ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · ตอนที่ 78
ตอนที่ 78 — นาฬิกาของคนที่จากไป
หลังเก็บใบรับจดหมายที่ส่งถึงฝ่ายจัดซื้อในเช้าวันที่สิบสามพฤษภาคม หลินเยว่ชิงกลับมาช่วยแม่จัดของหน้าร้าน
โต๊ะซ่อมตัวเดิมอยู่ใกล้หน้าต่าง นางเช็ดฝุ่นจากขอบที่ลูกค้าใช้วางห่อผ้า แม่ขอให้นางเลื่อนเก้าอี้เข้าหาแสงอีกนิดแล้วนั่งลง ไม่ยืนจัดทุกอย่างเองทั้งที่ยังเหนื่อยง่าย
เสียงคนเรียกหน้าประตูดังขึ้นก่อนเที่ยง
หญิงคนหนึ่งยืนถือห่อผ้าสีซีด ใบหน้าค่อนข้างกลม ดวงตาบวมเหมือนคนพักไม่พอ ผมรวบต่ำ เสื้อฝ้ายสีฟ้าหม่นสะอาด แต่ขอบแขนข้างหนึ่งมีด้ายซึ่งเพิ่งเย็บย้ำ
นางชื่อเหอซู่เจิน อายุสี่สิบหก เป็นลูกค้าแถวตลาดซึ่งเคยนำของเล็กมาถามที่ร้านหลิน แต่ยังไม่เคยให้เยว่ชิงซ่อมนาฬิกาเรือนนี้
“ได้ยินว่ากลับมาสองสามวัน” นางพูด “หากไม่มีเวลา ข้าจะเอากลับ ไม่ฝากให้คนที่บ้านต้องตามเรื่องแทน”
เยว่ชิงเชิญให้นั่ง บอกว่าจะเดินทางกลับคืนวันรุ่งขึ้น รับดูอาการก่อน แต่ยังไม่รับว่าจะทำเสร็จเพียงเพราะเปิดร้านอยู่วันนี้
เหอซู่เจินแกะผ้าออกช้า ๆ
นาฬิกาข้อมือตัวเรือนเหล็กวางอยู่บนผ้า สายหนังดำเก่าตามข้อพับ หน้าปัดมีรอยขีดเล็กใกล้ขอบ เข็มหยุดที่เวลาเดียวกับที่เจ้าของห่อจำได้จนไม่ต้องก้มมอง
“ของสามีข้า”
เยว่ชิงหยุดมือที่จะหยิบไขลาน
“ท่านต้องการให้ข้าดูส่วนใด”
“มันไม่เดิน”
แล้วหญิงตรงหน้าก็เงียบไปเหมือนคำแรกตอบไม่พอ
แม่ขยับถ้วยน้ำไปวางใกล้มือผู้มาเยือนก่อนลุกกลับไปพักด้านใน นางไม่ใช้ความเงียบของลูกค้ามาถามเรื่องป่วยต่อหน้าใครอีกคน
เหอซู่เจินมองเข็มนาฬิกา
“เขาจากไปปลายเดือนกุมภาพันธ์ ป่วยอยู่หลายเดือน ก่อนหน้านั้นไม่เคยลืมไขลาน ตอนลุกจากเตียงไม่ได้ ข้าก็ไม่ได้คิดถึงมันทุกวัน”
นางเอ่ยเวลาแปดโมงสิบนาที แล้วหัวเราะสั้น ๆ
“คนถามข้าว่าหยุดตอนเขาตายหรือ ข้าก็บอกว่าประมาณนั้น แต่จริง ๆ ข้าไม่ได้ดูทั้งสองอย่างพร้อมกัน ข้าจำเวลาที่เห็นมันหยุดภายหลัง”
เยว่ชิงมองหน้าปัด
นางไม่เปลี่ยนคำว่าภายหลังให้กลายเป็นขณะที่หัวใจหยุด เพื่อทำให้เรื่องของนาฬิกาฟังเหมือนมีความลับยิ่งขึ้น
“ข้าจะยังไม่ไขนะคะ” นางบอก “ขอให้ท่านบอกก่อนว่าอยากเก็บให้หยุดอย่างนี้ หรืออยากให้กลับมาเดิน”
เหอซู่เจินใช้ปลายนิ้วแตะสายหนัง
“ข้าตั้งใจมาขอให้เดิน แต่พอเจ้าจะหยิบ ข้ากลับรู้สึกว่าเข็มจะเอาสิ่งสุดท้ายไปด้วย”

เยว่ชิงเลื่อนมือออกจากตัวเรือน
นางเคยคิดว่าถ้าเดินทางกลับไปถึงวันก่อนทุกอย่างพังได้ ความผิดจะถูกหยุดไว้พร้อมเข็มหนึ่งคู่ แต่เมื่อกลับมาจริง พ่อก็เสียไปแล้วสามเดือน นางไม่ได้กลับไปก่อนคืนที่เขาบาดเจ็บ
นางตามชื่อคน ตามทางของลัง และตามคำบนกระดาษมาเกินปี พ่อยังไม่มีวันก้าวออกมาจากตู้เอกสารที่ถูกเปิดอย่างถูกวิธี
“ข้าทำให้เครื่องเดินได้หรือไม่ต้องตรวจ” นางพูด “แต่ถ้ามันเดิน ก็ไม่ได้หมายความว่าท่านต้องเลิกจำเขา ถ้ามันยังหยุด ก็ไม่ได้ทำให้เขายังเจ็บอยู่ในวันนั้น”
เหอซู่เจินเงยหน้า
“เจ้าพูดเหมือนเคยกลัวของในบ้านเดินต่อ”
เยว่ชิงมองรอยไม้บนโต๊ะของพ่อ
“ข้าเคยกลัวว่าถ้าใช้ชีวิตต่อ คนจะนึกว่าข้าเลิกทวงความจริงให้เขาแล้ว”
“แล้วเลิกหรือ”
“ไม่ค่ะ แต่ข้ายังต้องกินข้าว ไปทำงาน และฟังแม่พูดเรื่องวันนี้”
หญิงตรงหน้าคลายมือจากสาย
เจ้าของร้านขายข้าวที่ปลายถนนส่งเสียงเรียกคนยกถุง เสียงเด็กวิ่งผ่านไปกับเสียงรองเท้ากระทบพื้น ทั้งหมดดำเนินอยู่รอบโต๊ะที่มีนาฬิกาหยุด โดยไม่ได้ขออนุญาตผู้เสียคนรักก่อน
เหอซู่เจินบอกว่าอยากให้นาฬิกาเดินอีกครั้ง แต่ไม่อยากเปลี่ยนสายหนัง ถ้ามันยังพอใช้ได้ และไม่อยากให้ขัดรอยเล็กบนหน้าปัดจนหาย
“เขาทำรอยตอนช่วยข้าย้ายตู้” นางบอก “ข้าบ่นไปตั้งนานว่าไม่รู้จักระวัง”
เสียงของนางต่ำลง
“ตอนนี้กลับไม่มีคนให้บ่น”
เยว่ชิงรับนาฬิกาบนผ้า จดขอบเขตงานให้เจ้าของอ่าน เก็บสายเดิม ไม่ขัดลบรอยที่ไม่ได้ขัดการเดิน ตรวจเครื่องก่อนเสนอการซ่อมและค่าใช้จ่าย หากมีส่วนต้องเปลี่ยนจะถามก่อน
นางจดเวลาที่เข็มหยุดในใบของเจ้าของตามคำขอ และแยกว่าเป็นเวลาที่เห็นภายหลัง ไม่ได้ลงเป็นเวลาที่สามีเสียชีวิต
เหอซู่เจินเอียงกระดาษรับงานเข้าหาแสงแล้วพยักหน้า
“ให้ตรวจได้ค่ะ”
เยว่ชิงจึงเปิดฝาหลังต่อหน้าเจ้าของ
ข้างในไม่มีปริศนาที่รู้ชื่อคนผิด ไม่มีเลขซึ่งพาไปถึงแฟ้มโรงงาน มีคราบน้ำมันเก่ากับฝุ่นตามจุดที่ต้องทำความสะอาด นางตรวจอย่างเบามือ ไม่ใช้แรงเพิ่มเพื่อเอาชนะส่วนที่ยังไม่ทราบว่าฝืดเพราะอะไร
อาการที่เห็นพอให้เสนอทำความสะอาดและดูการเดินหลังประกอบ หากมีความเสียหายอื่นจึงค่อยแจ้งเพิ่ม ไม่สัญญาว่าทำแล้วจะตรงทุกนาทีหรือไม่ต้องแตะอีกหลายปี
เหอซู่เจินตกลงค่าใช้จ่ายของส่วนแรก อ่านใบรับซึ่งแยกงานไว้ แล้วเก็บสำเนาของตน
“ข้าจะกลับมาบ่ายวันพรุ่งนี้” นางบอก “ถ้ายังไม่เรียบร้อยอย่าเร่งให้มันเสียอีก ข้ามาเอากลับแล้วค่อยนัดตอนเจ้ากลับคราวหน้าได้”
เยว่ชิงรับคำ
ลูกค้าลุกไปพร้อมผ้าห่อซึ่งนางเอากลับก่อน นาฬิกาอยู่ในถาดรับงานของร้านที่ตกลงใช้กับแม่ ไม่ปะปนกับสำเนาเรื่องคลังในห่อปิดอีกด้านของบ้าน
ช่วงบ่าย เยว่ชิงทำงานใต้แสงหน้าต่าง
นางจัดชิ้นส่วนตามลำดับในถาด ไม่วางสายหนังเก่าในที่ที่น้ำยาหยดถึง เช็ดฝาหลังเฉพาะส่วนซึ่งต้องสะอาด ไม่ขัดให้ใหม่จนลบร่องรอยที่เจ้าของเพิ่งขอให้เก็บ
บางรอยเป็นอาการเสีย บางรอยเป็นสิ่งที่เจ้าของเลือกไว้ การดูแลของไม่ใช่การตัดสินแทนว่าอะไรควรหายเพราะช่างเห็นว่าไม่สวย
หลังทำส่วนที่ตกลงและประกอบกลับ นางไขลานอย่างพอดี
เข็มวินาทีกระตุกแล้วเดินต่อ
เสียงเล็กนั้นไม่ได้ดังพอให้แม่ต้องออกมาดู แต่เยว่ชิงหยุดมืออยู่ครู่หนึ่ง
นางไม่เคยได้ยินเสียงมันก่อนวันนี้ จึงไม่เรียกมันว่าเสียงเดิมของผู้ชายที่ไม่เคยพบ นางวางไว้เพื่อเทียบการเดินตามช่วงเวลาที่เหลือ และลงว่าต้องบอกเจ้าของให้ตรวจซ้ำหลังใช้งานจริง

เย็นวันนั้น แม่ถามว่านาฬิกาเป็นอย่างไร
“เริ่มเดินแล้วค่ะ ยังต้องดูต่อ”
แม่พยักหน้า ไม่พูดว่าคนมาเอาจะหายเศร้าเพราะนาฬิกาเดิน
“นางยังนั่งนานตอนก่อนเข้าร้าน” แม่บอก “คนช่วยเห็น นึกว่ารอเจ้าเปิด แต่ข้าว่านางกำลังคิดว่าจะเข้ามาดีหรือไม่”
เยว่ชิงวางใบงานไว้ตามช่อง แล้วนั่งข้างแม่
“แม่เคยมีของที่ไม่อยากให้ข้าซ่อมหรือไม่”
แม่มองไปทางโต๊ะ
“พ่อเจ้าขูดขอบไว้ตอนย้ายเข้าร้าน ข้าเคยคิดว่าจะให้ขัด แต่ถ้าขัดจนเรียบ ข้าก็ไม่รู้จะเอามือไปวางตรงไหนเวลาคิดถึงเขา”
เยว่ชิงมองร่องตื้นที่ตนเช็ดฝุ่นออกตอนเช้า
“แม่อยากเก็บไว้หรือ”
“เก็บรอยได้ แต่ขาที่โยกควรทำให้มั่นคง อย่าเอาการคิดถึงคนไปเป็นเหตุให้คนใช้ต่อบาดเจ็บ”
นางหัวเราะเบา ๆ แล้วไอหนึ่งครั้ง เยว่ชิงเลื่อนถ้วยน้ำให้ตามที่แม่เอื้อมหา ไม่ใช้ประโยคเมื่อครู่เปลี่ยนโต๊ะเป็นหลักฐานที่ห้ามใครใช้แตะอีก
“พรุ่งนี้ข้าจะตรวจขาก่อนจัดของค่ะ ถ้าทำส่วนเล็กให้มั่นคงได้จะทำ ถ้าต้องซ่อมมากต้องนัดคน ไม่รับว่าเสร็จทั้งหมดก่อนขึ้นรถไฟ”
“แม่รู้ว่าเจ้าต้องกลับ”
คำตอบนั้นทำให้เยว่ชิงมองแม่แทนโต๊ะ
แม่ไม่ได้ขอให้นางหยุดชีวิตในหลานโจวเพื่อเฝ้ารอยของพ่อ และไม่ได้ขอให้ความจริงทุกแผ่นเสร็จก่อนคืนวันพรุ่งนี้
“ข้าอยากกลับมาช่วยได้นานกว่านี้”
“ครั้งนี้ช่วยตามที่มีเวลา แล้วอย่าลืมจัดคนช่วยต่อ แม่เหนื่อยอยู่ แต่ไม่ต้องให้เจ้าเหนื่อยแทนจนล้มด้วย”
เยว่ชิงรับคำ

วันรุ่งขึ้น นางตรวจส่วนยึดขาโต๊ะกับแม่ ช่วยขันส่วนที่หลวมให้มั่นคงและตรวจการวางก่อนใช้ โดยไม่ขัดร่องขอบที่แม่ขอเก็บ บอกว่าส่วนที่ต้องให้คนตรวจต่อจะนัดผ่านคนดูแลตามเวลาที่ตกลง
ส่วนงานอื่นในบ้าน นางทำเท่าที่มีเวลา จดการส่งเงินกับช่วงคนช่วยให้แม่อ่าน ไม่เอานัดถานเส้าหรงไปเป็นเหตุเพิ่มงานให้แม่หรือนำคำกังวลของครอบครัวเขามาเล่า
บ่ายวันที่สิบสี่ เหอซู่เจินกลับมาพร้อมผ้าห่อเดิม
เยว่ชิงแสดงนาฬิกา อธิบายส่วนที่ทำกับช่วงที่เทียบการเดินไว้ ไม่บอกว่ารับรองหมดแล้วจากการดูเพียงคืนเดียว นางแนะนำให้สังเกตหลังใช้งานและให้นำมาตรวจตามช่องทางรับงานของร้าน หากมีอาการใหม่ไม่ต้องฝืนไข
สายหนังยังอยู่ รอยขีดเล็กยังอยู่
นาฬิกาเดินผ่านตำแหน่งที่เคยหยุด
เหอซู่เจินจับมันไว้ในมือ เสียงหายไปใต้ฝ่ามือของนางชั่วครู่ ก่อนนางค่อย ๆ คลายออก
“ข้ายังเห็นเวลาแปดโมงสิบนาทีอยู่” นางพูด
เยว่ชิงไม่บอกว่าห้ามนึกถึง
“กระดาษที่ท่านจดไว้ยังอยู่ค่ะ ไม่ต้องให้เข็มทำหน้าที่จำทุกอย่างแทนท่าน”
เหอซู่เจินหยิบใบรับฉบับของตนขึ้นดู ข้างเวลาที่เลือกจดมีข้อความเรื่องวันที่นำมาตรวจ ไม่ใช่วันที่ของสามีซึ่งต้องถูกเปลี่ยนตามการซ่อม
“วันนี้มันเดิน แล้วเขาก็ไม่ได้กลับมา”
เสียงนั้นเบา แต่ชัดจนเยว่ชิงไม่อาจเอาคำปลอบที่จัดไว้ให้ดูง่ายมาทับได้
“ค่ะ”
นางตอบได้เพียงนั้น
หญิงตรงหน้ามีน้ำตาไหลหนึ่งสาย นางเช็ดด้วยมุมผ้า ไม่ขอโทษที่ร้องไห้หน้าร้าน และไม่ยอมให้เยว่ชิงสรุปว่าซ่อมแล้วจึงควรดีใจอย่างเดียว
เยว่ชิงเลื่อนถ้วยน้ำให้ แล้วรอ

เมื่อเหอซู่เจินพร้อม นางชำระเฉพาะงานที่ตกลง รับใบรับเงินกับนาฬิกาของตน ไม่ฝากความทรงจำไว้ให้ช่างรับผิดชอบทั้งหมดต่อจากนี้
ก่อนออกจากร้าน นางหันกลับมาพูดว่าอาจใช้สายใหม่วันหนึ่ง หากสายเดิมขาดจริง แต่ตอนนี้ยังอยากเก็บไว้
“ถึงตอนนั้นท่านเลือกได้อีกค่ะ” เยว่ชิงตอบ “วันนี้ไม่ต้องเลือกแทนวันนั้น”
เหอซู่เจินพยักหน้าและเดินออกไปพร้อมนาฬิกาในห่อ ไม่มีภาพสามีมารับที่ประตู ไม่มีคนบอกว่าความเศร้าจบแล้ว
ร้านกลับเงียบหลังเสียงฝีเท้าหายไป
เยว่ชิงเก็บถาดงาน เช็ดโต๊ะ แล้วช่วยแม่จัดมื้อเย็นก่อนเดินทาง
นางไม่ได้อ่านสำเนาเรื่องคลังเพิ่มในมื้อนั้น คำถามถึงฝ่ายจัดซื้อส่งแล้วเมื่อวันก่อน การอ่านซ้ำระหว่างที่แม่พูดไม่ได้ทำให้คำตอบวิ่งมาถึงเร็วขึ้น
“คราวหน้าจะส่งข่าวก่อนเหมือนเดิม” นางบอก
แม่พยักหน้า ถามเรื่องอาหารบนรถไฟ แล้วส่งห่อที่เตรียมไว้ให้ เยว่ชิงตรวจว่าคนช่วยช่วงหลังนางกลับได้รับนัดตามที่ตกลง เก็บเฉพาะของกับห่อสำเนาที่นำมา กล่องต้นฉบับในตู้ของแม่ยังอยู่ที่บ้าน
คืนวันที่สิบสี่ นางขึ้นรถไฟกลับหลานโจวตามแผน เพื่อรายงานในวันที่สิบห้า
นาฬิกาของเหอซู่เจินไม่ได้เดินทางไปกับนาง มันกลับไปอยู่กับคนซึ่งจะต้องตัดสินใจว่าจะใช้ ห่อเก็บ หรือมองมันเดินในวันที่คิดถึงสามี
เยว่ชิงวางกล่องเครื่องมือข้างเท้า แสงจากหน้าต่างเคลื่อนผ่านสายหนังนาฬิกาของตน
นางยังต้องตามคำอธิบายเรื่องพ่อ ยังต้องตรวจว่าสิ่งที่บันทึกเกี่ยวกับเขาตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้นเพียงใด แต่ความจริงที่พบจะไม่ทำให้พ่อกลับมาเป็นเจ้าของโต๊ะในเช้าวันถัดไป
การคืนชื่อให้เขาจึงมีความหมายของมัน
การกินข้าวกับแม่ การทำงานโดยไม่ปล่อยให้ความโกรธจับมือแทน และการมีวันที่เดินต่อ ก็มีความหมายของมันเช่นกัน
นางหลับตาเมื่อเสียงล้อสม่ำเสมอขึ้น
ครั้งนี้เยว่ชิงไม่ได้ขอให้เวลาหยุดรอคนที่ไม่กลับมา
นางขอให้ตัวเองจำเขาได้ โดยยังมีแรงดูแลคนที่อยู่
นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI
