ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · ตอนที่ 42
ตอนที่ 42 — บัญชีปกน้ำเงิน
เยว่ชิงออกจากร้านในเช้าวันที่สิบแปดพฤษภาคมพร้อมถุงเอกสารกับกล่องเครื่องมือ
อย่างแรกใช้ถามฝ่ายเอกสารโรงงาน อย่างหลังเตรียมไปศาลาชุมชนในบ่ายสอง นางผูกกล่องให้ถือสะดวกและติดช่วงเวลาที่ไม่อยู่หน้าร้านไว้แล้ว ไม่ฝากกุญแจให้ใครเพียงเพราะวันนี้มีธุระสองแห่ง
คำคัดของหลิวเจิ้นอยู่ในถุงพร้อมหน้าขอบเขตที่เขาอ่านแก้และอนุญาตเมื่อวาน ส่วนกระดาษที่ชิวอิงฝากยังอยู่ในตู้ นางยังไม่ได้กลับไปคุยเรื่องให้ใช้คำบอกของผู้พี่กับคนอื่น
ที่โต๊ะรับเรื่องฝ่ายเอกสาร เจ้าหน้าที่ชายวัยห้าสิบเจ็ดสวมแว่นอ่านเล็ก ๆ ใบหน้าผอมยาวและผมเทาร่นจากหน้าผาก เขาอ่านคำขอเดิมกับเอกสารที่นางนำมาเพิ่ม ก่อนถามว่าต้องการค้นสิ่งใดจากข้อความใหม่นี้
เยว่ชิงบอกชื่อรายการตรวจวันที่สิบห้ามกราคม บันทึกข้อท้วงวันที่สิบแปด และสิ่งที่ต้องการตรวจต่อ ไม่เอาคำว่าสภาพต่างกันไปขยายเป็นคำรับรองว่ามีผู้ก่อเหตุแล้ว
“ขอให้ค้นต้นฉบับใบงาน ทะเบียนเปลี่ยนชุดส่งกำลัง และทะเบียนรับข้อท้วงกับผลตรวจซ้ำค่ะ ถ้าชุดเก่าย้ายไปแล้ว ขอทราบว่าไปที่ใด”
เจ้าหน้าที่รับส่วนเพิ่มเติมไว้พร้อมออกใบรับเรื่อง ไม่บอกว่าการรับคำขอเท่ากับพบต้นฉบับทั้งหมดแล้ว จากนั้นเขาตรวจบัญชีชุดเอกสารที่ใช้บอกตำแหน่งเก็บ
เยว่ชิงรอที่โต๊ะด้านหน้า ไม่เดินตามไปเปิดชั้นด้วยตนเอง
เมื่อเขากลับมา สมุดที่ถือเป็นทะเบียนส่งเอกสารออก ไม่ใช่เล่มที่นางกำลังขอค้น เขาเปิดเฉพาะแถวเกี่ยวข้องให้ดูและปิดรายการอื่นด้วยกระดาษอีกแผ่น
ชื่อชุดทำให้เยว่ชิงต้องอ่านช้า ๆ
ทะเบียนงานซ่อมและเปลี่ยนชุดส่งกำลัง มกราคมถึงเมษายน ปีหนึ่งพันเก้าร้อยเจ็ดสิบแปด
ช่องลักษณะระบุว่าเย็บเล่ม ปกผ้าสีน้ำเงิน จำนวนหนึ่งเล่ม
“รายการที่เจ้าถามมีทางตามจากเล่มนี้” เขาบอก “แต่ตอนนี้ไม่ได้เก็บที่นี่แล้ว”
เยว่ชิงมองช่องวันที่ส่ง
สิบพฤษภาคม
ชื่อปลายทางเป็นศูนย์เก็บเอกสารงานเครื่องจักร อำเภอเหอผิง อยู่พ้นเมืองชิงเหอออกไป

“สมุดอยู่ที่ปลายทางแล้วหรือคะ”
“แถวนี้บอกว่าเราส่งออก ไม่ใช่ใบลงรับของเขา ต้องขอใบรับเข้าจากปลายทางอีกส่วน”
เจ้าหน้าที่ชี้ช่องอ้างเอกสารประกอบ ซึ่งไม่ได้มีใบตอบรับแนบอยู่ในชุดที่นำมาเปิดวันนี้ เยว่ชิงจดตามที่อ่านได้ ไม่ใส่เครื่องหมายว่าปลายทางตรวจรับแล้วเพราะรถเอกสารออกไปหลายวัน
นางถามว่าในเล่มมีรายการของเครื่องที่หลิวตรวจแน่หรือไม่
เขาตอบว่าบัญชีชุดบอกหัวเรื่องและช่วงเวลาได้ แต่ไม่ได้ให้เห็นทุกหน้าภายใน หากต้องยืนยันเลขเครื่อง งานที่พ่อเกี่ยวข้อง หรือรายการเปลี่ยนชิ้น ต้องค้นหน้าจริงตามคำขอ
“ปกน้ำเงินมีอีกหลายเล่ม” เขาเสริม “อย่าตามแค่สี ให้ใช้ชื่อชุดกับช่วงเวลาและใบส่งประกอบ”
คำเตือนสั้น ๆ ทำให้เยว่ชิงนึกถึงแผ่นเล็กในตู้ที่ร้าน
ชิวอิงพูดถึงห่อซึ่งตนไม่ได้เปิด กระดาษหน้าห่อกล่าวถึงสมุดปกน้ำเงิน แต่ไม่มีหัวเรื่องบนแผ่นนั้น นางยังบอกไม่ได้ว่าคือเล่มนี้ ทั้งสองเรื่องให้เหตุสงสัยใกล้กัน แต่ไม่ได้กลายเป็นวัตถุเดียวกันเพราะใช้สีเดียวกัน
นางไม่ยกคำชิวอิงขึ้นถามเจ้าหน้าที่ในตอนนั้น การค้นที่ทำวันนี้มาจากรายการงานและขอบเขตคำหลิวซึ่งได้รับอนุญาตแล้ว
“ฉันขอคำคัดแถวส่งที่เกี่ยวกับชุดนี้ และหนังสือสอบถามปลายทางได้ไหมคะ”
เจ้าหน้าที่ให้คัดรายการที่เปิดดู ระบุชื่อชุด วันที่ส่ง และปลายทาง จากนั้นรับคำขอสำเนารับรองแถวส่งกับใบรับเข้าที่ต้องตามเพิ่ม ส่วนหนังสือแนะนำให้ยื่นคำขอค้นที่ปลายทาง เขาออกให้โดยอ้างเรื่องที่รับไว้ ไม่เขียนรับรองว่าสมุดมีข้อความพิสูจน์ข้อสงสัยของนางแล้ว
เยว่ชิงถามเรื่องการเข้าไปอ่าน เมื่อไรต้องยื่นก่อน และสิ่งที่ใช้แสดงตัว เขาบอกขั้นตอนรับคำขอของศูนย์ตามข้อมูลที่ฝ่ายนี้มี แต่ไม่สัญญาว่านางเดินทางไปแล้วจะได้เปิดอ่านทันที
“อาจต้องรอเจ้าหน้าที่ที่ถือชุดนั้น หรือรอจัดเอกสาร”
“ฉันเข้าใจค่ะ ขอชื่อฝ่ายที่ต้องถามให้ตรงก็พอ”
ก่อนเก็บกระดาษ นางอ่านชื่ออำเภอกับชื่อศูนย์กลับให้เขาฟัง อำเภอเหอผิงไม่ใช่อำเภอซวงเหอที่ปรากฏบนของในกล่องแม่ และไม่ใช่ที่อยู่ซอยโรงสีซึ่งยังมีเลขบ้านเลือนอยู่บนถุงเก่า
การออกนอกเมืองคราวนี้จะตามชุดเอกสารที่มีทางส่งชัด ไม่ใช่ออกไปถามหาคนจากชื่ออำเภอที่คล้ายกัน
เจ้าหน้าที่ปิดทะเบียนส่งเก็บไว้เอง เยว่ชิงถือกลับเพียงคำคัดของตน ใบรับคำขอเพิ่ม และหนังสือให้ยื่นสอบถามปลายทาง สำเนารับรองแถวส่งกับใบรับเข้ายังไม่ได้รับวันนี้
นางดูเวลาก่อนถามต่อเรื่องคำขอเก่า ได้คำตอบว่ายังต้องตามชุดที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้ผลโรงพยาบาลหรือเอกสารต้นทางใบแจ้งเหตุจากการมาที่โต๊ะนี้ เงินสามพันก็ไม่ได้มีคำตอบอยู่ในทะเบียนส่งเพียงเพราะคำว่ารายการงานทำให้นึกถึงบัญชี
พอถึงเวลาที่กำหนด นางขอนัดตามคำขอส่วนที่เหลือตามขั้นตอน แล้วเดินออกมา
หน้าประตู ลมพัดหนังสือในมือจนเยว่ชิงต้องพับเก็บให้พ้นฝุ่น ความรู้สึกช้ากว่าหนึ่งก้าวติดอยู่ในอก สมุดถูกส่งออกไปวันที่สิบพฤษภาคม วันที่นางกำลังเดินทางไปบ้านแม่เพื่อดูของที่พ่อฝากไว้
แต่การยังไม่อยู่ตรงนั้นในวันนั้นไม่ใช่ความผิดซึ่งต้องชดใช้ด้วยการทิ้งงานที่นัดคนอื่นไว้วันนี้
นางกลับร้าน กินข้าว และแยกเอกสารขึ้นเก็บ ก่อนนำกล่องกับผ้าห่อสิบสองผืนไปศาลา
ตอนบ่ายสอง หญิงสองคนที่ลงชื่อไว้ตั้งแต่วันที่สิบสี่มาถึงแล้ว ลุงอู๋บอกว่าไม่มีคนลงชื่อเพิ่ม โต๊ะจึงรับสองรายตามจริง ไม่เติมชื่อให้ดูว่าการช่วยชุมชนมีคนมากกว่าที่มา
หญิงเสื้อเทาวางนาฬิกาปลุกเก่าลงบนผ้าซึ่งชิวอิงเย็บริม ส่วนหญิงเสื้อน้ำเงินถือเรือนข้อมือสายขาดรออยู่ข้างกัน
เยว่ชิงย้ำขอบเขตก่อนเริ่มว่าเป็นการตรวจเบื้องต้น ไม่คิดค่าดูอาการ หากต้องถอดซ่อมละเอียด เปลี่ยนของหรือเก็บไว้ทดสอบ จะเสนอเรื่องงานกับราคาให้เลือกก่อน
“วันนี้ไม่มีเงินพอฝากซ่อมก็เอากลับได้เหมือนที่เราคุยกันค่ะ”
หญิงเสื้อเทาพยักหน้า ไหล่ซึ่งยกเกร็งอยู่ค่อย ๆ ลดลง
เยว่ชิงถามอาการและวิธีใช้ ตรวจส่วนภายนอกกับการทำงานที่ดูได้โดยไม่ฝืนเครื่อง สายเข็มของนาฬิกาปลุกยังเดิน แต่ชุดปลุกไม่ทำงานตามที่เจ้าของบอก นางไม่เอาเสียงเงียบไปสรุปว่าสปริงทั้งสองชุดเสียทันที
“ต้องตรวจชุดปลุกเพิ่มก่อนบอกชิ้นส่วนค่ะ ตอนนี้บอกได้ว่างานเดินเวลากับงานปลุกมีอาการต่างกัน อย่าไขแน่นขึ้นเพื่อบังคับให้มันดัง”
เจ้าของถามว่าถ้าซ่อมจะได้คืนคืนนี้หรือไม่
“ฉันยังรับปากเวลาไม่ได้ วันนี้เราดูอาการเบื้องต้นก่อน หากคุณจะฝาก ต้องตกลงงานตรวจละเอียดอีกครั้งที่ร้าน ฉันเขียนสิ่งที่ดูแล้วให้ไปคิดก่อนได้”

หญิงเสื้อเทารับคำอธิบายเป็นกระดาษสั้น ๆ และนำเรือนกลับ หล่อนยังไม่ฝากซ่อม ไม่จ่ายเงิน ไม่ต้องยิ้มตอบแทนคำว่าไม่มีอะไรถูกคิดเพิ่มวันนี้
เรือนของหญิงเสื้อน้ำเงินมีสายขาด ส่วนเครื่องยังเดิน เยว่ชิงตรวจจุดยึดสายให้ดูและบอกวิธีห่อไว้ไม่ให้ตก นางไม่ประกาศว่าเครื่องสมบูรณ์ทั้งชุดเพียงเพราะเข็มกำลังเดินในสองสามนาทีตรงหน้า
เจ้าของอยากกลับไปเลือกว่าต้องการสายแบบใดและเก็บเงินก่อน เยว่ชิงจดขนาดให้ ไม่ขายสายที่อีกฝ่ายไม่ได้เลือก ไม่เอาช่วงตรวจฟรีไปเปลี่ยนเป็นแรงกดดันว่ามาแล้วต้องซื้อ
ทั้งสองรายนำของกลับครบ ไม่มีเรือนใหม่เหลือในกล่องงานของร้านจากบ่ายนี้
หลังเก็บโต๊ะ ลุงอู๋นำบันทึกนาฬิกาหอตลอดสามวันที่ต่อจากวันที่สิบห้ามาให้ดู เวลาเทียบใช้แหล่งเดิมตามที่ตกลง ส่วนต่างไม่เพิ่มแบบที่เคยช้าสะสม จุดยึดซึ่งนางติดตามไม่มีอาการให้ต้องฝืนปรับซ้ำในวันนี้
เยว่ชิงขอให้เขาบันทึกตามช่วงที่ดูแลต่อไป และแจ้งหากอาการเปลี่ยน สามวันเป็นสิ่งที่ได้ดูจริง ไม่กลายเป็นคำรับรองว่าตลอดเดือนหรือทุกฤดูจะไม่มีอะไรต้องตรวจอีก
ลุงอู๋เก็บสมุดกับกุญแจของหอ นางเก็บผ้าซึ่งใช้แล้วแยกออกจากผ้าที่สะอาด นึกถึงมือชิวอิงที่ค่อย ๆ เก็บปลายด้ายจนไม่มีส่วนรุ่ยติดของ
งานเล็กจากวันที่สิบหกได้ใช้จริงตามที่บอกคนทำ ไม่ได้เป็นข้ออ้างให้จ่ายเงินโดยไม่มีงานอยู่ตรงหน้า
ก่อนเย็น เยว่ชิงกลับร้านและเปิดช่วงที่แจ้งไว้ นางยังไม่มีสมุดปกน้ำเงิน แต่มีเส้นทางซึ่งพอจะเตรียมไปตามได้
วันที่สิบเก้ามีนัดกับจิ้งโจวหลังปิดร้าน หากต้องเดินทางวันถัดไป นางต้องบอกเขาเรื่องแผนของตน ไม่ให้เขารู้จากป้ายวันหยุดในตอนที่มาถึงแล้ว
นางวางวันที่ยี่สิบไว้เป็นวันที่คิดจะออกไปเหอผิง ก่อนเขียนรายการที่ต้องจัดให้พร้อม ค่าเดินทาง เวลาเปิดรับเรื่อง หนังสือแสดงที่มาคำขอ และเวลาเปิดร้านซึ่งต้องแจ้งให้คนเห็นล่วงหน้า
วันนี้ยังไม่ได้ซื้อบัตรหรือออกเดินทาง และนางยังไม่รู้ว่าคนปลายทางจะให้คำตอบได้ในวันเดียวหรือไม่
เยว่ชิงอ่านชื่อชุดเอกสารอีกครั้ง ชื่อยาวกว่าคำว่าปกน้ำเงินมาก แต่ทุกส่วนมีเหตุให้ต้องจำ
นางจะไปตามสมุดที่เกี่ยวกับงาน ไม่ใช่ไปตามสีของสิ่งที่ตนอยากให้เป็นคำตอบ
นอกหน้าต่าง แสงเย็นตกบนกล่องเครื่องมือซึ่งเพิ่งผ่านโต๊ะชุมชนกลับมา วันหนึ่งมีทั้งสิ่งที่ยังรออยู่ไกลออกไปกับสิ่งที่นางทำได้เสร็จตรงเวลา
เยว่ชิงเก็บหนังสือสอบถามไว้ในถุงสำหรับการเดินทางครั้งหน้า แล้วไปล้างผ้าที่ใช้วันนี้ให้สะอาดก่อนมันจะแห้งติดคราบ
นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI
