ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · ตอนที่ 50
ตอนที่ 50 — หน้าที่เปียกน้ำ
เยว่ชิงตื่นขึ้นเพราะเสียงคนยกถังผ่านทางเดิน
แสงเช้าวันที่ยี่สิบห้าพฤษภาคมลอดเข้าชายคาศาลา ฝนลดเหลือเม็ดเล็ก แต่คนที่นอนบนเสื่อเมื่อคืนยังไม่ได้กลับบ้านพร้อมกัน บางคนต้องรอข่าวญาติ บางคนต้องรอให้ทางผ่านได้ และบางคนมีบ้านซึ่งยังเปิดประตูเข้าไปไม่ได้
นางขยับข้อเท้าแล้วหยุด ความเจ็บยังอยู่ ไม่ได้หายไปเพราะนอนหลับสองช่วงสั้น ๆ แขนที่ถูกดึงเมื่อวานก็เมื่อยจนการยกถ้วยต้องทำช้ากว่าปกติ
หลิวนั่งอยู่ข้างเสาของศาลา ผ้าคลุมไหล่พับบนตัก เขาถามว่านางนอนพอหรือไม่ก่อนถามถึงกระดาษของตน
“ยังอยู่ที่โต๊ะส่วนที่จัดให้” นางตอบ “ไม่มีใครเอาไปแทนท่านเมื่อคืน”
คนดูแลมาดูอาการทั้งสองอีกครั้ง หลิวยังเจ็บเข่าแต่พูดและดื่มน้ำได้ เยว่ชิงแจ้งว่าข้อเท้ากับแขนเจ็บต่อ คนดูแลให้พักก่อนเดินทาง และช่วยจัดทางกลับเมื่อคนประสานงานตรวจเส้นทางกว้างได้ นางไม่เถียงว่าร้านกับเอกสารรออยู่จึงต้องเดินทันที
จิ้งโจวไม่ได้เฝ้าข้างนางทั้งคืน เขาไปช่วยตามงานที่ได้รับแล้วพักในส่วนของกลุ่มคนงาน เช้านี้กลับมาบอกว่าข่าวที่ฝากถึงแม่เมื่อวานมีคนส่งถึงแล้ว แม่ฝากกลับมาว่าให้รอทางพร้อมและอย่าฝืนขา จะเตรียมห้องเล็กไว้เหมือนที่ตกลงกัน
เยว่ชิงฟังจนจบ ความโล่งใจเรื่องแม่ทำให้นางรู้ว่าตนเกร็งไหล่มาตั้งแต่เมื่อคืน
“ขอบคุณที่ตามข่าวให้”
“เจ้าคุยเรื่องกระดาษได้ตามที่หลิวพร้อม ข้าจะไปช่วยจัดรถกลับ” เขาตอบ ไม่ยืนฟังอยู่หลังเก้าอี้เพื่อให้ทุกคำกลายเป็นสิ่งที่เขาต้องรู้
หลิวเดินมานั่งที่โต๊ะช้า ๆ เยว่ชิงขออนุญาตดูสภาพเอกสารด้วยกันอีกครั้ง ได้คำยินยอมแล้วจึงเลื่อนสมุดบันทึกของตนเข้ามา
สิ่งที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาไม่เหมือนเมื่อวันที่สิบเจ็ด
คาร์บอนรายการงานวันที่สิบห้ามกราคมชื้นเป็นหย่อม บางเส้นที่เคยจางอยู่แล้วจางจนแยกไม่ได้ บันทึกวันที่สิบแปดมีรอยน้ำพาดผ่านช่วงกลาง แต่ส่วนที่ยังอ่านได้บางแห่งไม่ได้กลายเป็นคำใหม่ ส่วนสมุดปกผ้าสีน้ำตาลเล็กบวมจนหน้าติดกันเป็นกลุ่ม
นางจดสภาพ ไม่คัดข้อความจากรอยหมึกที่ตนอยากให้เป็นตัวหนังสือ
“ถ้ารออีกหน่อย อาจเปิดได้ครบหรือไม่” หลิวถาม
เยว่ชิงมองเส้นหมึกที่ไหลไปติดขอบกระดาษ
“ข้าไม่รู้ว่าจะเปิดได้เท่าไร แต่ส่วนที่หมึกเคลื่อนหรือหายไปแล้ว ข้ารับรองไม่ได้ว่าจะกลับมาเหมือนเดิม”
นางเป็นช่างนาฬิกา รู้จักความละเอียดของสิ่งเล็ก ๆ แต่ความละเอียดนั้นไม่ได้ให้สิทธิ์นางอ้างว่าซ่อมกระดาษทุกชนิดได้ หากจะขอคนที่ทำงานกับเอกสารช่วยดู ต้องบอกสภาพจริงและยอมรับข้อจำกัดก่อน ไม่ใช่บอกว่าขอเพียงให้ได้คำตอบซึ่งตนต้องการ

หลิวแตะขอบปกส่วนที่ไม่ติดกระดาษแล้วถอนมือ
“ข้าจำได้ว่ามีเรื่องส่งบันทึกตามงานอยู่ในนี้ด้วย”
เยว่ชิงเงยหน้า “จำว่าเขียนอะไร หรือจำว่ามักจดเวลาไปส่งงาน”
เขาคิดอยู่พักหนึ่ง “จำว่าจดเวลาไปส่งงานหลายครั้ง แต่ถ้าถามว่าหน้าที่ยังเปิดไม่ได้นี้เขียนเรื่องวันที่สิบแปดแน่หรือไม่ ข้าตอบไม่ได้”
นางเขียนคำตอบนั้นแยกจากรายการอ่านเอกสาร
ความจำของเขามีประโยชน์สำหรับเลือกทางค้น แต่ไม่ใช่การอ่านหน้าที่ทั้งสองยังมองไม่เห็น
“เจ้าคงเสียเวลาถามข้าไปเปล่า”
“ข้าไม่คิดเช่นนั้น วันที่สิบเจ็ดท่านแก้คำคัดให้ข้าแล้ว และข้ายื่นไปวันที่สิบแปด ส่วนที่ตรวจได้ก่อนน้ำมายังมีอยู่”
หลิวมองนางเหมือนเพิ่งนึกถึงสิ่งนั้นได้ชัด
“แต่อีกฝ่ายจะบอกว่าต้นฉบับไม่เหมือนเดิม”
“เราต้องบอกเองว่าต้นฉบับเสียหายเมื่อไร จากเหตุที่เกิดจริง ไม่ถือคำคัดเป็นต้นฉบับ และไม่เอาน้ำมาเป็นเหตุให้เปลี่ยนคำที่เคยลงชื่อไว้”
นางอ่านรายการสภาพที่เขียนให้เขาฟัง มีชื่อเอกสารตามที่เขาระบุ เหตุเปียกที่ห้องและที่ขั้นริมคลองตามคำเล่าของเขา กับสภาพที่ทั้งสองเห็นหลังเปิดห่อที่ศาลา แยกส่วนเห็นเองจากส่วนที่หลิวเล่า ไม่เติมเวลาละเอียดซึ่งไม่มีใครจับนาฬิกาดูขณะหนีน้ำ
หลิวแก้ประโยคหนึ่งซึ่งทำให้ดูเหมือนเห็นน้ำเข้ากล่องทุกด้าน เขาเห็นเพียงน้ำมาถึงด้านล่างก่อนยก จึงให้เขียนเท่านั้น
เยว่ชิงแก้ตาม อ่านกลับ แล้วให้เขาตัดสินใจว่าจะใช้บันทึกนี้อย่างไร
เขาตกลงให้เก็บสำเนารายการสภาพสำหรับอธิบายประกอบคำขอเรื่องงานที่เคยอนุญาตไว้ ส่วนสมุดคำนวณส่วนตัวที่ยังอ่านไม่ได้ ไม่ได้ให้ใช้เป็นคำรับรองใหม่ทั้งหมด
“ถ้าจะมีคนอื่นดูตัวเล่ม ต้องบอกข้าก่อน” เขากล่าว
“ข้าจะถามก่อน ไม่เอาไปส่งเพราะคิดว่าท่านพักบ้านเราแล้วคงไม่ว่า”
นางลงขอบเขตนั้นไว้ด้วย การได้รับความช่วยเหลือเมื่อคืนไม่ได้เปลี่ยนเจ้าของสมุดในเช้านี้
ใกล้เที่ยงคนประสานงานจัดรถเข็นสำหรับผู้ที่เดินไกลไม่สะดวกผ่านทางกว้างซึ่งใช้ได้แล้ว หลิวกับเยว่ชิงได้กลับไปบ้านแม่พร้อมคนที่ช่วยพา จิ้งโจวช่วยขนห่อขึ้นรถตามที่หลิวยินยอม ไม่ยกให้แนบกระดาษกับของเปียกอื่น
เขาบอกว่าจะกลับมาถามอาการหลังงานช่วยเหลือช่วงของตนเสร็จ หากมีเหตุเปลี่ยนจะฝากข่าว ไม่ให้นางต้องนั่งรอหน้าประตูทั้งวัน
แม่อยู่บ้านเมื่อทั้งสองมาถึง
หล่อนให้หลิวใช้ห้องเล็กต่อในคืนวันที่ยี่สิบห้าตามข้อตกลงเดิม คืนเมื่อวานที่พักศาลาไม่ได้ทำให้เรื่องหลังคืนที่สามถูกตัดสินแทนหล่อน หากถึงวันที่ยี่สิบหกแล้วยังต้องอยู่ ทุกคนจะคุยเรื่องที่พักต่ออีกครั้ง
เยว่ชิงเปลี่ยนเสื้อผ้าแห้งและนั่งพัก แม่ไม่ได้ยกกล่องของครอบครัวออกมาให้เปรียบกับสมุดเปียก กล่องที่ยืมตรวจยังอยู่ร้าน และแม่รู้ว่าต้องจัดนำคืนเมื่อเดินทางสะดวก ไม่ให้ของทุกชุดซึ่งมีชื่อพ่อเดินมารวมอยู่บนโต๊ะโดยไม่มีใครรับรู้
หลิวเลือกพื้นที่วางเอกสารในห้องที่พักร่วมกับแม่และเยว่ชิง พวกเขาแยกจากเตียงและของครัว ไม่ล็อกสมุดของเขาไว้ในตู้ที่มีแต่นางถือกุญแจ และยังไม่บังคับแยกหน้าที่ติดกันเพื่อให้โต๊ะดูเรียบร้อย
หลังอาหาร หลิวพักตามที่คนดูแลบอก เยว่ชิงมีเพียงรายการสภาพกับสมุดของตนอยู่ที่โต๊ะด้านนอก
แม่ยกน้ำมาให้ “เจ้าจะเขียนต่อเรื่องใด”
“เรื่องที่ยังค้นได้จากแหล่งอื่น”
“ถ้าสมุดเล่มนี้อ่านไม่ครบ ก็ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมดหรือ”
เยว่ชิงส่ายหน้า แต่ก่อนตอบ นางต้องคิดให้ชัดว่าคำว่าไม่ต้องเริ่มใหม่หมายถึงอะไร
หลักฐานที่มีอยู่ไม่ได้มีเจ้าของคนเดียวหรืออยู่ในห่อเดียวกัน งานที่หลิวตรวจวันที่สิบห้ามีรายการที่คัดก่อนน้ำ และมีส่วนอ้างในทะเบียนซึ่งศูนย์เหอผิงเก็บไว้ บันทึกข้อท้วงวันที่สิบแปดเป็นคนละเรื่องกับผลว่ามีใครรับและทำอย่างไรต่อ การที่ต้นฉบับในมือเขาเปียกไม่ได้บอกว่ารายการรับส่งในห้องทำงานอื่นหายไปด้วย
นางเปิดสมุดคำขอของตน ไม่ต้องมีคำตอบใหม่มากองอยู่บนโต๊ะก็เห็นช่องที่ยังว่างได้
“ข้าเคยขอค้นบันทึกกับผลตามเรื่องแล้ว แต่ครั้งต่อไปต้องระบุทางรับส่งให้แยกต่างหาก”
แม่ฟัง นางจึงอธิบายด้วยคำง่ายกว่าในร่าง
ถ้าคนหนึ่งบอกว่าส่งกระดาษ จะถามว่าใครอ่านอย่างเดียวอาจข้ามขั้นที่กระดาษเข้าประตูใด ถูกลงทะเบียนหรือไม่ และส่งต่อไปโต๊ะไหน ช่องรับส่งอาจมีอยู่แม้สมุดส่วนตัวของคนส่งอ่านไม่ได้
นั่นไม่ได้พิสูจน์ว่ากระดาษถึงมือใครแล้ว แต่เป็นทางตามซึ่งไม่ต้องให้หลิวจำข้อความทุกหน้าแทนสิ่งที่น้ำทำเสีย
เยว่ชิงเริ่มร่างคำขอต่อฝ่ายเอกสารโรงงาน อ้างคำขอที่ยื่นวันที่สิบแปดและส่วนที่หลิวอนุญาตให้คัด ระบุให้ค้นทะเบียนรับส่งของห้องซ่อมที่เกี่ยวกับข้อท้วงวันที่สิบแปด การส่งต่อและเอกสารตอบกลับ หากแยกเก็บก็ขอทางอ้างถึงชุดที่ถูกแยก
นางเพิ่มข้อความว่าต้นฉบับส่วนตัวได้รับความเสียหายจากน้ำวันที่ยี่สิบสี่ มีรายการสภาพและคำคัดซึ่งตรวจไว้ก่อนเหตุ ไม่เขียนว่ารายการสภาพคือใบรับรองต้นฉบับครบถ้วน
สมุดเล่มเล็กของหลิววางอยู่ในส่วนเก็บด้านข้างตามที่เขารู้ ไม่มีหน้าใหม่ถูกนำมารับรองข้อกล่าวหาในร่างนี้

พอเขียนถึงคำว่าผู้รับ นางหยุด
ชื่อเฉียวหงที่อ่านจากสำเนาหนังสือแยกแฟ้มไม่ได้กลายเป็นชื่อผู้รับข้อท้วงทุกแผ่นโดยอัตโนมัติ ชื่อหวังซื่อเฉิงก็ไม่ได้เป็นผู้รับทั้งหมดเพราะเคยตรวจงานห้องเอกสาร นางยังรอคำตอบที่ส่งถามเขาตามหน่วยใหม่อยู่
นางจึงขอให้ระบุผู้รับตามทะเบียนที่พบ พร้อมที่มาของรายการ ไม่เขียนชื่อที่อยากให้คำตอบไปถึงลงในช่องเสียก่อน
ร่างอีกส่วนเกี่ยวกับหนังสือที่นางเคยเตรียมจะส่งโรงงานเครื่องจักรซวงเหอ หลังอ่านชื่อจากกระดาษในกล่องแม่วันที่สิบพฤษภาคม วันนั้นมีเพียงห้องซ่อมสอง วันที่ยี่สิบเจ็ดธันวาคม และรายการตัวอย่างรองตรวจระยะ
นางเคยชะลอไว้เพราะยังต้องยืนยันทางรับเรื่อง ความเสียหายของสมุดหลิวไม่ได้ทำให้ที่อยู่ที่ยังไม่ครบกลายเป็นครบในวันนี้ แต่ทำให้นางเห็นว่าควรเดินทางค้นอีกเส้นพร้อมกัน ไม่แขวนทุกอย่างไว้กับการอ่านเล่มเปียกให้สำเร็จ
นางจดขั้นแรกใหม่ ให้ถามทางส่งถึงฝ่ายรับหนังสือของโรงงานนั้นผ่านช่องทางที่ตรวจได้ ก่อนส่งคำขอค้นห้องซ่อมสอง ไม่ส่งถึงบ้านเลขที่ซึ่งอ่านไม่ครบในถุงชิ้นส่วน แล้วหวังว่าจะเป็นผู้รับคนเดียวกัน
แม่ถามว่าต้องนำกล่องของจริงไปด้วยหรือไม่
“ยังไม่ต้อง ร่างแรกบอกตามข้อความที่คัดไว้ แล้วขอขั้นตอนก่อน ถ้าต้องให้ดูของจริง เราค่อยคุยและจดว่าจะไปที่ใด ไม่ส่งของแม่ไปกับกระดาษโดยไม่ถาม”
แม่พยักหน้า “แม่อยากได้กล่องคืนไว้ที่บ้านเมื่อจัดได้ แต่ไม่ได้อยากให้เจ้าตามเรื่องจนต้องฝืนเท้า”
“ข้าจะจัดคืนให้ ไม่ถือว่ายืมแล้วเก็บไว้ได้ตลอด”
เยว่ชิงเขียนเรื่องนี้ลงหน้าเตือนด้วย เส้นทางค้นใหม่ไม่ควรทำให้สัญญาเล็กกับคนที่ให้ยืมของหล่นหาย
เมื่อหลิวตื่น นางนำเฉพาะร่างที่เกี่ยวกับคำงานของเขาไปอ่านให้ฟัง ไม่เอาคำขอจากกล่องแม่ปะปนเป็นเรื่องที่เขาต้องลงชื่อรับรอง
เขาแก้ชื่อส่วนงานในประโยคหนึ่งให้เป็นห้องซ่อมตามที่ตนเคยส่ง ไม่อ้างว่าห้องนั้นมีทะเบียนแบบใดแน่นอน เพราะเขาไม่ได้เป็นผู้ทำทะเบียนรับทั้งหมด
“ใช้คำที่ข้าอนุญาตไปแล้วได้” เขาบอก “แต่เขียนส่วนที่เจ้าขอให้ค้นว่าเป็นคำขอของเจ้า อย่าทำเหมือนข้ายืนยันว่าพบรายการอยู่ตรงนั้น”
นางรับคำและแก้ร่าง ขอบเขตการใช้คำเดิมยังไม่กว้างขึ้นเพราะเขาช่วยเลือกรูปประโยค
เยว่ชิงลงวันที่ยี่สิบห้าบนร่าง เก็บแยกจากใบรับคำขอที่ยื่นไปแล้ว มันยังไม่ได้ส่งถึงโรงงานในบ่ายนี้ และยังไม่มีคำตอบซึ่งทำให้ใครมีความผิดเพิ่ม
แต่วันต่อไปนางจะมีคำถามที่ถามได้โดยไม่ต้องฝืนเปิดหน้าสมุดติดกันอีกสิบครั้ง
เย็นนั้นหานฝากข่าวผ่านคนที่แวะบ้านแม่ว่าได้รับข่าวเรื่องน้ำและรู้แล้วว่าทั้งสองกลับมา นางจะมาถามอาการเมื่อเลิกงานได้ตามปกติ ไม่ได้ทิ้งงานมาดูเอกสารให้ทันที เยว่ชิงฝากเพียงว่าพักอยู่และยังไม่ต้องจัดเรื่องร้านแทน
จิ้งโจวยังไม่มาถึงในเวลาที่นางกำลังเก็บปากกา นางจึงไม่เอาเก้าอี้ไปนั่งเฝ้าหน้าประตู แต่พักเท้าตามที่ควรทำ มีที่ให้เขาเข้ามาคุยเมื่อมาถึงโดยไม่ต้องมีแฟ้มเปิดรอ
เยว่ชิงมองกระดาษสะอาดที่มีร่างคำขออยู่สองเส้น แล้วมองไปทางห้องของหลิว
บางหน้าซึ่งเปียกไปอาจไม่มีวันอ่านได้ครบ นางเสียใจต่อสิ่งนั้นได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนมันให้เป็นความผิดของคนที่ถือห่อหนีน้ำ
และนางยังตามเรื่องของพ่อได้ โดยไม่ต้องทำให้คำที่เหลืออยู่พูดมากกว่าที่มันเคยพูด
เสียงฝนปลายวันเบาลงจนได้ยินแม่ปิดฝาหม้อ เยว่ชิงวางปากกา นางจะเก็บร่างไว้สำหรับทางที่ต้องเดินต่อ ส่วนคืนนี้จะยอมให้ตนเป็นคนที่ต้องพักบ้างเช่นเดียวกับคนอื่น
นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI
