ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · ตอนที่ 24
ตอนที่ 24 — ฝนบนทะเบียนรถ
ฝนที่เริ่มตกหลังเยว่ชิงกลับจากมื้อเที่ยงไม่ได้หยุดเมื่อถึงเย็น
นางย้ายถาดงานให้พ้นขอบหน้าต่าง เก็บป้ายไม้เข้าด้านใน และกำลังเช็ดหยดน้ำบนธรณีประตูตอนเห็นโจวผิงยืนอยู่ใต้ชายคา เขามีซองกระดาษอยู่ในอกเสื้อ มืออีกข้างถือหมวกที่เปียกจนขอบเข้ม
“หัวหน้าตู้ให้เอาหนังสือนัดมาส่ง”
เยว่ชิงวางผ้าแล้วเชิญเขาเข้ามา โจวผิงยังไม่ยื่นซองจนเช็ดมือให้แห้ง เขาบอกว่าพบบันทึกประตูบริการแล้ว เล่มนั้นเก็บอยู่กับรายการรับส่งของ ไม่ได้รวมในสมุดประตูหลักที่นางดูครั้งก่อน
นัดเป็นเช้าวันที่หนึ่งพฤษภาคม เจ้าหน้าที่เวรจะนำหน้าที่เกี่ยวข้องมาให้ดูในห้องฝ่ายตรวจ ไม่ใช่อนุญาตให้นางเดินเปิดสมุดอื่นตามลำพัง
เยว่ชิงอ่านหนังสือจนถึงชื่อผู้ลงนาม แล้วถามว่าโจวผิงได้รับเชิญด้วยหรือไม่
“ให้ข้าไปอธิบายเส้นทางที่ข้าเดินคืนนั้น หากข้ายังยอม”
เขาพับหมวกอยู่ในมือ เยว่ชิงจึงรอโดยไม่ตอบแทน
“ข้ายังยอม” เขาพูดในที่สุด “แต่ข้าจำเลขไม่ได้มากกว่าเดิม ข้ากลัวพอดูสมุดแล้วจะเผลอคิดว่าข้าเคยเห็นเลขที่มันเขียน”
นางมองเขาอย่างจริงจัง “พรุ่งนี้เราจะอ่านคำที่ท่านให้ไว้ก่อนดูเลขก็ได้ สิ่งที่ท่านจำกับสิ่งที่สมุดบอกจะได้ไม่กลายเป็นเรื่องเดียวกันโดยไม่รู้ตัว”
โจวผิงถอนลมหายใจแล้วพยักหน้า
เยว่ชิงถามเรื่องการใช้คำเล่าเพิ่มเติม หากต้องเทียบข้อมูลกับเจ้าหน้าที่งานรถ นางจะต้องบอกอย่างน้อยว่าวันใดและประตูใด โจวผิงคิดก่อนตอบว่ายินยอมให้หัวหน้าตู้ใช้ส่วนเกี่ยวกับรถและเส้นทางกับเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจรายการนั้นต่อหน้าเขา ส่วนเรื่องครอบครัวและรายละเอียดอื่นที่ไม่เกี่ยวอย่านำไปเล่า
นางจดขอบเขตใหม่ อ่านกลับให้เขาฟัง และเก็บไว้กับบันทึกเดิม ไม่ถือว่าการมาส่งซองแปลว่าเขายอมให้เรื่องทั้งหมดกระจายไปถึงทุกคน
ก่อนโจวผิงกลับ นางยื่นผ้าแห้งให้เช็ดขอบหมวก เขาเช็ดเพียงนิดเดียวแล้วคืนผ้า รอยน้ำบนพื้นเป็นทางสั้น ๆ จนถึงประตู
เยว่ชิงเก็บหนังสือนัดในซอง ไม่ยกมันไปวางข้างจดหมายพ่อเพื่อให้สองเรื่องตอบกันเอง
สมุดที่พบอาจบอกเรื่องรถได้
แต่คนที่เห็นรถคืนนั้นยังมีสิทธิ์จำได้ไม่ครบเหมือนเดิม
เช้าวันแรกของเดือนพฤษภาคม ฝนเหลือเป็นละอองเย็น เยว่ชิงแจ้งเวลาออกไปและกลับไว้ที่ร้านอีกครั้ง งานตั้งนาฬิกาห้องเย็บผ้ายังรอให้เจ้าของแจ้งว่าส่วนไม้พร้อม นางไม่รับนัดซ้อนเพียงเพื่อแสดงว่าร้านมีงานมาก
โจวผิงรออยู่หน้าห้องฝ่ายตรวจ เขาสวมเสื้อสีน้ำตาลตัวเดิมแต่แห้งแล้ว เมื่อหัวหน้าตู้เรียกเข้า ทั้งสองจึงเดินผ่านประตูพร้อมกัน
สมุดสองเล่มวางอยู่บนโต๊ะคนละด้าน
เล่มแรกเป็นบันทึกประตูบริการ เล่มที่สองเป็นรายการรถที่เจ้าหน้าที่งานรับส่งนำมาประกอบ หัวหน้าตู้บอกว่านางดูได้เฉพาะหน้าที่เกี่ยวกับคำขอ และถ้าต้องการสำเนาต้องระบุเลขหน้ากับรายการให้ชัด
เยว่ชิงขออ่านคำให้การเดิมของโจวผิงก่อน
หลังส่งเวรค่ำวันที่สิบหกมกราคม เขาเดินตรวจทางระหว่างอาคารเก็บวัสดุกับรั้วตะวันออก เห็นรถสีเข้มออกทางประตูบริการ ได้ยินเสียงกระทบผิดจังหวะตอนเร่งเครื่อง มีกล่องยาวสองกล่องอยู่ใต้ผ้าใบ เห็นชายที่คิดว่าเป็นพ่อของนางใกล้อาคาร แต่ไม่ได้เห็นการขนของ ไม่เห็นเขาขึ้นรถ และเลขท้ายที่อาจเป็นสี่กับหกยังไม่แน่ใจ
โจวผิงฟังแล้วบอกว่ายังยืนยันได้เท่านั้น
จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงเปิดสมุดประตูบริการ
วันที่สิบหกมกราคมมีรายการรถออกหนึ่งบรรทัดในส่วนช่วงค่ำ เลขทะเบียนลงท้ายด้วยสี่สิบหก ช่องเวลาว่างอยู่ ช่องงานมีคำว่า “รับชุดส่งคืน” ส่วนช่องผู้กำกับเป็นลายมือย่อซึ่งยังอ่านชื่อเต็มไม่ได้
เยว่ชิงรู้สึกเหมือนเลือดวิ่งเร็วขึ้นตรงขมับ
นางวางนิ้วลงบนขอบโต๊ะ มิได้ชี้เลขให้โจวผิงตอบว่าจำได้แล้ว
“ท่านเห็นทะเบียนนี้แล้วรู้สึกว่าจำได้ หรือเพียงเห็นว่าตัวท้ายตรงกับที่เคยเล่า”
เขาจ้องบรรทัดนั้นอยู่นาน “อย่างหลัง ข้าจำป้ายทั้งป้ายไม่ได้ ข้าจะไม่บอกว่ารู้จักรถคันนี้จากตัวเลขในสมุด”
คำตอบทำให้เจ้าหน้าที่งานรถเงยหน้ามองเขา ก่อนพลิกเล่มที่สอง

รายการรถช่วยให้เห็นว่าเลขเต็มในบรรทัดนั้นเคยใช้กับรถบรรทุกของหน่วยรับส่ง แต่ทะเบียนท้ายสี่สิบหกไม่ได้มีเพียงคันเดียวในรายการทั้งหมด เจ้าหน้าที่จึงใช้เลขเต็มจากสมุดประตูประกอบ ไม่เลือกคันแรกที่มีเลขคล้ายคำเล่า
เยว่ชิงจดเลขเต็มตามรายการ โดยเขียนกำกับว่าได้จากสมุด ไม่ใช่โจวผิงจำเพิ่มได้
ข้างรายการรถคันที่ตรงกับเลขเต็มมีรอยแก้หลังวันที่ยี่สิบสามกุมภาพันธ์
นางเงยหน้า “แก้สิ่งใดหรือคะ”
“เลขทะเบียน” เจ้าหน้าที่ตอบ “มีการเปลี่ยนหน่วยถือครอง รายการนี้จึงอ้างเลขใหม่”
เขาเปิดส่วนรับรถเข้าให้ดู เป็นคนละหน้ากับบันทึกประตู เดือนกุมภาพันธ์มีเลขทะเบียนเก่าและใหม่อยู่คู่กัน พร้อมหมายเลขโครงรถที่ใช้โยงรายการ เลขใหม่ลงท้ายแปดสิบเอ็ด
เยว่ชิงอ่านทีละช่อง
รถที่สมุดประตูระบุในเดือนมกราคมไม่ได้หายไปเพียงเพราะทะเบียนเดิมไม่มีอยู่ในรายการปัจจุบัน มันเปลี่ยนทะเบียนไปแล้วหลังพ่อของนางเสียชีวิตมากกว่าหนึ่งเดือน
“ใครเป็นผู้ขอเปลี่ยน” นางถาม
เจ้าหน้าที่ชี้ช่องผู้ดำเนินงานในใบรับ “รายการรับของข้ามีเพียงเอกสารส่งจากหน่วยเดิม ยังบอกเหตุทั้งหมดจากหน้านี้ไม่ได้ ต้องขอชุดการโอนอีกส่วน”
หัวหน้าตู้จดคำขอนั้นไว้ ไม่เรียกการเปลี่ยนทะเบียนว่าการหลบหนี ไม่บอกว่าการโอนถูกต้องครบทุกขั้นจากสมุดเพียงหน้าเดียว
เยว่ชิงไม่ได้ต้องการคำตัดสินในทันที แต่นางต้องการให้เลขเก่ากับเลขใหม่อยู่บนกระดาษเดียวกันก่อนใครจะบอกว่าไม่พบรถ
นางขอสำเนาสามส่วนที่เกี่ยวกัน หน้าประตูวันที่สิบหกมกราคม หน้ารายการรถที่อ้างทะเบียนเก่า และหน้ารับรถซึ่งโยงทะเบียนใหม่ด้วยหมายเลขโครง เจ้าหน้าที่ให้เลขหน้าที่จดได้และรับคำขอไว้ สำเนารับรองยังไม่ได้ส่งให้นางในเช้านี้
ในสมุดของนางจึงมีเพียงข้อความที่อนุญาตให้คัดพร้อมที่มา ไม่ใช่สำเนาที่นางเรียกว่ารับรองแล้ว
“รถยังอยู่ที่ลานหรือไม่”
เจ้าหน้าที่พยักหน้า “หากจะไปดู ข้าพาไปได้จากทางที่กำหนด อย่าแตะเครื่องหรือถอดป้าย รถไม่ใช่ของข้าให้ใครรื้อได้”
เยว่ชิงรับฟัง แล้วหันไปถามโจวผิงว่าอยากไปด้วยหรือไม่
เขามองหมวกบนตัก ก่อนหยิบขึ้นสวม
“ไปดูได้ แต่เสียงของรถที่จอดดับเครื่อง ข้ายืนยันไม่ได้”
“เราไม่จำเป็นต้องให้ท่านยืนยันเสียงวันนี้”
หัวหน้าตู้ให้เจ้าหน้าที่พาทั้งสองไป และกำชับให้แยกสิ่งที่เห็นในวันนี้ออกจากสิ่งที่พยานเล่าถึงเดือนมกราคม
ลานรับส่งอยู่หลังอาคารอีกฝั่งหนึ่ง น้ำฝนขังในร่องล้อเป็นเส้นยาว รถที่เจ้าหน้าที่ชี้เป็นสีเทาเข้ม พื้นกระบะไม้เก่าและขอบเหล็กมีสนิม รอบนี้ไม่มีผ้าใบหรือกล่องยาววางอยู่
เยว่ชิงกับโจวผิงหยุดใต้เพิง เจ้าหน้าที่อ่านทะเบียนปัจจุบันจากระยะที่เห็นได้และเทียบกับรายการที่นำมาด้วย จากนั้นตรวจหมายเลขโครงในตำแหน่งที่เขามีสิทธิ์เข้าถึง ทั้งสองไม่ได้เข้าไปเปิดกระโปรงหรือคลานใต้รถตามเอง
เลขโครงตรงกับหน้ารับรถที่ดูในห้อง เลขทะเบียนใหม่ท้ายแปดสิบเอ็ดอยู่บนตัวรถจริง
นั่นยืนยันว่ารถคันนี้เป็นคันที่รายการโอนอ้างถึง
ยังไม่ยืนยันว่ามันเป็นรถที่โจวผิงเห็นผ่านไปในความมืด
ตรงฐานยึดป้ายหลังมีรูเก่าคู่อีกชุดหนึ่งและรอยสนิมที่ไม่ตรงขอบป้ายปัจจุบัน เยว่ชิงมองจากจุดที่ยืนได้ หยดน้ำไหลลงบนผิวโลหะแล้วหายไปใต้กรอบ
“รูพวกนั้นเกิดตอนเปลี่ยนหรือ”
เจ้าหน้าที่ส่ายหน้า “ข้าไม่ได้เป็นคนติดป้าย จะให้ตอบจากรอยก็เกินกว่าที่ข้ารู้”
นางจดเพียงว่ามีรอยที่มองเห็นวันนี้ ไม่ใช้รูสองรูทำให้ชื่อผู้เปลี่ยนป้ายปรากฏขึ้นเอง

โจวผิงเดินไปเพียงระยะที่เจ้าหน้าที่อนุญาต มองด้านข้างรถแล้วกลับมายืนใต้เพิง
“กระบะยาวคล้ายที่ข้าเห็น แต่รถงานหลายคันก็เป็นอย่างนี้”
“สีล่ะ”
“คืนนั้นแสงเหลือง ข้าบอกได้แค่สีเข้ม วันนี้มันเป็นเทา ข้าไม่อยากให้วันนี้เปลี่ยนคืนวันนั้นในหัวข้า”
เยว่ชิงปิดสมุดชั่วครู่
นางอยากได้ยินคำว่าใช่ อยากให้หนึ่งในเรื่องที่ค้างอยู่กลายเป็นสิ่งที่จับได้โดยไม่มีคำว่าอาจ แต่คนที่อยู่ข้างนางไม่ใช่เครื่องมือให้ความหวังของนางทำงาน
“ขอบคุณที่แยกให้ชัด” นางบอก
เสียงหยดฝนลงหลังคาเพิงดังแทนบทสนทนาอยู่พักหนึ่ง เจ้าหน้าที่บอกว่าเขาจะให้ฝ่ายที่เก็บเอกสารโอนค้นชุดต้นทาง หากมีรายการผู้ขอ ผู้ส่ง และวันที่ส่งออกครบ จึงค่อยตอบคำถามส่วนถัดไปได้
เยว่ชิงถามว่าจะติดตามคำขอผ่านที่ใด เขาบอกให้ผ่านหัวหน้าตู้ตามคำขอเดิม นางจึงไม่จดว่าจะกลับมาขอคนเฝ้าลานเปิดห้องเอกสารให้ส่วนตัว
ระหว่างเดินกลับ โจวผิงถามเบา ๆ ว่านางผิดหวังหรือไม่
“ข้าอยากให้มันชัดกว่านี้” นางตอบตามตรง “แต่ทะเบียนที่เปลี่ยนมีรายการโยงไว้แล้ว เราได้สิ่งที่ต้องตามต่อ ไม่ได้กลับมือเปล่า”
“ข้ากลัวว่าข้าจำได้น้อยจะทำให้เจ้าช้า”
“ท่านบอกสิ่งที่เห็น ไม่ได้มีหน้าที่เห็นทุกอย่างแทนข้าเจ้าค่ะ”
โจวผิงพยักหน้า เขาไม่ยิ้มอย่างโล่งใจเต็มที่ แต่บ่าที่ห่ออยู่เมื่อเช้าคลายลงเล็กน้อย
กลับถึงห้องฝ่ายตรวจ เยว่ชิงอ่านบันทึกสิ่งที่พบให้เจ้าหน้าที่ฟังอีกครั้ง แยกวันที่สิบหกมกราคม วันที่ยี่สิบสามกุมภาพันธ์ และวันนี้ไว้คนละช่วง โจวผิงกำกับเฉพาะถ้อยคำของตน ไม่ลงชื่อรับรองเอกสารรถซึ่งเขาไม่ได้เป็นผู้ทำ
หัวหน้าตู้รับคำขอเอกสารโอนกับสำเนาหน้าสมุดไว้ ส่วนบันทึกประตูบริการต้นฉบับกลับเข้าที่เก็บของเจ้าหน้าที่ ไม่ได้ตามนางออกจากโรงงาน
เยว่ชิงกลับร้านพร้อมสมุดของตนและใบรับคำขอเพิ่มเติม
นางยังไม่รู้ว่าใครเปลี่ยนทะเบียนด้วยเหตุใด ไม่รู้ว่ากล่องยาวบรรจุอะไร และไม่ได้รู้เพิ่มว่าพ่อพบจุดจบอย่างไร
แต่วันนี้รถในบรรทัดเก่ามีเส้นทางไปถึงเลขใหม่แล้ว
การถามหารถคันนี้ต่อไปจึงไม่ควรหยุดอยู่เพียงเลขทะเบียนเดิมอีกแล้ว
ที่ร้าน เยว่ชิงวางสมุดให้แห้งก่อนเก็บ นางเขียนข้อความสั้น ๆ ถึงเจ้าของห้องเย็บผ้าเพื่อให้ติดต่อเรื่องนัดงานหลังส่วนไม้พร้อมได้ตามเดิม แล้วจัดของส่วนตัวอีกถุงหนึ่ง
ครั้งนี้ไม่ใช่ถุงเครื่องมือ
ผ้าคลุมไหล่ที่แม่เคยเย็บซ่อมถูกพับอยู่ด้านบน นางยังไม่ได้ไปหาแม่หลังส่งจดหมายเมื่อวันที่ยี่สิบสอง และการถอนหมั้นก็ยังเป็นคำที่แม่ไม่เคยได้ยินจากปากนาง
นางจดเวลารถเมล์ที่ต้องไปถามอีกครั้งไว้ข้างถุง
หลังตามชื่อรถที่เปลี่ยนไปแล้ว เยว่ชิงไม่อยากปล่อยให้คนที่ยังรออยู่ปลายทางต้องรู้เรื่องลูกสาวจากชื่อที่คนอื่นเรียกอีกต่อไป
นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI
