไม่เอามาวางให้ลูกค้าอ่านเพื่อขอให้ช่วยพูดกับเยว่ชิง

การส่งงานตรงเวลาจะไม่ได้ซื้อความไว้ใจของญาติกลับคืน

แต่ลูกค้าคนนี้ไม่ควรต้องเสียงานเพราะนางใช้ทั้งวันคิดว่าจะเอาคำขอโทษแบบใดไปวางให้คนอื่นปฏิเสธไม่ได้

ชิวอิงมองของที่เสร็จแล้วอยู่ครู่หนึ่ง

นางไม่ได้เป็นคนที่ไม่มีทางทำงานด้วยตนเอง

และคำว่าไม่มีทางเลือก ซึ่งนางเคยใช้ลดความผิดของตน ไม่ควรไปลบวันที่มีทางพูดจริงแล้วนางเลือกเงียบ

นางเก็บผ้าใส่ห่อส่งงาน แล้วนำใบรับเงินคืนไปไว้ในซองของตน

ไม่มีการเผาสมุดเก่า ไม่มีการฉีกสำเนาที่ทำให้อาย และไม่มีเหรียญเหลือในห่อกระดาษที่ต้องแกล้งเรียกเป็นค่าจ้างอีก

ชิวอิงตรวจและพับงานรับจ้างของตนให้เสร็จโดยไม่ใช้แรงฟรีซื้อการให้อภัย
ชิวอิงตรวจและพับงานรับจ้างของตนให้เสร็จโดยไม่ใช้แรงฟรีซื้อการให้อภัย

ที่บ้านหลิน เยว่ชิงช่วยแม่เตรียมอาหารตามส่วนที่แม่ขอ

เมื่อเก็บถ้วยแล้ว นางถามเรื่องกล่องของพ่อ

กล่องนั้นอยู่กับแม่มานานแล้ว ไม่ได้อยู่ในกระเป๋าของเยว่ชิงตลอดช่วงที่ทำเรื่องในหลันโจว ของซึ่งยืมไปบางคราวมีการนำกลับตามวัน ไม่ใช่สิ่งที่กลายเป็นของลูกเพราะถูกใช้ถามความจริง

“พรุ่งนี้ก่อนข้าเดินทาง ข้าอยากจัดรายการส่วนที่ใช้จบแล้วกับของที่ยังเป็นของแม่ให้เรียบร้อยค่ะ” นางพูด “ขอยืมกล่องจากที่เก็บมาไว้บนโต๊ะหน้าในตอนเช้าได้ไหม แล้วจะคืนเข้าที่ให้แม่วันเดียวกัน ไม่เอาไปสำนักงานหรือขึ้นรถไฟ”

แม่ถามว่าจะเปิดดูอะไร

เยว่ชิงบอกเฉพาะสิ่งที่จะตรวจตามรายการเดิม แยกต้นฉบับกับสำเนาที่ตนมี และดูว่าคำบันทึกการใช้ของที่ยืมเคยคืนครบหรือไม่ นางไม่ต้องการแกะชิ้นส่วนมาลองประกอบให้พิสูจน์อะไรใหม่

“แม่อยากอยู่ตอนเปิด” แม่ตอบ “และถ้าช่องไหนเป็นเรื่องที่ไม่ต้องใช้แล้ว แม่จะเลือกเองว่าจะเก็บอย่างไร”

เยว่ชิงรับคำ

การอนุญาตสำหรับเช้าวันที่ยี่สิบสามชัดเจนพอให้ลงรายการวันยืมและคืนได้ มันไม่ได้เป็นคำว่าเอาไปทำอะไรก็ได้ตลอดไป

นางยังไม่ได้หยิบกล่องในคืนนี้

แม่ยังเป็นคนถือของของตน

เยว่ชิงเก็บปากกาแล้วดูวันรายงานตัวในสมุดอีกครั้ง รถไฟคืนวันพรุ่งนี้ต้องพานางกลับถึงหลันโจวทันรายงานวันที่ยี่สิบสี่ตามที่จัดงานไว้

เรื่องที่เสร็จควรถูกปิดตรงส่วนของมัน

เรื่องที่ยังต้องติดตามควรมีช่องทางซึ่งไม่บังคับให้คนหนึ่งหยุดชีวิตเฝ้าทุกตู้

นางมองซองรับทราบส่วนของชิวอิงที่เก็บไว้ในแฟ้ม แล้วมองประตูห้องแม่

คืนนี้ไม่มีใครมาขอให้แม่เปิดประตูเพราะคืนเงินสี่เหมาแล้ว

และพรุ่งนี้ สิ่งที่เยว่ชิงจะคืนให้แม่ก็ไม่ใช่ความจริงที่ลูกเลือกไว้ให้คนทั้งบ้าน

เป็นของที่มีเจ้าของ และสิทธิ์ของเจ้าของที่จะใช้ชีวิตกับมันต่อด้วยตนเอง

กลับสารบัญนิยาย

นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI