ปรับการอ่าน

ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · ตอนที่ 52

ตอนที่ 52 — คำสารภาพที่รับไม่ได้ทั้งหมด

เช้าวันที่ยี่สิบหกพฤษภาคม แม่เรียกหลิวมาคุยที่โต๊ะหลังอาหาร

ห้องเช่าของเขายังต้องรอให้เข้าไปดูสภาพอีกครั้ง เขาไม่ได้รับคำยกเลิกห้องอย่างชัดเจน และการถูกขู่ก่อนน้ำมาก็ยังไม่รู้ผู้กระทำ หลิวบอกว่าจะติดต่อเจ้าของห้องกับจุดรับเรื่องชุมชนต่อ ไม่อยากให้การพักบ้านแม่กลายเป็นสิ่งที่ยืดไปโดยไม่มีใครถาม

แม่ยอมให้พักต่ออีกสามคืน ถึงคืนวันที่ยี่สิบแปด แล้วคุยใหม่ในวันที่ยี่สิบเก้า ขอบเขตเดิมยังอยู่ เขาไม่ต้องเฝ้าร้าน ไม่ต้องส่งกระดาษเพิ่มเพื่อแลกเตียง และต้องบอกหากมีคนมาตามหรือจะออกไปค้างที่อื่น

เยว่ชิงฟังการตกลงของทั้งสอง ไม่ตอบแทนแม่และไม่เก็บชื่อหลิวลงบัญชีลูกจ้าง

ต่อมาหานซิ่วแวะก่อนเข้างานตามทางที่สะดวก เยว่ชิงขอให้ช่วยนำคำขอซึ่งตนลงชื่อแล้วไปส่งฝ่ายเอกสารโรงงานช่วงที่หานจัดเวลาได้ พร้อมสำเนารายการสภาพที่หลิวอนุญาตเมื่อวาน

หานตกลงว่าจะส่งในช่วงพักกลางวัน เก็บซองปิดผนึกไว้ในฐานะคนช่วยนำส่ง ไม่รับรองเนื้อหาทุกข้อแทนนาง และจะนำใบรับกลับมาเมื่อเลิกงาน หากปลายทางไม่รับด้วยเหตุใดก็จะบอกตามจริง

ส่วนคำถามหาทางรับหนังสือของโรงงานซวงเหอ เยว่ชิงยังแยกไว้อีกชุด ต้องถามช่องทางให้ครบก่อนส่งถึงหน่วยที่ระบุ ไม่ยัดลงซองเดียวกับคำขอเรื่องหลิวแล้วหวังว่าโรงงานในชิงเหอจะรับแทนปลายทางทุกแห่ง

สายหน่อยแม่ช่วยจัดรถเข็นยืมจากคนรู้จักให้เยว่ชิงไปตรวจร้านผ่านทางกว้าง เท้าเดินระยะสั้นได้แต่ยังเจ็บ นางจะเปิดเพียงช่วงบ่ายที่นั่งทำงานไหว ไม่รับงานซึ่งต้องเดินไปส่งของวันนี้

แม่ไปด้วยเพื่อนำกล่องไม้ที่ยืมตรวจกลับบ้าน

ตู้ร้านยังล็อกอยู่ แฟ้มซึ่งย้ายขึ้นชั้นแห้งก่อนออกไปวันน้ำหลากไม่เปียก เยว่ชิงตรวจของกับรายการ แล้วนำกล่องของแม่ออกมาต่อหน้าหล่อน

ปลอกทองเหลือง กล่องไม้ และกระดาษตัวอย่างยังอยู่ตามที่ยืมมา นางเก็บคำคัดของตนไว้ต่างหาก ไม่มีการเปลี่ยนของในกล่องเป็นอะไหล่ร้านระหว่างที่ตามเอกสาร

แม่ตรวจรับและนำกล่องกลับบ้านกับรถเข็น เยว่ชิงจดวันที่คืน ย้ำว่าหากต้องให้หน่วยงานดูของจริงในภายหลัง จะขอใหม่ตามเรื่อง ไม่ถือว่าสิทธิ์ยืมครั้งก่อนอยู่กับนางตลอด

เมื่อเปิดร้านบ่ายนั้น นางตั้งเก้าอี้ตรงที่หยิบของได้โดยไม่ลุกบ่อย โต๊ะรับงานสะอาดและมีพื้นที่ให้วางของ แต่ไม่ได้แกล้งทำว่าขาตนหายดีจนรับงานได้เท่าเดิม

ชิวอิงมาถึงหลังนางเปิดไม่นาน

หญิงสาวถือถุงผ้าใบเดิม แขนเสื้อสีแดงเข้มมีรอยปะที่นางเคยเห็นวันที่มาขอเงินยืม คราวนี้ไม่มีผ้าสำหรับงานเย็บสิบสองผืนติดมาด้วย และไม่ได้หยิบเหรียญออกมาให้ดู

“ข้าได้ยินเรื่องน้ำ” ชิวอิงกล่าว “เจ้าเจ็บมากหรือไม่”

“ยังต้องพักเท้า มีคนดูอาการให้แล้ว วันนี้เปิดได้เท่าที่เห็น”

“ถ้ามีอะไรให้ข้าช่วยยก—”

“ถ้าต้องการ ข้าจะถาม เจ้ามาด้วยเรื่องอื่นหรือไม่”

ชิวอิงมองสมุดบนโต๊ะ แล้วดึงถุงเข้าหาตัก

“มีเรื่องที่ข้าไม่เคยบอก”

เยว่ชิงนั่งนิ่ง กลิ่นไม้กับน้ำมันเครื่องในร้านคุ้นเคยเกินไปสำหรับประโยคที่ทำให้หัวใจหนักลงทันที

“ข้าเคยคัดกระดาษของร้านให้เหวินเต๋อ”

ชิวอิงยอมเล่าว่าเคยคัดเอกสารร้านให้เหวินเต๋อ ขณะที่เยว่ชิงฟังโดยไม่สรุปเกินคำที่ได้ยิน
ชิวอิงยอมเล่าว่าเคยคัดเอกสารร้านให้เหวินเต๋อ ขณะที่เยว่ชิงฟังโดยไม่สรุปเกินคำที่ได้ยิน

เยว่ชิงไม่ได้ตอบในทันที

นางนึกถึงวันที่ต้องถามเงินสามพันหยวน นึกถึงใบรับซึ่งเวลาที่คัดไว้ไม่ตรงกับคำของเหวินเต๋อ และนึกถึงจำนวนสิ่งที่เขาเคยพูดราวกับรู้ร้านนี้ดีกว่าเจ้าของ

แต่คำว่าเคยคัดกระดาษยังไม่ใช่คำตอบว่าสิ่งใดถูกคัดเมื่อใด

“กี่ครั้ง และคัดอะไร”

“ที่ข้าจำว่าลงมือเอง มีสองครั้ง”

ครั้งแรกชิวอิงจำว่าอยู่ช่วงปลายเดือนธันวาคมปีก่อน พ่อยังมาทำงานที่ร้าน หล่อนเข้ามาช่วยจัดของในช่วงที่ได้เข้าหลังโต๊ะตามความคุ้นเคยในครอบครัว เหวินเต๋อบอกว่าต้องรู้ว่าร้านรับงานแบบใด เผื่อประเมินเรื่องหลังแต่งงาน

“เขาไม่ได้เอาสมุดทั้งเล่มไป ข้าคัดรายการรับซ่อมจากหน้าที่เขาบอกว่าต้องการหนึ่งหน้า มีชื่อลูกค้าและรายการค่าแรง”

“เจ้าขอพ่อหรือข้าก่อนหรือไม่”

ชิวอิงส่ายหน้า

“ข้าคิดว่าเขาเป็นคู่หมั้นเจ้าแล้ว คงต้องรู้”

“การเป็นคู่หมั้นไม่ได้ให้เขามีสิทธิ์ต่อสมุดของร้าน และไม่ได้ให้เจ้ามีสิทธิ์เลือกแทนข้า”

หล่อนก้มหน้า “ตอนนี้ข้ารู้”

“เจ้าจำวันที่แน่ได้หรือไม่”

“ไม่ได้ ข้าจำว่าปลายเดือนนั้น ก่อนขึ้นปีใหม่ แต่ไม่มีสำเนาที่ลงวันเก็บไว้”

เยว่ชิงจดว่าเป็นช่วงตามความจำ ไม่เอาวันที่ยี่สิบเจ็ดจากกระดาษในกล่องแม่ไปเติมให้เพียงเพราะอยู่เดือนเดียวกัน

“จำหัวหน้าหรือเลขหน้าได้ไหม”

“จำเลขหน้าไม่ได้ ข้าจำว่ามีชื่อลูกค้ามากกว่ารายการเครื่องจากโรงงาน ข้าไม่อยากบอกว่าเป็นใบส่งงานห้องซ่อม เพราะไม่เห็นหัวอย่างนั้น”

นางเงยขึ้นอย่างช้า ๆ ความผิดที่ชิวอิงเล่ายังคงเป็นความผิด ไม่ได้เล็กลงเมื่อมันไม่ใช่เอกสารที่เยว่ชิงอยากตาม แต่ต้องให้มันมีรูปร่างของตนเอง

ครั้งที่สองเกิดต้นเดือนเมษายนปีนี้ ตามที่ชิวอิงจำ เป็นก่อนวันที่มีเรื่องเงินสิบสองเมษายน หล่อนคัดบางส่วนของรายการของใช้ในร้านให้เหวินเต๋อ เขาบอกว่าจะช่วยจัดเรื่องเงินกับของก่อนแต่งงาน

“มีจำนวนอะไหล่และของที่วางในร้านบางอย่าง” หล่อนกล่าว “แต่ข้าไม่ได้คัดทุกถาด และจำตัวเลขทั้งหมดไม่ได้”

“เป็นรายการซึ่งพ่อเขียนก่อนเสียชีวิต หรือรายการที่ทำภายหลัง”

“กระดาษที่ข้าดูมีลายมือหลายส่วน ข้าไม่แน่ว่าทำพร้อมกันเมื่อไร ข้าจำว่ามันอยู่กับกระดาษของใช้ร้าน ไม่ใช่ใบรับเงินจากโรงงาน”

เยว่ชิงหยุดมือเหนือสมุด

นางอยากถามทันทีว่าเป็นจำนวนหกกับสี่หรือไม่ เป็นเฟืองที่ขาดสองชิ้นหรือไม่ แต่ถ้าถามโดยวางคำตอบให้ หล่อนอาจเริ่มจำตามความอยากของนาง

“มีต้นฉบับหรือสำเนาที่เจ้าจำได้ชัดให้ตรวจเทียบหรือไม่”

“ข้าไม่ได้เก็บสำเนาของที่ส่ง และไม่รู้ว่าเขาเก็บไว้ที่ไหน”

“ส่งอย่างไร”

“คัดลงกระดาษด้วยมือ แล้วส่งให้เขาเอง ครั้งแรกตรงทางข้างร้าน ครั้งที่สองเขารอใกล้หน้าร้าน ข้าไม่ได้ฝากพนักงานบัญชีหรือใครลงรับให้”

“เขาจ่ายเงินให้เจ้าสำหรับคัดหรือไม่”

“ไม่มีค่าคัดที่ตกลง เขาพูดว่าจะช่วยหางานให้ข้าในภายหลัง ข้าก็อยากให้เขาเห็นว่าข้ามีประโยชน์”

ความเงียบหลังคำตอบนั้นทำให้เยว่ชิงได้ยินเข็มนาฬิกาบนผนังชัดขึ้น

การอยากมีงานของชิวอิงเป็นความจำเป็นจริง แต่การนำความจำเป็นไปอนุญาตสิ่งซึ่งไม่ใช่ของตนก็จริงเหมือนกัน นางไม่จำเป็นต้องเลือกมองเพียงด้านใดด้านหนึ่งเพื่อพูดว่ามันไม่ถูกต้อง

“เจ้าควรบอกข้าตั้งแต่ข้าถามเรื่องร้าน”

“ข้ากลัวเจ้าไม่ให้งานข้าอีก กลัวว่าแค่ได้เข้ามาคุยก็ไม่ได้”

“ความกลัวนั้นอธิบายว่าเจ้าปิดไว้เพราะอะไร แต่มันไม่ทำให้ส่วนที่เจ้าปิดหายไป”

ชิวอิงยกมือปิดปากครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อด้วยเสียงสั่น

“ข้าไม่ได้รู้ว่าเขาจะเอาไปทำอะไรกับเรื่องลุง”

เยว่ชิงมองหล่อน

“เจ้าพูดว่าข้าต้องเชื่อว่าไม่รู้ทั้งหมด หรือพูดว่าไม่เคยได้รับคำสั่งเรื่องใด”

หล่อนลดมือลง “ข้าไม่เคยได้รับคำสั่งให้ทำร้ายลุง ไม่ได้อยู่กับลุงตอนเกิดเหตุ ไม่เห็นการขนเครื่องคืนก่อนลุงเสียชีวิต และไม่รู้เรื่องที่เจ้ากำลังตามจากห้องซ่อม”

เยว่ชิงทักทันที “พ่อเสียชีวิตวันที่สิบเจ็ดมกราคม เรื่องคัดครั้งหลังที่เจ้าเล่าเกิดเมษายน ส่วนครั้งแรกอยู่ก่อนนั้น อย่าเอาคำว่าเรื่องลุงมารวมทุกช่วงจนตรวจไม่ได้”

ชิวอิงพยักหน้า นางจึงถามใหม่ว่าหล่อนเคยเห็นอะไรเกี่ยวกับคืนก่อนพ่อเสียชีวิตหรือไม่ ได้คำตอบว่าไม่ได้อยู่ในเหตุและไม่มีสิ่งที่เห็นเองมาเล่า

นั่นเป็นคำปฏิเสธของชิวอิง ไม่ใช่เอกสารพิสูจน์ว่าเหวินเต๋อไม่เกี่ยวกับเหตุ และไม่ใช่คำรับรองว่าเขาเกี่ยวเพราะเคยได้สำเนาร้าน

เยว่ชิงเจ็บใจกับสิ่งที่หล่อนได้ทำพอแล้ว นางจะไม่เพิ่มสิ่งที่ยังไม่รู้เพียงเพื่อให้ความโกรธมีขนาดเท่ากับความสูญเสีย

“เรื่องที่เจ้าคัดสองครั้ง ข้าต้องตามกระดาษจริงและถามเขาต่อ”

“เจ้าจะให้อภัยข้าหรือไม่”

“วันนี้ข้ายังตอบไม่ได้”

ชิวอิงน้ำตาคลอ แต่ไม่ได้ลุกหนี เยว่ชิงส่งผ้าสะอาดที่วางใกล้ให้โดยไม่เอาเงินออกจากกล่อง

“ข้าฟังสิ่งที่เจ้ามาบอกได้ และยังไม่ไว้ใจให้เจ้าถือกุญแจหรือจัดแฟ้มแทนข้าได้ในวันเดียวกัน”

“ข้ารู้”

“ข้าไม่รู้ว่าเจ้ารู้มากเพียงใด จึงต้องดูสิ่งที่เจ้าทำต่อด้วย ไม่ใช่ให้เจ้าพูดคำนี้แล้วจบทุกเรื่อง”

เยว่ชิงเขียนคำเล่าที่เกี่ยวกับสองครั้งแยกเป็นสองช่วง อ่านกลับให้ชิวอิงฟัง พร้อมส่วนที่จำวัน หัวกระดาษ จำนวน หรือที่เก็บสำเนาไม่ได้

หล่อนแก้ประโยคครั้งแรกว่าเหวินเต๋อไม่ได้ชี้หน้าสมุดต่อหน้าพ่อ แต่บอกประเภทงานที่อยากรู้ก่อน หล่อนเป็นคนเลือกหน้าจากสมุดมาคัดเอง ไม่ให้ร่างดูเหมือนพ่ออยู่ในวงสนทนาและยินยอม

เยว่ชิงแก้ตาม ความผิดของผู้เลือกหน้าไม่ควรถูกล้างด้วยคำว่าทำตามสั่งเพียงคำเดียว

ชิวอิงตรวจคำบันทึกของตนและแก้รายละเอียด ก่อนเลือกลงชื่อเฉพาะสิ่งที่ยืนยันได้
ชิวอิงตรวจคำบันทึกของตนและแก้รายละเอียด ก่อนเลือกลงชื่อเฉพาะสิ่งที่ยืนยันได้

เมื่ออ่านครบ เยว่ชิงถามว่าจะลงชื่อเฉพาะคำเล่าที่ตรวจแล้วหรือไม่ ไม่มีหน้าว่าง ไม่มีประโยคยอมรับว่ารู้เรื่องพ่อทั้งหมดเพิ่มท้ายใบ

ชิวอิงหยิบปากกามาลงชื่อกับวันที่ยี่สิบหกพฤษภาคม นางให้คำคัดกลับไปหนึ่งชุด เก็บบันทึกที่ลงชื่อไว้ต่างหากจากกระดาษต้นฉบับของร้าน

“เจ้าอนุญาตให้ใช้เรื่องนี้ตามหาสำเนาที่ส่งไปกับฝ่ายเอกสารโรงงานหรือไม่”

หล่อนคิดก่อนตอบ แล้วตกลงให้ใช้เฉพาะสองช่วงที่เล่าเพื่อค้นรายการและที่มาของสำเนา ไม่ใช่ประกาศให้คนทั้งตลาดอ่านเรื่องส่วนตัวทั้งหมด

เยว่ชิงจดขอบเขตนี้ให้ตรวจอีกครั้ง ไม่บอกว่าจะส่งคำเล่าออกไปทันทีในวันนี้ เพราะคำขอช่วงเช้าที่หานนำไปเป็นเรื่องรับส่งข้อท้วงของหลิว ไม่ใช่ซองสำหรับใส่คำรับของชิวอิงซึ่งเพิ่งเกิดตอนบ่าย

จากนั้นนางถามถึงใบฝากสมุดปกน้ำเงินซึ่งชิวอิงทิ้งต้นฉบับไว้วันที่สิบหก

“ข้ารักษาไว้ตามที่เจ้าฝาก และยังไม่ได้เอาให้คนอื่นอ่าน หากจะตามว่าห่อวันที่สิบสี่เมษายนถูกส่งเข้าที่ใด จำเป็นต้องใช้คำที่เจ้าเห็นจริง เจ้าตกลงให้ส่งคำคัดกับส่วนที่เจ้าตรวจแล้วไปฝ่ายเอกสารโรงงานและศูนย์เหอผิงหรือไม่”

หล่อนมองถุงบนตักอยู่นาน ก่อนตอบว่าอนุญาตให้ใช้เพื่อค้นเส้นทางห่อนั้นตามสองหน่วยที่นางบอก ต้องแยกว่าหล่อนจำวันจากรายการของใช้กับแม่ ไม่ได้เห็นผู้เขียนใบ ไม่ได้เปิดห่อ และยังไม่รู้ชื่อชายแก่ที่รับของนอกคลัง

เรื่องคนที่ไปด้วยวันนั้นยังเป็นคำที่หล่อนไม่ยอมตอบ เยว่ชิงระบุว่ายังไม่มีคำตอบ ไม่เปลี่ยนช่องว่างนั้นเป็นเดินไปคนเดียว

ขอบเขตใหม่ลงไว้ต่างหาก ชิวอิงตรวจและลงชื่อ ไม่อนุญาตให้นำต้นฉบับใบฝากไปทิ้งไว้ที่ใดโดยไม่แจ้ง เยว่ชิงจะส่งเฉพาะคำคัดตามเรื่องเมื่อเตรียมคำขอเสร็จ

นางไม่ได้บอกหล่อนว่าคำเล่าทั้งหมดทำให้สมุดที่รับเข้าเหอผิงวันที่สิบสองกลายเป็นห่อเดียวกับวันที่สิบสี่เมษายนแล้ว มันยังต้องตามเส้นทางที่มีคนรับและบันทึกจริง

หลังชิวอิงเก็บคำคัดกลับเข้าถุง หล่อนถามว่าพรุ่งนี้มีงานเย็บผ้าหรือไม่

“ตอนนี้ยังไม่มีงานชุดใหม่” เยว่ชิงตอบ “ถ้ามี ข้าจะตกลงงานและค่าจ้างตามงาน การมาบอกเรื่องวันนี้ไม่ได้ซื้อสิทธิ์รับงานครั้งหน้า และไม่ได้ทำให้ค่าแรงที่เจ้าเคยได้ต้องคืน”

ชิวอิงพยักหน้า น้ำตาแห้งบนแก้มเป็นรอยตึง หล่อนไม่ได้ขอเงินยืม ไม่ได้รับกุญแจ และไม่ได้กลับออกไปพร้อมคำว่าญาติย่อมต้องเชื่อกัน

ก่อนลุก หล่อนพูดเบา ๆ “ถ้าเขาบอกว่าเจ้ารู้ทุกอย่างเพราะเป็นคู่หมั้น อย่าเชื่อเพียงประโยคนั้น ข้าก็เคยใช้ประโยคนั้นหลอกตัวเอง”

เยว่ชิงมองสมุดที่ปิดอยู่ตรงหน้า “ข้าจะถามตามสิ่งที่เกิด ไม่ตามฐานะที่เขาอ้าง”

ชิวอิงเดินออกจากร้านไปโดยไม่ได้แตะตู้ด้านหลัง

ช่วงเย็นหานนำใบรับคำขอจากฝ่ายเอกสารกลับมา คำขอทะเบียนรับส่งห้องซ่อมที่เตรียมเมื่อวานถูกส่งจริงในวันที่ยี่สิบหกแล้ว ผู้รับจะค้นตามเลขอ้างและแจ้งต่อ ไม่ได้ส่งผลการค้นครบกลับมาพร้อมคนถือซอง

เยว่ชิงรับใบไว้ ขอบคุณเรื่องนำส่ง และถามว่าหานยังมีเวลาฟังเรื่องใหม่สั้น ๆ หรือไม่

นางเล่าเพียงว่าได้คำยอมรับเกี่ยวกับสำเนาร้านซึ่งต้องตรวจต่อ ไม่เปิดคำส่วนตัวหรือใบฝากที่อนุญาตเฉพาะหน่วยงานให้เพื่อนอ่านทั้งหมดโดยคิดว่าการช่วยเหลือวันนี้ลบขอบเขตนั้น

หานบอกว่าหากจะคุยรายละเอียดเพิ่มเติมให้แยกเอกสารและสิทธิ์ใช้ก่อน นางจะมาฟังหลังจัดเวลาสะดวก ไม่ให้ความเหนื่อยจากน้ำทำให้ทั้งสองรีบเอาคำยอมรับหนึ่งใบไปสรุปทุกเรื่อง

เยว่ชิงเก็บบันทึกใหม่เข้าชุดของมัน คำเล่าบางส่วนทำให้เหวินเต๋อมีทางรู้รายละเอียดร้านที่นางไม่เคยอนุญาต แต่ยังไม่ได้ทำให้คำถามเรื่องพ่อหมดลง

นางโกรธได้กับสิ่งที่ชิวอิงยอมรับ และยังต้องสงสัยอย่างเป็นธรรมต่อสิ่งที่หล่อนไม่รู้หรือไม่ยอมตอบ

ก่อนปิดร้าน เยว่ชิงมองใบรับวันที่ยี่สิบหกซึ่งวางข้างบันทึกลงชื่อใหม่

กระดาษสองชุดมาถึงมือนางในวันเดียวกัน แต่เล่าคนละเรื่อง ถ้าจะทวงชีวิตคืน นางต้องรักษาความต่างนั้นไว้ แม้ส่วนหนึ่งของใจจะอยากเห็นทุกเส้นพุ่งไปหาคนผิดคนเดียวให้จบเสียคืนนี้ก็ตาม

กลับสารบัญนิยาย

นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI