ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · ตอนที่ 51
ตอนที่ 51 — ถ้อยคำที่ไม่ต้องจ่ายคืน
จิ้งโจวมาถึงบ้านแม่ในเย็นวันที่ยี่สิบห้า ก่อนน้ำในหม้อจะเดือดอีกครั้ง
เขาเคาะประตูและรอให้คนในบ้านตอบ เสื้อทำงานเปลี่ยนเป็นชุดแห้งแล้ว แต่รอยเหนื่อยใต้ตายังอยู่ ในมือมีชามปิดฝาห่อผ้า ไม่ใช่กระเป๋าเครื่องมือหรือเอกสารจากโรงงาน
แม่เป็นคนเปิดประตู เยว่ชิงได้ยินเสียงทั้งสองทักกันก่อนเขาเดินเข้ามาถึงโต๊ะ
“คนในกลุ่มช่วยเหลือแบ่งแกงมา ข้าแยกส่วนที่นำกลับได้ไว้ชามหนึ่ง ถ้าบ้านนี้กินแล้ว ก็เก็บไว้ทีหลังได้”
“ยังไม่ได้กิน มานั่งก่อน” แม่ตอบ “อย่าถือชามจนเย็นเพราะมัวถามว่าใครเกรงใจใคร”
เขาหัวเราะเบา ๆ แล้ววางห่อบนที่ซึ่งหล่อนจัดให้ เยว่ชิงขยับเก้าอี้เพื่อเปิดทาง พอเท้าลงน้ำหนัก ความเจ็บทำให้นางหยุด
จิ้งโจวไม่ได้ยกตัวนางขึ้นโดยไม่ถาม
“ให้ข้าเลื่อนเก้าอี้ตัวนั้นหรือไม่”
นางพยักหน้า เขาจึงเลื่อนเก้าอี้ข้างโต๊ะออก แทนที่จะสั่งให้นางนั่งนิ่งจนไม่ต้องเลือกอะไรอีกทั้งคืน
แม่แบ่งแกงและจัดข้าวให้หลิวในห้องเล็กก่อน หลิวกินได้และพักต่อ ไม่ออกมานั่งฟังเพียงเพราะมีคนช่วยชีวิตเขามาเยี่ยม เอกสารส่วนตัวของเขาอยู่ในส่วนที่ตกลงเก็บ ไม่มีใครยกสมุดเปียกขึ้นมาเป็นเรื่องบนโต๊ะอาหาร
เยว่ชิงนั่งฝั่งที่ไม่ต้องเหยียดขาขวางทาง แม่ตักน้ำร้อนใส่ถ้วย ส่วนจิ้งโจวรอให้ทุกคนได้อาหารก่อนตักของตน
“วันนี้ช่วยถึงที่ใดแล้ว” นางถาม
เขาเล่าเรื่องย้ายคนจากบ้านต่ำ เก็บของใช้ที่เอาออกได้ และทำทางให้ผู้ที่ต้องเดินกลับ บางบ้านยังต้องรอ เขาไม่ได้เล่าว่าตนเป็นคนพาทุกคนขึ้นฝั่ง และไม่ได้รู้ว่าทุกห้องที่น้ำเข้าเสียอะไรไปบ้าง
“เจ้าได้นอนหรือไม่”
“ได้นอนช่วงหนึ่ง วันนี้จะกลับไปพักให้มากกว่าเมื่อคืน”
คำตอบนั้นทำให้เยว่ชิงสบายใจกว่าคำว่าข้าไม่ต้องพัก นางไม่อยากให้ความห่วงของตนกลายเป็นรางวัลสำหรับคนที่ฝืนจนล้ม

ระหว่างกิน แม่ถามว่าถนนด้านโรงงานใช้ได้หรือยัง เขาบอกเฉพาะทางที่ตนผ่านวันนี้ ทางอื่นให้ถามคนที่ดูอยู่ก่อนเดิน หล่อนรับคำแล้วคุยเรื่องผักที่ต้องยกพ้นน้ำรั่วหลังบ้าน
เรื่องบนโต๊ะเล็กลงทีละน้อย จากน้ำหลากทั้งคลองเป็นหม้อซึ่งต้องมีฝาปิด จากรายชื่อคนที่ยังตามไม่ครบเป็นเสื้อที่ตากไม่ได้เพราะฝนกลับมา
เยว่ชิงฟังเสียงแม่กับเสียงเขา ความธรรมดาของการกินอาหารทำให้นางนึกถึงคืนที่สิบเก้า ขณะไปกินบะหมี่ก่อนเดินริมคลอง วันนั้นนางจ่ายชามของตนอย่างตั้งใจ ไม่ใช่เพราะไม่ยอมรับสิ่งเล็กจากเขาเลย แต่เพราะอยากรู้ว่าการได้อยู่ข้างกันไม่ต้องเริ่มจากใครค้างอะไรใคร
เมื่อวานเขาจับแขนนางไว้ริมฝั่ง
คืนนี้ความตั้งใจเดิมกลับยากขึ้นในใจนาง
เยว่ชิงวางตะเกียบช้ากว่าปกติ จิ้งโจวมองแล้วถามว่าเจ็บแขนขึ้นหรือไม่ นางตอบว่ายังเมื่อย แต่ไม่ได้ปวดขึ้นจากเมื่อเช้าที่แจ้งคนดูแล
เขาพยักหน้า ไม่เปลี่ยนตนเป็นคนวินิจฉัยว่าหายแล้วหรือควรรับยาอะไร
พอกินเสร็จ แม่เก็บชามไปล้าง จิ้งโจวช่วยยกเฉพาะที่หล่อนให้ยก เยว่ชิงขอช่วยเช็ดโต๊ะในส่วนที่นั่งถึง ไม่มีใครเรียกการพักเท้าว่าเป็นการนั่งกินเฉย ๆ
แม่บอกว่าจะดูหลิวแล้วจัดของในครัว ทั้งสองจึงขยับไปนั่งที่ม้านั่งใต้ชายคาหน้าบ้าน ซึ่งอยู่ห่างเพียงไม่กี่ก้าว ไม่ต้องเดินริมคลองหรือออกไปหาที่ลับในคืนที่ทางยังเปียก
เยว่ชิงวางถุงผ้าข้างเก้าอี้ ข้างในมีสมุดของนาง แต่คืนนี้มันปิดอยู่
ไฟจากประตูครัวตกบนแขนเสื้อของจิ้งโจว รอยแผลเล็กผ่านคิ้วขวาไม่ทำให้นางนึกถึงคำถามเรื่องพ่อก่อนทุกครั้งอีกแล้ว เขามีใบหน้าที่เหนื่อย ใบหน้าที่หัวเราะกับคำพูดของแม่ และใบหน้าที่กำลังรอฟังนางโดยไม่ได้ยื่นมือไปเปิดถุง
“ข้ามีเรื่องอยากบอก” เยว่ชิงพูด
“บอกได้”
นางมองมือของตนอยู่ครู่หนึ่ง
“เมื่อวาน ถ้าเจ้าไม่จับข้าไว้ ข้าไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร”
“ตอนนั้นมีคนช่วยหลายคน”
“ข้ารู้ ข้าขอบคุณเขาด้วย แต่แขนที่จับข้าไว้เป็นของเจ้า ข้าไม่อยากพูดเหมือนมันไม่สำคัญ”
เขาหันมาฟังเต็มตัว ไม่รีบลดความหมายของคำขอบคุณจนผู้พูดเหมือนไม่มีสิทธิ์รู้สึกอะไร
“ข้าดีใจที่เจ้าขึ้นมาได้”
นางสูดลมหายใจ “แต่ข้ายังไม่รู้ว่าจะตอบแทนอย่างไรให้พอ”
เสียงหยดน้ำจากชายคาดังขึ้นช่วงหนึ่ง จิ้งโจวมองลงทางพื้นเปียกก่อนตอบ
“ข้าไม่ได้มีจำนวนที่เจ้าต้องจ่ายให้ครบ”
“ถ้าข้าไม่สามารถทำอะไรให้เจ้าเท่ากันเล่า”
“พรุ่งนี้เจ้าก็ยังบอกข้าได้ว่าไม่สะดวกพบ ยังไม่อยากเล่าเรื่องใด หรือไม่อยากให้ข้าช่วยเรื่องไหน สิ่งที่เกิดริมฝั่งไม่เอาคำตอบพวกนั้นออกจากมือเจ้า”
เยว่ชิงเงียบ
ในชีวิตก่อน คำว่าช่วยเหลือมักมาถึงพร้อมสิ่งซึ่งต้องยอมในวันถัดไป บางครั้งนางมองเห็นราคาทันที บางครั้งมันอยู่ในประโยคที่พูดเหมือนห่วงใยจนรู้สึกผิดหากไม่ทำตาม
นางไม่เล่าเรื่องการหวนคืนให้เขาฟัง แต่พูดถึงสิ่งที่ตนเคยชินได้โดยไม่ต้องอ้างว่าทุกความกลัวเริ่มในวันที่เขามองเห็น
“ข้าเคยคิดว่าถ้ารับความช่วยเหลือมากขึ้น ข้าจะมีทางเลือกน้อยลง”
“ข้าเห็นว่าเจ้าไม่อยากให้ใครตัดสินใจแทน” เขาตอบ “แต่ข้าไม่รู้ทั้งหมดว่าเจ้าผ่านอะไรมา ถ้าวันไหนข้าทำให้รู้สึกเช่นนั้น เจ้าบอกได้ ไม่ต้องรอจนโกรธมากพอจึงค่อยพูด”
คำตอบของเขาไม่ได้เป็นคำรับรองว่าจะไม่มีวันทำให้นางเสียใจ เยว่ชิงกลับฟังได้ง่ายกว่า เพราะมันมีที่ให้คนทั้งสองยังทำผิดแล้วรับฟังกันได้
“ถ้าข้าขอบคุณเจ้า และยังอยากให้เจ้ามาพบ นั่นอาจฟังเหมือนข้ากำลังตอบแทน”
เขามองนางอย่างระวัง
“เจ้ารู้หรือยังว่าอยากพบเพราะอะไร”
เยว่ชิงยกตาขึ้น
“ข้าคิดว่าอยากมาตั้งแต่ก่อนฝนตกแล้ว”
เขาไม่พูดแทรก นางจึงได้ยินคำของตนชัดขึ้น
“วันที่ข้าชวนเจ้ากินข้าวหลังปิดร้าน ข้าไม่ได้ต้องการให้เจ้าหาคนช่วยอ่านเอกสาร วันที่ถามว่าเจ้าอยากทำงานแบบไหนในอนาคต ข้าอยากรู้เรื่องของเจ้า ไม่ใช่รู้ว่าเจ้าอยู่ช่วยร้านข้าได้นานเท่าไร”
จิ้งโจวยิ้มเล็กน้อย “ข้าจำได้”
“ครั้งนี้ข้าอยากพูดให้ตรงกว่าเดิม”
เยว่ชิงรู้สึกหน้าอุ่นขึ้น ทั้งที่ลมใต้ชายคาเย็น
“ข้าอยากคบกับเจ้า ให้เราเป็นคนที่เลือกพบกันจริง ๆ ไม่ต้องหาเรื่องงานมาอ้างทุกครั้ง และไม่ต้องรอให้มีใครช่วยใครก่อน”
เขาก้มมองมือตนแล้วเงยกลับมา รอยยิ้มที่ค่อย ๆ เปิดขึ้นไม่ได้เหมือนคนได้ค่าตอบแทนสำเร็จ แต่เหมือนคนที่กลัวฟังผิดจึงอยากมั่นใจว่าประโยคนั้นพูดถึงเขา
“ข้าก็อยากคบกับเจ้า”
นางหัวเราะเบาจากความโล่งใจ “เจ้าตอบเร็วมาก”
“ข้าคิดเรื่องนี้ก่อนวันนี้เหมือนกัน”
“แต่เมื่อก่อนเจ้าบอกว่าอยากพบข้า ข้าคิดว่าอาจเพียงชอบคุย”
“ข้าชอบคุยด้วย และชอบเจ้าด้วย ตอนนั้นถ้าพูดมากกว่านั้นโดยเจ้ากำลังยุ่งเรื่องร้าน ข้าไม่รู้ว่าเจ้าจะรู้สึกว่าต้องตอบทันทีหรือไม่”
เยว่ชิงมองเขานานขึ้น
สิ่งที่นางเลือกในคืนนี้ไม่ได้ทำให้ความกลัวเก่าหายไป แต่ทำให้ความกลัวไม่ใช่คนเดียวที่มีสิทธิ์พูดในใจนาง
จิ้งโจววางมือบนม้านั่งใกล้เข่า ไม่ยื่นมาจับแขนที่เจ็บ
เยว่ชิงมองมือข้างนั้นแล้วถาม “ขอจับมือได้หรือไม่”
เขาพยักหน้าและเปิดฝ่ามือให้นางเลือกเข้ามา
นางใช้มือขวาแตะมือเขาเบา ๆ ปลายนิ้วอุ่นจากถ้วยน้ำและมีผิวสากของคนทำงาน มือซึ่งเมื่อคืนช่วยนางไม่กลายเป็นสิ่งที่นางต้องยอมให้จับในคืนนี้ นางเป็นคนยื่นเข้ามาเอง

ทั้งสองไม่ได้สาบานว่าจะไม่มีวันจากกัน ไม่ได้พูดถึงพิธีแต่งงานหรือขอให้ย้ายมาอยู่บ้านเดียวในวันรุ่งขึ้น
เยว่ชิงยังมีร้านที่ต้องดูแล จิ้งโจวยังมีงานและสิ่งที่อยากเรียนรู้ต่อ เขาไม่ต้องเลิกคิดเรื่องนั้นเพราะนางเพิ่งบอกว่าอยากคบ และนางก็ไม่ต้องให้เขาถือกุญแจร้านเพื่อพิสูจน์คำที่พูด
“พรุ่งนี้ข้ามีร่างคำขอที่ต้องจัดส่ง” นางบอก “แต่วันนี้ข้าไม่ได้เอามาให้เจ้าอ่าน”
“ถ้าต้องการให้ช่วยสิ่งใด ค่อยถามได้”
“ข้าจะถามตามเรื่อง ส่วนคืนนี้ ข้าอยากให้เจ้าพักก่อนกลับบ้าน”
เขามองมือที่จับกันอยู่ “คืนนี้ข้านั่งได้อีกครู่หนึ่ง แต่ไม่อยากให้เจ้านอนดึกเพราะรอให้ข้ากลับ”
“เช่นนั้นนั่งอีกครู่ แล้วกลับไปพักตามที่เจ้าบอก”
พวกเขาคุยถึงเรื่องเล็กอีกหลายอย่าง รสแกงซึ่งเผ็ดกว่าที่แม่คิด รองเท้าเปียกที่ต้องตากไกลจากเตา และครั้งที่จิ้งโจวเคยทำข้าวไหม้เพราะมัวซ่อมขาตะเกียง ไม่ได้หาประโยคสวยมาปิดทุกช่วงเงียบ
เยว่ชิงรู้ว่าคนซึ่งพูดถึงอนาคตของตนได้ก็อาจทำเรื่องธรรมดาผิดพลาดได้ด้วย นางชอบที่เขาหัวเราะกับเรื่องนั้นโดยไม่ต้องทำตัวเป็นคนช่วยที่ไม่เคยต้องให้ใครช่วยกลับ
แม่เดินออกมาถามว่าจะเอาน้ำอีกหรือไม่
เยว่ชิงไม่ได้รีบซ่อนมือ แม่มองทั้งสองครู่หนึ่งแล้วถามเพียงว่าเท้าลงน้ำหนักไปหรือยัง นางตอบว่ายังนั่งพักอยู่ หล่อนจึงวางถ้วยน้ำเพิ่มและกลับเข้าครัว
เมื่อจิ้งโจวลุกกลับ เยว่ชิงปล่อยมือก่อนขยับเก้าอี้ เขาบอกว่าขอแวะถามอาการอีกเมื่อมีเวลาหลังงาน หากนางอยากพักเงียบหรือมีคนต้องคุยเรื่องสำคัญก็ฝากข่าวได้ ไม่ถือว่าการเริ่มคบทำให้หน้าประตูบ้านเปิดรับเขาทุกเวลา
“ถ้าข้าอยากพบโดยไม่มีงาน เจ้าก็มาได้เหมือนกัน” นางพูด
เขายิ้ม “ข้าจะจำประโยคนี้ให้ดี”
จิ้งโจวเก็บชามที่ล้างและคืนให้แล้วกลับไปพักตามที่บอก เขาไม่ได้ทิ้งของส่วนตัวไว้เป็นเหตุให้ต้องกลับมาในวันถัดไป และไม่ได้ถือร่างคำขอออกไปทำแทนนางโดยไม่ถาม
เยว่ชิงมองจนเขาพ้นทางหน้าบ้าน จากนั้นกลับมานั่งในห้อง แม่กำลังพับผ้า
“คุยกันแล้วหรือ” หล่อนถาม
“คุยแล้ว ข้าอยากคบกับเขา เขาก็อยากคบกับข้า”
แม่วางผ้าลง “แล้วเจ้ารู้สึกอย่างไร”
เยว่ชิงคิดว่าหล่อนอาจถามถึงงาน เงิน หรือสิ่งที่คนริมตลาดจะพูด แต่คำถามแรกเป็นเรื่องความรู้สึกของนาง
“ดีใจ และยังกลัวอยู่บ้าง”
“ไม่ต้องทำให้กลัวหายทั้งหมดก่อนจึงค่อยเลือก แต่ถ้าวันใดไม่สบายใจ อย่าบอกตนเองว่าพูดแล้วจึงเปลี่ยนคำไม่ได้”
นางพยักหน้า คืนนี้คำว่าเลือกมีที่ให้ทั้งดีใจและกลัว ไม่ต้องขีดอีกอย่างทิ้งเหมือนบัญชีที่รวมยอดผิด
ก่อนนอน เยว่ชิงเปิดสมุดส่วนตัว เขียนเรื่องความรู้สึกเพียงไม่กี่บรรทัด ไม่ลงชื่อจิ้งโจวไว้ข้างรายการหนี้ และไม่เขียนเหตุช่วยชีวิตเป็นจำนวนที่ต้องชำระในอนาคต
ร่างคำขอเรื่องห้องซ่อมกับทางส่งไปซวงเหอยังเก็บอยู่สำหรับวันต่อไป หลิวยังต้องคุยเรื่องที่พักกับแม่ในวันที่ยี่สิบหก เอกสารที่อ่านไม่ครบก็ยังอ่านไม่ครบ
แต่ในค่ำวันที่ยี่สิบห้า เยว่ชิงมีสิ่งหนึ่งซึ่งไม่จำเป็นต้องรอผลค้นจากห้องใดก่อนจึงยอมรับว่ามีอยู่
นางอยากพบคนคนหนึ่ง และคนคนนั้นอยากพบด้วย
ความรู้สึกเล็ก ๆ นี้ไม่ได้เรียกเอาร้าน กุญแจ หรืออนาคตทั้งชีวิตไปเป็นราคา เยว่ชิงปิดสมุดแล้วพักเท้าให้สบาย คืนนี้นางยอมให้ความดีใจอยู่กับตนได้โดยไม่ต้องหาใบเสร็จมาตรวจอีกครั้ง
นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI
