ปรับการอ่าน

ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · ตอนที่ 62

ตอนที่ 62 — ห้องเช่าหน้าสถานี

หญิงหลังโต๊ะรับแขกหยิบสมุดขึ้นมา ก่อนตอบเยว่ชิงว่ามีเตียงว่าง

“ห้องเล็กอยู่ชั้นบน เตียงหนึ่ง หลังคาไม่รั่ว ถ้าจะอยู่หลายวันต้องแจ้งก่อนเที่ยงวันถัดไป”

เยว่ชิงยังยืนอยู่ตรงประตูที่เพิ่งผลักเข้ามา หิมะบนรองเท้าละลายเป็นหยด เธอเลื่อนกล่องเครื่องมือให้พ้นทางคนเข้าออกแล้วถามราคาหนึ่งคืน รวมถึงสิ่งที่ต้องจ่ายแยก

คนรับแขกบอกค่าเตียง น้ำร้อนมีเป็นเวลา ผ้าห่มรวมอยู่แล้ว อาหารซื้อด้านนอก ไม่อนุญาตให้ใช้เตาต้มในห้อง

เธอฟังจนจบ จึงขอดูห้องก่อน

บันไดไม้ส่งเสียงใต้ฝ่าเท้า ความอ่อนล้าจากรถไฟทำให้เธออยากตกลงตั้งแต่เห็นขอบเตียง แต่ยังเดินไปเปิดหน้าต่าง ดูกลอน และแตะผนังข้างหัวนอน ไม่มีรอยน้ำใหม่ ทว่าทางลงไปตักน้ำอยู่ห่างพอที่ต้องจำขั้นบันไดในความมืด

“เอาหนึ่งคืนค่ะ พรุ่งนี้ก่อนเที่ยงฉันจะบอกว่าจะต่อหรือไม่”

เธอจ่ายเงินจากส่วนที่กันไว้สำหรับพักชั่วคราว รับใบรับเงินแล้วตรวจวันกับจำนวน ตรงช่องชื่อเขียนหลินเยว่ชิง ไม่ใช่ชื่อหน่วยงานที่ยังไม่ได้เริ่มทำงาน

เมื่อคนรับแขกลงไป นางปิดประตู วางกล่องเครื่องมือบนม้านั่ง กระเป๋าเสื้อผ้าข้างเตียง ส่วนห่อสำเนาเรื่องพ่อเก็บในที่ซึ่งไม่ปะปนกับหนังสือตอบรับงาน

เสียงคนลากรองเท้าผ่านหน้าห้องค่อย ๆ ห่างออกไป

เยว่ชิงนั่งลงทั้งที่ยังไม่ได้ถอดผ้าพันคอ

นี่ไม่ใช่บ้านที่จำได้จากเดือนกรกฎาคม ไม่มีคนจากโรงงานนำเธอมาส่ง และไม่มีใครบอกว่าไม่ต้องคิดค่าเตียงเพราะเป็นช่วงทดสอบ เธอมีใบรับเงินหนึ่งใบกับห้องเล็กที่เช่าถึงวันพรุ่งนี้

ความเงียบทำให้ความคิดถึงแม่หนักขึ้นอย่างประหลาด

เธอคลายผ้าพันคอซึ่งแม่ตรวจให้ก่อนออกจากบ้าน มองถ้วยน้ำใบเดียวบนโต๊ะ แล้วนึกถึงเสียงคนพลิกกระดาษซึ่งเพิ่งแยกไปจากกัน

บนโต๊ะ ใบรับเงินวางข้างสมุดส่วนตัว เยว่ชิงลงค่าใช้จ่ายจริง ลดจำนวนที่เหลือในช่องพักชั่วคราว จากนั้นเขียนข้อความสั้นถึงแม่ไว้ก่อน ยังไม่ปิดซองเพราะที่อยู่ระยะยาวไม่ได้เลือก

ถึงแล้ว รถหยุดรอระหว่างทางจึงช้ากว่าแผน พักได้หนึ่งคืน กำลังดูห้องตามที่ตกลงกัน

เธออ่านทวน ลบคำว่าไม่ต้องห่วงซึ่งเผลอเขียนไว้ท้ายบรรทัด

เยว่ชิงตรวจใบรับเงินที่พักชั่วคราวและจัดงบหลังถึงหลานโจว โดยเก็บสำเนาเรื่องพ่อแยกจากหนังสือเริ่มงาน
เยว่ชิงตรวจใบรับเงินที่พักชั่วคราวและจัดงบหลังถึงหลานโจว โดยเก็บสำเนาเรื่องพ่อแยกจากหนังสือเริ่มงาน

บ่ายวันที่สาม หลังได้กินอาหารอุ่นและนอนพัก เยว่ชิงออกไปติดต่อจุดรับหนังสือของโรงงาน

เธอหยิบเฉพาะหนังสือตอบรับงานให้เจ้าหน้าที่ดู แจ้งว่ามาถึงแล้ว และถามว่ารายชื่อผู้ให้เช่าซึ่งหน่วยเคยแนะนำเปลี่ยนไปหรือไม่

ชายที่โต๊ะตรวจชื่อกับรายการของตน บอกว่าห้องใกล้ประตูโรงงานแห่งหนึ่งมีคนเข้าอยู่แล้ว อีกแห่งยังไม่แจ้งกลับว่ามีผู้เช่าใหม่

“เราให้ช่องทางติดต่อได้ ไม่ได้รับรองว่าทุกห้องว่างหรือราคาเหมือนตอนเขาฝากชื่อไว้”

“ฉันเข้าใจค่ะ แล้ววันที่ห้าต้องมาที่ประตูนี้หรือประตูด้านห้องเครื่อง”

เขาชี้ทางบนแผ่นแนะนำ นางจดจุดที่ต้องถามชื่อผู้รับรายงานตัวไว้ ไม่เข้าไปดูเครื่องจักรในฐานะพนักงานก่อนถึงวันเริ่มงาน

ออกจากโรงงานแล้ว เธอลองเดินทางที่จะใช้จริง ตรอกใกล้บนกระดาษมีช่วงลาดชัน ถนนอีกเส้นไกลกว่าเล็กน้อยแต่พื้นเดินสะดวกกว่า เธอเลือกทางหลัง เผื่อวันที่หิมะยังเกาะพื้น

ห้องแห่งแรกซึ่งไปถามเป็นห้องเหนือร้านอาหาร คนพาดูบอกว่าอยู่ใกล้โรงงานและสะดวกที่สุด

เยว่ชิงเปิดประตูแล้วได้กลิ่นควันเก่าปนความชื้น ที่มุมเพดานมีวงเข้ม ผิวสีพองอยู่ใต้รอยนั้น

“หิมะละลายก็เป็นบ้าง เดี๋ยวเช็ดให้” คนพาดูพูด “จ่ายก่อนหนึ่งเดือน จะให้คนขึ้นมาดูหลังคา”

เธอยกมือขึ้นแตะผนังตรงส่วนต่ำกว่ารอย น้ำไม่ได้หยดในขณะนั้น แต่ความเย็นชื้นติดปลายนิ้ว

“ถ้าซ่อมเสร็จ ฉันกลับมาดูได้ค่ะ วันนี้ยังไม่จ่ายจอง”

“คนมาถามหลายคน พรุ่งนี้อาจไม่มีแล้ว”

“ถ้ามีคนเลือกก่อน ก็ให้เขาเช่าเถอะค่ะ”

พูดจบแล้วเยว่ชิงยังรู้สึกเสียดาย ถนนจากที่นี่ถึงที่ทำงานสั้นกว่าทางอื่น เธอไม่อยากเดินไกลในเช้าที่หิมะยังเกาะพื้น แต่สำเนากระดาษกับเครื่องมือไม่ควรฝากไว้กับคำว่าจะซ่อมหลังคาหลังได้เงิน

พอกลับถึงแถวสถานี แสงเริ่มต่ำ เยว่ชิงไม่เร่งถามบ้านอีกหลายหลังเพื่อให้ได้คำตอบก่อนมืด นางซื้ออาหารเท่าที่กินหมด แล้วไปยังจุดนัดตามที่จดไว้กับจิ้งโจว

เขามาถึงหลังเธอเล็กน้อย มีเอกสารของตนอยู่ในกระเป๋าแล้ว

“ติดต่อหน่วยได้หรือยังคะ”

“ได้แล้ว เขารับหนังสือไว้ ตรวจชื่อ และพาไปดูที่พักของผู้เข้าฝึก ข้ามีเตียงตามรายการ ต้องทำตามเวลาเปิดปิดที่เขาแจ้ง”

เขาเล่าเรื่องตนจนจบก่อนถามว่าเธอหาห้องได้หรือยัง

“คืนนี้มีที่พักค่ะ ห้องระยะยาวยังไม่ได้ ฉันไปดูแห่งหนึ่งมาแล้ว ไม่เลือก”

จิ้งโจวมองหน้าเธอ ไม่ได้ถามทันทีว่าเพราะไม่มีเขาไปด้วยหรือไม่

เยว่ชิงบอกรอยชื้นตรงเพดานกับเงื่อนไขจ่ายก่อน เขาฟัง แล้วถามว่าพรุ่งนี้อยากให้ช่วยถือเครื่องมือช่วงย้ายหรือเปล่า

“ถ้าเลือกได้แล้ว ฉันจะบอก แต่ตอนดูห้องฉันอยากคุยเองค่ะ”

“ได้ ข้าจะไม่ไปตอบแทนเจ้า”

เธอตักอาหารคำหนึ่งก่อนกล่าวเรื่องที่ยังค้างในใจ

“ตอนเดินออกมา ฉันกลัวว่าตัวเองเลือกมากเกินไป ยังไม่ได้เริ่มได้เงินจากงานใหม่ก็มีค่าเตียงเพิ่มแล้ว”

เขาไม่ได้บอกว่าเธอทำถูกทุกอย่าง

“พรุ่งนี้มีอีกแห่งให้ดูไหม”

“มีค่ะ แถวหน้าสถานี ต้องเดินไกลกว่าที่ไปดูวันนี้ แต่ขากลับผ่านทางที่ฉันลองเดินแล้ว”

“งั้นเจ้ามีเหตุให้เทียบ ไม่ได้เหลือแต่จะเอาหรือไม่เอาห้องที่ชื้น”

จิ้งโจวจดช่วงที่ตนต้องอยู่กับหน่วยในวันถัดไป ทั้งสองเปลี่ยนเวลาพบให้ตรงกับงาน เยว่ชิงลงค่าเตียงคืนแรกในสมุดแล้วเก็บไว้ เงินที่เผื่อพักชั่วคราวยังพอ และพรุ่งนี้ยังมีห้องให้ดู

ก่อนแยก จิ้งโจวถามว่าอยากให้เดินไปส่งถึงทางเข้าที่พักหรือไม่

ครั้งนี้เธอตกลง

พอถึงประตู เขารอให้เธอหยิบกุญแจได้แล้วกลับ เยว่ชิงขึ้นบันไดพร้อมอาหารเช้าที่ซื้อเผื่อไว้

คืนนั้นเธอหลับก่อนเสียงฝีเท้าด้านนอกหยุดทั้งหมด

เช้าวันที่สี่ เยว่ชิงแจ้งคนรับแขกว่าไม่ต่อเตียง ฝากกระเป๋าเสื้อผ้ากับกระเป๋าเอกสารที่ปิดแล้วไว้กับจุดรับฝากตามเงื่อนไขที่ถามจนชัด รับป้ายของตนแล้วถือหนังสือ สมุด และกล่องเครื่องมือไปดูห้องอีกแห่ง

กล่องไม่หนักมาก แต่หูหิ้วกดฝ่ามือเมื่อเดินนาน นางจึงเปลี่ยนมือก่อนเลี้ยวเข้าถนนหน้าสถานี

บ้านแถวหน้าสถานีมีประตูไม้เตี้ยและลานเล็ก เจ้าของห้องชื่อซ่งเหม่ยอัน นางอายุราวห้าสิบ ผมสั้นแซมเทาจบตรงหู ใบหน้ากว้างรูปไข่ สวมเสื้อหนาสีน้ำตาลอมม่วง

“ห้องอยู่ชั้นล่าง น้ำอยู่ในลาน ใช้ส้วมร่วมด้านหลัง ข้าอยู่บ้านฝั่งนี้ ถ้าฝนเข้าต้องเรียก ไม่ใช่เอาถังรองไว้แล้วค่อยบอกปลายเดือน”

เยว่ชิงเดินตามเข้าไป

ห้องเล็กกว่าที่เห็นเหนือร้านอาหาร เตียงชิดผนัง โต๊ะไม้หนึ่งตัววางใต้หน้าต่าง แต่ผนังแห้ง กลอนหน้าต่างปิดได้แน่น ช่องลมยังเปิดได้โดยไม่ต้องยกบานทั้งบาน

เธอถามเรื่องเตาในห้อง เจ้าของบอกข้อห้ามและวิธีดูแลตามที่บ้านใช้ ไม่ให้ลากเตาเข้ามาใหม่เองเพราะคิดว่าจ่ายค่าเช่าแล้วทำอะไรก็ได้

“ฉันมีเครื่องมือเล็กค่ะ งานหลักทำที่โรงงาน ที่นี่อาจจดงานหรือฝึกกับของของตัวเอง ไม่มีลูกค้าเข้ามารอซ่อม”

“ถ้าจะเปลี่ยนเป็นรับคนเข้ามาทำงาน ต้องคุยกันใหม่ เสียงดังดึก ๆ ก็ไม่ได้”

เยว่ชิงตอบรับ ถามต่อเรื่องกุญแจ การรับจดหมาย และจำนวนคนที่อยู่ได้

ซ่งเหม่ยอันมองใบตอบรับงานเฉพาะส่วนที่เธออนุญาตให้ดู แล้วคืนทันที

“ชื่อคนเช่าคือเจ้าคนเดียว มีคนรู้จักมาเยี่ยมกลางวันบอกกันได้ แต่อย่าเอาคนมาอยู่เพิ่มแล้วให้ข้ารู้จากถุงเสื้อที่แขวนข้างเตียง”

ค่าเช่าต่ำกว่าห้องใกล้โรงงาน เธอลงตัวเลขในสมุด เทียบเงินที่เหลือหลังจ่ายค่าเตียงกับอาหาร และเงินที่ต้องเก็บจนได้รับค่าแรงจริง

เดือนแรกยังพอจ่ายได้โดยไม่แตะเงินของร้านที่กันค่าจ้างคนช่วยไว้

เธอจึงขอให้เขียนสิ่งที่ตกลง รวมทั้งเงินประกันซึ่งจ่ายแยกกับค่าเช่า เงื่อนไขคืน และกำหนดแจ้งก่อนย้าย

ซ่งเหม่ยอันถอนใจตอนต้องเขียนอีกแผ่น แต่หยิบกระดาษมา

“กลัวข้าลืมหรือ”

“ฉันกลัวว่าตัวเองจะจำไม่เหมือนป้าที่พูดค่ะ ถ้าเขียนไว้ ตอนถามจะง่ายกว่า”

เจ้าของมองนางครู่หนึ่ง แล้วเลื่อนเก้าอี้ออกจากโต๊ะ

“งั้นนั่งอ่านก่อน ข้ายังไม่ได้เรียกให้จ่าย”

เยว่ชิงตรวจกลอนหน้าต่างและเงื่อนไขห้องชั้นล่างกับซ่งเหม่ยอัน ก่อนตัดสินใจเช่าด้วยเงินที่กันไว้ของตน
เยว่ชิงตรวจกลอนหน้าต่างและเงื่อนไขห้องชั้นล่างกับซ่งเหม่ยอัน ก่อนตัดสินใจเช่าด้วยเงินที่กันไว้ของตน

ก่อนเที่ยง เยว่ชิงเดินจากบ้านซ่งเหม่ยอันไปถึงประตูรับรายงานตัวอีกครั้ง

เธอหยุดตามจุดข้ามถนนจริง แล้วลองทางกลับซึ่งผ่านร้านอาหารกับไปรษณีย์

เมื่อกลับถึงห้อง เจ้าของยังไม่ได้เก็บกระดาษบนโต๊ะ

เยว่ชิงอ่านทั้งสองฉบับ ตรวจข้อที่เพิ่มเกี่ยวกับเงินประกัน แล้วลงชื่อในส่วนของตน ซ่งเหม่ยอันลงชื่อรับเงิน ส่งใบรับกับกุญแจเหล็กธรรมดาหนึ่งดอกให้ เธอลองไขต่อหน้าเจ้าของจนรู้ว่าต้องยกมือจับประตูขึ้นเล็กน้อย

“บานมันตก ข้าจะให้ช่างมาดู” เจ้าของบอก “ระหว่างนี้อย่าฝืนบิดจนกุญแจหัก”

เยว่ชิงจดจุดนั้นไว้ และลองปิดประตูอีกครั้ง

เธอกลับไปรับของที่พักชั่วคราว คืนป้ายรับฝาก ตรวจกระเป๋าเสื้อผ้ากับกระเป๋าเอกสารก่อนยกขึ้น เมื่อรวมกับกล่องเครื่องมือที่ถือมาด้วย ของก็ครบตามจำนวนตอนออกจากชิงเหอ

รอบย้ายของทำให้แขนล้า แต่ระยะจากสถานีถึงห้องใหม่สั้นพอที่หยุดพักได้โดยไม่ต้องกองของทิ้งกลางทาง

ตอนวางกล่องลงบนม้านั่งในห้อง นางมองพื้นที่ว่างใต้หน้าต่างอีกครั้ง

ยังไม่มีนาฬิกาของลูกค้า ไม่มีคนรอให้เธอส่งของ ไม่มีเสียงแม่เรียกกินข้าวจากข้างใน

เยว่ชิงเอาผ้าผืนหนึ่งเช็ดโต๊ะ ติดกระดาษรายการของตนไว้ด้านในสมุด แล้ววางหนังสือเริ่มงานในตำแหน่งที่หยิบได้เมื่อเช้า

สำเนาเรื่องพ่อยังปิดอยู่ในกระเป๋าเอกสาร

หลังจัดห้องพอพักได้ นางเขียนจดหมายถึงแม่จนจบ

บอกวันเดินทางถึงจริง คืนที่พักชั่วคราว และที่อยู่ซึ่งใช้รับข่าวได้ตั้งแต่วันนี้ บอกว่าห้องแรกมีรอยชื้นจึงไม่ได้เลือก ห้องที่เช่าต้องเดินไกลขึ้น แต่ลองทางแล้วและจะเผื่อเวลาตอนเช้า

เธอเขียนด้วยว่าคิดถึงอาหารที่แม่เตรียมให้ และเมื่อคืนเหนื่อยจนยังไม่ได้ดูห้องอีกแห่งตามแผน

ตอนกล่าวถึงร้าน เยว่ชิงขอให้ส่งข่าวตามรอบที่ตกลงไว้ และฝากแม่แจ้งที่อยู่ใหม่นี้ให้หานซิ่วกับช่างหลิวใช้ติดต่อเรื่องงาน

เธอปิดซอง จ่ายค่าฝากส่งที่ไปรษณีย์ และเก็บหลักฐานรับฝากลงช่องค่าใช้จ่าย

จดหมายไม่ได้ถึงชิงเหอในบ่ายนั้น แม่ยังอยู่ห่างออกไปตามระยะทางของรถกับคนส่ง แต่นับจากตอนนี้ ข่าวไม่ได้ค้างอยู่ในลิ้นชักของเธอเพราะรอให้ทุกอย่างน่าพอใจแล้วค่อยบอก

เยว่ชิงแวะจุดรับหนังสือของโรงงานอีกครั้ง ฝากที่อยู่ติดต่อใหม่ตามช่องทางที่เจ้าหน้าที่ให้ไว้ และยืนยันจุดมารายงานตัววันถัดไป หนังสือในห่อเรื่องพ่อยังไม่ถูกยื่นรวมกับประวัติของพนักงานใหม่

เย็นนั้น จิ้งโจวได้รับข่าวเรื่องห้องจากเธอที่จุดพบตามนัด

“ถ้าหาทางยาก ข้าจดไว้ได้” เขาพูดหลังฟังเส้นทาง

“ได้ค่ะ แต่ถ้ามาก็ให้มาช่วงที่คุยกันไว้ เจ้าของบ้านอยู่ข้างลาน ต้องบอกกันก่อน”

เขารับที่อยู่ ไม่มีท่าทางว่ากุญแจในมือเธอควรมีอีกดอกสำหรับเขา

สองคนเดินไปซื้ออาหาร แล้วแยกก่อนเวลาที่เขาต้องกลับที่พักผู้เข้าฝึก วันนี้เขาช่วยถือห่ออาหารช่วงที่เธอจัดผ้าพันคอ เมื่อนางยื่นมือไปรับ เขาส่งคืนอย่างธรรมดา

เมื่อกลับห้อง เยว่ชิงปิดกลอนหน้าต่าง ลองประตูอีกครั้ง และวางกุญแจไว้ข้างใบรับเงิน

นางเปิดสมุดฝึกของตน เขียนสิ่งที่ต้องเตรียมสำหรับเช้าวันที่ห้า ตรวจเครื่องมือที่นำมา แล้วหยุดตรงหน้าซึ่งเคยลงผลทดสอบเดือนกรกฎาคม

มีทั้งช่องที่ทำผ่านกับช่องที่ต้องเรียนเพิ่ม

เธอไม่ได้ขีดช่องหลังทิ้งเพียงเพราะได้รับงานแล้ว

ในคืนก่อนเริ่มงาน เยว่ชิงเตรียมสมุดและเครื่องมือในห้องเช่าของตน โดยมีกุญแจและใบรับเงินเป็นหลักฐานการตัดสินใจครั้งใหม่
ในคืนก่อนเริ่มงาน เยว่ชิงเตรียมสมุดและเครื่องมือในห้องเช่าของตน โดยมีกุญแจและใบรับเงินเป็นหลักฐานการตัดสินใจครั้งใหม่

ภายนอก เสียงล้อรถจากสถานียังดังมาเป็นระยะ ห้องนี้ไม่ได้เงียบเท่าบ้านแม่ เยว่ชิงคิดว่าพรุ่งนี้ต้องถามเจ้าของเรื่องผ้าปิดช่องใต้ประตูเพิ่ม แต่คืนนี้ก็มีผ้าห่มพอ มีน้ำที่ตักมาแล้ว และอาหารที่ไม่ต้องเก็บจนเย็นเพราะกลัวเสียเงินอีกมื้อ

เธอวางชุดที่จะใส่ทำงานข้างเตียง

ในชีวิตก่อน เธอเคยย้ายตามคนที่บอกว่าจะเลี้ยงดู ครั้งนี้ชื่อบนข้อตกลงกับเงินที่จ่ายเป็นของเธอเอง

ห้องหน้าสถานีแห่งนี้เล็กจนต้องเลื่อนเก้าอี้ก่อนเปิดกระเป๋า

เยว่ชิงลองเลื่อนมันอีกครั้ง แล้วหัวเราะกับตัวเองเบา ๆ

พรุ่งนี้เธอต้องไปทำงาน อาจมีคนเห็นว่าเป็นเพียงช่างนาฬิกาที่เข้ามาในห้องเครื่อง อาจมีสิ่งที่ทำไม่เป็นและต้องถามต่อหน้าคนอื่น

กุญแจดอกนี้ช่วยตอบเรื่องเหล่านั้นไม่ได้

มันเพียงเปิดประตูที่เธอมีที่กลับมา และจะไม่หายไปเพราะเธอต้องยอมรับว่าตนยังต้องเรียน

เธอดับไฟหลังตรวจนาฬิกาข้อมือซ้าย ตั้งใจตื่นให้ทันเผื่อช่วงถนนลื่น

เช้าวันที่ห้ายังมาไม่ถึง

เป็นครั้งแรกในห้องนี้ที่เยว่ชิงปล่อยให้วันพรุ่งนี้รออยู่ข้างนอก แล้วนอนลงในคืนนี้ของตนเอง

กลับสารบัญนิยาย

นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI